Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ฝุ่น PM 2.5 ฝุ่นจิ๋วที่มองไม่เห็น แต่มีโทษถึงตาย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาระดับชาติ เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกภาคในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน หรือประมาณเดือนตุลาคมถึงมีนาคม

 

ผู้อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง ต่างสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศอย่างชัดเจน หลายคนเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม หายใจลำบาก หรือตาแดงและระคายเคือง

 

ที่น่าวิตกมากกว่านั้นคือ บางคนไม่ได้มีเพียงอาการระยะสั้น แต่ฝุ่นจิ๋วเหล่านี้ได้สะสมในร่างกายจนทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่รักษาหายได้ยาก และในที่สุดอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

ดังนั้น การทำความรู้จักกับฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่สาเหตุการเกิด ผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ โรคที่เกี่ยวข้อง และวิธีการป้องกันตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะความรู้เหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เราป่วยเป็นโรคร้ายแรงได้

PM 2.5 คืออะไร

PM ย่อมาจาก “Particulate Matter” หรือ “ฝุ่นละอองแขวนลอยในอากาศ” ส่วนตัวเลข 2.5 หมายถึงขนาดของอนุภาคฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 30 ส่วนของเส้นผมมนุษย์

ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งทำให้อันตรายได้หลายประการ:

  • หลุดรอดจากการกรองธรรมชาติ ขนจมูกไม่สามารถกรองฝุ่นขนาดนี้ได้
  • เข้าถึงส่วนลึกของปอด สามารถเข้าไปจนถึงถุงลมปอด (Alveoli) ได้
  • ซึมเข้าสู่กระแสเลือด นำไปสู่การอักเสบเรื้อรังในอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย
  • สะสมในร่างกายระยะยาว ใช้เวลาหลายปีหรือหลายสิบปีก่อนจะแสดงอาการ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งคือ ฝุ่น PM 2.5 มักทำหน้าที่เป็น “ตัวพาห์” สำหรับสารอันตรายอื่นๆ เช่น สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนัก และสารเคมีต่างๆ ที่เคลือบอยู่บนผิวของมัน ทำให้อันตรายเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่า 

PM 2.5 เกิดจากอะไร

ฝุ่น PM 2.5 เกิดขึ้นได้จากหลากหลายแหล่ง ทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์:

1. ไอเสียจากยานพาหนะ

รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี จะปล่อยฝุ่น PM 2.5 จำนวนมากจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์

2. โรงงานอุตสาหกรรม

กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหิน โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานผลิตสินค้าต่างๆ มักปล่อยฝุ่นและก๊าซพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศ หากขาดระบบควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพ

3. การเผาไหม้ในที่โล่ง

  • ไฟป่าธรรมชาติ และไฟป่าที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
  • การเผาตอซังในภาคเกษตรกรรม เพื่อเตรียมพื้นที่การเพาะปลูก
  • การเผาขยะในชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในหลายพื้นที่

ปัญหานี้มักรุนแรงขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา และลาว

4. กิจกรรมก่อสร้าง

ฝุ่นจากการรื้อถอนอาคาร งานก่อสร้าง และงานซ่อมบำรุงถนน หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ฝุ่นเหล่านี้จะฟุ้งกระจายไปยังชุมชนรอบข้าง

5. กิจกรรมภายในอาคาร

  • การสูบบุหรี่ในที่ปิด
  • การจุดธูป เทียน หรือก้อนไฟในพิธีกรรมต่างๆ
  • การใช้เตาถ่านหรือเตาฟืนในการทำอาหาร
  • ฝุ่นจากพรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดสม่ำเสมอ

PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 สามารถแทรกซึมเข้าสู่ส่วนลึกของร่างกายได้ จึงส่งผลกระทบต่อหลายระบบ:

1. ระบบทางเดินหายใจ

อาการเฉียบพลัน:

  • ระคายเคือง จาม ไอ น้ำมูกไหล
  • หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
  • เจ็บคอ เสียงแหบ

ผลกระทบระยะยาว:

2. ระบบหัวใจและหลอดเลือด


เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

กระตุ้นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหลอดเลือดอุดตัน

เพิ่มความดันโลหิต และความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

เร่งกระบวนการเกิดหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis)

ดูเรื่องโรคหลอดเลือดอุดตันเพิ่มเติมที่นี่
ดูเรื่องโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมที่นี่ 

 

3. ระบบประสาทและสมอง

การวิจัยล่าสุดพบว่า PM 2.5 มีความสัมพันธ์กับ:

  • การอักเสบและการทำลายเซลล์สมอง
  • เพิ่มความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ส่งผลต่อความจำและความสามารถในการเรียนรู้
  • เพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล
    ดูเรื่องโรคอัลไซเมอร์เพิ่มเติมที่นี่

4. ระบบสืบพันธุ์และพัฒนาการของเด็ก

ในผู้ชาย: อาจส่งผลต่อคุณภาพของสเปิร์ม และภาวะมีบุตรยาก

ในผู้หญิงตั้งครรภ์: เพิ่มความเสี่ยงของ

  • การคลอดก่อนกำหนด
  • ทารกมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติ
  • ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจในทารกแรกเกิด

ในเด็ก: ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ในระยะยาว

 

5. ระบบภูมิคุ้มกัน

  • ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อและการแพ้ต่างๆ
  • กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย

ค่ามาตรฐาน PM 2.5 ที่ควรรู้

มาตรฐานสากล

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดค่ามาตรฐาน PM 2.5 ดังนี้:

  • ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง: ไม่ควรเกิน 15 µg/m³
  • ค่าเฉลี่ยรายปี: ไม่ควรเกิน 5 µg/m³

มาตรฐานประเทศไทย

กรมควบคุมมลพิษกำหนดให้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ใน 24 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 50 µg/m³

หมายเหตุ: ค่ามาตรฐานของไทยยังสูงกว่าคำแนะนำของ WHO อยู่มาก

ระดับดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

ระดับ AQI

คุณภาพอากาศ

สีสัญลักษณ์

คำแนะนำ

0-50

ดีมาก

🟢 เขียว

ปลอดภัยสำหรับทุกคน

51-100

ปานกลาง

🟡 เหลือง

อาจมีผลกระทบเล็กน้อยต่อกลุ่มเสี่ยง

101-150

เริ่มมีผลกระทบ

🟠 ส้ม

กลุ่มเสี่ยงควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง

151-200

ไม่ดี

🔴 แดง

ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน

201+

อันตราย

🟣 ม่วง

ทุกคนควรอยู่ในอาคารและป้องกันตนเอง

วิธีป้องกันและลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5

สำหรับบุคคลทั่วไป

 

การติดตามและเตรียมความพร้อม

  • ติดตามค่าฝุ่นเป็นประจำ ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น
    • Air4Thai (ของกรมควบคุมมลพิษ)
    • IQAir หรือ AirVisual
    • Plume Labs
  • วางแผนกิจกรรมล่วงหน้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง

การป้องกันเมื่อต้องออกนอกบ้าน

  • สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพ เช่น
    • N95 (กรองฝุ่นได้ 95%)
    • KF94 (มาตรฐานเกาหลี)
    • P100 (กรองฝุ่นได้ 99.97%)
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง
  • เลือกเส้นทางที่มีต้นไม้มาก และหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ในช่วงจราจรหนาแน่น

การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้าน

  • ใช้เครื่องฟอกอากาศ ที่มีแผ่นกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air)
  • ปิดประตู-หน้าต่างให้สนิท ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง
  • เปิดเครื่องปรับอากาศแบบหมุนเวียนอากาศภายใน
  • ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ ด้วยผ้าชื้นเพื่อกำจัดฝุ่นที่สะสม
  • งดการเผาธูป เทียน หรือกิจกรรมที่สร้างควันในบ้าน

การดูแลสุขภาพ

  • ดื่มน้ำเพียงพอ เพื่อช่วยขับสารพิษ
  • รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สีเข้ม
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งจะเพิ่มความเสียหายต่อปอด

สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง

กลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่:

  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป)
  • ผู้ป่วยโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคปอดเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • หญิงตั้งครรภ์

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • เตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และพกติดตัวเสมอ
  • พบแพทย์ทันที หากมีอาการผิดปกติ เช่น
    • หายใจลำบากมากกว่าปกติ
    • แน่นหน้าอกหรือปวดหน้าอก
    • ไอเรื้อรังที่ไม่หาย
    • วิงเวียนหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน แม้ในวันที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง

นีโยบายระดับชาติ

  • ส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
  • ควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตาหกรรม ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม
  • กำหนดเขตห้ามเผา ในพื้นที่เสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

การมีส่วนร่วมของชุมชน

  • รณรงค์ลดการเผาขยะ และส่งเสริมการคัดแยกขยะ
  • ปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะต้นไม้ที่สามารถกรองฝุ่นได้ดี
  • สร้างความตระหนัก เกี่ยวกับผลกระทบของ PM 2.5

การตรวจสุขภาพเมื่อเผชิญฝุ่น PM 2.5

หากคุณมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบต่อไปนี้:

การตรวจพื้นฐาน

  • ตรวจวัดสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test) เพื่อประเมินการทำงานของปอด
  • ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูสภาพปอดและตรวจหาความผิดปกติ
  • ตรวจการทำงานของหัวใจ หากมีอาการที่เกี่ยวข้อง

การตรวจเพิ่มเติม (หากจำเป็น)

  • CT Scan ปอด สำหรับการตรวจสอบรายละเอียดมากขึ้น
  • ตรวจหาเครื่องหมายการอักเสบในเลือด
  • พบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินหายใจ เพื่อรับการประเมินและรักษาที่เหมาะสม

การติดตามสุขภาพระยะยาว

สำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นรที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นประจำ ควร:

  • ตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด
  • ติดตามอาการทางระบบทางเดินหายใจ และบันทึกไว้
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

แหล่งข้อมูลและการติดตาม

แอปพลิเคชันติดตามคุณภาพอากาศ

  • Air4Thai – แอปพลิเคชันทางการของกรมควบคุมมลพิษ
  • IQAir – ข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ทั่วโลก
  • AirVisual – แสดงข้อมูลและพยากรณ์คุณภาพอากาศ

เว็บไซต์และแหล่งข้อมูล

  • กรมควบคุมมลพิษ (www.pcd.go.th)
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

สรุป

ฝุ่น PM 2.5 แม้จะมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงและชัดเจน ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายหลายระบบ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรง รวมถึงมะเร็งปอด โดยเฉพาะหากได้รับการสัมผัสเป็นระยะเวลานาน

สิ่งสำคัญที่ต้อมจดจำ:

  • ติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมป้องกันตนเองและครอบครัว
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
  • ดูแลสุขภาพและตรวจสุขภาพเป็นประจำ
  • ร่วมกันแก้ไขปัญหาในระดับชุมชนและประเทศ

การป้องกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และด้วยความรู้ที่ถูกต้อง เราสามารถลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพของตนเองและคนที่เรารักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ref: chula

  • ขายราคาเดิม 6,500 บาท | ทางออนไลน์เท่านั้น!!!
  • ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2568

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

  • นพ. นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • นพ. วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • น.พ. ชวภณ กิจหิรัญกุล

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ป้องกัน

  • นพ. เสก ปัญญสังข์

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ,อายุรศาสตร์

  • นพ. จิราณัติ ชลธีศุภชัย

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจและหลอดเลือด

  • นพ. ธัชพงษ์ งามอุโฆษ

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • พญ. นวพร อัศวศักดิ์สกุล

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคไต

  • นพ. พิมุข เทพมงคล

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

  • ผศ. พญ. ระวีวรรณ เลิศวัฒนารักษ์

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์สาขาระบบต่อมไร้ท่อ

  • พญ. รัญญวรรณ โชตินิมิตรคุณ

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • พญ. วรวรรณ เหลืองจามีกร (เจริญอัตถะศีล)

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • พญ. โชติวรรณ ตันวัฒนานิกุล

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม

  • พญ. ณัฏฐิณี มัทนพจนารถ

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคหัวใจ

  • นพ. ธัชชาวุฒิ เทียนสันติสุข

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    สรีระไฟฟ้าหัวใจ

  • นพ. กฤติน อู่สิริมณีชัย

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม

  • นพ. ระพีพัฒน์ เหล็กขำ

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคไต

  • นพ. วรวุฒิ รุ่งประดับวงศ์

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    Cardiology, Electrophysiology,Internal Medicine

  • พ.ต.ต. นพ. สุขุม เตชะสกุลเจริญ

    ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก