เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
โรคหลอดเลือดอุดตัน (PAD) อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดแข็งตัว หรือการสะสมของไขมันในหลอดเลือดซึ่งกีดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจและสมอง ซึ่งโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง อีกทั้งสามารถเกิดได้ทั้งกับหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ และอาจรุนแรงกว่าเดิมหากเกิดขึ้นกับอวัยวะที่มีความสำคัญ เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดส่วนปลายของแขนขา เป็นต้น
โรคหลอดเลือดแดงอุดตันและโรคหลอดเลือดดำอุดตันมักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายคลึงกัน เช่น ความดันโลหิตสูง, การสูบบุหรี่, โรคเบาหวาน, โรคไขมันในเลือดสูง, อายุที่มากขึ้น, การมีน้ำหนักเกิน, และการมีพ่อแม่หรือญาติที่มีประวัติโรคหลอดเลือดอุดตัน
สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาโรคหลอดเลือดแดงอุดตันหรือโรคหลอดเลือดดำอุดตัน ควรพบแพทย์เพื่อการประเมินอาการ, การตรวจร่างกาย, การใช้เครื่องมือตรวจเพิ่มเติม (เช่น ตรวจคลื่นเสียงหลอดเลือด, ตรวจภาพวินิจฉัย, หรือตรวจเลือด) และการวินิจฉัยอื่น ๆ เพื่อกำหนดรูปแบบการรักษาที่เหมาะสมต่อความเสี่ยงและอาการของแต่ละบุคคล
ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้เรารู้ทันความเสี่ยงและแนวโน้มการตีบตันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ตรวจได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
โรคหลอดเลือดดำอุดตัน คืออะไร
“โรคหลอดเลือดดำอุดตัน” คือ ภาวะที่มีลิ่มเลือดไปขวางการไหลวียนของเลือดในหลอดเลือดดำของร่างกาย โดยเกิดจากลิ่มเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดดำส่วนลึกที่พบมากในบริเวณขา ภาวะนี้เป็นอันตรายได้ ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำนี้ สามารถหลุดไปยังบริเวณปอด ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary embolism) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
โรคหลอดลือดดำอุดตันเป็นสาเหตุการเสียชีวิต 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณขา และหลอดเลือดดำอุดตันสามารถไหลเวียนไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น ปอด ช่องท้อง สมอง
โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน คืออะไร
“โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน” สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย เมื่อมีไขมันมาเกาะที่บริเวณหลอดเลือดเป็นจำนวนมาก อาจเป็นสัญญาณของการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ซึ่งกีดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจและสมอง แต่อาการของโรคนี้จะไปแสดงที่อวัยวะส่วนใดนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันและปัจจัยทางด้านร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
คราบหินปูและแคลเซียม ภัยร้ายที่มองไม่เห็น
‘หินปูน’ ที่เกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเสื่อมโดยธรรมชาติของแคลเซียมในร่างกาย ที่สะสมจนกลายเป็นก้อนแข็ง หรืออาจเกิดจากกลไกของร่างกายที่สร้างแคลเซียมมาป้องกันบริเวณที่เกิดการอักเสบหรือมีความเสื่อม ร่างกายเราจึงสร้างแคลเซียมขึ้นมาปกป้องจุดที่มีการอักเสบนั้นนอกจากนี้หินปูนยังมาพร้อมกับคราบไขมันที่เกาะผนังหลอดเลือด และสะสมมากขึ้นจนเส้นเลือดหัวใจตีบหรือตันได้ และเกาะติดบริเวณหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดไปสู่หัวใจลดน้อยลง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
คราบหินปูและแคลเซียม เกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมของแคลเซียมหรือมีการเกิดคราบหินปูในระบบหลอดเลือดในร่างกาย โดยเฉพาะในเส้นเลือดขนาดใหญ่ เช่น หลอดเลือดหัวใจ (ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันหรือโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน) หลอดเลือดในสมอง (ทำให้เกิดอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน) หรือหลอดเลือดในขา (ทำให้เกิดอาการภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันในขา)
คราบหินปูและแคลเซียมสามารถสะสมในหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดหดตัวหรืออุดตันได้ ซึ่งอาจทำให้เลือดไม่ไหลผ่านหลอดเลือดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดได้ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด หรือ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และพฤติกรรมสุขภาพของแต่ละบุคคล
การรักษาคราบหินปูและแคลเซียมในเส้นเลือดอาจเป็นไปตามแนวทางการรักษาของโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมสารอาหารและการออกกำลังกายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง หรือการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกรณี
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเหลือดแดงอุดตัน
- ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่สูบบุหรี่
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน
- ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน
หากคุณมีความเสี่ยง ถึงแม้ไม่มีอาการใดๆ ก็ควรเข้ารับการตรวจเช็คโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ควบคู่กับการเจาะเลือดเช็คไขมัน เบาหวานและความดันเป็นประจำทุกปี
เราสามารถตรวจเช็คโรคหลอดเลือดแดงอุดตันเพิ่มเติม โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย มีความปลอดภัยและมีความแม่นยำมากขึ้น ได้แก่:
- Carotid Doppler Ultrasound Package คือ การตรวจโดยใช้คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง เพื่อตรวจดูหลอดเลือดแดง carotid (หลอดเลือดแดงขนาดใหญ่ ขนาด 5-6 มิลลิเมตร อยู่บริเวณคอด้านข้างทั้ง 2 ข้าง ซ้ายและขวา) เพื่อดูการไหลเวียนของเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง และตรวจดูหลอดเลือดว่ามีคราบหินปูนหรือไขมัน (Plaque) เกาะในหลอดเลือดหรือไม่ โดยสามารถวัดความหนาของผนังหลอดเลือด วัดความเร็วของการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือด หากพบว่ามีการหนาตัวของผนังหลอดเลือดคอ มีคราบหินปูนเกาะจนหลอดเลือดคอตีบแคบ ถ้าหลอดเลือดนี้ตีบตัน หรือมีลิ่มเลือดหลุดออกจากหลอดเลือดนี้ หลุดไปยังหลอดเลือดส่วนปลายจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดีหรือไม่ได้เลย ทำให้เกิดสมองขาดเลือด มีอาการอัมพาต (Stroke) ตามมา
- CT Calcium Score Screening คือการตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนที่หัวใจ ที่อาจเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ เพื่อสำรวจความเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง และประเมิน ‘ความเสี่ยง’ ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตแม้ยังไม่มีอาการ โดยสิ่งที่ควรระวังที่สุดคือ หินปูน ที่เกาะผนังหลอดเลือดที่นำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดงและจะเกิดก่อนอาการของโรคหัวใจนานหลายปี ปริมาณแคลเซียมนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน อีกทั้งเครื่อง CT Calcium Score Screening ยังมีหลักการการแปลผลที่มีงานวิจัยรองรับ
นอกจากนี้ เครื่อง CT Calcium Score Screening มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้รังสีในปริมาณที่น้อยมาก และใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 นาที ก็สามารถเช็คปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนบริเวณหลอดเลือดได้

