Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

โรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

โรคสมองเสื่อมประเภทหนึ่งที่ส่งผลให้ความทรงจำลดลง อาจมีความคิด พฤติกรรม และการเข้าสังคมเปลี่ยนแปลงไป การกินยาจะช่วยให้อาการดีขึ้นหรือชะลอความเสื่อมลงได้

ภาวะสมองเสื่อม

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคทางสมองประเภทหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปผู้ป่วยจะมีอาการของโรคมากขึ้นเรื่อยๆ โรคอัลไซเมอร์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในสมอง นำไปสู่การสะสมของโปรตีนบางชนิด ซึ่งทำให้สมองหดตัวและเซลล์สมองตายในที่สุด โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะมีความจำ ความคิด พฤติกรรม และทักษะทางสังคมค่อยๆ ลดลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อความสามารถตามปกติของร่างกาย

 

สัญญาณเริ่มต้นของโรคนี้ ได้แก่ การลืมเหตุการณ์หรือบทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด เมื่อเวลาผ่านไป การดำเนินของโรคจะทำให้เกิดปัญหาความจำอย่างรุนแรง และสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน การใช้ยาอาจช่วยให้อาการดีขึ้นหรือชะลอโรคลงได้

 

โรคอัลไซเมอร์ไม่สามารถรักษาได้ ในระยะสุดท้ายของโรค อาจเกิดการสูญเสียการทำงานของสมองอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ขาดสารอาหาร หรือติดเชื้อได้ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจทำให้เสียชีวิตในที่สุด

 

อาการของโรคโรคอัลไซเมอร์

สัญญาณเริ่มต้น

การสูญเสียความทรงจำเป็นอาการสำคัญของโรคอัลไซเมอร์ สัญญาณเริ่มต้น ได้แก่ มีปัญหาในการจดจำเหตุการณ์หรือการสนทนาล่าสุด เมื่อโรคดำเนินไป ความจำจะแย่ลงและพบอาการอื่น ๆ ตามมา

 

ในตอนแรก คนที่เป็นโรคนี้อาจรู้ตัวว่ามีปัญหาในการจดจำสิ่งต่างๆ และการคิดอย่างชัดเจน เมื่ออาการแย่ลง สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนอาจสังเกตเห็นปัญหาได้

การเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องต่อไปนี้:

 

ความทรงจำ

ทุกคนมีการหลงลืมในบางครั้ง แต่หากเป็นโรคอัลไซเมอร์ การสูญเสียความทรงจำจะมีอยู่ตลอดเวลาและอาการแย่ลง เมื่อเวลาผ่านไป การสูญเสียความทรงจำจะส่งผลต่อความสามารถในการทำงานทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน

 

ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์อาจ:


– พูดประโยคและคำถามซ้ำไปซ้ำมา
– ลืมการสนทนา การนัดหมาย หรือเหตุการณ์ต่างๆ
– วางของผิดที่ มักจะวางไว้ในที่ที่ไม่สมควรวาง
– หลงทางในสถานที่ที่เคยรู้จักดี
– ในที่สุดอาจลืมชื่อสมาชิกในครอบครัวและสิ่งของในชีวิตประจำวัน
– มีปัญหาในการค้นหาคำพูดที่เหมาะสม มีปัญหาการแสดงความคิด หรือการมีส่วนร่วมในบทสนทนา

การคิดและการใช้เหตุผล

โรคอัลไซเมอร์ทำให้เกิดความยากลำบากในการมีสมาธิและการคิด โดยเฉพาะในเรื่องตัวเลข การทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกันจะเป็นเรื่องยากเป็นพิเศษ อาจเป็นเรื่องท้าทายในการจัดการการเงิน ตรวจสอบยอดคงเหลือ และชำระบิลให้ตรงเวลา ในที่สุด คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์อาจไม่สามารถจดจำและจัดการกับตัวเลขได้

 

การตัดสินใจ

โรคอัลไซเมอร์ทำให้ความสามารถในการตัดสินใจและวิจารณญาณในสถานการณ์ต่างๆ ลดลง ตัวอย่างเช่น สวมเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ มีปัญหาการตอบสนองในชีวิตประจำวัน เช่น ไม่รู้วิธีจัดการกับอาหารไหม้บนเตา หรือตัดสินใจขณะขับรถ

 

การวางแผนและการทำกิจกรรมที่คุ้นเคย

กิจกรรมประจำวันที่ต้องทำเป็นลำดับขั้นตอนจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่งอาจรวมถึงการวางแผนประกอบอาหารหรือเล่นเกมโปรด ในท้ายสุดแล้ว คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ระยะลุกลามจะลืมการดูแลตัวเองในระดับพื้นฐาน เช่น การแต่งตัวและการอาบน้ำ

บุคลิกภาพและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป

การเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกิดขึ้นในโรคอัลไซเมอร์อาจส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม ปัญหาอาจรวมถึงสิ่งต่อไปนี้:
– ภาวะซึมเศร้า
– สูญเสียความสนใจในกิจกรรม ถอนตัวออกจากสังคม
– อารมณ์เเปรปรวน
– ความไม่ไว้วางใจในผู้อื่น
– โกรธหรือก้าวร้าว
– พฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลงไป
– เดินหลงทาง
– หลงผิด เช่น เชื่อว่ามีของถูกขโมยไป

 

สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

ทำไมถึงเป็นโรคอัลไซเมอร์

สาเหตุที่แท้จริงของโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่เข้าใจแน่ชัด แต่ในเบื้องต้น พบว่าโปรตีนในสมองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ การทำงานของเซลล์สมองหรือที่เรียกว่าเซลล์ประสาทถูกรบกวน เกิดเซลล์ประสาทเสียหายและสูญเสียการเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน และในที่สุดเซลล์ประสาทก็ตาย

 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ โรคอัลไซเมอร์เกิดจากการผสมผสานระหว่างปัจจัยทางพันธุกรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสมองเมื่อเวลาผ่านไป มีน้อยกว่า 1% ที่โรคอัลไซเมอร์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เฉพาะเจาะจงที่จะสามารถทำนายได้ว่าจะเป็นโรคนี้ ในกรณีนี้มักพบว่าจะเริ่มแสดงอาการของโรคในวัยกลางคน ซึ่งเร็วกว่าปกติ

 

การดำเนินของโรคจะเริ่มเกิดขึ้นหลายปีก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการ ความเสียหายส่วนใหญ่มักเริ่มขึ้นในบริเวณสมองที่ควบคุมในส่วนของความจำ การสูญเสียเซลล์ประสาทจะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของสมอง และในระยะท้ายของโรค สมองจะหดตัวลงอย่างมาก

 

ปัจจัยเสี่ยง

อายุ

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุดสำหรับโรคอัลไซเมอร์ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โอกาสในการพัฒนาของโรคจะเพิ่มขึ้น

ประวัติครอบครัว

ความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์จะค่อนข้างสูงขึ้นหากเกิดขึ้นกับญาติสายตรง – พ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคนี้ ยีนในครอบครัวส่งผลต่อความเสี่ยงอย่างไรนั้นไม่สามารถอธิบายได้ และปัจจัยทางพันธุกรรมนั้นค่อนข้างซับซ้อน

ดาวน์ซินโดรม

หลายคนที่เป็นดาวน์ซินโดรมจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการมีโครโมโซม 21 สามชุด โครโมโซม 21 เป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโปรตีนที่นำไปสู่การสร้างเบต้าอะไมลอยด์ ชิ้นส่วนของเบต้าอะไมลอยด์สามารถกลายเป็นคราบจุลินทรีย์ในสมองได้ อาการมักจะปรากฏขึ้นในผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมก่อนปกติถึง 10-20 ปี

เพศ

โดยรวมแล้วมีผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย เพราะมักจะอายุยืนกว่า

ผู้ที่มีความทรงจำด้อยกว่าปกติเล็กน้อยอยู่เดิม

คนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย (Mild cognitive impairment; MCI) มีความจำหรือทักษะการคิดอื่นๆ ต่ำกว่าปกติ แต่ภาวะนี้ไม่ได้ขัดขวางการดำเนินชีวิตปกติในสังคมหรือการทำงาน

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม เนื่องจากภาวะนี้ส่งผลต่อความจำเป็นส่วนใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่ภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์

การบาดเจ็บที่ศีรษะ

การศึกษาขนาดใหญ่หลายชิ้นพบว่าผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่สมอง (traumatic brain injury;TBI) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นในผู้ที่มีอาการรุนแรงและบาดเจ็บหลายแห่ง การศึกษาบางชิ้นพบว่าความเสี่ยงอาจมากที่สุดภายในหกเดือนแรกถึงสองปีหลังจากได้รับบาดเจ็บ

มลพิษทางอากาศ

การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าฝุ่นละอองในอากาศสามารถเร่งการถูกทำลายของระบบประสาทได้ และจากการศึกษาในมนุษย์พบว่าการสัมผัสมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะจากไอเสียจากรถยนต์และการเผาไม้ มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

เป็นที่ทราบดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมอง การศึกษาขนาดใหญ่หลายชิ้นพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มากผิดปกติเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น ทำให้เริ่มมีอาการสมองเสื่อมเร็วขึ้น

รูปแบบการนอนหลับที่ไม่ดี

การวิจัยพบว่าการนอนหลับที่ไม่ดี เช่น มีปัญหาในการนอนหลับหรือการนอนหลับไม่สนิท มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคอัลไซเมอร์

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและสุขภาพหัวใจ

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าปัจจัยเสี่ยงเดียวกันกับปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดโรคหัวใจ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้เช่นเดียวกัน

 

ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้แก่
– ขาดการออกกำลังกาย
– โรคอ้วน
– การสูบบุหรี่หรือการได้รับควันบุหรี่มือสอง
– ความดันโลหิตสูง
– คอเลสเตอรอลสูง
– เบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมได้ไม่ดี

 

ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสามารถลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ และการกินอาหารไขมันต่ำที่อุดมไปด้วยผักและผลไม้มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ที่ลดลง

การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคม

การศึกษาพบว่าการเข้าสังคมและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ทำให้สมองได้รับการกระตุ้น สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ได้ ผู้ที่มีระดับการศึกษาต่ำ – ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย – มักพบว่าเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์

วิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ไม่ใช่ภาวะที่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงได้

 

มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้เช่นเดียวกัน

การปฏิบัติตัวต่อไปนี้ส่งเสริมสุขภาพดีต่อหัวใจ และอาจลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้:


– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
– กินอาหารที่ทำจากผักผลไม้สด กินน้ำมันที่มีประโยชน์ และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ เช่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
– ปฏิบัติตามแนวทางการรักษาเพื่อจัดการกับภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน และคอเลสเตอรอลสูง
– งดการสูบบุหรี่

 

การศึกษาระยะยาวขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งในฟินแลนด์พบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตช่วยลดความเสื่อมทางความคิดของผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม โดยผู้ที่อยู่ในการศึกษาได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหาร การออกกำลังกาย และกิจกรรมทางสังคม

 

อีกการศึกษาที่ทำในประเทศออสเตรเลีย ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมจะได้รับการสอนเกี่ยวกับอาหาร การออกกำลังกาย และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอื่นๆ พวกเขามีผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจที่ดีขึ้นหลังจากเวลาผ่านไป 1, 2 และ 3 ปี เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับความรู้

 

การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทั้งทางด้านจิตใจและสังคมนั้นเชื่อมโยงกับทักษะการคิด และลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งรวมถึงการไปงานสังคมต่างๆ การอ่านหนังสือ การเต้นรำ การเล่นบอร์ดเกม การสร้างงานศิลปะ เล่นเครื่องดนตรี และกิจกรรมอื่นๆ

วิตามินป้องกันโรคอัลไซเมอร์

กินวิตามินป้องกันได้หรือไม่

ร่างกายมนุษย์ต้องการวิตามินที่จำเป็น 13 ชนิดเพื่อการทำงานตามปกติ วิตามินแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญในปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ทั่วร่างกายของเรา รวมถึงสมองด้วย และเนื่องจากเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะขาดสารอาหารเมื่อโรคสมองเสื่อมดำเนินไป สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือต้องดูแลโภชนาการให้ดีที่สุดหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองเสื่อม

ในบรรดาวิตามินที่จำเป็น 13 ชนิด การขาดวิตามินบี วิตามินดี และวิตามินซีอาจทำให้อาการสมองเสื่อมแย่ลงได้ ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับวิตามินเหล่านี้

นอกจากนี้ อาจพิจารณาสารอาหารเสริมที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ดังนี้:


– โคเอนไซม์คิวเท็น (coenzyme Q10)
– กรดอัลฟ่าไลโปอิค (alpha lipoic acid)
– สารสกัดจากใบแปะก๊วย (ginkgo biloba)
– ฟอสฟาติดิลซีรีน (phosphatidylserine)
– โอเมก้า-3 (Omega-3’s)
– อะเซทิล-แอล-คาร์นิทีน (acetyl-L-carnitine)

 

นอกจากนี้ อาจกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด เช่น พลาสมาโลเจน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากหอยเชลล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสื่อสารของเซลล์ประสาทและป้องกันการอักเสบ จากการศึกษาพบว่าระดับพลาสมาโลเจนที่ลดลงนั้นสัมพันธ์กับการเสื่อมของระบบการรับรู้ เกิดความอ่อนล้าของสมอง และก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคซึมเศร้า เป็นต้น

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช