อายุรแพทย์ผู้มีกีฬาในหัวใจ
– นพ. วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย –
ในวัยกว่า 60 ปี นายแพทย์ วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์หัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาล BNH ยังมีรูปร่างดีและหัวใจที่แข็งแรง ส่วนหนึ่งมาจากการออกกำลังกายเป็นประจำ และอีกส่วนมาจากความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะหัวใจ ที่ใช้ประยุกต์ควบคู่กับการออกกำลังกาย
กีฬาในหัวใจ
ด.ช.วิวัฒน์ โตมากับการว่ายน้ำในลำคลองย่านตลิ่งชัน หากจินตนาการฉากในหนังย้อนยุคที่มีกลุ่มเด็กกระโดดจากสะพานลงไปเล่นน้ำในคลอง ภาพวัยเด็กของคุณหมอในบ้านสวนชานเมืองกรุงเมื่อกว่า 50 ปีมาแล้วก็เป็นเช่นนั้น ต่างเพียงแต่ว่าไม่มีฉากออกไปยิงนกตกปลา
“ที่จริงก็เคยทำ แต่ไม่ชอบ เพราะยิงนกก็ไม่โดน ตกปลาก็ไม่ค่อยได้ เรียกว่าทำบาปไม่ขึ้น”
เขาเรียนในโรงเรียนจีนจนถึง ป. 4 คุณหมอในวัยเด็กพูดจีนกลางได้ฉะฉาน แต่หลังจากย้ายมาเรียนโรงเรียนไทยก็ไม่ได้มีโอกาสใช้ภาษาจีนกลางอีกเลยจนหลงลืมไปตามกาลเวลา เหลือแต่ภาษาจีนแต้จิ๋วที่ใช้ตามครอบครัวชาวจีน ซึ่งเขาก็บอกว่าน่าเสียดายเหมือนกันที่รู้ภาษาที่มีประโยชน์แต่ไม่ได้สานต่อ
หมอวิวัฒน์ชื่นชอบกีฬามาก เขามีกีฬาที่ชอบและถนัดอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะพวกที่ต้องใช้ไม้ตีโต้ อย่างแบตมินตัน เทนนิส ปิงปอง ตั้งแต่เด็ก แม้ว่าอุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวย เขาก็จะยกเอาเตียงไม้มาต่อขาแล้วตี แม้ว่าผู้เล่นไม่เอื้ออำนวย เขาก็จะตีโต้กับฝาบ้านเพียงลำพัง
หนึ่งในความฝันวัยเด็กของเขา คือได้โตไปเป็นนักกีฬา โดยที่อาชีพแพทย์ไม่เคยอยู่ในรายการเป้าหมายอนาคตเลย แต่สุดท้ายเขาก็ได้เป็นประธานชมรมกีฬา ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สนามกีฬาถัดไปหลังเรียนจบของเขาคือโรงพยาบาลอำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ที่ซึ่งเขาจับฉลากได้ไปใช้ทุน และก็กลายเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาด 10 เตียงนี้ทันทีที่ไปถึง
“เพราะทั้งโรงพยาบาลมีหมอแค่ 2 คน และหมอที่เป็นผู้อํานวยการคนก่อนเขาใช้ทุนครบแล้ว”
เนื่องจากชุมชนมีขนาดเล็ก โรงพยาบาลก็มีงานไม่มาก วันว่างของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการชวนชาวบ้านมาตีปิงปอง เล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน และขับรถมาตีแบตมินตันในอำเภอเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก
ชีวิต 3 ปีที่ใช้ทุนในจังหวัดสุรินทร์ของคุณหมอเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวามากไปกว่าการได้ค้นพบความสนใจในการดูแลคนไข้โรคหัวใจ และค้นพบพยาบาลสาวที่เอาหัวใจคุณหมอไปครอง
กลับมาเรียนต่ออายุรแพทย์โรคหัวใจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มชีวิตครอบครัว และเริ่มงานแพทย์เฉพาะทางครั้งแรกที่โรงพยาบาล BNH ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ 27 ปีแล้ว ที่หมอวิวัฒน์ให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นบ้านหลังที่สองโดยไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปอยู่ที่ไหน และในทุกจังหวะของชีวิต หมอวิวัฒน์ก็ยังมีกีฬาเป็นเพื่อนคู่กาย จนกลายเป็นหมอหัวใจที่เข้าใจคนเล่นกีฬา
ด้วยความสนใจเรื่อง Preventive Cardiology และได้มีโอกาสไปอบรมเรื่องนี้ที่รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล (ผู้อำนวยการโรงพยาบาล BNH ในปัจจุบัน) ก่อนกลับมาทำโปรแกรม Preventive Cardiology อย่างจริงจัง
“เราสามารถป้องกันและลดโอกาสเป็นโรคหัวใจในคนทั่วไป (Primary Prevention) และลดโอกาสเป็นซ้ำในคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจแล้ว (Secondary Prevention) ลงได้เป็นอย่างมาก ด้วยความรู้ทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นมากร่วมกับการปรับไลฟ์สไตล์และการใช้ยาอย่างเหมาะสม”
หัวใจกับกีฬา
“เอาความรู้เรื่องหัวใจและกีฬามาใช้ทั้งสองทาง ใช้กับตัวเองได้ กับครอบครัวได้ กับใครก็ได้ ทุกคนเหมือนกัน ต้องมีเรื่องสุขภาพและเรื่องหัวใจ”
หมอวิวัฒน์มีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งก็เล่นกีฬากับคุณพ่อมาแต่เด็ก คุณหมอเห็นว่าลูกมีแววและทักษะใช้ได้ ก็คอยส่งเสริมผลักดันอยู่ตลอดทั้งด้านการเงินและเวลา งานอดิเรกของคุณหมอกับลูกชายคือการเล่นปิงปอง ซึ่งหมอวิวัฒน์หันมาเล่นจริงจังที่สุดเพราะเป็นความชอบของลูกชาย ลูกของเขามีทักษะถึงระดับนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการมีพ่อเป็นคู่ซ้อม และอีกส่วนคือการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจโดยใช้ความรู้ทางการแพทย์เข้ามาช่วยอยู่เบื้องหลัง
“ถ้าออกกําลังกายเยอะขึ้น หัวใจทํางานหนักมากขึ้น ถ้าออกกำลังกายแรงมาก ๆ มันจะทําได้ไม่นาน เราจะทนไม่ได้ก็ต้องลดลง ถ้าสูงมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายได้ ก็ใช้ความรู้ด้านหัวใจนี่แหละมาฝึกความทนในการออกกําลังกาย”
หมอวิวัฒน์แนะนำผู้ที่ต้องการบริหารหัวใจและหลอดเลือด ให้หันมาเน้นเล่นคาร์ดิโอ แต่ไม่ควรเล่นเพียงอย่างเดียว ต้องรวมการออกกำลังกายด้านอื่น ๆ เข้ามาด้วย
“ทําร่วมกันมันก็มีประโยชน์กันคนละอย่าง แต่การออกกําลังกายที่เป็นเกม มันก็มีการใช้แรงใช้กําลังทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเร็วขึ้น มีประโยชน์เหมือนกัน แล้วก็ทำให้เพลิดเพลินกับมัน
“การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทุก ๆ คนควรจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือออกกำลังกายแล้วต้องไม่บาดเจ็บ คนอายุ 60 อย่างผมเนี่ย อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะเหลือแค่ประมาณ 160 ก็ออกกําลังกายให้อยู่ในโซนสั้น ๆ ไม่ต้องหนักมาก แต่สามารถทําได้เรื่อย ๆ แล้วเพิ่มความทนต่อการออกกําลังเอา ตอนนี้ผมก็ยังตีปิงปองบ้าง ตีแบตมินตันบ้างสลับกัน แต่แบตมินตันมันเป็นกีฬาที่หนัก อายุมากแล้วเล่นเยอะไม่ไหว หรือว่าถ้าไหวก็เป็นระดับที่มันไม่สูง ถ้าเล่นระดับสูงจะมีโอกาสบาดเจ็บสูงมาก เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกชนิดการออกกำลังกาย และระดับการเล่นให้เหมาะสมกับตัวเราเอง”
หากในคนอายุน้อยที่ไม่มีข้อจำกัดทางสุขภาพอะไร ก็ออกกำลังกายได้ทุกแบบ แต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าเริ่มอายุเยอะแล้ว คุณหมอก็แนะนำให้รับการตรวจสุขภาพ เพื่อที่จะได้รู้ข้อจำกัดของตัวเอง
“ผู้ชายอายุ 45 ปี ผู้หญิง 50 ปี หรือหมดประจําเดือนแล้ว ก็เริ่มมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้น ก็ควรตรวจก่อนไปออกกําลังกาย แล้วคนที่มีปัญหาหัวใจ กีฬาที่ไม่อยากให้เล่นคือกีฬาแนวยกเวท พอออกแรงต้านสุด ๆ มีความกดดันต่อหัวใจเยอะก็อาจจะเป็นอันตรายได้ ถ้าทําคาร์ดิโอแบบค่อยเป็นค่อยไปต่อเนื่องกัน ยกเวทเบา ๆ เน้นเคลื่อนไหวแต่ไม่เน้นหนัก ยืดร่างกายได้ บาลานซ์ได้ พวกนี้ไม่มีปัญหา”
ในวัย 60 กว่า หมอวิวัฒน์ยังคงออกกำลังกายเกือบทุกวัน ว่ายน้ำเป็นประจำ เล่นแบตมินตันอาทิตย์ละครั้ง ตีปิงปองอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง โดยมีกลุ่มเพื่อนที่ชวนกันไปออกกำลังกายด้วยกัน
ออกกำลังกายอะไรดีที่สุด
การออกกำลังกายอาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
ฝึกกล้ามเนื้อและน้ำหนัก (Resistance Training หรือWeight Training) ออกแรงต้านโดยใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย เพิ่มพละกำลังและมวลกล้ามเนื้อ
คาร์ดิโอ (Cardio) เน้นไปที่การขยับเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใหญ่ๆของร่างกายอย่างต่อเนื่องและไม่หนักเกินไป ที่มีผลต่ออัตราการเต้นหัวใจที่เร็วขึ้น แต่ไม่เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และหัวใจได้ดี
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) ช่วยคงความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
ฝึกการทรงตัว (Balancing) ช่วยในการยืนและเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมั่นคง
การเล่นกีฬาเช่นตีแบด ตีปิงปอง เทนนิส ฟุตบอล ไม่จัดเป็นการออกกำลังกายแบบใดแบบหนึ่งใน 4 แบบนี้ แต่ก็มีส่วนของการออกกำลังกายต่าง ๆ ผสมกัน
“ไม่มีคำตอบว่าการออกกำลังกายแบบใดดีที่สุด ถ้าทำผสมผสานได้ทุกอย่างคงดีที่สุด อย่างผมก็ทำอยู่หลายอย่างทั้งตีแบด ตีปิงปอง ว่ายน้ำ Weight บ้าง Stretching บ้าง ตอนหลังได้มาเรียนกอล์ฟบ้าง ก็ได้เรียนรู้กีฬาในมิติใหม่ ได้เจอผู้คนที่หลากหลายแตกต่างเพิ่มขึ้น”
หัวใจของคนไข้
ด้วยความที่โรคทางหัวใจและหลอดเลือดมักเรื้อรัง และต้องติดตามอาการกันอยู่ตลอด หมอวิวัฒน์จึงมีคนไข้ที่รักษาจนสนิทสนมกันหลายคน บางคนก็ทำบายพาสและดูแลกันมาจนคนไข้อายุใกล้ 100 ปี บางคนเป็นชาวต่างชาติที่กลับมาขอบคุณทุกครั้งที่ได้กลับมาเมืองไทย บางคนก็สนิทกันเพราะความรักในกีฬาที่เหมือนกัน
“แต่คนไข้ก็จะแอบไปกระซิบกับพยาบาลบอกว่าคุณหมอดุจัง”
ถึงจะมีมุมที่ดุบ้าง แต่คนไข้หลายคนก็ยังบอกว่าคุณหมอวิวัฒน์ใจดี
“บ้างก็บอกว่ารูปหล่อนะ”
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่คุณหมอมีคนไข้สนิทหลายราย คงเป็นเพราะความถูกจริต ทั้งคนป่วยโรคหัวใจที่ยังอยากแสดงความรักในกีฬา และความเข้าใจคนไข้ เพียงแค่รับฟังและรู้จักว่าธรรมชาติของเขาเป็นคนยังไง พยายามช่วยเหลือโดยไม่ไปฝีนนิสัยตามธรรมชาติของคนไข้ในทุกคำแนะนำ
พร้อมกันนั้น การป้องกันโดยไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยก่อนถึงมารักษา ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีของหมอวิวัฒน์ให้คนไข้ได้รับ Complete Care การดูแลแบบองค์รวมครบถ้วนรอบด้านทั้งก่อนป่วย ระหว่างป่วย และหลังป่วย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น การเช็กว่าคนไข้ได้รับวัคซีนที่จำเป็นแล้วหรือยัง แม้ว่าจะอยู่นอกเหนือขอบเขตของโรคหัวใจ แต่ก็ทำให้ลดโอกาสการเป็นโรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของโรงพยาบาลบีเอ็นเอชในการดูแลคนไข้
ชีวิตแต่ละวันของหมอวิวัฒน์ นอกเหนือจากการพยายามบรรเทาปัญหาของคนไข้แล้ว เขายังพยายามทำให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน
“วันนี้เรายังเป็นคนที่มีข้อเสียมีข้อบกพร่อง ซึ่งผมเชื่อว่ายังพัฒนาตัวเองได้ ก็ต้องเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ดีกว่าเมื่อวานนี้หน่อยก็ยังดี”
หัวใจไม่ฝืนธรรม “รู้ ตื่น นั้นเบิกบานจริงๆ”
ว่ากันว่า หากจะสอนคนอื่นได้ ตัวเองต้องทำให้ได้ก่อน ชีวิตและการออกกำลังกายของหมอวิวัฒน์ก็คงเป็นเช่นนั้น การเป็นตัวอย่างที่ดีทำให้คุณหมอมีมากกว่าความรู้เพื่อโน้มน้าวและแนะนำคนไข้ จนคนไข้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
โรคหัวใจก็เป็นไปตามหลักธรรมชาติ เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย ซึ่งมีอยู่มากมาย หลายปัจจัยก็อยู่เหนือความควบคุมของเราและเราไม่สามารถจัดการมันได้ เช่น กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ อายุ เพศ แต่อีกหลาย ๆ ปัจจัยที่เราสามารถปรับปรุง จัดการให้ดีขึ้นได้เช่น อาหาร การออกกำลังกาย การนอน การจัดการความเครียด การแสวงหาความรู้และเจริญสติปัญญา การหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษ เช่น บุหรี่ PM2.5 ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวที่เป็นความเสี่ยงต่อโรคหัวใจก็ต้องแก้ไข และรับการรักษาที่ถูกต้อง เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน
ชีวิตนั้นไม่แน่นอน ยิ่งความเจ็บป่วยยิ่งมีความไม่แน่นอนสูงมากเนื่องจากเหตุปัจจัยมีเยอะ มีทั้งปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน ทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้ และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่วิธีรับมือกับความไม่แน่นอนนั้นยังทำได้อยู่โดยการแยกปัจจัยที่เราสามารถควบคุมจัดการได้ แล้วจัดการปัจจัยนั้นให้ดีที่สุด ส่วนปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ก็ปล่อยให้ธรรมชาติจัดการไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดีที่สุดแล้ว
การได้เรียนแพทย์ ได้เรียนเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย และการได้ดูลูกชายแข่งขันกีฬาในระดับสูง ทำให้ได้ศึกษาเรื่อง สมาธิ การโฟกัส ความละเอียดของจิต และการมีสติ ประกอบกับการได้ฟังธรรมเทศนาของพระอาจารย์ต่าง ๆ อยู่บ้าง ทำให้มีความเข้าใจเรื่อง ศีล สมาธิ สติ ปัญญา ไตรลักษณ์ และอริยสัจ4 ซึ่งสอดคล้องกับพุทธวิถี นำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ทำให้ใจสงบ และเป็นสุข
“ร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่สงบ เป็นสุข = สุขภาพดี”
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
นพ. วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย
WIWAT SANGLERTSILPCHAI, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แพทยสภา, อายุรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาษา
จีน
ไทย
อังกฤษ
เพศ
ชาย
ตารางออกตรวจ
ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 09:00 - 15:00 |
| อังคาร | 09:00 - 09:30 |
| พุธ | 15:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 13:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 15:00 |
| เสาร์ | - |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย