หมอต่อมฯ สายลุย ที่กล้าแตกต่างเพื่อเป็นตัวเอง
– พญ. โชติวรรณ ตันวัฒนานิกุล –
เมื่อมาพบ พญ. โชติวรรณ ตันวัฒนานิกุล อายุรแพทย์ด้านระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ประจำศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม โรงพยาบาล BNH คุณจะเห็นผู้หญิง Extrovert ที่ชอบแต่งตัว พูดจาฉะฉาน และเปี่ยมไปด้วยพลังในตัวเอง คุณหมอนับเป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านชีวิตโลดโผน และกล้าแตกต่างเพื่อเป็นตัวเอง
สาวจากครอบครัวคนจีนในแดนใต้
“คุณพ่อใฝ่ฝันว่าอยากให้ลูกเรียนหมอ เพราะว่าตัวท่านเองเป็นคนหัวดี แต่ไม่สามารถเรียนจนสูงเนื่องจากต้องมาช่วยทํามาหากินเพื่อเลี้ยงดูน้อง ๆ”
แม้คุณพ่อของหมอโชติวรรณจะสมหวังที่ได้มีลูกเรียนหมอ แต่เขาก็ไม่เคยได้ชื่นชมความสำเร็จนั้นเพราะท่านด่วนจากไปก่อนที่เธอจะได้เป็นนักศึกษาแพทย์ หลังสูญเสียคุณพ่อได้ไม่นาน คุณปู่ก็ล้มป่วยลง ท่านฝากความหวังไว้ก่อนเสียชีวิตว่าอยากให้มีใครสักคนในครอบครัวได้เป็นแพทย์ และนี่คือสองเหตุผลหลักที่ทำให้คุณหมอเลือกมาเป็นหมอ
ในครอบครัวคนจีนฮกเกี้ยนขนาดใหญ่ฐานะปานกลางในอำเภอเมืองภูเก็ต โชติวรรณเติบโตมากับขนบธรรมเนียมจีนที่เข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นวันตรุษ วันสารท วันเช็งเม้ง ของเซ่นไหว้ รวมถึงความเชื่อต่าง ๆ ผู้ใหญ่ในบ้านยังคงรักษาทุกอย่างไว้อย่างเคร่งครัด แม้ว่าบรรพบุรุษจะจากแผ่นดินจีนมาร่วมร้อยปีแล้ว รวมถึงภาษาฮกเกี้ยนที่โชติวรรณเคยพูดได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ก็ห่างหายไปเมื่อเธอเข้าโรงเรียน จนหลงลืมไปในที่สุด
“พ่อแม่ยืนยันว่าตอนเด็ก ๆ หมอพูดภาษาจีนได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรอยู่ในหัว บางคําพอมีคนพูดขึ้นมา มันก็คุ้นหูนะ เหมือนเคยได้ยิน สงสัยอยู่ในหลืบสมองส่วนลึก”
จำนวนสมาชิกในครอบครัวเกือบ 20 คน ที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทำให้โชติวรรณไม่เคยเหงา เมื่อเบื่อก็มีเพื่อนเล่นด้วย เมื่อต้องการความช่วยเหลือ ญาติผู้ใหญ่ทุกคนก็พร้อมมอบให้
“ในบ้านที่เติบโตมาก็จะมีทั้งน้องชายและลูกพี่ลูกน้องประมาณ 4-5 คน วิ่งเล่นกันในบ้าน พอเรามีกันหลายรุ่น ได้คุยกัน สื่อสารกัน อยู่ด้วยกัน มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะที่อยู่ในครอบครัวขยาย มันอบอุ่น ต่อให้พ่อแม่ไม่ว่าง เราก็มีคนอื่นดูแล สมมุติวันนี้พ่อแม่ไม่ว่างไปรับที่โรงเรียน คุณอาก็ไปแทน และเราก็พบว่าข้อดีของครอบครัวใหญ่ คือคนที่โตมาจะรู้วิธีการสื่อสารกับคนต่างวัย”
ชีวิตที่ครึกครื้นและมีผู้คนล้อมรอบอยู่ตลอดเวลายังมีผลต่อบุคลิกภาพของโชติวรรณ เธอมั่นใจในตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าเป็นตัวของตัวเอง แม้จะเป็นนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเด็กเรียนดี แต่เธอก็ชอบทำกิจกรรม และเป็นตัวแทนพูดโต้วาทีตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนเข้ามหาวิทยาลัย
“ตอนนั้นค้นพบว่าตัวเองเป็นคนคุยเก่ง ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กเรียนในยุคนั้นจะพูดไม่ค่อยเก่ง เราก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คน Introvert”
ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นศพ.โชติวรรณ มักขึ้นเวทีโต้วาทีในฐานะตัวแทนคณะแพทยศาสตร์ตั้งแต่เข้าเรียนในชั้นปีที่ 1 ประสบการณ์ชีวิตที่มีสีสันของคุณหมอเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้เธอเป็นคนเข้าใจคน เข้าใจสถานการณ์ และรู้จักศาสตร์และศิลป์ในการโน้มใจคน
จากผู้อำนวยการสู่ทีมรักษาพยาบาลสึนามิ
จบแพทย์มาแล้ว หมอโชติวรรณเลือกไปใช้ทุนในโรงพยาบาลขนาดเล็กที่จังหวัดน่าน รับราชการได้ปีกว่า ๆ เธอก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งเป็นยุคเดียวกับที่มีการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายบัตรสุขภาพประจำครอบครัว สู่ ‘30 บาท รักษาทุกโรค’เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เธอจึงต้องประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่รับรู้ และบังคับใช้จริงในโรงพยาบาล
“ตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตที่ได้ประสบการณ์เยอะมาก แล้วมีความสุข มีอิสระ ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ ได้ทํางานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาพยาบาล ได้ทํางานบริหาร”
และแม้ว่ามันจะเป็นประสบการณ์อีกอย่างที่คงไม่มีโอกาสได้เจอบ่อยนักในวัยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แต่คุณหมอก็ได้ค้นพบว่าเธอไม่ค่อยชอบการทำงานบริหารที่ต้องคอยเข้าประชุมอยู่ตลอดเกือบทุกวัน หรือเป็นตัวแทนองค์กรรับผิดชอบการตัดสินใจในโครงการใหญ่ ๆ อย่างงบประมาณจากรัฐบาล ไปจนถึงการก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่ถนัด เมื่อใช้ทุนครบ 3 ปี หมอโชติวรรณจึงเลือกกลับมาเรียนต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
“หมอเลือกเรียนอายุรกรรม เพราะดูแลได้หลายระบบทั่วร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า จบมาก็คิดว่าอยากเรียนต่อสาขาย่อยที่ยังได้ดูคนทั้งตัว สุดท้ายก็เรียนเป็นคุณหมอทางด้านต่อมไร้ท่อ”
ระหว่างเรียนอายุรกรรม ก็เกิดเหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิถล่มจังหวัดชายฝั่งอันดามันในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 หมอโชติวรรณอาสาเป็นตัวแทนแผนกอายุรกรรมลงไปช่วยผู้ประสบภัยในจังหวัดพังงาและภูเก็ตบ้านเกิดของเธอ
“วันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุ เราลงไปกับทีมกู้ภัยญี่ปุ่น ไปกับเครื่องของการบินไทย ไปเขาหลักวันนึง แล้วก็ไปอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตต่อ คนไข้เยอะมาก เราเป็นคนท้องถิ่นรู้จักบริเวณนั้นเป็นอย่างดีเลยไม่มีปัญหาในการปรับตัวกับผู้คนท้องถิ่น รวมทั้งการสื่อสารก็ทำได้ง่ายเพราะคุ้นเคยกับภาษาท้องถิ่นเป็นอย่างดี ก็อยู่ที่นั่นประมาณอาทิตย์นึงได้
“สิ่งที่เห็นทําให้คิดถึงมรณานุสติ เราไม่รู้หรอกว่าวันไหนเราจะจากไป แล้วก็ได้เห็นว่าในเวลาที่ลำบาก มนุษย์เราก็ช่วยเหลือกัน คนไทย คนต่างชาติ ต่างช่วยเหลือกัน แล้วก็บุคลากรทางการแพทย์ในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือรัฐบาล ก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ ประเทศไทยมีศักยภาพในการช่วยเหลือระดับนึง แต่มันเป็นเหตุภัยพิบัติซึ่งผู้ประสบภัยนับพัน จึงทำให้ไม่สามารถดูแลผู้ประสบภัยได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน”
เรียนจบสาขาเฉพาะทาง คุณหมอได้เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลในจังหวัดทางภาคใต้ และก็มาเริ่มงานที่โรงพยาบาล BNH เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเธอก็ชื่นชอบสังคมขนาดเล็กของบุคลากรที่อบอุ่นเหมือนครอบครัว ทั้งความใกล้ชิดสนิทสนมที่ทำให้การติดต่อสื่อสารภายในทำได้ง่าย จึงดูแลคนไข้ได้อย่างใกล้ชิด และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม หรือ Complete Care ตามแนวความคิดและนโยบายของ นายแพทย์นพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล BNH ก็สามารถทำได้ดีเพราะคุณหมอแต่ละแผนกสามารถทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการได้อย่างสะดวกใจ
สนุกที่ได้รักสุขภาพ
“พื้นฐานที่เราทําอาชีพด้านสุขภาพ ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารไขมันต่ำ แป้งไม่ขัดสี ชอบกินผักเป็นหลัก กินสลัดได้ทุกวัน รู้สึกว่ารสชาติดี กินแล้วก็สบายตัว ที่สําคัญคือขับถ่ายคล่อง แล้วก็สุขภาพดี
“หมอยังแบ่งเวลาไปออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน เพราะมองว่าถึงมีเงินมากมาย แต่ว่าสุขภาพย่ำแย่ แล้วต้องมานั่งรักษาตัวช่วงเกษียณ แทนที่จะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข มันก็ดูไม่ยุติธรรมกับตัวเราเอง สุขภาพดีหาซื้อไม่ได้ อยากได้ต้องทำเอง ถ้ารอป่วยแล้วค่อยมารักษาหรือออกกําลังกาย ก็คงจะสายเกินไป เพราะบางโรค บางภาวะ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดหรือกู้คืนการทำงานของอวัยวะได้อีก ถ้าสูญเสียการทำงานไป”
ในวัย 50 ปี คุณหมอโชติวรรณยังคงมีรูปร่างสมส่วนและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งได้จากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เธอชอบออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่เน้นอัตราการเต้นของหัวใจ อย่างการปั่นจักรยาน วิ่ง เดินเร็วหรือว่ายน้ำ
“อันที่จริงหมอเป็นคนมีปัญหากับกีฬาที่ต้องใช้การกะระยะและอาศัยความแม่นยำ เช่น แบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส เราก็ตีไม่โดนลูก บาสเกตบอลก็โดนลูกอัดหน้า เลยต้องไปเล่นกีฬาอะไรที่ไม่ต้องใช้ความแม่นยํา เช่น ว่ายน้ำไปเฉย ๆ วิ่งไปเรื่อย ๆ อย่างถ้าไปเต้นแอโรบิคในคลาสใหญ่ ๆ เราก็มักจะไปขวางเค้า เราไม่ได้ตั้งใจ แต่รู้ตัวอีกที ครูที่นําเต้นก็จะตะโกนบอกให้เราทำท่าให้เหมือนคนอื่น หรือเต้นให้ตรงตามแถวด้วย”
ช่วงสามปีที่ผ่านมา หมอโชติวรรณค้นพบความชอบใหม่ในการปีนผาจำลอง ซึ่งโดยทั่วไปจะมี 2 แบบให้เลือกเล่น คือ กำแพงเตี้ยที่ปีนตัวเปล่าได้เลย และแบบกำแพงสูงที่ต้องใช้อุปกรณ์เซฟตี้อย่างเชือกสลิง หากเกิดเหตุผิดพลาด โอกาสตกลงมาได้รับอันตรายก็น้อย หรือเมื่อจะลงจากกำแพง ก็โรยตัวลงมาได้เลย โดยคุณหมอมักเล่นแบบที่สอง
“ไปดูซีรีส์เรื่องหนึ่ง นางเอกพยายามทำทุกอย่างตามชายหนุ่มที่เแอบชอบ แล้วก็ไปปีนผาจําลอง แต่ก็กลัวจนลงมาไม่ได้ หมอเลยรู้สึกว่าอยากลองเล่นกีฬาชนิดนี้ดูบ้าง ไม่ใช่ว่าอยากเป็นนางเอกนะ แล้วก็พบว่ามันเป็นกีฬาที่น่าสนใจท้าทายดีสำหรับคนวัย 50 ปี อย่างเรา”
คุณหมอโชติวรรณเคยปีนไปสูงสุดที่ความสูงราวตึก 4 ชั้น แม้ไม่ใช่ความสูงที่สูงจนตะลึง แต่ทั้งระหว่างทางและปลายทาง เธอก็ค้นพบอะไรหลายอย่าง ทั้งอิสรภาพ การเผชิญความท้าทายใหม่ และความรู้สึกมีความสุขที่ประสบความเร็จในสิ่งง่าย ๆ ที่อาศัยความกล้าในการเริ่มทำ
“มันเหมือนเรามีเคสนึงที่ยิ่งทำ ก็ยิ่งยากขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าเราทำได้ บางทีการเปลี่ยนโลเคชั่นก็ทําให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ด้วยอะไรเพียงเล็กน้อย ปกติเวลาเราขึ้นไปบนตึกสูง เราก็จะอยู่แต่ในตึก เราไม่ได้ขึ้นไปแบบตัวเปล่าที่มีแค่เชือกสลิงเหมือนตอนปีนผาจำลอง เลยได้ประสบการณ์แปลกใหม่เมื่ออยู่บนที่สูง”
การดูแลตัวเองของคุณหมอเปลี่ยนจากความจำเป็นเป็นความชอบ และเป็นความสนุก นอกจากนี้ หมอโชติวรรณยังมีอีกแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร คือการได้เห็นตัวเองดูดีในเสื้อผ้าสวย ๆ
แตกต่างแต่เป็นตัวเอง
“ถ้าเราอยากใส่ชุดว่ายน้ำให้สวย เราก็ต้องมีรูปร่างดี เราก็ต้องควบคุมอาหารและออกกําลังกาย เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองไปออกกําลังกาย หมอก็จะซื้อกางเกงออกกำลังกายสวย ๆ รองเท้าผ้าใบเท่ ๆ แล้วก็ออกไปวิ่งด้วยอุปกรณ์ที่เราเตรียมมา นี่คือแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง ที่จริงการออกกําลังกายไม่ใช่สิ่งที่หมออยากทํา เพราะมันทั้งเหนื่อยทั้งเสียเวลา ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เราก็ทําให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว”
กระโปรงยาวลายกราฟิกผ้าเนื้อดี เสื้อเชิ้ตสีสันสดใส รองเท้าส้นเข็ม กระเป๋าเท่ ๆ ประทินผิวด้วยน้ำหอมที่เปลี่ยนกลิ่นรายวันเพราะคุณหมอชอบสะสมน้ำหอม เครื่องแต่งกายที่มาพร้อมเสื้อกาวน์ของคุณหมอโชติวรรณเหล่านี้ทำให้เธอดูแตกต่างจากภาพจำของคุณหมอซึ่งดูเคร่งขรึมในชุดสีคุมโทน
“ถ้าแฟชั่นช่วงนี้เขาไว้ผมยาวกัน เราก็จะไปตัดผมสั้น ถ้าเขาไว้ผมตรงกัน ก็ไปดัดผมหยิก เราไม่ได้อยากเด่น แต่รู้สึกไม่อยากทำอะไรซ้ำ ๆ เดิมๆเหมือนที่เห็นอยู่ทุกวัน อาจเพราะเป็นคนที่เบื่อง่าย เลยอยากทำอะไรแนวแปลกๆดูบ้าง แนวแบบแต่งตัวไปงานแล้วผิดธีมจะเกิดเป็นประจำ ก็เริ่มจากอ่านธีมงานแล้วเข้าใจผิดเลยแต่งตัวไม่เหมือนคนอื่น ๆ จะว่าเป็นความสะเพร่าก็ได้ แต่ช่วงหลัง ๆ มา เราแต่งตัวตามที่ชอบแล้วสบายใจดี เลยทำต่อ ๆ มา
“เวลาทํางาน เราก็ทํางานจริง เวลาเล่น ก็เล่นจัดเลย ถ้าออกไปเที่ยวแล้วไม่มีคนรู้จัก เราก็เต้นกลางฟลอร์เต็มที่ หมอไม่ใช่สายเต้น แต่เป็นคนที่ Enjoy the Moment ถ้าเป็นเวลาที่เขาให้เต้น หมอจะไม่ใช่คนที่มานั่งอยู่เฉย ๆ จะสนุกเต็มที่ ไม่สนว่าท่าเต้นจะเป็นของรุ่นยุค 80 หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มาสนใจว่าใครจะมองว่าท่าเต้นเป็นยังไง เป็นคนไม่ห่วงภาพลักษณ์เท่าไหร่ แต่ต้องถูกกาลเทศะ”
ผู้หญิงสายลุย
จากเรื่องราวของคุณหมอในข้างต้น ก็น่าจะพอคาดเดาได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสายลุย ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ ด้วยอายุและหน้าที่การงาน เธอจะลดความลุยแบบสมบุกสมบันลงเยอะแล้ว แต่สมัยที่จบมาใช้ทุนในโรงพยาบาลขนาดเล็กที่น่าน คุณหมอโชติวรรณพร้อมสมัครพรรคพวกบุคลากรในโรงพยาบาลก็ผลัดกันขับรถออกสำรวจภาคเหนือในวันที่ว่างตรงกัน
“เคยขับรถขึ้นเขากัน เจอบางช่วงมันคดเคี้ยวจนเกือบแหกโค้งตกเหว ครั้งหนึ่งที่ไปออกหน่วยกับโรงพยาบาล ตอนนั่งขากลับรถต้องวิ่งขึ้นเขา ปรากฏว่ามีชาวบ้านเผาป่าเพื่อไล่จับสัตว์ ข้างทางด้านนึงของรถก็เป็นทะเลไฟไล่ตามไหล่ถนน อีกข้างเป็นหน้าผา ตอนนั้นยังคิดเลยว่าเหมือนฉากในหนังแอคชั่นเรื่อง Die Hard ยุค ปี 80 แล้วรถกระบะโรงพยาบาลก็วิ่งผ่านเปลวไฟไป ส่วนคนในรถทุกคนก็ต้องหลบลงข้างเบาะเพื่อจะได้ไม่โดนเปลวไฟเผาตัว ตอนนั้นรู้สึกสนุกมาก แต่ที่จริงมันอันตรายมาก”
หมอโชติวรรณมองย้อนไปถึงประสบการณ์ในอดีตที่ตอนนี้เป็นเพียงภาพความทรงจำสีจางที่เธอคงไม่มีโอกาสได้ทำเรื่องโลดโผนเช่นนั้นอีกแล้ว แต่คุณหมอก็ยังคงรักษาบุคลิคลุย ๆ และนำจิตวิญญาณนักผจญภัยไปลงกับสิ่งที่ยังทำได้ภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบันอย่างการปีนผา เธอยังสนับสนุนให้ทุกคนใช้ชีวิตวัยรุ่นไขว่คว้าประสบการณ์ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด และนี่ก็เป็นแนวทางการเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวของเธอที่ตอนนี้เข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัวแล้ว
“แค่อยากเลี้ยงลูกให้เขามีความสุข ให้เขาเป็นตัวเอง ได้ใช้ชีวิตและหาประสบการณ์กับช่วงเวลาอันมีคุณค่าของเขาได้ยาวนานที่สุด ส่วนกับเราก็มีชวนเขาไปเล่นกีฬา ไปยิมฯด้วยกัน หาพวกหนังหรือซีรีส์มาดูด้วยกัน แล้วถกกันเกี่ยวกับเรื่องที่ดู พยายามรักษาช่วงเวลาที่จะสร้างสัมพันธ์อันเหนียวแน่นและแข็งแกร่งในครอบครัวให้ยาวนาน”
“คุณค่าของชีวิตคือการได้ทําเพื่อคนอื่น แค่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการแต่งเติมให้ชีวิตคนอื่นได้มีประสบการณ์ดี ๆ หมออยากให้คนจดจำแค่นั้นพอ”
หมอโชติวรรณมีประสบการณ์ชีวิตโลดโผนมาหลายอย่าง บางสิ่งเป็นเพียงอดีต บางสิ่งยังได้ทำในปัจจุบัน แต่ทุกอย่างสร้างคุณหมอพลังบวกที่พร้อมลุยเพื่อคนไข้ และสร้างแบบอย่างของคนที่กล้าแตกต่างเพื่อเป็นตัวเอง โดยไม่ลดทอนคุณค่าในสิ่งดี ๆ ที่เธอได้ทำ
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. โชติวรรณ ตันวัฒนานิกุล
CHOTIWAN TANWATTANANIKUL, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม, โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
แพทยสภา, อายุรศาสตร์, โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิซึม
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | - |
| อังคาร | 09:00 - 16:00 |
| พุธ | 09:00 - 16:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 16:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 16:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 15:00 |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย