fbpx

โรคปอดอักเสบ หรือปอดบวม (Pneumonia)

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

โรคปอดอักเสบเกิดจากปอดติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา ทำให้เกิดการอักเสบในถุงลมของปอดข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง หากถุงเหล่านี้เต็มไปด้วยของเหลวหรือหนอง จะทำให้หายใจลำบาก และการติดเชื้ออาจลุกลามจนเสียชีวิตได้

 

โรคปอดอักเสบ Pneumonia

ปอดติดเชื้อ

โรคปอดอักเสบเกิดจากการที่ปอดติดเชื้อ อาจเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย โรคปอดอักเสบเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านการสูดละอองฝอยในอากาศจากการจามหรือไอ
นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสกับพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค โรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อราในสิ่งแวดล้อม จะไม่แพร่กระจายจากคนสู่คน

 

โรคปอดอักเสบจำแนกตามสถานที่หรือวิธีการที่ได้รับเชื้อมา ได้แก่:

1. ปอดอักเสบติดเชื้อที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล (Hospital Acquired Pneumonia; HAP) โรคปอดอักเสบจากแบคทีเรียชนิดนี้เกิดขึ้นระหว่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อาจร้ายแรงกว่าชนิดอื่นๆ เนื่องจากแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องอาจดื้อต่อยาปฏิชีวนะ
2. โรคปอดอักเสบชุมชน (Community-acquired Pneumonia; CAP) ซึ่งหมายถึงโรคปอดอักเสบที่ได้มาจากนอกสถานพยาบาล
3. โรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator- associated. pneumonia; VAP) เกิดขึ้นเมื่อผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจเกิดโรคปอดอักเสบ
4. โรคปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) เกิดจากการหายใจเอาแบคทีเรียจากอาหาร เครื่องดื่ม หรือน้ำลายเข้าไปในปอดทำให้เกิดโรคปอดอักเสบจากการสำลักอาหาร ผู้ที่มีปัญหาในการกลืนหรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ความรู้สึกตัวลดลงมักมีแนวโน้มที่จะมีปัญหานี้

 

อาการของโรคปอดอักเสบ

อาการของโรคปอดอักเสบอาจมีตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ อาการเหล่านี้ได้แก่

– ไอมีเสมหะ
– ไข้
– เหงื่อออกหรือหนาวสั่น
– หายใจถี่ขณะทำกิจกรรมตามปกติ หรือแม้แต่ขณะพัก
– อาการเจ็บหน้าอกที่แย่ลงเมื่อหายใจหรือไอ
– รู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อยล้า
– สูญเสียความอยากอาหาร
– คลื่นไส้หรืออาเจียน
– ปวดศีรษะ

อาการอื่นๆ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพผู้ป่วย ณ ขณะนั้น เช่น
– ในเด็กทารกอาจไม่มีอาการ แต่บางครั้งอาจอาเจียน อ่อนแรง หรือมีปัญหาในการกินอาหาร
– ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาจหายใจเร็วหรือหายใจมีเสียงหวีด
– ผู้สูงอายุอาจมีอาการเล็กน้อย แต่อาจมีอาการสับสนหรืออุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ

 

สาเหตุของโรคปอดอักเสบ

ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ

“โรคปอดอักเสบเกิดขึ้นเมื่อเชื้อโรคเข้าไปในปอดทำให้ปอดเกิดการติดเชื้อ ปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อส่งผลให้เกิดถุงลมในปอดอักเสบ การอักเสบนี้อาจทำให้ถุงลมเต็มไปด้วยหนองและของเหลว ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบสามารถเกิดได้ทั้งจากแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา”

 

ปัจจัยเสี่ยง

ทุกคนสามารถเป็นโรคปอดอักเสบได้ แต่มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคมากกว่าปกติ ได้แก่:

– ทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี
– ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
– ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเนื่องจาก การตั้งครรภ์ ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์หรือยารักษามะเร็งบางชนิด
– ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจล้มเหลว โรคตับ โรคไต เป็นต้น
– ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ
– ผู้ที่มีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการกลืนหรือไอ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง บาดเจ็บที่ศีรษะ ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน
– ผู้ที่สัมผัสกับสารก่อการระคายเคืองต่อปอดเป็นประจำ เช่น มลพิษทางอากาศและควันพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะทำงาน
– ผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด เช่น เรือนจำหรือบ้านพักคนชรา
– ผู้ที่สูบบุหรี่ ซึ่งทำให้ร่างกายกำจัดเสมหะในทางเดินหายใจได้ยากขึ้น
– ผู้ที่ใช้ยาหรือดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และการใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลให้ง่วงนอน ทำให้เพิ่มโอกาสที่จะสำลักน้ำลายหรืออาเจียนเข้าไปในปอดได้มากขึ้น

 

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย รวมถึงการฟังปอดเพื่อหาเสียงผิดปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ เอ็กซ์เรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจเสมหะ เป็นต้น

 

การรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของโรคปอดอักเสบที่เป็นอยู่ ความรุนแรงและโรคร่วมอื่นๆ

แพทย์อาจสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะในรูปแบบรับประทานสำหรับอาการปอดอักเสบ ซึ่งยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่สามารถรักษาโรคปอดอักเสบจากแบคทีเรียได้ ควรกินยาปฏิชีวนะให้ครบคอร์สเสมอ แม้ว่าจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งหากกินไม่ครบตามแพทย์สั่ง เชื้ออาจถูกกำจัดออกจากร่างกายไม่หมด และการรักษาจะหายได้ยากขึ้นในอนาคต

 

ยาปฏิชีวนะไม่สามารถใช้ได้กับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส แพทย์อาจสั่งยาต้านไวรัส และบางครั้งโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองจากการรักษาตัวที่บ้าน

 

ยาต้านเชื้อราใช้ในการรักษาโรคปอดอักเสบจากเชื้อรา ซึ่งโดยปกติแล้วการรักษาจะใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อกำจัดเชื้อ

ปอดติดเชื้อหายเองได้ไหม และกี่วันหาย

การรักษาโรคปอดอักเสบเกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะติดเชื้อและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ผู้ที่เป็นโรคปอดอักเสบชุมชนสามารถรักษาที่บ้านได้ด้วยยา แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะบรรเทาลงในสองสามวันหรือหลายสัปดาห์ แต่ความรู้สึกเหนื่อยล้าอาจคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น

หากอาการปอดอักเสบรุนแรงมากหรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วย อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ และการหายใจได้ และอาจได้รับยาปฏิชีวนะฉีดเข้าเส้นเลือด และได้รับออกซิเจน เป็นต้น

 

โรคแทรกซ้อน

หากมีโรคปอดอักเสบแล้วไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ภาวะแทรกซ้อนมักเกิดขึ้นโดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อนอาจรวมถึง:

1. อาการของโรคเรื้อรังแย่ลง หากผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพบางอย่างอยู่แล้ว โรคปอดอักเสบอาจทำให้อาการแย่ลงได้ รวมถึงภาวะหัวใจล้มเหลว ในบางรายอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย
2. การติดเชื้อในกระแสเลือด โดยแบคทีเรียจากการติดเชื้อปอดอักเสบอาจแพร่กระจายไปยังกระแสเลือด ซึ่งสามารถนำไปสู่ความดันโลหิตต่ำจนเป็นอันตราย เกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อ และในบางกรณี อวัยวะภายในทำงานล้มเหลว
3. ฝีในปอดจากปอดมีหนอง การใช้ยาปฏิชีวนะสามารถรักษาได้ แต่บางครั้งอาจต้องระบายหรือผ่าตัดเอาหนองออก
4. ภาวะหายใจลำบาก ผู้ป่วยอาจมีปัญหาในการได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
5. ภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่รุนแรงจากการเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว เป็นเหตุฉุกเฉิน ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
6. ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หากไม่รักษาโรคปอดอักเสบ อาจมีของเหลวรอบๆ ปอดในเยื่อหุ้มปอด เยื่อหุ้มปอดเป็นเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านนอกของปอดและด้านในของซี่โครง ของเหลวดังกล่าวอาจติดเชื้อและจำเป็นต้องระบายออก
7. ไต หัวใจ และตับถูกทำลาย อวัยวะเหล่านี้อาจเสียหายหากไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ หรือหากเกิดปฏิกิริยาต่อระบบภูมิคุ้มกันมากเกินไป
8. เสียชีวิต ในบางกรณี โรคปอดอักเสบอาจถึงแก่ชีวิตได้ จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในสหรัฐอเมริกา (CDC) ในปี 2562 ผู้ป่วยเกือบ 44,000 คนในสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ

 

การป้องกันโรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบสามารถป้องกันได้

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ
มีวัคซีนหลายชนิดที่ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบได้ ตัวอย่างเช่น วัคซีน Prevnar 13 และ Pneumovax 23

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
โรคปอดอักเสบมักเป็นอาการแทรกซ้อนของไข้หวัด ดังนั้นควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีด้วย โดยแนะนำให้ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปรับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่หากได้รับวัคซีน ก็จะมีแนวโน้มที่จะมีอาการเจ็บป่วยน้อยลงและสั้นลง รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยลงด้วย

 

เคล็ดลับการป้องกันโรคปอดอักเสบอื่น ๆ

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น


– เลิกบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคปอดอักเสบ
– ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อกำจัดเชื้อโรค
– ปิดปากเวลาไอและจาม ทิ้งทิชชู่ที่ใช้แล้วทันที
– มีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน พักผ่อนอย่างเพียงพอ กินอาหารให้สมดุล และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

LUNG-icon2

คนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอด

คนต่อวัน
0

มะเร็งปอด

แม้ว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทำให้คนเสียชีวิต แต่เรามักจะไม่เห็นผลกระทบโดยตรงของมัน แต่ผลของ PM2.5 มันซ่อนอยู่ในมะเร็งปอด และ โรคหัวใจและหลอดเลือด

“โรคมะเร็งปอด”

ถือเป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อย พบมากเป็นอันดับ 2 ในเพศชาย
และอันดับ 5 ในเพศหญิง

แต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 17,222 ราย
ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 14,586 ราย หรือคิดเป็น 40 คนต่อวัน

โรคมะเร็งปอด คือ​

“โรคที่เซลล์ในปอดเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้”

มะเร็งอาจเริ่มต้นที่ปอด และแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หรือมะเร็งจากอวัยวะอื่นอาจจะแพร่กระจายไปยังปอดได้เช่นกัน

อาการของโรคมะเร็งปอด |
โดยส่วนใหญ่มักจะไม่เกิดอาการ จนกว่ามะเร็งจะดำเนินไปสู่ ระยะ 3 ขึ้นไป

"นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดจึงเป็นเรื่องสำคัญ"

ผู้เป็นมะเร็งปอดอาจมีอาการเหล่านี้:

  • อาการเจ็บหน้าอกหรือรู้สึกไม่สบาย
  • อาการไอที่ไม่หาย หรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป
  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงวี๊ด
  • ไอมีเสมหะเป็นเลือด
  • เสียงแหบ
  • ไม่อยากอาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • มีปัญหาในการกลืน
  • มีอาการบวมที่ใบหน้าและ/หรือเส้นเลือดที่คอ

ใครบ้าง มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด?

  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีประวัติสูบบุหรี่ที่อายุมากกว่า 45 ปี
  • ผู้มีบุคคลในครอบครัวสุบบุหรี่ หรือใกล้ชิดคนสูบบุหรี่
  • ผู้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องรับมลภาวะและสารพิษต่างๆ
  • มีประวัติคนในครอบครัวทางสายเลือดเป็นมะเร็งปอด
  • ผู้ที่มีอาการไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการมะเร็งปอด มักพบเมื่ออยู่ในระยะลุกลามแล้ว หากตรวจพบมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โอกาสหายขาดสูงถึง 90%

โดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง

ด้วยเครื่องมือ Spectral CT ที่ทันสมัย ได้รับพัฒนาระดับ  Advanced Technology

ซื้อ แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด โดย BNH Hospital ได้ที่ไหนบ้าง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก