✨Translated by AI

A Happy Family and the Joy of Orthodontics: Dr. Benjawan Kanjanaplang

หนึ่งในงานทันตกรรมที่คนไข้ต้องรักษายาวนานที่สุด คงหนีไม่พ้นการจัดฟัน ที่ยิ่งหากคนไข้มีความผิดปกติในช่องปากแล้ว การจัดฟันปกติที่นานแล้ว ก็ต้องยาวนานขึ้นไปอีก จากการรักษาความผิดปกติเหล่านั้นควบคู่กับการวางแผนจัดฟัน ซึ่ง ทพญ. เบญจวรรณ กาญจนปลั่ง ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟัน ประจำโรงพยาบาล BNH ก็ต้องอยู่ในทุกกระบวนการรักษาปัญหาช่องปากของคนไข้ เพื่อหาจังหวะที่การจัดฟันจะได้ผลดีที่สุด โดยที่คนไข้เจ็บตัวน้อยที่สุด และใช้เวลาสั้นที่สุด ระยะเวลาเหล่านั้นทำให้คุณหมอใกล้ชิดกับคนไข้มาก จนเปลี่ยนความกลัวหมอฟันของคนไข้ เป็นความสุขใจที่ได้เจอหมอฟัน

และนี่คือเรื่องราวชีวิตของคุณหมอที่คนไข้อาจยังไม่รู้ และการได้รู้ อาจทำให้คุณสนิทกับคุณหมอใจดีท่านนี้ได้มากกว่าเดิม

ลูกของพ่อ

“หลังสอบเสร็จ พ่อจะไปรับลูกทุกคนมาจากโรงเรียน พามานั่งรถด้วยกัน แต่ข้างหลังรถมีกระเป๋าเดินทางเตรียมไว้แล้ว แล้วก็เซอร์ไพรส์ พาลูก ๆ ไปต่างจังหวัดโดยที่พวกเราไม่รู้มาก่อน”

หมอเบญจวรรณเล่าถึงความทรงจำสมัยเด็กที่มีกับคุณพ่อ พ่อของเธอเป็นพ่อค้าที่ทำงานหนักอยู่ตลอด แต่ก็มักหาเวลาให้ลูก ๆ 4 คน อยู่ตลอดเช่นกัน ในขณะที่แม่เป็นแม่บ้าน คอยดูแลทุกคนอย่างดีอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งช่วยกิจการการค้าของคุณพ่อด้วย

คุณพ่อสนับสนุนการศึกษาของลูกอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่เคยกดดันว่าจะเรียนอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ คุณหมอเป็นเด็กเรียนดีอยู่แล้ว พอสอบเข้าเรียนต่อ ก็เลือกเรียนทันตแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล แต่เรียนจนจบปี 6 เธอก็ยังไม่รู้ว่าชอบสาขาอะไร มีเพียงสาขาทันตกรรมจัดฟัน ที่เธอไม่ได้คิดว่าชอบ แต่แค่อยากรู้จักให้มากกว่าที่เรียนมาในระดับปริญญาตรี

“เราก็สมัครไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็มีคุยกับคุณพ่อแล้วว่าเราอยากจะเรียนอันนี้ ตอนนั้นเป็นช่วงปี 40 ที่ค่าเงินแพงมาก เราก็เกรงใจพ่อเหมือนกัน แต่เขาก็บอกเราให้ไป พอเรียนไป เราก็รู้ว่านี่คือสิ่งที่ชอบ และเรามาถูกทาง เลยรู้สึกโชคดีที่พ่อเข้าใจและให้โอกาส หากไม่มีเขา ก็คงไม่มีเราวันนี้”

เธอไปหาประสบการณ์ในหลักสูตร Certificate in Orthodontics ที่ New York University ก่อน แล้วจึงตัดสินใจเรียนต่อทันตกรรมจัดฟันในระดับปริญญาโทที่ University of London ซึ่งช่วงนั้นนักเรียนไทยในอังกฤษน้อยลงมาก เพราะเรื่องค่าเงิน แต่พ่อของคุณหมอก็ไม่เคยบอกให้เธอประหยัด ทั้งที่ทางบ้านก็เป็นชนชั้นกลางธรรมดา ท่านเพียงอยากให้ลูกศึกษาเล่าเรียนให้เต็มศักยภาพ

ชีวิตที่ลอนดอน หมอเบญจวรรณได้ลองทำอะไรใหม่หลายอย่างเมื่อต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง จากที่ไม่เคยขัดห้องน้ำ ก็ได้ขัด ไม่เคยทำอาหารเอง ก็ได้ทำ

“ลำบากดี แต่เราก็ภูมิใจ”

เมื่อเรียนจบ ที่อังกฤษจะมีการสอบ 2 บอร์ด คือที่ลอนดอนและเอดินเบอระ คุณหมอคิดว่าไหน ๆ ก็ได้มาเรียนถึงอังกฤษแล้ว ความรู้ก็มีพร้อม จึงสมัครสอบไปทั้ง 2 ที่ แม้ว่าสนามสอบเอดินเบอระจะอยู่ไกลจนต้องย้ายไปพำนักที่นั่นชั่วคราวเพื่อเตรียมตัวสอบ และสุดท้ายเธอก็สอบผ่านทั้ง 2 ที่ ได้เป็นสมาชิกบอร์ดทันตกรรมจัดฟันทั้ง 2 แห่ง

“วันประกาศผลสอบ เรารู้แล้วว่าผ่าน แต่มันตรงกับตอนกลางคืนของไทย ก็เกรงใจที่บ้าน ไม่กล้าโทรไปบอก แต่เรามารู้ทีหลังว่าพ่อกับแม่ไม่ได้นอน เขาอยู่รอผลตอนกลางคืน เลยรู้สึกว่าเขารักเรามาก ดีใจที่สอบผ่านเป็นของขวัญให้พ่อกับแม่ได้”

หลังจากกลับจากอังกฤษ หมอเบญจวรรณมาเริ่มงานที่โรงพยาบาล BNH เป็นแห่งแรก และก็ไม่เคยคิดย้ายไปไหนเลยมาตลอดกว่า 20 ปี

“BNH เป็นที่ที่มีความเป็นสังคมเกื้อกูล อบอุ่น ผู้บริหารก็ดี เพื่อนร่วมงานก็มีการสื่อสารคุยกัน มีการระดมความคิด ช่วยเหลือกัน อยู่แล้วสบายใจ” คุณหมอกล่าว

แม่ของลูก

หมอเบญจวรรณมีช่วงเวลาวัยเด็กที่อบอุ่น พ่อแม่สนับสนุนทุกอย่างของลูก พี่น้อง 4 คนก็รักกันดี เธอมักร่วมแก๊งจักรยานกับพี่น้องและเด็กแถวบ้านย่านถนนเสือป่า ไปขี่จักรยานบนถนนใหญ่ จนโดนพ่อแม่จับได้ คุณหมอชอบร้องเพลง แต่ด้วยทักษะภาษาอังกฤษที่ยังค่อนข้างจำกัดในสมัยเด็ก เธอก็ได้พี่ชายที่เรียนอยู่สิงคโปร์ขณะนั้น ช่วยแกะเนื้อร้องเพลงโปรดให้

พอวันนี้ที่คุณหมอเป็นแม่ ครอบครัวใหม่นี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนครอบครัวเดิม เธอมีลูกสาวเพียงคนเดียว แต่คุณหมอก็อยากให้ลูกได้รับรู้ความรู้สึกอบอุ่นแบบเดียวกับที่เธอโตมา ความรู้สึกที่พ่อแม่พี่น้องเคยมอบให้เธอในสมัยเด็ก คุณหมอก็พยายามสร้างความรู้สึกเหล่านั้นส่งต่อให้ลูกด้วย

“เราเป็นคุณแม่ Full-time อยู่ 5 ปีเลย อยากให้เวลาเขาเต็มที่ ได้ใกล้ชิดกันในช่วงที่เรายังคุยกับลูกได้ ได้คุยกับเขา อยู่ข้าง ๆ เขา โชคดีที่สามีเข้าใจและสนับสนุนช่วยเหลือทุกอย่าง พอน้องเข้าโรงเรียน เขาเริ่มต้องการเราน้อยลง เราถึงเริ่มปลีกตัวกลับมาทำงานนอกเวลามากขึ้น”

การทุ่มเทในช่วง 5 ปีแรกของชีวิตลูกนั้นได้ผลดี หมอเบญจวรรณสนิทกับลูกมาก ไม่ว่าลูกมีปัญหาอะไร ก็กล้าเปิดใจเล่าให้เธอฟัง ทำให้เธอมีโอกาสแทรกมุมมองชีวิตของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มากกว่าลงไป เพื่อให้ลูกเข้าใจโลกมากขึ้นผ่านประสบการณ์ของเธอ

“ในวัยเด็ก เราอยากให้เขาได้ข้อมูลจากตัวเรา มากกว่าไปหาเรียนรู้จากอย่างอื่น”

หมอเบญจวรรณเป็นแม่ที่ละเอียดใส่ใจตามบุคลิกของคนเป็นทันตแพทย์ แต่ก็สนับสนุนลูกโดยไม่กดดันดังที่คุณพ่อเลี้ยงคุณหมอมา

“สำหรับลูกเนี่ย เราอาจจะทำเต็มที่ แต่จะไม่ใส่ความคาดหวังไปเยอะ เพราะเราไม่อยากให้เขาเกิดความเครียด จุดมุ่งหมายเดียวคือแค่อยากให้เขาเป็นคนดีมีความสุขในโลกใบนี้ได้”

คุณหมออยากเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีน้ำใจ ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือสังคม เมื่อมูลนิธิสร้างรอยยิ้มในการผ่าตัดผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ต้องการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ลูกสาวคุณหมอซึ่งเคยได้มีโอกาสเห็นความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์ผ่านภาพและคำบอกเล่าของคุณหมอ จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากช่วยเหลือ ขณะนั้นลูกสาวคุณหมออายุได้ 7 ขวบ จึงขออาสาเข้าร่วมการทำกิจกรรมระดมทุนในครั้งนี้ด้วย

“เขาก็คิดของเขาเอง แล้วก็ตีตารางของเขาเอง ทำหนังสือสอนวาดรูปขึ้นมาให้เราดู เราก็โอเค เดี๋ยวแม่ผลิต แล้วก็มีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านให้ความเอ็นดูช่วยสนับสนุน นอกจากนั้นลูกยังได้มีส่วนร่วมบริจาคเส้นผม เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งอยู่เป็นระยะด้วย”

กิจกรรมครอบครัวที่คุณพ่อมอบให้สมัยเด็ก ๆ ช่วยสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีให้คุณหมอ แต่ไม่ได้สร้างให้เธอเป็นเด็กกิจกรรม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กเรียนคนหนึ่ง จนทำให้พลาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต พอมาเป็นแม่ นอกจากกิจกรรมครอบครัวพาลูกไปเที่ยวแล้ว หมอเบญจวรรณจึงพยายามมอบประสบการณ์ในมิติที่หลากหลายกว่านั้น อย่างเช่น พาลูกไปออกค่ายดำน้ำ ค่ายสัตว์เลื้อยคลาน ค่ายชะนี ค่ายดูช้าง เป็นต้น

“ตอนเด็กหมอเป็นเด็กเรียนมาก เราเรียนเต็มที่ เพราะอยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ตอนนี้พอมีเวลา เราก็เอาลูกไปทำในสิ่งที่เราไม่เคยได้ทำ แล้วมันสนุกมาก ได้เรียนรู้ชีวิต ได้สานสัมพันธ์กับลูกด้วยค่ะ”

เหตุผลที่เป็นหมอฟัน

หมอเบญจวรรณเป็นคนเรียนเก่งมาแต่เด็ก แต่เธอไม่ได้เลือกเรียนทันตแพทย์เพราะอิทธิพลจากครอบครัวหรือเพื่อนร่วมชั้น

“เราเห็นว่าคนที่ทำอาชีพหมอฟัน เขาได้ฟังเพลงด้วย คุณหมอบางคนก็ร้องเพลงออกมา มันดูมีความสุขจังเวลาทำงาน เราก็คิดง่าย ๆ ว่าเป็นทันตแพทย์ก็น่าจะดีเนอะ ได้ทำฟันไปฟังเพลงไป”

แล้วคุณหมอก็ก้าวมาสู่วงการทันตกรรมด้วยเหตุผลนี้

แต่ที่จริง คุณหมอเป็นคนชอบร้องเพลงมาก ตั้งแต่สมัยเด็กที่คุณพ่อขับรถพาครอบครัวไปเที่ยว ก็จะเปิดเทปคาสเซตต์กัน แล้วร้องไปตลอดทาง จนวนเทปแล้ววนเทปอีก พอโตมา เธอก็จะร้องเพลงอยู่คนเดียวในห้องน้ำ หรือบางครั้งก็ถูกเชิญขึ้นเวทีไปร้องตามงานสังสรรค์บ้าง คุณหมอร้องเพลงมาตั้งแต่เพลงไทยยุคของเบิร์ดกับฮาร์ท ตู่ นันทิดา หรือเบิร์ด ธงชัย และเพลงสากล ตั้งแต่ Carpenters, Celine Dion หรือ Whitney Houston จนมาถึงเพลงรุ่นใหม่ที่ลูกสาวมาแนะนำให้ฟัง

“เราก็ฟังไปฟังมา จนพบว่าตอนนี้ เราเปิดเพลงเดียวกับลูกแล้ว เหมือนเราเป็นวัยรุ่นอีกที ได้ย้อนวัย และได้สนิทกับลูกด้วย”

ความสุขของหมอฟัน

“การจัดฟัน มันเหมือนเป็นการเปลี่ยนให้คนไข้ที่ไม่อยากยิ้ม ให้กลับมามีความสุขกับรอยยิ้ม”

หมอเบญจวรรณกล่าวถึงความสุขในการทำงานของเธอ งานทันตกรรมจัดฟันนั้นมีเป้าหมายทั้งเพื่อความสวยงาม และประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้ฟันเรียงตัวสวย บดเคี้ยวดี แต่ต้องวางแผนแก้ปัญหาดั้งเดิมของคนไข้ที่มีผลต่อการบดเคี้ยวด้วย เช่น คนไข้ที่มีฟันหน้าโดนกระแทกมา มีปัญหารากฟันละลาย มีโรคเหงือก ซึ่งมีความซับซ้อนของการรักษาค่อนข้างมาก ต้องการความร่วมมือจากคนไข้เป็นปัจจัยสำคัญ และต้องปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางด้านอื่น

“มีคนไข้ที่ฟันยื่นมากจนไม่อยากยิ้ม เขาไปหาคุณหมอมาหลายที่ แต่ก็ได้รับคำแนะนำว่าต้องผ่าตัดอย่างเดียว พอมาหาเราแล้วเราเห็นว่าเขาอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม ซึ่งแต่ละคนจะมีช่วงที่ไม่เหมือนกัน เราก็ใช้การกระตุ้นการเจริญเติบโตช่วย คนไข้ไม่อยากผ่าตัด ก็ตกลงใจที่จะรักษา แล้วก็ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี จนทำให้การรักษานั้นสำเร็จโดยไม่ต้องทั้งผ่าตัด ทั้งถอนฟัน”

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นทันตแพทย์จัดฟัน หมอเบญจวรรณก็มักจะตรวจหาความผิดปกติทุกอย่างที่อยู่ในช่องปากของคนไข้ ไม่ว่าจะฟันผุ เหงือกอักเสบ ปัญหาขากรรไกร หรือฟันที่ต้องได้รับการบูรณะ และรีบส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของคนไข้อย่างทันท่วงที ตามแนวทาง Complete Care ของโรงพยาบาล BNH ซึ่งก็โชคดีที่ทางโรงพยาบาลมีแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา ที่พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาและรับเคสต่อ

คนไข้ที่มาหาหมอฟัน มักมีความกังวลเป็นทุนเดิม ซึ่งหมอเบญจวรรณก็จะพูดคุยเพื่อทำความรู้จักคนไข้ในเบื้องต้น จนเขาไว้ใจ และคลายความกังวลลง

“เราต้องมีความเมตตาต่อคนไข้ ทำเหมือนเขาเป็นลูกเป็นหลานและครอบครัวของเรา ให้เขารู้ว่าเขาปลอดภัย ให้เขารู้ว่าเราตั้งใจอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือเขา มีการสื่อสารว่าเราสามารถแก้ปัญหาที่เขาอยากทำได้แค่ไหน บางทีจะมีเคสตัวอย่างที่คล้ายกันให้ดู แล้วก็อธิบายว่าเราใช้วิธีการแบบนี้นะ เขาจะได้ผลแบบไหน เขาจะมีความสุขมั้ยกับการรักษาแบบนี้ ส่วนมากคนไข้ก็จะเข้าใจว่าเขาจะต้องผ่านอะไรบ้าง เป็นการทำงาน 2 ฝ่ายร่วมกับหมอ ให้บรรลุผลไปด้วยกัน”

ในการจัดฟันนั้น หากคนไข้ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด ใส่เครื่องมือครบชั่วโมง ดูแลรักษาความสะอาด มาหาทันตแพทย์ตามนัด ก็ช่วยให้ผลลัพธ์และระยะเวลาการรักษาเป็นไปตามแผนได้มากขึ้น

แต่ก็มีบ้างเช่นกัน ที่หลังจัดฟันไปสักพัก คนไข้กลับรู้สึกว่าไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่จริง การเปลี่ยนแปลงจากการจัดฟันนั้นเกิดขึ้นที่ละน้อย หากสังเกตตัวเองทุกวัน ก็อาจไม่เห็นความต่าง จนบางที คนไข้ก็ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ฟันตัวเองเป็นอย่างไร ภาพเปรียบเทียบก่อนเริ่มจัดฟันจะช่วยให้คนไข้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากขึ้น และมีกำลังใจที่จะจัดฟันต่อไปจนครบแผนการ

“คนไข้ส่วนใหญ่จะสะท้อนมาว่าหมอใจดี มือเบา และเป็นกันเองนะคะ ดังนั้นไม่ต้องกลัวค่ะ”

เพราะการจัดฟันนั้นใช้เวลานาน หมอเบญจวรรณจึงได้เห็นการเติบโตของเด็กหลาย ๆ คน และหลายคนก็ไม่ลืมคุณหมอแม้ว่าจะจัดฟันสำเร็จไปแล้ว

“คนไข้ที่ BNH จะน่ารักมาก บางทีทำเสร็จแล้ว ยังมานั่งคุยกับเราต่อ เหมือนเขาไม่ได้เห็นเราเป็นหมอ แต่เห็นเป็นเพื่อนที่มาพูดคุยด้วยได้ มันเลยทำให้การทำงานที่นี่มีความสุขมาก มีน้องคนหนึ่ง เขาคุยว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ เขามาหาเราทุกเดือน จนจัดฟันเสร็จ ไปเรียนด้านยานอวกาศที่ต่างประเทศ กลับมาก็ยังมาหาหมอ เอาดอกไม้มาให้ แล้วก็ให้น้องสาวเขามาจัดฟันกับหมอต่อ”

“เมื่อหมอจัดฟันให้คนไข้ ก็เหมือนหมอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของเขา เราเห็นประกายจากรอยยิ้มและดวงตาเขาเมื่อทำเสร็จ นี่แหละสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราอยากทำงาน แล้วเราก็ชอบงานทันตกรรมจัดฟันมาก ๆ”

หมอเบญจวรรณกล่าวถึงคุณค่าในอาชีพของเธออย่างมีความสุข เธออยากเป็นหมอฟันที่ดีขึ้นในทุกวัน และมอบความสุขให้คนไข้มากขึ้นกว่าเดิมในทุกวัน แม้แค่การได้พูดคุยเรื่องชีวิตประจำวันหลังการรักษา ที่คุณหมอบอกว่า นี่คือสิ่งที่ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าคนไข้มีความสุขเวลาได้พบเธอ

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE