วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด Zoster Vaccine
โรคงูสวัดคืออะไร?
งูสวัดป้องกันได้...ด้วยการฉีดวัคซีน!
โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัส VZV (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใสโดยผู้ที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนจะยังคงมีเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ปมประสาทสันหลังเมื่อร่างกายอ่อนแอเชื้ออาจเพิ่มจำนวนจนเกิดเป็นโรคงูสวัด
อาการของโรคงูสวัดเป็นอย่างไร?
อาการของโรคงูสวัด คือเกิดผื่นแดงตามแนวเส้นประสาท เช่น บริเวณเอว ก้นกบ ตา ใบหน้า มีอาการปวดแสบร้อน กลายเป็นตุ่มน้ำใส ก่อนจะแตกเป็นแผลตกสะเก็ด รวมถึงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
เช่น อาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้อ (PHN) การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจนเกิดแผลเป็น ตาอักเสบ แผลที่กระจกตา ภาวะแทรกซ้อนที่หู รวมถึงเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อเป็นงูสวัด
ความผิดปกติทางระบบประสาท (Neurological Problems) โรคงูสวัดอาจทำให้เกิดการอักเสบของระบบประสาทและสมอง อาจนำไปสู่อาการใบหน้าอัมพาต หรือทำให้เกิดปัญหาการได้ยินและการทรงตัว
การติดเชื้อที่ผิวหนัง (Bacterial Infection) โรคงูสวัดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง หากไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม
ฉีดวัคซีนงูสวัดวันนี้ ป้องกันอันตราย ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
แม้จะมีวิธีรักษาโรคงูสวัด การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาและยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา การฉีดวัคซีนงูสวัดจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญและได้ผลดีในการป้องกันโรค โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง แพทย์แนะนำให้ผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด รวมถึงผู้ที่เคยเป็นโรคงูสวัดแล้วก็ควรต้องฉีดวัคซีน เพราะโรคงูสวัดอาจเป็นซ้ำได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 เข็ม
|
|---|---|
|
7.400 บาท
|
13,800 บาท
|
ชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น – Shingrix
วัคซีนงูสวัด ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน
วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
- ในกรณีที่เคยได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ได้ โดยให้ห่างจากวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน
- ในกรณีที่เป็นโรคงูสวัดมาก่อน สามารถให้วัคซีนงูสวัดได้หลังจากโรคงูสวัดหายแล้วประมาณ 6 เดือนขึ้นไป
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด?
จากสถิติพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเสี่ยงต่อโรคงูสวัด เนื่องจากเคยติดเชื้อโรคอีสุกอีใสมาก่อน และภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมถอยลง นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคไต รวมถึงผู้ที่เคยติดเชื้อ Covid-19 กลุ่มผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์ก็มีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดในระดับสูงเช่นกัน
เราจะป้องกันโรคงูสวัดได้อย่างไร?
วิธีการป้องกันโรคงูสวัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด นอกจากนั้นเรายังสามารถป้องกันโรคงูสวัดได้ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ จัดการความเครียด รักษาสุขอนามัย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย
วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีกี่ชนิด?
ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
1. วัคซีนป้องกันงูสวัด ชนิดซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) – Recombinant subunit zoster vaccine (RZV)
มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดและอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้อสูงมากคือ 97.2% และ 91.2% ตามลำดับ รวมถึงมีผลการป้องกันต่อเนื่องในระดับสูงยาวนานมากกว่า 10 ปี
2. วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ – Live-attenuated zoster vaccine (ZVL)
มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ 51% และป้องกันการเกิดอาการปวกปลายประสาทอักเสบได้ 39% โดยวัคซีนชนิดนี้ห้ามใช้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นมีประสิทธิภาพอย่างไร?
- ในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัด 97.2% และประสิทธิภาพในการป้องกันอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้อ PHN 91.2%
- ในผู้ใหญ่อายุ 70 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัด 91.3% และประสิทธิภาพในการป้องกันอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้อ PHN 88.8%
- เมื่อติดตามยาวนาน 10 ปี ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัด 89%
วัคซีนป้องกันงูสวัดทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร?
วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดรวมถึงการป้องกันอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้อสูงกว่าชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ และยังสามารถใช้ได้ในผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดโรคงูสวัดสูง หากเคยรับวัคซีนงูสวัดชนิดเชื้อเป็น (ZVL) มาก่อน ก็สามารถรับวัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นได้ 2 เข็ม โดยเว้นห่างจากวัคซีนเดิมอย่างน้อย 2 เดือน
วัคซีนป้องกันงูสวัดต้องฉีดทั้งหมดกี่เข็ม?
สำหรับวัคซีนชนิดไม่ใข่เชื้อเป็น
- ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 เข็ม ห่างกัน 2 – 6 เดือน
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า18 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดโรคงูสวัดสูงกว่าปกติ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 เข็ม ห่างกัน 1 – 2 เดือน
ใครควรฉีดวัคซีนงูสวัด?
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
- กลุ่มผู้ป่วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
- ในกรณีที่เคยได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ได้ โดยให้ห่างจากวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน
- ในกรณีที่เป็นโรคงูสวัดมาก่อนสามารถให้วัคซีนงูสวัดได้หลังจากโรคงูสวัดหายแล้ว
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดได้หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด?
อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ อาการปวด แดง หรือบวมในบริเวณที่ฉีด อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตัวสั่น มีไข้ ปวดท้อง และคลื่นไส้
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ Vaccines for adult and elderly
ข้อมูลวัคซีนที่แพทย์แนะนำสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เพื่อสร้างเกราะป้องกันสุขภาพจากโรคร้ายที่ป้องกันได้
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่
- วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก
- วัคซีนปอดอักเสบ
- วัคซีนงูสวัด
แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ชั้น4.
บริการ
เพราะเราใส่ใจในสุขภาพของผู้ป่วยทุกท่าน คลินิกอายุรกรรมของ โรงพยาบาล บีเอ็นเอช จึงยินดีให้บริการดูแลรักษา และวินิจฉัยสุขภาพของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางอายุรศาสตร์ คลินิกอายุร-กรรมผู้ป่วยนอก ครบครันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา อบอุ่น ทันสมัย มั่นใจในบริการที่มีคุณภาพ
ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์
- ห้องตรวจรักษา 13 ห้อง
- ห้องเจาะเลือด
- ห้องปฏิบัติการรักษา
- การตรวจวัดสัญญาณชีพ
- ห้องตรวจภายใน
การบริการ
- อายุรแพทย์ทั่วไป
- แพทย์ด้านโรคปอด
- แพทย์ด้านโรคภูมิแพ้
- แพทย์ด้านจิตเวช
- แพทย์ด้านโรคข้อและรูมาติซึ่ม
- แพทย์ด้านโรคระบบประสาท
- แพทย์ด้านโรคไต
- แพทย์ด้านโรคติดเชื้อ
- แพทย์ด้านโรคเลือด
- คลีนิกเบาหวานและฮอร์โมน
- แพทย์ด้านโรคผู้สูงอายุ
- แพทย์ด้านโรคมะเร็ง

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันเสาร์ 06:00 - 20:00
วันอาทิตย์ 07:00 - 20:00

นัดหมายแพทย์และสอบถาม
แชท (LINE): บริการสนทนาผ่าน LINE
เปิดให้บริการทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
E-Mail : [email protected]
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
– Internal Medicine, New York Hospital B.Sc. Northern Arizona University
– Postgraduate Neurophysiology California State University (Fullerton)
– M.D.St.George’s University School of Medicine
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| จันทร์ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| อังคาร | 10:00 – 17:00 | แผนกอายุรกรรม |
| พุธ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| พฤหัสบดี | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| ศุกร์ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| เสาร์ | 10:00 – 14:00 | แผนกอายุรกรรม |
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 เข็ม
|
|---|---|
|
7.400 บาท
|
13,800 บาท
|
ชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น – Shingrix
วัคซีนงูสวัด ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน
วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
- ในกรณีที่เคยได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ได้ โดยให้ห่างจากวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน
- ในกรณีที่เป็นโรคงูสวัดมาก่อน สามารถให้วัคซีนงูสวัดได้หลังจากโรคงูสวัดหายแล้วประมาณ 6 เดือนขึ้นไป