Sleep Coach คือ ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาเรื่องการนอนหลับ ช่วยคัดกรองอาการเบื้องต้นเพื่อค้นหาสาเหตุ หรือปัจจัยกระตุ้นที่ส่งผลต่อการนอน ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ ร่วมกับการแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยของการนอนหลับ (Sleep Hygiene) ปรับเปลี่ยนแนวคิด จัดสภาพแวดล้อม และอุปนิสัยการนอน รวมไปถึงแนะนำเทคนิควิธีการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
Sleep Coach โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
Sleep Coach หรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาเรื่องการนอนหลับ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นผู้ผ่านหลักสูตรและได้รับใบรับรองจากสถาบัน BOOCS Medical Group
ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการใช้ศาสตร์ BOOCS เพื่อใช้ในการดูแลสมอง
ป้องกันอาการสมองเหนื่อยล้าที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ในอนาคต
Sleep Coach เกี่ยวข้องอย่างไรกับ BOOCS ศาสตร์การดูแลสมองจากประเทศญี่ปุ่น
BOOCS เป็นศาสตร์การดูแลสมองจากประเทศญี่ปุ่น ย่อมาจาก Brain Oriented Oneself Care System กระบวนการดูแลสมองเป็นศูนย์กลางแห่งสุขภาพ
เป็นศาสตร์ที่ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าของสมอง (Brain Fatigue) เน้นการฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยลดภาวะความเครียด
ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ กระตุ้นความจำ และช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ
ภาวะสมองเหนื่อยล้า (Brain Fatigue) เป็นต้นกำเนิดของโรคต่าง ๆ หลากหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคทางกลุ่มเมตาบอลิค โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์คินสัน โรคซึมเศร้า ซึ่งนับว่าเป็นโรคทั้งทางกายและทางจิตใจ หากไม่ได้รับการดูแลและบำบัดอย่างถูกวิธี อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต หรือกลายเป็นโรคเรื้อรังได้
อาการของภาวะสมองเหนื่อยล้า (Brain Fatigue) ได้แก่
- มีปัญหาการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นหลับไม่สนิทหรือตื่นกลางดึก
- อาการขี้ลืม ความจำแย่ลง
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
- มีภาวะซึมเศร้า
อาการของภาวะสมองเหนื่อยล้า (Brain Fatigue) ได้แก่
นอกจากนี้ยังรวมไปถึง ผู้ที่มีประวัติสุขภาพทางกลุ่มโรคเมตาบอลิค ไม่ว่าจะเป็นไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน หรือมีประวัติการติดเชื้อ/การอักเสบ
ซึ่งหากท่านมีอาการเหล่านี้มากกว่า 2 อาการขึ้นไป จะสามารถบ่งชี้ได้เบื้องต้นว่า ท่านมีความเสี่ยงภาวะสมองเหนื่อยล้า
ปัญหาการนอนหลับ นับเป็นหนึ่งอาการของภาวะสมองเหนื่อยล้า
ซึ่งแนวทางการดูแล บำบัดและฟื้นฟูตนเองจากภาวะดังกล่าวนั้น สามารถใช้แนวทางของศาสตร์ BOOCS ร่วมกันได้ อาทิเช่น การผ่อนคลายสมองด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
การเรียนรู้กิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ เพื่อบรรเทาความกังวลเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการปรึกษากับ Sleep Coach
- ผู้ที่เริ่มมีอาการนอนไม่หลับ และต้องการหาสาเหตุของอาการ
- ผู้ที่ต้องการรักษาอาการนอนไม่หลับ นอนหลับยาก รวมไปถึงอาการตื่นกลางดึก
- ผู้ที่สนใจการปรับพฤติกรรมการนอนหลับ รวมไปถึงวิธีการดูแลตนเอง เพื่อช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
- ผู้ที่เคยทำ Sleep Test แล้ว และยังคงมีอาการนอนไม่หลับอยู่ (เพื่อหาสาเหตุอื่นที่ส่งผลต่อการนอนหลับร่วมด้วย)
Sleep Coach และการทำงานร่วมกันกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญสหสาขา
เมื่อ Sleep Coach หรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการนอนหลับ ได้พูดคุยซักประวัติสุขภาพจนพบสาเหตุเฉพาะบุคคลแล้ว ในรายที่สาเหตุของอาการนอนไม่หลับเกิดจากปัญหาสุขภาพ Sleep Coach จะทำหน้าที่ส่งต่อคนไข้ให้ถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง และทำงานประสานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสหสาขา
ไม่ว่าจะเป็นแพทย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ แพทย์รักษาหอบหืดและภูมิแพ้ แพทย์โสต ศอ นาสิกวิทยา (หูคอจมูก) สูตินรีแพทย์ จิตแพทย์ นักกำหนดอาหาร และนักจิตวิทยา เพื่อให้การรักษาได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมแนวทางป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังช่วยรักษาจากต้นเหตุของอาการอีกด้วย
การซักประวัติอาการของผู้ป่วยเฉพาะบุคคล มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือกำลังทานยาบางชนิด อาจส่งผลต่ออาการนอนหลับยาก
หรือนอนหลับไม่มีคุณภาพได้ อาทิเช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ต่อมลูกหมากโตในเพศชาย การเจ็บป่วยทางกายที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน
คาเฟอีนที่ผสมอยู่ในยาแก้หวัดบางชนิด ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
สิ่งที่ท่านจะได้รับเมื่อรับคำปรึกษาจาก Sleep Coach
- ทราบสาเหตุเบื้องต้นและระดับความรุนแรงของอาการนอนไม่หลับ
- แนวทางการจัดการกับความเครียดเพื่อเพิ่มประสิทธภาพการนอน
- บำบัดความเครียดด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 6 เพื่อการผ่อนคลายสมอง
- แนวทางการปรับพฤติกรรมการนอน รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
- แนวทางการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน หรือพฤติกรรมบางอย่างที่สัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับ
- คำแนะนำการใช้อาหารเสริมร่วมเพื่อเพิ่มคุณภาพการนอน
เมื่อ “การนอนหลับ” เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซม ปรับสมดุล ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอจากการใช้งานมาตลอดทั้งวัน รวมถึงการเรียบเรียง
จัดเก็บ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ภายในสมอง ซึ่งส่งผลต่อความจำ อารมณ์ และการควบคุมความรู้สึกในวันถัดไป ๆ “คุณภาพการนอน” จึงเป็นเรื่องสำคัญใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย
ทั้งนี้เพื่อผลดีต่อคุณภาพชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว