Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ปกป้องผิวหนังจากมะเร็ง
รักษาสุขภาพผิว ป้องกันง่าย
ตรวจยีนเพิ่มความมั่นใจ

มะเร็งผิวหนังไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เพียงรู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง
ดูแลตัวเองด้วยความรัก

โดยสรุปแล้วมะเร็งผิวหนังเกิดจากหลายปัจจัย และมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้

1. รังสีอัลตราไวโอเลต (UV): การได้รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน หรือการใช้เครื่องมือที่ปล่อยรังสี UV เช่น เตียงอาบแดด เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งผิวหนังโดยเฉพาะมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา

2. พันธุกรรม: มีประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งผิวหนัง  อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้

3. ผิวที่บอบบางหรือผิวขาว: ผู้ที่มีผิวขาว มักมีความ  เสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากผิวมี

เมลานินน้อย ทำให้ป้องกันรังสี UV ได้ไม่ดี

4. การสัมผัสกับสารเคมี: สารเคมีบางชนิด เช่น สารหนู หรือสารเคมีที่พบในบางอุตสาหกรรม 

อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

5. ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่มีโรคที่กดภูมิคุ้มกัน มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

6. อายุ: ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังจะเพิ่มขึ้นตามอายุ เนื่องจากการสะสมของความเสียหายจากรังสี UV ในระยะยาว

7. การสัมผัสกับรังสีอื่นๆ: การรับรังสีในระดับสูง เช่น จากการรักษามะเร็งชนิดอื่น หรือการสัมผัสรังสีจากเครื่องเอ็กซเรย์เป็นเวลานาน ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด

   มะเร็งผิวหนังได้การป้องกันและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง รวมถึงการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

สัญญาณเตือนของมะเร็งผิวหนังที่ควรใส่ใจ

การตรวจสอบผิวหนังของตนเองอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการค้นพบสัญญาณ เริ่มต้นของ
มะเร็งผิวหนัง อาการที่พบบ่อย ได้แก่

ผิวลอกหรือมีเกล็ด
บริเวณผิวหนังที่ลอก มีเกล็ด หรือรู้สึกคันเรื้อรัง 

ควรได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

 

มีตุ่มหรือก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ
อาจมีสีแดงเข้มหรือสีดำ และมีขอบไม่สม่ำเสมอ

ขนาดของก้อนอาจขยายตัวเรื่อย ๆ หรือหากมีการเกิดก้อนนูนหรือก้อนแข็งใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในบริเวณที่เคยมีแผล ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์

 

แผลหรือจุดๆ ที่เป็นไม่หายสักที
แผลที่คงอยู่เป็นเวลานาน หรือแผลที่แห้งแล้วแตกซ้ำเป็นระยะๆ หรือมีเลือดออกง่าย อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนังได้

 

การเปลี่ยนแปลงของไฝหรือจุดด่างดำ
ไฝที่เปลี่ยนขนาด สี รูปทรง หรือเริ่มมีอาการคันหรือเจ็บ ไฝที่มีขอบที่ไม่เรียบหรือมีสีไม่สม่ำเสมอก็อาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

สีผิวที่เปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในบางจุด เช่น มีการเข้มหรืออ่อนลงโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน ควรได้รับการตรวจเช็ค

 

เคล็ดลับป้องกันมะเร็งผิวหนังเพื่อสุขภาพผิวที่ยั่งยืน

การป้องกันมะเร็งผิวหนังสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น แสงแดดและรังสี UV

ทาครีมกันแดดทุกวัน

เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่า 50 ขึ้นไป และต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง 

ดยเฉพาะเวลาที่เหงื่อออกหรือว่ายน้ำ การทาครีมกันแดดควรทำแม้ในวันที่ฟ้าครึ้ม เพราะรังสี UV ยังสามารถทำร้ายผิวได้

หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาแรง

พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. 

ซึ่งเป็นช่วงที่รังสี UV เข้มข้นที่สุด

สวมเสื้อผ้าที่ป้องกัน UV

เสื้อแขนยาว หมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดด

เป็นวิธีง่ายๆ ในการปกป้องผิวจากแสงแดดโดยตรง

ตรวจสอบผิวของตนเองเป็นประจำ

การตรวจผิวหนังด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ สังเกตความเปลี่ยนแปลงของไฝหรือจุดต่าง ๆ บนผิวหนัง หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เลี่ยงการใช้เตียงอาบแดด

การใช้เตียงอาบแดดหรือการสัมผัสรังสี UV จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากแสงแดด 

อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง

รับประทานอาหารที่เสริมสุขภาพผิว

อาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผลไม้และผักสด หรือการรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิด สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระและปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยรังสี UV

การตรวจGene : กุญแจสำคัญในการตรวจสอบความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

แม้ว่าการป้องกันมะเร็งผิวหนังจากภายนอกจะสำคัญ แต่การทำความเข้าใจความเสี่ยงภายในร่างกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม

   การตรวจยีนเพื่อตรวจสอบมะเร็งผิวหนังเป็นกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมในการตรวจหาและวิเคราะห์ความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง อาจทำในผู้ที่มีความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังจากพันธุกรรม โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) 
ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังที่รุนแรงและมีความเสี่ยงสูงในการแพร่กระจาย  การตรวจยีนเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้คุณทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ลึกมากยิ่งขึ้น 

การตรวจนี้จะช่วยให้ทราบถึงความผิดปกติในยีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง ทำให้สามารถวางแผนการป้องกันและการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ขั้นตอนการตรวจยีนเพื่อตรวจสอบมะเร็งผิวหนัง:

1. การเก็บตัวอย่าง DNA: ตัวอย่าง DNA ของผู้เข้ารับการตรวจจะถูกเก็บจากเซลล์ที่สามารถสกัด DNA ได้ เช่น เลือด น้ำลาย หรือเซลล์ผิวหนังที่ถูกเก็บโดยแพทย์

2. การวิเคราะห์ยีน: DNA ที่ได้จากตัวอย่างจะถูกวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ในยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งผิวหนัง ยีนบางตัวที่มีความสำคัญในการตรวจ         เช่นยีน CDKN2A   และยีน BRAF ซึ่งเป็นยีนที่มักพบการกลายพันธุ์ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง

3. การแปลผลการตรวจ: ผลการตรวจจะบอกถึงการมีหรือไม่มีการกลายพันธุ์ของยีนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง หากพบการกลายพันธุ์ แพทย์จะให้คำแนะนำ     ในการดูแลสุขภาพรวมถึงการเฝ้าระวังและป้องกันมะเร็งผิวหนังอย่างใกล้ชิด

ประโยชน์ของการตรวจยีน

– การประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคล: ช่วยให้รู้ถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคลในการเกิดมะเร็งผิวหนัง ทำให้สามารถวางแผนป้องกันและตรวจเช็คอย่างต่อเนื่องได้

– การวางแผนการรักษา: ในกรณีที่พบว่ามีความเสี่ยงสูง แพทย์สามารถแนะนำวิธีการดูแลและตรวจสอบสุขภาพผิวหนังอย่างละเอียด รวมถึงการรักษาในระยะเริ่มต้น
– การให้ข้อมูลแก่ครอบครัว: เนื่องจากยีนที่กลายพันธุ์สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ การตรวจยีนช่วยให้สมาชิกในครอบครัวรับรู้

   ความเสี่ยงและสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

 

การตรวจยีนเพื่อตรวจสอบมะเร็งผิวหนังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการป้องกันและวางแผนการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนังหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

ตรวจ Hereditary Cancer Genetic Testing วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นใจไร้มะเร็งผิวหนัง

รู้ทันความเสี่ยงป้องกัน

มะเร็งผิวหนัง

อย่างชาญฉลาด 

ตรวจยีนเพื่อเปิดเผยความเสี่ยงทางพันธุกรรม พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ 

เพื่อวางแผนป้องกันที่ตรงจุดดูแลสุขภาพผิวของคุณและคนที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ 

ด้วยวิธีการทันสมัยที่ช่วยให้คุณควบคุมสุขภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำนัดหมายแพทย์

พญ. พรพิมล ศรีสุภรวาณิชย์

ศูนย์ตรวจสุขภาพ

ความชำนาญพิเศษ

อายุรกรรมทั่วไป

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– อายุรกรรมทั่วไป


– Diplomate, Thai Board of Internal Medicine , Ramathibodi Hospital, Mahidol University (2013)


– MD., Ramathibodi Hospital, Mahidol University ,2006
– Residency Training in Internal Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University ,2013

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
อังคาร 08:00 – 12:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ
พุธ 08:00 – 12:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ
พฤหัสบดี 08:00 – 12:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศุกร์ 08:00 – 13:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม