มะเร็งผิวหนัง: การตรวจคัดกรองและการป้องกันเพื่อสุขภาพผิวที่ดี
สาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
อาการของมะเร็งผิวหนังที่ควรระวัง
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนัง
มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer) เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่เจริญเติบโตผิดปกติและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งแม้ว่ามะเร็งผิวหนังจะพบได้ไม่บ่อยในประเทศไทยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรากลับเห็นแนวโน้มการเกิดโรคนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และหนึ่งในนั้นคือการสัมผัสแสงแดดที่มีรังสี UV มากเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่พบได้ในประเทศที่มีอากาศร้อนและแสงแดดจัดตลอดทั้งปีเช่นประเทศไทย
สาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
มะเร็งผิวหนังสามารถเกิดจากหลายสาเหตุที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้:
- การสัมผัสแสงแดด: การได้รับแสงแดดโดยเฉพาะแสงแดดที่มีรังสี UV เป็นเวลานาน หรือได้รับแสงแดดที่มีความเข้มข้นสูงจะทำให้ผิวหนังเกิดการเสื่อมสภาพ จนเกิดมะเร็งผิวหนังได้ การสัมผัสแสงแดดนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย
- พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติการเป็นมะเร็งผิวหนังในครอบครัว มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้
- การติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus): การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง
- แผลเป็นเรื้อรัง: แผลหรือแผลเป็นที่ไม่หาย และทิ้งรอยนานอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งผิวหนัง
อาการของมะเร็งผิวหนังที่ควรระวัง
หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติบนผิวหนัง ควรเข้ารับการตรวจโดยด่วน เช่น:
- ไฝหรือจุดด่างดำที่มีการเปลี่ยนแปลง: มีขนาดใหญ่ขึ้น สีเปลี่ยนไป หรือรูปร่างผิดปกติ
- ผิวหนังเป็นก้อนเนื้อนูนขึ้นอย่างรวดเร็ว: ผิวหนังอาจเป็นก้อนนูนหรือขยายขนาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- การเปลี่ยนแปลงของไฝ: ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงสีจากเดิม เช่น เปลี่ยนเป็นสีดำ ขาว น้ำตาล หรือสีอื่น ๆ ที่ไม่สม่ำเสมอ
- ผื่นเรื้อรังที่ไม่หาย: ผื่นหรือแผลที่เกิดขึ้นบนผิวหนังแล้วไม่หายไป แม้จะได้รับการรักษาหรือทายา
- การมีเลือดออกจากไฝ: หากไฝหรือรอยโรคเกิดการเลือดออกง่ายหรือมีแผลที่ไม่หาย นี่อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนัง
- อาการคัน แสบร้อน: บริเวณที่มีไฝหรือรอยโรคเกิดอาการคันหรือแสบร้อนอย่างต่อเนื่อง
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนัง
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากสามารถตรวจพบมะเร็งผิวหนังได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและหายขาดจากโรคได้สูงขึ้น
ในการตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนัง แพทย์ผิวหนังจะเริ่มต้นโดยการซักประวัติผู้ป่วย เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจเกิดจากพันธุกรรมหรือการสัมผัสแสงแดดมากเกินไป จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจผิวหนังทุกส่วนของร่างกายอย่างละเอียด เช่น ไฝ ปาน และเยื่อบุในบริเวณต่าง ๆ เพื่อตรวจหาจุดที่มีลักษณะต้องสงสัย
หากพบจุดที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ขนาดที่โตเร็ว สีเปลี่ยนแปลง หรือมีเลือดออกง่าย แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ หากผลการตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งผิวหนังหรือมะเร็งไฝ แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านต่าง ๆ เช่น แผนกรังสีรักษา หน่วยเคมีบำบัด หรือแพทย์ศัลยกรรม เพื่อดูแลผิวหนังบริเวณนั้นอย่างเหมาะสม
จุดเด่นของการตรวจ Skin Check Up
- ประเมินสภาพผิวโดยละเอียด: ครอบคลุมทั้งผิวหน้า ลำตัว แขน ขา และบริเวณที่ซ่อนอยู่ เช่น หนังศีรษะ หลังใบหู หรือซอกนิ้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มะเร็งผิวหนังสามารถเกิดขึ้นได้
- ตรวจไฝ กระ หรือจุดผิดปกติทุกตำแหน่ง: ช่วยระบุได้ว่าไฝที่มีลักษณะโตเร็ว ขอบเขตไม่ชัด หรือสีเปลี่ยนแปลงนั้นเข้าข่ายเสี่ยงหรือไม่
- วางแผนติดตามผลในระยะยาว: หากพบรอยโรคที่ยังไม่ชัดเจน แพทย์จะนัดหมายเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาที่เหมาะสม
การเข้ารับ Skin Check Up อย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาความผิดปกติของผิวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งหากเป็นมะเร็งผิวหนังจริง โอกาสในการรักษาให้หายขาดย่อมสูงกว่าการรอให้เกิดอาการชัดเจนก่อนมาพบแพทย์
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนัง?
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังควรทำเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งรวมถึง:
- ผู้ที่มีผิวสีอ่อนหรือผิวขาวมาก: ผิวที่มีความไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสีเข้ม จะเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังสูงกว่า
- ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแดดจัดเป็นเวลานาน: ประเทศไทยที่มีแสงแดดแรงแทบตลอดทั้งปีทำให้ผิวหนังได้รับรังสี UV ตลอดเวลา
- ผู้ที่มีกระ ไฝ หรือขี้แมลงวันมากผิดปกติ: คนที่มีไฝจำนวนมากบนร่างกายจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังมากขึ้น
- ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน หรือมีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง: หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง คุณอาจเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้
- ผู้ที่เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ: ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะต้องได้รับการตรวจสอบให้ดี เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันที่ใช้หลังการปลูกถ่ายอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง
- ผู้ที่เคยสัมผัสสารเคมีบางประเภท: เช่น สารหนู (Arsenic) ซึ่งเป็นสารที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง
การรักษามะเร็งผิวหนัง
หากตรวจพบมะเร็งผิวหนังตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรักษาจะมีประสิทธิภาพสูงและสามารถรักษาหายได้ การรักษามะเร็งผิวหนังสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง:
- การผ่าตัด: วิธีการรักษาหลักที่นิยมใช้คือการผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกออกจากบริเวณที่มีมะเร็งผิวหนัง
- การฉายแสง: ใช้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
- การเคมีบำบัด: ใช้สำหรับมะเร็งผิวหนังบางประเภทที่ลุกลามหรือกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ
การรักษามะเร็งผิวหนังขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกระ ไฝ หรือผู้ที่เคยมีประวัติการเป็นมะเร็งผิวหนังในครอบครัว หากคุณมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับไฝหรือผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองโดยทันที เพราะการตรวจพบมะเร็งผิวหนังตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูงขึ้น
ทางเลือกการรักษามะเร็งผิวหนังอย่างแม่นยำสูง
“ทำความรู้จัก Mohs Surgery นวัตกรรมผ่าตัดมะเร็งผิวหนังแบบละเอียดชั้นต่อชั้น (Gold Standard) ที่แพทย์จะตรวจขอบมะเร็งทันทีระหว่างผ่าตัด ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้หมดจดและมีโอกาสรักษาหายสูงถึง 97–99% ในเคสที่เหมาะสม พร้อมรักษาผิวดีรอบข้างไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อคงรูปลักษณ์และการใช้งานของอวัยวะสำคัญอย่างใบหน้า จมูก เปลือกตา หู มือ และเท้า”