โรคหัดเยอรมัน

โรคติดต่อซึ่งเกิดการจากติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันผ่านทางการหายใจ การไอ การจาม หรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

ลักษณะอาการสำคัญของโรคคือมีไข้ต่ำๆ-ปานกลางร่วมกับมีผื่น ประมาณ 2-3 วัน

เป็นโรคที่อันตรายมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ หากติดเชื้อจะทำให้เด็กมีโอกาสเกิดภาวะพิการแต่กำเนิดได้

 

คำแนะนำการป้องกันโรคหัดเยอรมัน

สำหรับนักเดินทาง

– ตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันว่าเคยฉีดครบ 2 เข็มหรือไม่

– หากไม่มั่นใจว่าเคยฉีดวัคซีน หรือ ฉีดไม่ครบ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและรับวัคซีน

– รับวัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน 1 คอร์ส (2 เข็ม) ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์  โดยร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนเข็มแรกอย่างน้อย 2 สัปดาห์

สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์

– หญิงตั้งครรภ์ไม่สามารถรับวัคซีนได้เนื่องจากวัคซีนจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

– หญิงวัยเจริญพันธุ์หลังรับวัคซีนต้องคุมกำเนิด อย่างน้อย 1 เดือนจึงสามารถตั้งครรภ์ได้

– ข้อแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อหัดเยอรมัน (ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่เคยเป็นโรคมาก่อน) ให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด

– หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้ระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้น พยายามไม่ไปในพื้นที่ที่มีคนอยู่เยอะ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

สำหรับเด็ก

– เด็กอายุต่ำกว่า 9 เดือน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันในประเทศไทยเริ่มฉีดเมื่อเด็กอายุ 9 เดือนขึ้นไป

 

*สำหรับผู้ที่มีแผนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง

 

(อ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตุลาคม 2561)