Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

รู้จักโรค RSV ภัยร้าย
ที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

โรคที่ไม่คุ้นหูแต่อาจจะเคยได้ยินข่าวเด็กเล็กป่วยเป็นโรคนี้อยู่บ่อยครั้ง รู้หรือไม่ว่าเป็นวัยผู้ใหญ่ ก็สามารถเป็นได้โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุโรคนี้มีผลกระทบรุนแรงมาก

  • สาเหตุและอาการของโรค RSV

  • ภาวะแทรกซ้อน RSV ในผู้สูงอายุ

  • วัคซีนป้องกันโรค RSV ประสิทธิภาพสูง 94%

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นชื่อโรคที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูแต่อาจจะเคยได้ยินข่าวเด็กเล็กป่วยเป็นโรคนี้อยู่บ่อยครั้งรู้หรือไม่ว่าเป็นวัยผู้ใหญ่ อย่างเราก็สามารถเป็นได้โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุโรคนี้มีผลกระทบรุนแรงมากเลยทีเดียว

เนื่องจากเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมและปอด  ไวรัสนี้มีลักษณะเฉพาะที่สามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงทำให้เกิดอาการขั้นรุนแรงได้เลย และยิ่งอากาศในช่วงนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ก็ยิ่งเป็นช่วงที่ปลายฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว ก็มีโอกาสที่พบโรคนี้ได้สูงขึ้นกว่าฤดูอื่นๆ  

เพราะฉะนั้นการทำความรู้จักกับโรครวมไปถึงวิธีการป้องกันก็จะช่วยลดความเสี่ยงรวมถึงการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความร้ายแรงในอนาคตอีกด้วย  

สาเหตุของโรค RSV

การติดเชื้อของเชื้อไวรัส RSV เป็นไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม ไวรัสนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปาก หรือดวงตา โดยเกิดได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

หรือสัมผัสเชื้อได้โดยตรงจากการจับมือหรือเมื่อบุคคลสัมผัสกับพื้นผิวที่มีไวรัสและนำมือมาสัมผัสใบหน้าหรือ รับประทานอาหารที่ปนเปื้อน เชื้อไวรัสนี้สามารถติดต่อได้ง่ายในสภาพแวดล้อมที่มีคนอยู่หนาแน่นได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นไวรัสที่สามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆได้นานหลายชั่วโมง และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือจาม 

อาการของโรค RSV

ผู้สูงอายุและกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวนั้นเสี่ยงต่อการเป็น RSV ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป โดยส่วนใหญ่อาการของ RSV จะมีลักษณะคล้ายกับอาการของหวัดธรรมดา แต่จะแตกต่างกันตรง RSV จะมีไข้สูงและจะมีระยะเวลาในการเป็นนานว่าไข้หวัดธรรมดาโดยจะอยู่ที่ 5-7  วัน ซึ่งสามารถสังเกตอาการของตนเองได้ดังนี้ 

  • มีไข้
  • ไอเรื้อรัง
  • หายใจลำบาก
  • หายใจสั้นและเร็ว
  • เสมหะมากขึ้น
  • เหนื่อยล้าและอ่อนแรง

สำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นโรค RSV มักจะมีอาการระยะสั้นไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าหากเป็นผู้ป่วยในกลุ่มโรคหลอดลมอักเสบ หรือกลุ่มที่มีโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง ก็อาจทำให้มีอาการไอต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนได้

วัคซีนป้องกันโรค RSV สำหรับผู้ใหญ่

  • ปกป้องคนที่คุณรักจากภาวะปอดอักเสบรุนแรงด้วยวัคซีนประสิทธิภาพสูง ฉีดเพียง 1 เข็ม คุ้มครองยาวนานตลอดฤดูกาลระบาด

    • 🛡️ ลดความรุนแรงของโรค: สูงสุด 94.6% ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

    • 👵 เหมาะสำหรับ: ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป หรืออายุ 18-59 ปีที่มีโรคประจำตัว

    • 💰 ราคาเบ็ดเสร็จ: 9,690 บาท (รวมค่าแพทย์และบริการ รพ. แล้ว)

    • 📅 ระยะเวลา: 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 2569

หากมีข้อสงสัย กรุณาเพิ่มเพื่อนใน LINE เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ความร้ายแรงของโรค RSV ในผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงเมื่อเทียบเท่ากับวัยหนุ่มสาว ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ RSV ได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ และอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นๆได้ด้วย นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอื่นหรือระบบภูมิกันอ่อนแอ ๆ ร่วมด้วย ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือภาวะหายใจล้มเหลว

เมื่อได้รับเชื้อ RSV อาจทำให้สุขภาพหรืออาการของโรคก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้นการดูแลสุขภาพและการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรค RSV

ถ้าผู้ป่วยพบว่ามีอาการเบื้องต้นและยังไม่แน่ใจว่าได้รับเชื้อ RSV หรือไม่ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการ โดยแพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค RSV โดยการตรวจอาการและทำการตรวจจากสารคัดหลั่งจากจมูกหรือคอ เพื่อหาหลักฐานของไวรัส  ซึ่งจะตรวจพบเชื้อ RSV เพียงร้อยละ 53-96 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ RSV ซึ่งการตรวจทำได้ในบางโรงพยาบาลเท่านั้น

เมื่อแพทย์พบเชื้อจะรักษาตามอาการของผู้ป่วย แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น การให้ยาต้านไวรัส การให้ออกซิเจน หรือการดูแลในห้อง ICU ตามลำดับ

วิธีการรักษาและการป้องกัน และวัคซีน RSV

เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโรค RSV เป็นโรคิดเชื้อที่ถึงแม้หายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก เพราะภูมิคุ้มกันอยู่ได้ไม่นาน สามารถแพร่กระจายจากเด็กเล็กให้ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ รวมไปถึงคนที่มีโรคประจำตัวโรคปอด โรคหัวใจ และภูมิคุ้มกันต่ำ ก็สามารถป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้

ปัจจุบันมี วัคซีน RSV ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงการติดเชื้อและความรุนแรงของโรค RSV และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้โดยตรง ซึ่งมีทั้งวัคซีนสำหรับเด็ก และวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

การฉีดวัคซีน RSV แนะนำให้ฉีดควบคู่ไปกับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่สำคัญ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ ที่อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้

โดยระยะเวลาในการรักษาของแต่ละคนขึ้นกับความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์

สำหรับการป้องกันการติดเชื้อ RSV อื่นๆ ก็คือ การเริ่มต้นป้องกันได้ด้วยตัวเอง อย่างการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอยู่เสมอ หรือ ใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ และ รักษาความสะอาดทำความสะอาดของเล่นเด็กบ่อยๆ หรือหากมีคนในบ้านป่วยควรแยกและงดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ร่วมไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นอีกตัวช่วยที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

สำหรับการป้องกันการติดเชื้อ RSV อื่นๆ ก็คือ การเริ่มต้นป้องกันได้ด้วยตัวเอง อย่างการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอยู่เสมอ หรือ ใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ และ รักษาความสะอาดทำความสะอาดของเล่นเด็กบ่อยๆ หรือหากมีคนในบ้านป่วยควรแยกและงดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ร่วมไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นอีกตัวช่วยที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

วัคซีน RSV คืออะไร?​

วัคซีนอาร์เอสวี (Respiratory syncytial virus Respiratory syncytial virus; RSV) “Arexvy” ใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Disease; LRTD) ที่มีสาเหตุมาจาก respiratory syncytial virus ซึ่งผลของวัคซีนจะช่วยทำให้ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อได้ โดยฉีดเพียง 1 เข็ม เท่านั้น

เนื่องจากเชื้อ RSV อาจมีผลทำให้อาการหอบหืดกำเริบได้ และในเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อนี้อาจมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ดังนั้นสำหรับคนไข้โรคหืดและปอดเรื้อรังสามารถให้ได้ตั้งแต่อายุ 18-59 ปี สำหรับผู้สูงอายุทั่วไปสามารถให้ได้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยฉีดเพียงเข็มเดียว สำหรับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆต่อการติดเชื้อ RSV ได้แก่ การมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคเลือด ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ประสิทธิภาพของวัคซีน

  • จากการศึกษาในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบว่า ประสิทธิภาพต่อการป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ RSV ครั้งแรกโดยเริ่มตั้งแต่ 15 วัน หลังฉีดวัคซีนอยู่ที่ 82.6% (ความเชื่อมั่น 96.95% ระหว่าง 57.9% ถึง 94.1%) และวัคซีนยังมีประสิทธิภาพต่อ RSV-LRTD ตลอดระยะเวลาติดตามผล พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนต่อการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ RSV-A และ RSV-B อยู่ที่ 84.6% และ 80.9% ตามลำดับ
  • ประสิทธิภาพป้องกันการระบาดที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ RSV คร้ังแรกแบ่งตามกลุ่มที่มีโรคประจำตัวร่วมอย่างน้อย 1 โรคโดยเริ่มตั้งแต่ 15 วัน หลังฉีดวีตซีน อยู่ที่ 94.6%
  • สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 18 ถึง 59 ปีที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อโรคที่เกิดจาก RSV ประสิทธิภาพของวัคซีนในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อ RSV-A และ RSV-B อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ด้อยกว่า ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนได้รับการยืนยันแล้ว

ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน RSV

  • สามารถให้ Arexvy ร่วมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายรวม 4 สายพันธุ์
  • ควรพักดูอาการเพื่อสังเกตอาการแพ้หลังการฉีดวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปในผู้ที่มีไข้สูงอย่างเฉียบพลันรุนแรง แต่ไม่จำาเป็นต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนในกรณีที่มีการติดเชื้อเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด
  • เช่นเดียวกับวัคซีนอื่น ๆ การกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มเพื่อป้องกันอาจเกิดขึ้นในผู้รับวัคซีนบางคน ไม่ใช่ทุกคน
  • ควรสังเกตปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล รวมถึงอาการหมดสติ(เป็นลม) การหายใจหอบถี่ หรือปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับความเครียดที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการฉีดวัคซีน ดังนั้น ต้องระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากการเป็นลม

ผลข้างเคียงของวัคซีน RSV

อาการไม่พึงประสงค์ที่ได้รับรายงานบ่อยที่สุดในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป คือ ปวดบริเวณที่ฉีดยา (61%) อ่อนล้า (34%) ปวดกล้ามเนื้อ (29%) ปวดศีรษะ (28%) และปวดข้อ (18%) อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้มักมีความรุนแรงเล็กน้อยหรือปานกลางและหายไปภายใน 2-3 วัน หลังฉีดวัคซีน

ข้อควรระวังในการรับวัคซีน RSV

  • ห้ามฉีด Arexvy ให้ผู้ที่มีอาการแพ้สารออกฤทธิ์ หรือส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ควรระมัดระวังการฉีด Arexvy ในผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือผู้ที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากอาจทำให้มีเลือดออกหลังฉีด
  • ไม่แนะนำให้ฉีด Arexvy ในระหว่างตั้งครรภ์ และ ในสตรีที่ให้นมบุตร

วัคซีน RSV สำหรับผู้ใหญ่ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงดังนี้

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีอายุ 18 – 59 ปี ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (เช่น โรคปอด, หอบหืด, โรคหัวใจ, เบาหวาน, โรคไต หรือโรคตับเรื้อรัง)
  • สตรีมีครรภ์ เพื่อป้องกันทั้งคุณแม่และทารกแรกเกิดจากการติดเชื้อ RSV

ประโยชน์หลังจากที่ฉีดวัคซีนป้องกัน RSV มีดังนี้?

  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส RSV ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ RSV

  • ในกรณีที่ติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคจากอาการไอ หายใจลำบาก ภาวะปอดอักเสบ และความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจากการติดเชื้อ RSV เช่น ปอดบวม (pneumonia) และหลอดลมฝอยอักเสบ (bronchiolitis)

  • ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจาก RSV โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูง

ควรฉีดวัคซีน RSV เมื่อไหร่?

ควรฉีดก่อนเข้าฤดูกาลการแพร่ระบาดของ RSV ซึ่งมักอยู่ในช่วงฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – เดือนพฤศจิกายนของทุกปี

วัคซีนป้องกันโรค RSV สำหรับผู้ใหญ่

  • ปกป้องคนที่คุณรักจากภาวะปอดอักเสบรุนแรงด้วยวัคซีนประสิทธิภาพสูง ฉีดเพียง 1 เข็ม คุ้มครองยาวนานตลอดฤดูกาลระบาด

    • 🛡️ ลดความรุนแรงของโรค: สูงสุด 94.6% ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

    • 👵 เหมาะสำหรับ: ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป หรืออายุ 18-59 ปีที่มีโรคประจำตัว

    • 💰 ราคาเบ็ดเสร็จ: 9,690 บาท (รวมค่าแพทย์และบริการ รพ. แล้ว)

    • 📅 ระยะเวลา: 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 2569

หากมีข้อสงสัย กรุณาเพิ่มเพื่อนใน LINE เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การดูแลสุขภาพด้วยการป้องกันโรคเป็นทางเลือกของวิธีรักษาสุขภาพให้
"แข็งแรงแบบยั่งยืนที่สุด​"