Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

เรื่องสำคัญที่ "นักเดินทางวัยผู้ใหญ่" ไม่ควรมองข้าม การเตรียมความพร้อมทางสุขภาพก่อนเดินทาง

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย หรือกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ล้วนเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักเดินทางวัยผู้ใหญ่ ทั้งเพื่อการพักผ่อนและดูแลสุขภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายท่านมักละเลยคือ “การปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง” (Pre-travel Consultation) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่อายุเริ่มมากขึ้นหรือมีโรคประจำตัว

ทำไมวัยผู้ใหญ่จึงควรพบแพทย์ก่อนเดินทาง?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ระบบภูมิคุ้มกันอาจทำงานลดลง (Immunosenescence) ทำให้ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ทำได้ช้ากว่าวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่อง “โรคประจำตัว” ที่ซ่อนอยู่ อาจกำเริบขึ้นได้เมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นในต่างประเทศ ได้แก่:

  • สภาพอากาศที่แตกต่าง (Extreme Weather): ร่างกายผู้ใหญ่อาจปรับตัวไม่ทันต่ออากาศที่ร้อนจัด (เสี่ยง Heatstroke) หรือหนาวจัด (เสี่ยง Hypothermia)
  • เชื้อโรคที่ไม่คุ้นเคย (Endemic Diseases): การสัมผัสเชื้อโรคประจำถิ่นในบางพื้นที่ เช่น ไข้สมองอักเสบ หรือ ไข้ไทฟอยด์ ซึ่งภูมิคุ้มกันเดิมที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ
  • ระยะเวลาเดินทางที่ยาวนาน (Prolonged Travel): การนั่งเครื่องบินหรือรถยนต์นานๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Deep Vein Thrombosis – DVT) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

ประเทศในแถบเอเชียที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

การเตรียมตัวสำหรับแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน แพทย์ขอสรุปความเสี่ยงหลักที่ “วัยผู้ใหญ่” ต้องระวัง ดังนี้:

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia)

เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา พม่า

  • โรคติดเชื้อจากยุง (Mosquito-borne diseases): พื้นที่นี้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคไข้เลือดออก (Dengue) ซึ่งพบได้ทั้งในเมืองและชนบท นอกจากนี้ โรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis) พบได้ในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท หากติดเชื้ออาจจะมีความรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ และที่สำคัญคือ “ไม่มียารักษาเฉพาะ” การป้องกันด้วยวัคซีนจึงสำคัญที่สุดส่วน มาลาเรีย (Malaria) มักพบในพื้นที่ป่าเขาหรือชายแดน หากท่องเที่ยวเฉพาะในเมืองหลวง ความเสี่ยงมาลาเรียจะต่ำมาก แต่ยังต้องระวังยุงลายกัดเสมอ
  • โรคระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal diseases): หรือที่เรียกว่า โรคท้องเสียในนักท่องเที่ยว (Traveler’s Diarrhea) และไวรัสตับอักเสบ เอ ซึ่งเกิดจากอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด เป็นเรื่องที่พบบ่อยที่สุดในภูมิภาคนี้

เอเชียใต้ (South Asia)

เช่น อินเดีย เนปาล ศรีลังกา บังกลาเทศ

  • โรคติดเชื้อทางเดินอาหารและน้ำ (Water & Food-borne diseases): เป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะ ไข้ไทฟอยด์ (Typhoid) และ อหิวาตกโรค แนะนำให้รับวัคซีนป้องกันไทฟอยด์และไวรัสตับอักเสบเอก่อนเดินทาง
  • มลพิษและสภาพอากาศ (Pollution & Climate): เมืองใหญ่หลายแห่งมีค่าฝุ่น PM5 สูงมาก อาจกระตุ้นภูมิแพ้หรือโรคปอดในผู้สูงอายุได้
  • เพิ่มเติมสำหรับนักเดินทางที่มีแผนขึ้นเขาหรือไปพื้นที่สูง ต้องระวัง ภาวะแพ้ที่สูง (High Altitude Sickness) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตหากไม่เตรียมตัว

เอเชียตะวันออก (East Asia)

เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน

  • โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory diseases): ในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ จะมีการระบาดของ “ไข้หวัดใหญ่” (Influenza) และโรคปอดอักเสบ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
  • โรคติดต่อในพื้นที่แออัด: เนื่องจากเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น การแพร่เชื้อไวรัสต่างๆ ทำได้ง่าย รวมถึงโรคหัด (Measles) ที่อาจมีการระบาดเป็นระยะ
  • ภัยจากสภาพอากาศ (Extreme Weather):
    • ฤดูหนาว: ระวังภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) ในผู้สูงอายุ
    • ฤดูร้อน: ระวังภาวะลมแดด (Heatstroke) ซึ่งรุนแรงมากในญี่ปุ่นและจีนช่วงกลางปี

ประโยชน์ของการพบแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง

การเข้ารับคำปรึกษาล่วงหน้า (แนะนำประมาณ 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง) จะช่วยให้ท่านเดินทางได้อย่างมั่นใจ ผ่านกระบวนการดังนี้

  • ประเมินความพร้อมในการบิน (Fitness to Fly): ตรวจสอบสภาวะร่างกายและโรคประจำตัวว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และปลอดภัยต่อการโดยสารเครื่องบิน
  • สร้างเกราะป้องกันโรค (Vaccination): รับวัคซีนที่จำเป็นตามความเสี่ยงของพื้นที่ปลายทาง และทบทวนวัคซีนพื้นฐานของผู้ใหญ่ที่ควรได้รับกระตุ้น
  • วางแผนยาและเอกสารสำคัญ (Medication & Documentation): จัดเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอ และขอใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) สำหรับการพกยาข้ามประเทศอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพและเตรียมตัวที่แนะนำ (Checklist)

เพื่อให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพพื้นฐานและโรคประจำตัว แพทย์แนะนำขั้นตอนดังนี้:

ตรวจสุขภาพพื้นฐานและประเมินผลเลือด (Laboratory & Physical Exam) ส่วนนี้คือการเพิ่มเติมที่สำคัญ เพื่อดูความพร้อมของระบบภายในอย่างละเอียด:

  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์: วัดความดันโลหิต ฟังเสียงปอดและหัวใจ
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS / HbA1c): เพื่อประเมินว่าภาวะเบาหวานสงบพอที่จะเดินทางหรือไม่ และเพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูงฉียบพลันระหว่างเดินทาง
  • ตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile): ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ตรวจการทำงานของตับและไต (Liver & Kidney Function): สำคัญมากในการประเมินการขับยาออกจากร่างกาย หากต้องทานยาป้องกันโรคมาลาเรียหรือยาปฏิชีวนะบางชนิด
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): ดูภาวะโลหิตจาง หรือการติดเชื้อซ่อนเร้น
  • ตรวจการทำงานของหัวใจ (EKG): ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

ประเมินและวางแผนโรคประจำตัว ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, โรคปอด หรือภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อ:

  • ปรับยาให้เหมาะสมกับกิจกรรม
  • วางแผนการพกยาสำรอง และวิธีเก็บรักษายา
  • ประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลในการเดินทาง

วัคซีนที่ควรพิจารณา วัคซีนที่มักแนะนำสำหรับการเดินทางในแถบเอเชีย ได้แก่:

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (แนะนำปีละ 1 ครั้ง)
  • วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี
  • วัคซีนไทฟอยด์ (ในบางประเทศ)
  • วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (ควรกระตุ้นทุก 10 ปี)
  • วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (ในบางประเทศ)
  • วัคซีนไข้เลือดออก (ในบางประเทศ)

การเตรียมตัวที่ดีตามหลักการแพทย์ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วย แต่ยังช่วยให้ท่านเก็บเกี่ยวความสุขจากการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่

บทความโดย

นพ. วัศพล กุลธวัชวิชัย

ศูนย์ตรวจสุขภาพ สาขาเฉพาะทาง

เวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว

FAQ

Q: วัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนเที่ยวต่างประเทศจริงหรือไม่

A: เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันและความสามารถในการปรับตัวของร่างกายจะลดลง การเดินทางไกล โดยเฉพาะไปต่างประเทศในแถบเอเชียที่มีสภาพอากาศ อาหาร และเชื้อโรคแตกต่าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือทำให้โรคประจำตัวกำเริบ การตรวจสุขภาพก่อนเดินทางช่วยประเมินความพร้อมของร่างกายและลดความเสี่ยงระหว่างทริปได้อย่างมาก

 


Q: การเดินทางในแถบเอเชียมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอะไรบ้าง

A: แต่ละภูมิภาคในเอเชียมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: โรคจากยุง เช่น ไข้เลือดออก และโรคทางเดินอาหาร
  • เอเชียใต้: โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ไทฟอยด์ รวมถึงอากาศร้อนจัดและมลพิษ
  • เอเชียตะวันออก: โรคทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในฤดูหนาว
    การตรวจสุขภาพจะช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงตามประเทศปลายทางได้อย่างเหมาะสม

Q: วัยผู้ใหญ่ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างก่อนเดินทาง

A: การตรวจที่แนะนำ ได้แก่

  • ตรวจร่างกายทั่วไปและวัดความดันโลหิต
  • ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • ตรวจการทำงานของหัวใจในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
  • ประเมินสุขภาพโดยรวมเพื่อดูความพร้อมในการเดินทาง
    การตรวจเหล่านี้ช่วยให้ทราบภาวะสุขภาพที่อาจส่งผลระหว่างการเดินทางล่วงหน้า

Q: ผู้ที่มีโรคประจำตัวจำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษหรือไม่

A: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคปอด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง เพื่อ

  • ปรับยาให้เหมาะสม
  • วางแผนการพกพายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ประเมินความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง
    เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัยตลอดทริป

Q: การปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางช่วยอะไรได้บ้าง

A: แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางจะช่วยดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่

  • การประเมินความเสี่ยงตามประเทศปลายทาง
  • การวางแผนวัคซีนที่เหมาะสม
  • คำแนะนำเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ยา และการป้องกันโรค
  • ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยระหว่างและหลังการเดินทาง
    ทำให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น

แพ็กเกจให้คำปรึกษาก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง Travel Medicine Package

บริการปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง (Travel Medicine) และพยาบาล ก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทางท่องเที่ยว หรือผู้รับบริการที่ต้องการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง

นพ. วัศพล กุลธวัชวิชัย

ศูนย์ตรวจสุขภาพ

สาขาเฉพาะทาง

เวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– เวชศาสตร์ป้องกัน
– เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว


Gultawatvichai W, Matsee W, Pisutsan P, Kusolsuk T,
Silachamroon U, Mansanguan C, Lawpoolsri S, Flaherty GT,
Piyaphanee W. (2023). Prevalence of hypertension among
travelers and stability of blood pressure control during travel:
a cross-sectional descriptive study and prospective cohort
study. Tropical Diseases, Travel Medicine and Vaccines,
9(1), 13.
DOI: 10.1186/s40794-023-00199-5


– 2017 Doctor of Medicine, Thammasat University
– 2024 Master of Science in Clinical Tropical Medicine, Mahidol
University


2023 Thai Board of Preventive Medicine, Travel Medicine,
Mahidol University


Diploma in Sexual Medicine
Diploma in Clinical Sexology
Mini Management in Lifestyle Medicine

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
อังคาร 08:00 – 15:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ
เสาร์ 08:00 – 12:00 ศูนย์ตรวจสุขภาพ