Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

โรคปอดอักเสบ หรือ ปอดบวม (pneumonitis)

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Streptococcus pneumoniae (S. pneumoniae) คือ ภาวะติดเชื้อในปอด จนเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ หรือถุงลมปอด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นที่ปอดข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ โรคปอดอักเสบเกิดได้ในทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ บางครั้งการติดเชื้ออาจรุนแรงและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไว้ก่อน

อาการของโรคปอดอักเสบ

ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีระดับความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรค อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยทั่วไปมักพบอาการดังนี้

  • ไอ มีเสมหะ 
  • หายใจหอบถี่ หายใจลำบาก 
  • มีไข้ เหงื่อออก หนาวสั่น 
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย 
  • ผู้ป่วยสูงอายุอาจมีอาการซึม ความรู้สึกสับสน อุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่าปกติ 
  • เด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำ

สาเหตุของโรคปอดอักเสบคืออะไร

ปอดอักเสบเกิดขึ้นจาก 3 สาเหตุหลักๆ คือ

1. ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ พบได้บ่อยที่สุด และแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอายุ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เกิดโรค

    •   เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ เชื้อ Pneumococcus, เชื้อ Streptococcus pneumoniae, เชื้อ Haemophilus influenzae type b, เชื้อ Chlamydia pneumoniae, เชื้อ Legionella spp. และเชื้อ Mycoplasma pneumoniae เป็นต้น

    •   เชื้อไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสซาร์ส (SARS Virus), เชื้อ Respiratory Syncytial Virus (RSV), เชื้อ Influenza หรือเชื้อไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

    •.  เชื้ออื่น ๆ ได้แก่ เชื้อราจากมูลนกหรือซากพืชซากสัตว์ พยาธิ ฯลฯ

2. ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น

    •   การหายใจเอาสารระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจเข้าไป เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมีที่ระเหยได้

    •   การสำลักเศษอาหารเข้าไปในปอด

    •   การได้รับยาเคมีบำบัด และยาสำหรับควบคุมการเต้นของหัวใจบางชนิด

3. ปอดอักเสบจากการแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิต้านทานต่ำ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี (SLE) ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกแฝด เด็กขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ ฯลฯ

     แม้ว่าโรคปอดอักเสบจากสาเหตุต่างๆ จะมีอาการใกล้เคียงกัน แต่วิธีการป้องกันและการรักษาแตกต่างกัน เนื่องจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อสามารถติดต่อได้ง่าย จึงพบได้มากกว่า และจำเป็นต้องเฝ้าระวังผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด

วิธีการป้องกันโรคปอดอักเสบ

        โรคปอดอักเสบ โดยเฉพาะที่เกิดจากการติดเชื้ออาจมีความรุนแรงมากจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ การป้องกันโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

        นอกจากการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการที่จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงซึ่งก็คือ เด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง

แพ็กเกจวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่
Vaccines for adults

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Vaccine)

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสในประเทศไทยขณะนี้มี 2 ชนิด ได้แก่

1.   Pneumococcal conjugate vaccine (PCV20)

      ป้องกันเชื้อ 20 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อที่รุนแรงในเด็ก และประมาณครึ่งหนึ่งของการติดเชื้อในผู้ใหญ่

      PCV20 เป็นวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต ตัวใหม่ในประเทศไทย ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส   ซึ่งเพิ่มเติมมาจาก PCV 13และ15

2.   Pneumococcal polysaccharide vaccine (PPSV23)

      ครอบคลุม 23 สายพันธุ์ ที่มักก่อให้เกิดโรคติดเชื้อชนิดรุนแรง โดยจะฉีดให้กับเด็กโตและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ทั้งนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในการเลือกชนิดของวัคซีนปอดอักเสบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล.

ผู้ที่ “ควรรับ” วัคซีน และขั้นตอนการรับวัคซีนจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส

1. Pneumococcal Conjugate Vaccine – Vaxneuvance PCV20 แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม ให้กับผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือ ผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

      • ผู้ที่ได้รับการตัดม้าม

      • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น หัวใจวายเรื้อรัง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตวาย โรคตับแข็ง เบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ดี

      • ผู้ป่วยที่มีการรั่วซึมของน้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Leakage)

      • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ติดเชื้อเอชไอวี เปลี่ยนถ่ายอวัยวะและปลูกถ่ายไขกระดูก

  • ฉีดเพียง 1 เข็ม โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นด้วย วัคซีน PPSV23 (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์)

2. Pneumococcal Polysaccharide Vaccine – PPSV23 แนะนำให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม ให้กับผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือ ผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงรุนแรง ดังนี้

      • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน

      • ผู้ที่อายุน้อยกว่า 65 ปี ควรได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ 1 เข็ม และควรฉีดกระตุ้น 1 ครั้ง ที่ 5 ปีถัดไป

ผู้ที่ไม่ควรรับวัคซีนปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส

      • ผู้ที่เคยมีปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายกับชีวิต

      • ผู้ที่มีปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนผสมของวัคซีน

      • ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง มีไข้ ผู้ป่วยวิกฤตหนัก ควรรักษาตัวให้หายดีก่อนรับวัคซีนนี้

ผลข้างเคียงของวัคซีนปอดอักเสบ

ผลข้างเคียงของวัคซีนปอดอักเสบ อาจเกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก

      • ประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กจะมีอาการง่วงนอนหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน มีอาการเบื่ออาหารชั่วคราวหรือระบมแดงบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน

      • ประมาณ 1 ใน 3 จะมีอาการบวมบริเวณที่ได้รับการฉีด

      • ประมาณ 1 ใน 3 จะมีไข้เล็กน้อยและประมาณ 1 ใน 20 จะมีไข้สูงผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนจะมีอาการบวมแดง และเจ็บบริเวณที่ได้รับการฉีด มีไข้เล็กน้อย ปวดเมื่อย ปวดหัว หนาวสั่นหรือปวดกล้ามเนื้อ ส่วนปฏิกิริยาแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตจากการได้รับวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมาก

 

หมายเหตุ : ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีน จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป หลังจากการฉีดวัคซีน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
และทำนัดฉีดวัคซีน