✨Translated by AI
และคนไทยป่วยเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นวันละ
อันตรายและผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นละออง PM 2.5
PM 2.5 เป็นฝุ่นที่อันตรายและสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ลึกถึงถุงลมปอด บางส่วนสามารถเล็ดรอดผ่านผนังถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด และกระจายตัวแทรกซึมไปทั่วร่างกาย กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพอง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สำหรับผลระยะยาวจะทำให้การทำงานของปอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ก็ตาม และเพิ่มโอกาสทำให้เกิดมะเร็งปอดอีกด้วย
"1 ใน 10 ของคนเป็นมะเร็งปอด เป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศ"
โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีสารก่อมะเร็งนั้นสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ออวัยวะอีกหลายส่วน เช่น ตา จมูก คอ ซึ่งอาจทำให้แสบตา ตาแดง คันจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หายใจไม่สะดวก เกิดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ
อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ เพราะฝุ่นพิษจะกระตุ้นให้เกิดอาการต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
ผู้ที่เสียชีวิตในไทย จาก PM2.5 มีประมาณ 70,000 คน (ต่อปี)
มากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 มาก แต่กลับถูก ‘มองข้าม’
บทความจากหนังสือพิมพ์ Bloomberg โดยศาสตราจารย์ Tyler Cowen ชื่อว่า “Air Pollution Kills Far More People Than Covid Ever Will” เป็นการหยิบ “งานวิจัยชิ้นล่าสุด” ที่ทำโดยนักวิจัยจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย University of Birmingham, Harvard university และ University College London ที่เพิ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research มาเล่า
แม้ผลกระทบจากโรคที่เกิดจาก PM2.5 จะรุนแรงขนาดนี้ แต่การระบาดของโรค COVID-19 ได้แย่งพื้นที่ข่าวและความสนใจไปจนหมด ผลกระทบจากฝุ่นพิษเลยดูเหมือนจะเป็นเรื่องรองๆ ที่เรามักจะไม่ตระหนัก และให้ความสนใจเป็นครั้งคราวเท่านั้น
คนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอด
โรคมะเร็งปอด คือ
“โรคที่เซลล์ในปอดเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้”
มะเร็งอาจเริ่มต้นที่ปอด และแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หรือมะเร็งจากอวัยวะอื่นอาจจะแพร่กระจายไปยังปอดได้เช่นกัน
อาการของโรคมะเร็งปอด |
โดยส่วนใหญ่มักจะไม่เกิดอาการ จนกว่ามะเร็งจะดำเนินไปสู่ ระยะ III ขึ้นไป
"นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดจึงเป็นเรื่องสำคัญ"
ผู้เป็นมะเร็งปอดอาจมีอาการเหล่านี้:
- อาการเจ็บหน้าอกหรือรู้สึกไม่สบาย
- อาการไอที่ไม่หาย หรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป
- หายใจลำบาก
- หายใจมีเสียงวี๊ด
- ไอมีเสมหะเป็นเลือด
- เสียงแหบ
- ไม่อยากอาหาร
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
- มีปัญหาในการกลืน
- มีอาการบวมที่ใบหน้าและ/หรือเส้นเลือดที่คอ
ใครบ้าง มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด?
- ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีประวัติสูบบุหรี่ที่อายุมากกว่า 45 ปี
- ผู้มีบุคคลในครอบครัวสุบบุหรี่ หรือใกล้ชิดคนสูบบุหรี่
- ผู้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องรับมลภาวะและสารพิษต่างๆ
- มีประวัติคนในครอบครัวทางสายเลือดเป็นมะเร็งปอด
- ผู้ที่มีอาการไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
สถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ที่ BNH
พบผู้ป่วยมะเร็งปอด
ตรวจมะเร็งปอด ไปเพื่ออะไร?
กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปอดก็สายไปเสียแล้ว! เพราะมะเร็งปอด ไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก
- ทางกลับกันหาก ตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ในระยะแรก โอกาสรักษาให้หายขาดได้จะมีสูงถึง 90%
ความแตกต่างของการตรวจมะเร็งปอดโดย | การเอ็กซเรย์ VS การทำ CT สแกน?
- การดูผลเอ็กซเรย์จะไม่ดีเท่ากับการทำ CT สแกน ในการเห็นเนื้องอกในปอด โดยเฉพาะในระยะแรกๆ เนื้องอกอาจมีขนาดเล็กเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยการเอ็กซเรย์ หรืออาจถูกบดบังจากอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย (เช่น ซี่โครง)
- การเอ็กซเรย์ไม่สามารถวินิจฉัยมะเร็งปอดได้ แต่สามารถแสดงให้แพทย์เห็นว่ามีสิ่งที่น่าสงสัยที่ควรทำการตรวจเพิ่มเติม
- การทำ CT สแกน จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า การเอ็กซเรย์ แต่ได้มาซึ่งผลการตรวจที่ดีกว่ามาก
ทำไมต้องมาตรวจมะเร็งปอด ที่ BNH?
- ด้วยทีมแพทย์มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง ที่ช่วยดูแลคุณให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- จากสถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดมาแล้วถึง 4,732 ครั้ง
- เราพบผู้ป่วยมะเร็งปอดถึง 40 ราย หรือคิดเป็น 1.15%
- ล่าสุด เราได้เพิ่มเครื่องมือ Spectral CT ที่ทันสมัยระดับ Advanced Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น
แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด เหมาะสำหรับใครบ้าง?
- ผู้ที่ยังไม่เคยตรวจปอดเพศชาย อายุ 45+ | เพศหญิง อายุ 50+
- ผู้ที่ต้องการตรวจปอดประจำปี
- ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับมลพิษ หรือสารพิษต่างๆ เป็นเวลานาน
- ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีอาการไอเรื้อรัง
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
- ขายราคาเดิม 6,500 บาท | ทางออนไลน์เท่านั้น!!!
- ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2566
- และทำนัดใช้บริการได้ตั้งแต่ วันที่ 15 พฤษภาคม – 31 กรกฏาคม 2566













