Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

อิ๊กซี่ (ICSI) ราคา เท่าไร? ทำไมถึงเป็นวิธีที่ราคาสูงที่สุด?

ICSI ราคาเท่าไร?

ICSI หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection คือการทำเด็กหลอดแก้วรูปแบบหนึ่ง โดยคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง 1 ตัว แล้วฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิและพัฒนาเป็นตัวอ่อน ก่อนย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI จึงเกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน เช่น การตรวจเตรียมพร้อมของฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย การกระตุ้นไข่ การเก็บไข่ การเตรียมน้ำเชื้อ การปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน การแช่แข็งตัวอ่อน และการย้ายตัวอ่อน

ICSI มักมีราคาสูงกว่าวิธีผสมเทียมหรือเด็กหลอดแก้วบางรูปแบบ เพราะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ เครื่องมือขนาดเล็กพิเศษ กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง และนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีความชำนาญในการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจริงของแต่ละคู่จะแตกต่างกันตามอายุ ผลตรวจ คุณภาพไข่ คุณภาพอสุจิ ปริมาณยา จำนวนครั้งที่ติดตามผล และรายการเพิ่มเติมที่แพทย์พิจารณาว่าจำเป็น

ตารางสรุป ICSI ราคาแบบตอบเร็ว

คำถาม คำตอบแบบสั้น
ICSI ราคาเท่าไร? ค่าใช้จ่ายโดยรวมของ ICSI อยู่ที่ประมาณ 454,000–630,000 บาท ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและรายการเพิ่มเติมของแต่ละบุคคล
ทำไม ICSI ราคาสูง? เพราะเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ กล้องจุลทรรศน์ และนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีความชำนาญ
ราคา ICSI รวมอะไรบ้าง? โดยทั่วไปประกอบด้วยการตรวจเตรียมพร้อม กระตุ้นไข่ เก็บไข่ เตรียมน้ำเชื้อ ปฏิสนธิ เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และย้ายตัวอ่อน
ค่าใช้จ่ายฝ่ายหญิงประมาณเท่าไร? ค่าใช้จ่ายฝ่ายหญิงประมาณ 430,000–600,000 บาท ขึ้นอยู่กับยา ปริมาณยา การตรวจ และแผนการรักษา
ค่าใช้จ่ายฝ่ายชายประมาณเท่าไร? ค่าใช้จ่ายฝ่ายชายประมาณ 24,000–30,000 บาท โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องเก็บอสุจิด้วยหัตถการ
มีค่าตรวจโครโมโซมตัวอ่อนหรือไม่? อาจมีในกรณีที่แพทย์แนะนำ เช่น การตรวจ PGT/NGS ก่อนการย้ายตัวอ่อน เพื่อคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซม
มีค่าแช่แข็งตัวอ่อนหรือน้ำเชื้อไหม? อาจมีค่าแช่แข็งน้ำเชื้อหรือแช่แข็งตัวอ่อน ขึ้นอยู่กับจำนวนตัวอ่อน น้ำเชื้อ และแผนการรักษาของแต่ละคู่
ควรประเมินราคา ICSI อย่างไร? ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจฮอร์โมน ตรวจน้ำเชื้อ และประเมินสาเหตุภาวะมีบุตรยากก่อนวางแผนค่าใช้จ่าย
อิ๊กซี่ (ICSI) คือการทำเด็กหลอดแก้วแบบหนึ่ง ที่ทำโดยการคัดเลือกไข่ที่สมบูรณ์ที่สุด 1 ใบจากฝ่ายหญิง และอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวจากฝ่ายชาย มาผสมกันโดยการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงจนเกิดการปฏิสนธิและกลายเป็นตัวอ่อน เมื่อครบเวลา 5 วัน ก็จะย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้ฝังตัวและตั้งครรภ์ต่อไป แล้วค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI ราคาเท่าไร? ราคารวมเท่าไร? แจกแจงรายละเอียดราคาทุกขั้นตอนการทำ ICSI

อิ๊กซี่ ICSI ค่าใช้จ่ายโดยรวม

ราคาค่าใช้จ่ายโดยรวมของการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีการทำ ICSI จะอยู่ที่ 454,000 – 630,000 บาท ค่าใช้จ่ายของฝั่งคุณแม่ประมาณ 430,000 – 600,000 บาท ส่วนฝ่ายคุณพ่อจะอยู่ที่ประมาณ 24,000 – 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับตัวยาที่แพทย์ให้ใช้ ปริมาณยา จำนวนครั้งที่พบแพทย์ และขั้นตอนการทำอิ๊กซี่ที่เป็นปฏิบัติการทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น การฝากน้ำเชื้อแช่แข็ง การฝากตัวอ่อนแช่แข็ง เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายการทำอิ๊กซี่ดังกล่าวสามารถแจกแจงตามขั้นตอนการทำ ICSI แต่ละขั้นตอนได้ ดังนี้
1. ระยะเตรียมความพร้อม Preparation part

1.1 ฝ่ายหญิง

รายการ

รายละเอียด

1.1 ตรวจเลือดชุดฝากครรภ์และโรคติดเชื้อ (LAB ANC+Infectious)

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • ตรวจหมู่เลือด (Blood group)
  • ตรวจหมู่เลือดอาร์เอช (Rh group)
  • ตรวจเชื้อ HIV (Anti HIV)
  • ตรวจเชื้อซิฟิลิส (VDRL)
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบ (HBsAg และ Anti HCV)
  • ตรวจโรคหัดเยอรมัน (Rubella IgG)
  • ตรวจโรคธาลัสซีเมีย (Hemoglobin typing)

1.2 ตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมนของรังไข่ (ในวันที่ 2 ของประจำเดือน)

ตรวจฮอร์โมน E2, LH, FSH และ PRL

1.3 ตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด

TVS (Transvaginal Ultrasound)

1.4 วัดระดับฮอร์โมนที่บ่งบอกปริมาณไข่สำรองที่เหลืออยู่ในรังไข่

AMH (Anti Mullerian Hormone)

1.2 ฝ่ายชาย

รายการรายละเอียด

1.1 ตรวจเลือดทั่วไป พร้อมโรคต่าง ๆ (LAB ANC+Infectious)

**Infectious Lab ต้องตรวจทุกเคสก่อนเก็บน้ำเชื้อ

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • ตรวจหมู่เลือด (Blood group)
  • ตรวจหมู่เลือดอาร์เอช (Rh group)
  • ตรวจเชื้อ HIV (Anti HIV)
  • ตรวจเชื้อซิฟิลิส (VDRL)
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบ (HBsAg และ Anti HCV)
  • ตรวจโรคธาลัสซีเมีย (Hemoglobin typing)

1.2 ตรวจคุณภาพเชื้ออสุจิ (Sperm Count) และเปอร์เซ็นต์การแตกตัวของ DNA (DNA Fragmentation)

SA (Sperm Analysis)

SA (Sperm Analysis) และ Sperm DNA Fragmentation Index

(แพทย์แนะนำให้ตรวจทุกเคส)

1.3 ค่าบริการแช่แข็งน้ำเชื้อ (ค่าใช้จ่ายรายปี)

Sperm freeze annual fee
2. ระยะการกระตุ้นให้ไข่ตก Ovulation Induction (OI)
รายการรายละเอียด

2.1 อัลตราซาวด์ดูการเจริญเติบโตของถุงไข่

TVS (Transvaginal Ultrasound)

อาจจะนัดมาติดตามอาการ 2–3 ครั้ง

ต่อรอบการตกไข่ 1 รอบ

2.2 ตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน

FSH (1 ครั้ง)

E2, LH (2–3 ครั้ง)

2.3 ยาที่ใช้สำหรับการกระตุ้นเพิ่มขนาดไข่ (ใช้ชุดใดชุดหนึ่ง ตามการพิจารณาของแพทย์)

**เป็นราคาโดยประมาณ สำหรับ 8 วัน

Gonal F 300 units
Puregon 200 units
Pergoveris 300/150 IU
Follitrope 300 IU

ยาที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ตกก่อนเวลา

**เป็นราคาโดยประมาณ สำหรับ 3 วัน

Orgalutran 0.25 mg

2.4 ยาสำหรับฉีดให้ไข่พร้อมสำหรับการเก็บไข่

hCG 5000 units
Ovidrel 250 mcg
Diphereline 0.2 mg
Cetrotide 0.25 mg


แนะนำประสานงานโดยทีมงาน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ที่มีประสบการณ์ดูแลกลุ่มคนไข้ภาวะมีบุตรยากนานกว่า 15 ปี

3. ระยะการเก็บไข่ และการปฏิสนธิ Egg Retrieval and Fertilization
รายการรายละเอียด

3.1 หัตถการเก็บไข่ การช่วยปฏิสนธิ (Oocyte retrieval and Embryo culture)

ช่วยปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI และการเลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงระยะ Blastocyst (ประมาณ 5 วัน)

3.2 ตรวจโครโมโซม NGS ก่อนการย้ายตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Screening)

สำหรับ 24 โครโมโซม

**เฉพาะรายที่แพทย์แนะนำให้ตรวจ

PGT 1–4 embryos
PGT 5–8 embryos
PGT Extra (ในกรณีมีมากกว่า 8 ตัว)

3.3 ตรวจโครโมโซม NGS ก่อนการย้ายตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Screening)

สำหรับ 5 โครโมโซม

PGT 1–8 (5 embryos)

3.4 ค่าบริการแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)

ตัวอ่อนไม่เกิน 10 ตัว
ตัวอ่อนมากกว่า 10 ตัวขึ้นไป คิดราคาเพิ่มเฉพาะจำนวนตัวอ่อนที่เกินมา
4. ระยะการย้ายตัวอ่อน Embryo Transfer
รายการรายละเอียดราคา

4.1 กระบวนการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก (Embryo Transfer)

  • การย้ายตัวอ่อนในรอบสด (ET)
  • การย้ายตัวอ่อนในรอบแช่แข็ง (FET)

4.2 ยาที่ต้องใช้หลังการใส่ตัวอ่อน

Crinone 8% gel370 /หน่วย
Utrogestan 200 mg53 /หน่วย
Postmenop 2 mg288 /1 Pack
Duphaston 10 mg46 /หน่วย
5. รายการเพิ่มเติมนอกเหนือจากการทำ ICSI
รายการรายละเอียด

5.1 การผ่าตัดเพื่อเอาเชื้ออสุจิออกจากลูกอัณฑะ หรือท่อพักอสุจิ (Surgical Retrieval of Sperm)

**เฉพาะกรณีที่ไม่สามารถเก็บอสุจิโดยการหลั่งตามปกติได้ (Azoospermia)

  • วิธีการใช้เข็มเก็บอสุจิ (PESA)
  • วิธีการตัดชิ้นเนื้อเก็บอสุจิ (TESE)

5.2 การส่องกล้องดูในโพรงมดลูกและตัดติ่งเนื้อออก (Hysteroscopic Surgery)

**เฉพาะกรณีที่มดลูกมีปัญหา อย่างพังผืด หรือติ่งเนื้อ จนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวเพื่อตั้งครรภ์ได้

ส่องกล้อง (Hysteroscopy)

อาจมีขูดมดลูก (D&C) ในบางกรณี

5.3 การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery)

**เฉพาะกรณีที่มดลูกมีปัญหา อย่างก้อนเนื้องอกในมดลูกและท่อนำไข่บวม

การทำ ICSI เหมาะกับใครบ้าง?

อิ๊กซี่ ICSI

การทำ ICSI เหมาะกับ

  1. คุณแม่ที่เกิดภาวะมีบุตรยาก (Infertility) จากทั้ง
    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ (Endometriosis)
    • ท่อนำไข่ตันหรือเสียหาย (Fallopian tube damage or blockage)
    • ภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation disorders)
    • ภาวะรังไข่ทำงานน้อยกว่าปกติ (Ovarian insufficiency)
    • กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
    • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
    • มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์
    • มีลักษณะท่อนำไข่หรือปากมดลูกตีบ แคบ หรือตัน จนไม่สามารถปฏิสนธิด้วยวิธีการตามปกติได้
    • ฮอร์โมนผิดปกติ
    • เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ หรือไม่สามารถหาสาเหตุได้
  2. คุณแม่ที่ผ่านการทำหมัน (Female sterilization) ด้วยการผูกท่อนำไข่ ตัดท่อนำไข่ หรือทำให้ท่อนำไข่อุดตัน
  3. คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ที่มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพไข่ จำนวนไข่ที่เหลืออยู่ เกิดภาวะมดลูกเสื่อม ผนังไข่หนา จนทำให้การทำ IUI หรือ IVF ไม่ได้ผล
  4. คุณแม่ที่ต้องการตั้งครรภ์จากไข่ที่ฝากไข่ไว้ (Oocyte Cryopreservation)
  5. คุณพ่อที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพน้ำเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาอสุจิเคลื่อนไหวไม่ดี แพทย์จะแนะนำให้ทำ ICSI เนื่องจากจะให้ผลดีกว่า IVF
  6. คุณพ่อที่ทำหมัน (Vasectomy) ด้วยการผูกท่อนำน้ำอสุจิไปแล้ว
  7. คู่สมรสที่ลองใช้วิธีแก้ปัญหามีบุตรยากด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การนับวันมีเพศสัมพันธ์ การทำ IVF และ IUI แล้วไม่สำเร็จ
ทำไมต้องทำ ICSI ที่ BNH Hospital?

โดยทั่วไปแล้ว การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีการทำ ICSI แม้ราคาจะสูงกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็เป็นวิธีที่มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จสูงที่สุดเช่นเดียวกัน ตามปกติแล้ว โอกาสทำ ICSI สำเร็จจะอยู่ที่ 10 – 40% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการผสมเทียม ทั้งนี้โอกาสสำเร็จจะขึ้นอยู่กับคุณภาพไข่ คุณภาพน้ำเชื้อ อายุของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วย และประสบการณ์ของแพทย์กับนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนด้วย

 

แต่การทำ ICSI ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Hospital) จากผลการรักษาที่ผ่านมากว่า 20 ปี พบว่าคุณแม่ที่มาทำ ICSI กับเรา มีโอกาสทำ ICSI สำเร็จมากถึง 70% ของผู้เข้ารับการรักษาทั้งหมด

 

เพราะเราดูแลทุกเคสโดยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรยาก ดำเนินการในห้องปฏิบัติการโดยนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีประสบการณ์สูง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์โดยการดูแลผู้เข้ารับการรักษาตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การปรึกษาวางแผนการตั้งครรภ์ ไปจนกระทั่งคลอดบุตร 

 

ดูแลทุกสุขภาพทารกตั้งแต่แรกเกิดจนเติบโตแข็งแรง เพราะเราเป็นเพื่อนที่ดูแลสุขภาพคุณตลอดชีวิต“Your Trustworthy Lifetime Healthcare Companion” 

 

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช : BNH International Fertility Centre – The M Brace

อิ๊กซี่ ICSI

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา ICSI

A: ค่าใช้จ่ายโดยรวมของการทำ ICSI อยู่ที่ประมาณ 454,000–630,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายของฝ่ายหญิงประมาณ 430,000–600,000 บาท และฝ่ายชายประมาณ 24,000–30,000 บาท ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นอยู่กับยา ปริมาณยา จำนวนครั้งที่พบแพทย์ ผลตรวจ และรายการเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

A: ICSI ราคาสูงกว่าการรักษาแบบอื่นเนื่องจาก วิธีการปฏิสนธิค่อนข้างยุ่งยาก แพทย์จะต้องฉีดอสุจิเข้าผสมกับไข่โดยตรง ในขณะที่ไข่ของฝ่ายหญิงมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 16 – 23 มิลลิเมตร และอสุจิของฝ่ายชายมีขนาดเล็กถึง 0.05 มิลลิเมตร 

ดังนั้นการปฏิสนธิจึงต้องทำภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง พร้อมเครื่องมือที่มีขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้สามารถบรรจุอสุจิได้พอดีและฉีดเข้าที่เซลล์ไข่ได้โดยที่เซลล์ไม่เสียหาย และต้องทำโดยนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ชำนาญการด้วย ค่าใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์เฉพาะและค่าปฏิบัติการจึงสูงกว่าการรักษาวิธีอื่นๆ

A: ค่าใช้จ่าย ICSI สามารถแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ระยะเตรียมความพร้อมของฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ระยะกระตุ้นไข่ การเก็บไข่และปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน การแช่แข็งตัวอ่อน การย้ายตัวอ่อน และรายการเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ของแพทย์

A: ค่ายากระตุ้นไข่อาจแตกต่างกันไปตามชนิดยา ปริมาณยา และการตอบสนองต่อยาของฝ่ายหญิง แพทย์จะพิจารณาการใช้ยาเป็นรายบุคคล จึงควรตรวจสอบรายละเอียดแพ็กเกจกับเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มรักษา

A: การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เช่น PGT หรือ NGS ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม เช่น อายุของฝ่ายหญิง ประวัติแท้งซ้ำ โรคทางพันธุกรรมในครอบครัว หรือข้อบ่งชี้เฉพาะของแต่ละคู่

A: อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี เช่น การแช่แข็งน้ำเชื้อ การแช่แข็งตัวอ่อน การเก็บอสุจิด้วยหัตถการ PESA หรือ TESE การส่องกล้องโพรงมดลูก หรือการผ่าตัดผ่านกล้อง หากแพทย์ประเมินว่าจำเป็น

A: ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจฮอร์โมน ตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ และประเมินสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาและประเมินค่าใช้จ่ายได้ใกล้เคียงกับความจำเป็นจริงของแต่ละคู่

A:

การทำ ICSI มีโอกาสเกิดลูกแฝดได้ เนื่องจากในขั้นตอนการใส่ตัวอ่อน แพทย์มักจะใส่ตัวอ่อนเข้าไปมากกว่า 1 ตัว เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ ดังนั้นในกรณีที่ตัวอ่อนฝังตัวที่โพรงมดลูกได้ดี ก็สามารถเกิดครรภ์แฝดได้

นอกจากนี้ การทำ ICSI ยังมีความเสี่ยงที่จะมีครรภ์แฝดที่เป็นแฝดจากไข่ใบเดียวกัน ที่เรียกว่า “แฝดแท้ (Monozygotic Twins)” ได้เหมือนกับการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติอีกด้วย

A: การแท้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทั้งครรภ์ที่เกิดจากเด็กหลอดแก้ว ผสมเทียม หรือกระทั่งการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ซึ่งสาเหตุของการแท้งนั้นมีหลายปัจจัยมาก ทั้งคุณภาพของร่างกาย สุขภาพโดยรวม พฤติกรรมของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนมากไม่ใช่ปัจจัยที่มาจากการทำ ICSI ดังนั้นการทำ ICSI จึงไม่ได้เสี่ยงแท้งง่ายกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติแต่อย่างใด

A: จากการติดตามดูแลเด็กที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI สำเร็จ พบว่าเด็กๆ ที่เกิดมานั้นไม่ได้อ่อนแอ หรือป่วยง่ายกว่าเด็กที่เกิดจากวิธีการตามธรรมชาติแต่อย่างใด เด็กที่เกิดมาจะแข็งแรง และร่างเริงเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป

และเด็กที่เกิดจากการทำ ICSI สำเร็จ ยังมีโอกาสเกิดโรคจากความผิดปกติทางพันธุกรรมได้น้อยด้วย เนื่องจากก่อนการตั้งครรภ์จะมีขั้นตอนการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อน เด็กที่เกิดมาจึงเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง และสมบูรณ์ที่สุดนั่นเอง

A: การทำ ICSI และเด็กหลอดแก้ววิธีการอื่นๆ ไม่สามารถเลือกเพศตัวอ่อนได้ แม้จะเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากสามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนได้ แต่ในทางกฎหมายแล้วการเลือกเพศตัวอ่อนนั้นผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำได้

A: การทำ ICSI นั้นเจ็บบ้างเล็กน้อย อย่างการฉีดยากระตุ้นไข่ การเก็บไข่ หรือการเก็บอสุจิที่ไม่ใช่วิธีการหลั่งด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นขั้นตอนที่ทำให้เจ็บมากเท่าใดนัก การเก็บไข่จากฝ่ายหญิงแม้จะเป็นหัตถการที่ใช้ยาสลบระหว่างปฏิบัติงาน แต่หลังจากฟื้นก็อาจจะทำให้เจ็บหน่วงๆบริเวณช่องคลอดได้ แต่อาการดังกล่าวมักจะหายไปเองใน 1 – 2 วัน

A: หลังจากย้ายตัวอ่อนประมาณ 14 วัน แพทย์จะนัดเข้ามาตรวจตั้งครรภ์หลังใส่ตัวอ่อน ด้วยการตรวจระดับฮอร์โมน HCG ในเลือดเพื่อการทดสอบผลตั้งครรภ์ว่าสำเร็จหรือไม่ หากต้องการตรวจเองก็ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ตรวจในช่วงหลังย้ายตัวอ่อน 14 วันเช่นกัน หากตรวจก่อนช่วงเวลาดังกล่าวผลอาจคลาดเคลื่อนได้

A: หากทำหมันมา ด้วยการตัดหรือผูกท่อนำไข่ ท่อนำน้ำอสุจิ สามารถมีลูกด้วยการทำ ICSI ได้ แต่ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นโรคและตัดมดลูกหรือรังไข่ออกไปแล้วทั้งสองข้าง จนไม่มีไข่สำหรับผสม หรือไม่มีที่ให้ตัวอ่อนฝังตัว ก็ไม่สามารถมีลูกได้

ส่วนการเป็นหมันตามธรรมชาตินั้น ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ในกรณีที่เป็นหมันตามธรรมชาติและไม่สามารถทำ ICSI ได้ ได้แก่กรณีที่

  1. ฝ่ายหญิงที่มีโครโมโซมผิดปกติ จนทำให้ไข่ไม่ตก ฮอร์โมนผิดปกติ หรืออื่นๆ
  2. ฝ่ายหญิงอวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติหรือเป็นโรคบางอย่างที่ทำให้ตั้งครรภ์ไม่ได้ หรือไม่สามารถผลิตไข่เพื่อผสมกับอสุจิได้ เช่น ไม่มีมดลูกโดยกำเนิด รังไข่ผิดปกติ ช่องคลอดตัน หรือมดลูกมีพังผืด ขูดมดลูกแล้วเกิดความผิดปกติขึ้น
  3. ฝ่ายชายโครโมโซมผิดปกติ ทำให้ไม่มีอสุจิเลย หรือไม่มีอสุจิที่สมบูรณ์อยู่เลย
  4. ฝ่ายชายอวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติหรือเป็นโรค จนสร้างอสุจิไม่ได้

A:

A: เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการทำ ICSI คือ

  1. บัตรประชาชน หรือ Passport สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนมีประวัติที่โรงพยาบาล
  2. ทะเบียนสมรส
  3. ผล Lab ที่เคยตรวจมาจากที่โรงพยาบาลอื่น หากต้องการปรึกษาแพทย์ก่อนเบื้องต้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • BNH Hospital
    https://www.bnhhospital.com/th/packages/icsi-package/
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจราคา ICSI ค่าใช้จ่ายโดยรวม ขั้นตอนการตรวจเตรียมพร้อม การกระตุ้นไข่ การเก็บไข่ การปฏิสนธิ แล็บตัวอ่อน การย้ายตัวอ่อน และรายการเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก
  • ReproductiveFacts.org by American Society for Reproductive Medicine (ASRM)
    https://www.reproductivefacts.org/news-and-publications/fact-sheets-and-infographics/intracytoplasmic-sperm-injection-icsi/
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของ ICSI วิธีการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง กรณีที่อาจต้องใช้ ICSI อัตราการปฏิสนธิ และข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการรักษา
  • Mayo Clinic
    https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/in-vitro-fertilization/multimedia/icsi/img-20008645
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการ ICSI การฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในไข่ที่โตเต็มที่ และกรณีที่มักใช้ ICSI เช่น ปัญหาคุณภาพหรือจำนวนอสุจิ และการปฏิสนธิล้มเหลวจาก IVF
  • Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA)
    https://www.hfea.gov.uk/treatments/explore-all-treatments/intracytoplasmic-sperm-injection-icsi
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ICSI ผู้ที่เหมาะกับการรักษา ความแตกต่างจาก IVF โอกาสสำเร็จ และความเสี่ยงหรือข้อควรพิจารณาก่อนเข้ารับการรักษา

ปรึกษาเรื่องการทำ ICSI และภาวะมีบุตรยาก

หากคุณกำลังวางแผนมีบุตร หรือพยายามตั้งครรภ์มานานแต่ยังไม่สำเร็จ สามารถปรึกษาทีมประสานงานด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพื่อประเมินสาเหตุ วางแผนการตรวจ และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่

ดูรายละเอียดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่แนะนำและประสานงานโดยโรงพยาบาลบีเอ็นเอช: https://wellnesshealth.club

สรุป

ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช การทำอิ๊กซี่ หรือ ICSI ราคารวมจะอยู่ที่ 454,000 – 500,000 บาท ราคาอาจจะสูงกว่าการทำ IUI และ IVF แต่โอกาสปฏิสนธิ และการตั้งครรภ์สำเร็จจะสูงกว่าวิธีการอื่นๆ ทั้งยังสามารถทำได้กับผู้ที่เป็นหมันในบางกรณี หรือเคยทำหมันแล้วได้ด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยากนั่นเอง

สนใจปรึกษาภาวะมีบุตรยาก สอบถามราคาการทำ ICSI ประเมินราคาเบื้องต้น สามารถเข้ามาพูดคุยกับแพทย์เพื่อสอบถาม และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH)


แนะนำประสานงานโดยทีมงาน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ที่มีประสบการณ์ดูแลกลุ่มคนไข้ภาวะมีบุตรยากนานกว่า 15 ปี