ฝากไข่ Egg Freezing ราคาเท่าไร? รวมค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่ควรรู้
ฝากไข่ Egg Freezing ราคาเท่าไร?
ฝากไข่ หรือ Egg Freezing คือกระบวนการเก็บรักษาเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วยการแช่แข็ง เพื่อคงคุณภาพไข่ไว้สำหรับใช้วางแผนตั้งครรภ์ในอนาคต เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ ผู้ที่วางแผนมีลูกในอนาคต ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่อาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ค่าใช้จ่ายโดยรวมของการฝากไข่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 250,000–300,000 บาท โดยรวมค่าแช่แข็งไข่แบบไม่จำกัดจำนวนไข่แล้ว หากต้องการนำไข่ที่แช่แข็งไว้ไปใช้ทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI เพื่อการตั้งครรภ์ในอนาคต อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ ราคาจริงขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้ การตอบสนองของรังไข่ และการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคลตารางสรุปฝากไข่ Egg Freezing ราคาแบบตอบเร็ว
| คำถาม | คำตอบแบบสั้น |
|---|---|
| ฝากไข่ Egg Freezing ราคาเท่าไร? | ค่าใช้จ่ายโดยรวมเฉลี่ยประมาณ 250,000–300,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับตัวยา การตอบสนองของรังไข่ และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล |
| ราคานี้รวมอะไรบ้าง? | โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน ยากระตุ้นไข่ การติดตามไข่ การเก็บไข่ และการแช่แข็งไข่ ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดแพ็กเกจก่อนเริ่มบริการ |
| ทำไมราคาฝากไข่แต่ละคนไม่เท่ากัน? | เพราะปริมาณยาที่ใช้ ผลฮอร์โมน อายุ จำนวนไข่ตั้งต้น และการตอบสนองของรังไข่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล |
| ฝากไข่เหมาะกับใคร? | เหมาะกับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตร ผู้ที่วางแผนมีลูกในอนาคต ผู้ที่ต้องการทำ IVF/ICSI หรือผู้ที่มีโรคที่อาจกระทบต่อรังไข่ |
| ควรฝากไข่ตอนอายุเท่าไร? | แพทย์แนะนำว่าเริ่มฝากไข่ได้ที่อายุประมาณ 25 ปี และโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 35 ปี เพื่อให้มีโอกาสได้ไข่จำนวนมากและคุณภาพดี |
| อายุเกิน 35 ปี ฝากไข่ได้ไหม? | สามารถฝากไข่ได้ แต่จำนวนไข่ที่ได้ต่อรอบการกระตุ้นอาจน้อยกว่าผู้ที่ฝากไข่ในช่วงอายุน้อยกว่า 35 ปี |
| ฝากไข่เก็บไว้ได้นานแค่ไหน? | โดยทฤษฎีสามารถเก็บไว้ได้นานมาก แต่ในทางปฏิบัติ แพทย์มักแนะนำให้นำออกมาใช้ภายใน 5–10 ปี |
| นำไข่ไปใช้ในอนาคตมีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม? | อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่า IVF หรือ ICSI ค่าละลายไข่ ค่าเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ค่าย้ายตัวอ่อน และค่ายาที่เกี่ยวข้อง |
| จ่ายเงินอย่างไร ต้องจ่ายก้อนเดียวไหม? | สามารถแบ่งจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งได้ โดยคิดตามราคาจริงหลังหักส่วนลดแล้ว |
การฝากไข่ หรือ Oocyte Cryopreservation / Egg Freezing คือวิธีเก็บรักษาเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วยการแช่แข็งในอุณหภูมิต่ำมาก เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และคงคุณภาพไข่ไว้สำหรับใช้ในอนาคต กระบวนการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต แต่ยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน
การฝากไข่ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการวางแผนภาวะเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ต้องการมีบุตรจากไข่ของตนเองในอนาคต เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อจำนวนและคุณภาพของไข่ได้ อย่างไรก็ตาม การฝากไข่ไม่ใช่การรับประกันการตั้งครรภ์ แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้ไข่ของตนเองเมื่อต้องการมีบุตรภายหลัง
ASRM ระบุว่า Planned Oocyte Cryopreservation เป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาศักยภาพด้านการเจริญพันธุ์ในอนาคต แต่ผู้เข้ารับบริการควรได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย ประโยชน์ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
ฝากไข่ราคาเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายโดยรวมของการฝากไข่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอชอยู่ที่ประมาณ 250,000–300,000 บาท โดยราคานี้รวมค่าแช่แข็งไข่แบบไม่จำกัดจำนวนไข่แล้ว ทั้งนี้ ราคาจริงอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณยาที่ใช้ การตอบสนองของรังไข่ และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
หากต้องการนำไข่ที่แช่แข็งไว้มาใช้ในอนาคต เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI เพื่อการตั้งครรภ์ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าละลายไข่ ค่าผสมไข่กับอสุจิ ค่าเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ค่าย้ายตัวอ่อน และค่ายาที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายฝากไข่ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ราคาฝากไข่ของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน เพราะร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่แตกต่างกัน บางรายอาจใช้ปริมาณยากระตุ้นไข่น้อย บางรายอาจต้องใช้ยามากขึ้นหรือใช้เวลาติดตามผลมากขึ้น เพื่อให้ได้จำนวนไข่ที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษา
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย ได้แก่ อายุ ผลตรวจฮอร์โมน จำนวนไข่ตั้งต้นในรังไข่ การตอบสนองต่อยา จำนวนครั้งที่ต้องอัลตราซาวด์ติดตามไข่ และยาที่แพทย์เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ดังนั้น ผู้ที่สนใจฝากไข่ควรพบแพทย์เพื่อประเมินร่างกายและวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มกระบวนการ
BNH ระบุว่าราคาการฝากไข่ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้กับคนไข้แต่ละคน และสามารถปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาเพื่อประเมินราคาก่อนได้
ราคาฝากไข่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายของการฝากไข่มักเกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจประเมินเบื้องต้น การตรวจเลือด การตรวจฮอร์โมน การอัลตราซาวด์ติดตามการเจริญเติบโตของไข่ ค่ายากระตุ้นไข่ ค่ายาฉีดให้ไข่ตก ค่าหัตถการเก็บไข่ ค่าทีมแพทย์ ค่าห้องปฏิบัติการ และค่าแช่แข็งไข่
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่ครอบคลุมในแต่ละแพ็กเกจอาจแตกต่างกัน ผู้เข้ารับบริการควรสอบถามให้ชัดเจนว่าแพ็กเกจรวมค่าอะไรแล้วบ้าง มีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมหรือไม่ และค่าเก็บรักษาไข่ในระยะยาวมีเงื่อนไขอย่างไร
หากวางแผนจะใช้ไข่ในอนาคต ควรสอบถามค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในส่วนของ IVF หรือ ICSI เพราะการฝากไข่เป็นเพียงขั้นตอนการเก็บรักษาไข่ ส่วนการนำไข่ไปใช้เพื่อตั้งครรภ์จะต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติม
ขั้นตอนการฝากไข่มีอะไรบ้าง?
ขั้นตอนการฝากไข่เริ่มจากการพบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินภาวะเจริญพันธุ์เบื้องต้น แพทย์อาจตรวจฮอร์โมน ตรวจเลือด และอัลตราซาวด์เพื่อประเมินจำนวนไข่ตั้งต้นในรังไข่ ก่อนวางแผนการใช้ยากระตุ้นไข่ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หลังจากเริ่มยากระตุ้นไข่ ผู้เข้ารับบริการจะต้องมาตรวจติดตามเป็นระยะ เพื่อดูการเจริญเติบโตของไข่ เมื่อไข่โตได้ขนาดที่เหมาะสม แพทย์จะนัดวันเก็บไข่ จากนั้นไข่ที่ได้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งและเก็บรักษาในห้องปฏิบัติการ
หากต้องการใช้ไข่ในอนาคต แพทย์จะนำไข่ที่แช่แข็งไว้มาละลาย แล้วนำไปใช้ร่วมกับกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว เช่น IVF หรือ ICSI เพื่อสร้างตัวอ่อนและวางแผนการตั้งครรภ์ต่อไป
แนะนำประสานงานโดยทีมงาน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ที่มีประสบการณ์ดูแลกลุ่มคนไข้ภาวะมีบุตรยากนานกว่า 15 ปี
ฝากไข่เหมาะกับใคร?
การฝากไข่เหมาะกับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในปัจจุบัน แต่ต้องการวางแผนมีลูกในอนาคต เช่น ผู้ที่ต้องการโฟกัสเรื่องงาน การเรียน หรือยังไม่พร้อมด้านชีวิตครอบครัว นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่วางแผนทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI ในอนาคต
BNH ระบุว่าผู้ที่เหมาะกับการฝากไข่ ได้แก่ ผู้ที่ยังไม่พร้อมมีลูก ผู้ที่ต้องการมีลูกด้วย IVF/ICSI ในอนาคต ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคมะเร็งที่ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือฉายแสง ผู้ที่มีปัญหาต้องผ่าตัดรังไข่ เช่น ซีสต์หรือเนื้องอก และผู้ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมที่อาจทำให้รังไข่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
อีกกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์คือผู้ที่มีอาการเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีประวัติครอบครัวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์เพิ่มเติม
ควรฝากไข่ตอนอายุเท่าไร?
ช่วงอายุเป็นปัจจัยสำคัญในการฝากไข่ เพราะจำนวนและคุณภาพของไข่มักลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้พิจารณาฝากไข่ในช่วงที่ยังมีจำนวนไข่และคุณภาพไข่ดี เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ไข่ที่เหมาะสมต่อการเก็บรักษา
ตามข้อมูลจาก BNH แพทย์แนะนำว่าเริ่มฝากไข่ได้ที่อายุประมาณ 25 ปี และโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 35 ปี เพราะยังเหลือจำนวนไข่ในรังไข่เพียงพอและคุณภาพไข่ยังดีอยู่ การฝากไข่ตอนอายุยังน้อยจึงช่วยให้มีโอกาสเก็บไข่ได้จำนวนมากและมีคุณภาพดีมากกว่า
หากอายุเกิน 35 ปี ยังสามารถฝากไข่ได้ แต่ควรเข้ารับการประเมินอย่างละเอียด เพราะจำนวนไข่ที่ได้ต่อรอบการกระตุ้นอาจน้อยกว่าผู้ที่ฝากไข่ในช่วงอายุน้อยกว่า 35 ปี
ฝากไข่เก็บไว้ได้นานแค่ไหน?
BNH ระบุว่าโดยทฤษฎีแล้ว ไข่ที่แช่แข็งสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไป เพราะเซลล์ไข่จะหยุดการทำงานเมื่ออยู่ในอุณหภูมิติดลบมาก ๆ แต่ในทางปฏิบัติ จากรายงานการศึกษาที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน แพทย์มักแนะนำให้นำออกมาใช้ภายใน 5–10 ปี
ผู้ที่ฝากไข่ควรถามรายละเอียดเรื่องระยะเวลาการเก็บรักษา ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาต่อปี เงื่อนไขการต่ออายุการเก็บรักษา และเอกสารยินยอมที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการใช้ไข่ในอนาคตได้อย่างชัดเจน
อัตราความสำเร็จของการใช้ไข่ที่แช่แข็งไว้เป็นอย่างไร?
อัตราความสำเร็จของการนำไข่ที่แช่แข็งไว้มาใช้ในอนาคตขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุในวันที่ฝากไข่ คุณภาพของไข่ จำนวนไข่ที่เก็บได้ คุณภาพของอสุจิ เทคนิคของห้องปฏิบัติการ และสุขภาพของมดลูกในช่วงที่วางแผนตั้งครรภ์
ข้อมูลจาก BNH ระบุว่าอัตราการอยู่รอดของไข่ที่แช่แข็งไว้แล้วละลายออกมาใช้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75–80% ส่วนอัตราการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่และคุณภาพของอสุจิที่นำมาผสมด้วย
ดังนั้น การฝากไข่จึงควรถูกมองว่าเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการวางแผนครอบครัว ไม่ใช่การรับประกันว่าจะตั้งครรภ์สำเร็จในอนาคต ผู้ที่สนใจควรรับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินโอกาสและข้อจำกัดตามอายุและสุขภาพของตนเอง
ฝากไข่ที่ไหนดี ควรเลือกจากอะไร?
การเลือกสถานพยาบาลสำหรับฝากไข่ควรพิจารณามากกว่าราคา เพราะกระบวนการฝากไข่เกี่ยวข้องกับทีมแพทย์ ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีการแช่แข็งไข่ ความปลอดภัยของการใช้ยา และระบบการดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเริ่มกระตุ้นไข่จนถึงการเก็บรักษาไข่
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่ ประสบการณ์ของแพทย์และทีมดูแลผู้มีบุตรยาก มาตรฐานห้องปฏิบัติการ ความชัดเจนของค่าใช้จ่าย รายละเอียดแพ็กเกจ การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล และข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราการรอดของไข่หลังละลาย หรือผลลัพธ์ของการรักษาในกลุ่มอายุใกล้เคียงกัน
BNH ระบุว่าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของโรงพยาบาลมีประสบการณ์ให้บริการมากกว่า 15 ปี มีเคสกระตุ้นไข่มากกว่า 4,000 cycles และมีทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และพยาบาลคอยดูแลให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ
ฝากไข่ที่ไหนดีทำไมต้อง BNH
ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Hospital) เปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปี เราได้รับความไว้วางใจจากชาวไทยและชาวต่างชาติให้ดูแลกระบวนฝากไข่และการทำเด็กหลอดแก้วมาอย่างยาวนาน มีเคสกระตุ้นไข่มากกว่า 4,000 cycles
จากการรวบรวมสถิติของโรงพยาบาลที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่ได้รับการรักษาภาวะมีบุตรยากและได้รับการใส่ตัวอ่อน จนกระทั่งตั้งครรภ์ กลายเป็นคุณแม่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มีอัตราสำเร็จ สูงถึง 50%
ทำไมการฝากไข่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอชถึงมีอัตราความสำเร็จสูง?
หากกล่าวถึงอัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช จะพบว่าอัตราความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว IVF จะอยู่ที่ 50% และ การทำ ICSI จะอยู่ที่ 70% ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูง คู่สมรสที่วางแผนจะมีบุตรด้วยการทำเด็กหลอดแก้วจึงควรเข้ารับการฝากไข่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพื่อการทำเด็กหลอดแก้วในอนาคต
นอกเหนือจากนั้น มาตรฐานของศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราเลือกใช้ตัวยาและฮอร์โมนที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคล และมีการควบคุมปริมาณการฉีดยา เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อคนไข้ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหารังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) รวมไปถึงตัวยาและฮอร์โมนที่ทีมแพทย์ของเราเลือกใช้ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากองค์กรชั้นนำ ดังนั้นผู้เข้ารับการรักษาสามารถไว้วางใจได้ว่า ฮอร์โมนและยาที่ได้รับจะมีคุณภาพสูง และเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตัวเองจริงๆ
อีกทั้งเรายังมีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากลระดับโลก รวมไปถึงทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และพยาบาล ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ คอยดูแลให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือตลอดการรักษาตามกระบวนการ ตั้งแต่ปรึกษาวางแผนการตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งคลอดบุตร
ผู้เข้ารับบริการสามารถมั่นใจได้ว่า จะได้รับความสะดวกสบายและความไว้วางใจหากเข้ารับการฝากไข่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ได้ที่ : BNH International Fertility Centre – The M Brace
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา ฝากไข่
Q: มีวิธีจ่ายเงินอย่างไร แบ่งจ่ายได้ไหม?
A: สามารถแบ่งจ่ายทีละก้อน หรือจ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละครั้งที่มาทำได้ โดยคิดตามราคาจริง
Q: หากเคยมีผลเลือดหรือผลฮอร์โมนอยู่แล้ว ส่งให้แพทย์ดูก่อนได้ไหม?
A: หากคนไข้มีผลเลือดหรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องแล้ว สามารถส่งเข้ามาให้แพทย์ดูก่อนได้ โดยแนะนำเป็นผลเลือดภายใน 3 เดือนก่อนทำการฝากไข่ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะเก็บข้อมูลเป็นความลับ และประเมินราคาค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แต่เมื่อเริ่มโปรแกรมจะต้องเจาะเลือดที่โรงพยาบาลใหม่ทั้งหมด
Q: อายุเกิน 35 ปี ยังฝากไข่ได้ไหม?
A: สามารถฝากไข่ได้ แต่จำนวนไข่ที่ได้ต่อรอบการกระตุ้นอาจน้อยกว่าผู้ที่ฝากไข่ตอนอายุน้อยกว่า 35 ปี จึงควรเข้ารับการประเมินฮอร์โมนและจำนวนไข่ตั้งต้นกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ
Q: ฝากไข่แล้วมีโอกาสตั้งครรภ์แน่นอนหรือไม่?
A: ไม่สามารถรับประกันการตั้งครรภ์ได้ 100% เพราะการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพไข่ คุณภาพอสุจิ อายุขณะฝากไข่ สุขภาพมดลูก และขั้นตอน IVF หรือ ICSI ในอนาคต
Q: ถ้าจะนำไข่ไปใช้ทำ ICSI ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
A: มีโอกาสมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะการนำไข่ที่แช่แข็งไว้ไปใช้ตั้งครรภ์ต้องมีขั้นตอนอื่น เช่น การละลายไข่ การทำ ICSI การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก
Q: สามารถแช่แข็งไข่ได้นานแค่ไหน?
A: โดยทฤษฎีแล้วสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไป เพราะเซลล์ไข่จะหยุดการทำงานเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ติดลบมากๆ แต่ในทางปฏิบัติ จากรายงานการศึกษาที่มีอยู่จนถึงปัจจุบัน แพทย์แนะนำให้นำออกมาใช้ภายใน 5-10 ปี
Q: อัตราความสำเร็จ ของการใช้ไข่ที่แช่แข็งไว้มีสูงแค่ไหน ?
A: โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการอยู่รอดของไข่ที่แช่แข็งไว้แล้วละลายออกมาใช้จะอยู่ที่ประมาณ 75-80% ส่วนอัตราการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่ และคุณภาพของตัวอสุจิที่เอามาผสมด้วย
Q: ช่วงอายุที่จะฝากไข่ มีจำกัดหรือเปล่า?
A: แพทย์แนะนำว่าเริ่มฝากไข่ได้ที่อายุ 25 ปี แต่ไม่ควรเกิน 35 ปี เพราะยังเหลือจำนวนไข่ในรังไข่เพียงพอ และคุณภาพไข่ยังดีอยู่ ดังนั้นถ้าฝากไข่ตอนอายุยังน้อยจะทำให้สามารถเก็บไข่ไว้ได้จำนวนมาก และมีคุณภาพดี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- BNH Hospital https://www.bnhhospital.com/th/packages/egg-freezing-package/ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจราคาฝากไข่ ค่าใช้จ่ายโดยรวม การแช่แข็งไข่ ผู้ที่เหมาะกับการฝากไข่ การแบ่งจ่าย ระยะเวลาการเก็บไข่ และคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากไข่
- Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA) https://www.hfea.gov.uk/treatments/fertility-preservation/egg-freezing/ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของ Egg Freezing การเก็บไข่เพื่อรักษาภาวะเจริญพันธุ์ ขั้นตอนการแช่แข็งไข่ ความเหมาะสมในการรักษา ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ความเสี่ยง และอัตราความสำเร็จที่ควรพิจารณา
- ReproductiveFacts.org by American Society for Reproductive Medicine (ASRM) https://www.reproductivefacts.org/news-and-publications/fact-sheets-and-infographics/can-i-freeze-my-eggs-to-use-later-if-im-not-sick/ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฝากไข่เพื่อใช้ในอนาคต การประเมินก่อนเริ่มกระบวนการ อายุที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง การเก็บรักษาไข่ และข้อจำกัดว่าการฝากไข่ไม่สามารถรับประกันการตั้งครรภ์ได้
- Mayo Clinic https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cancer/in-depth/fertility-preservation/art-20047512 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ก่อนการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการแช่แข็งไข่หรือ Oocyte Cryopreservation การแช่แข็งตัวอ่อน และทางเลือกสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์จากการรักษาทางการแพทย์
- Cleveland Clinic https://health.clevelandclinic.org/freezing-your-eggs-the-pros-cons ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการฝากไข่ ตั้งแต่การพบแพทย์ ตรวจประเมินรังไข่ การฉีดยากระตุ้นไข่ การติดตามด้วยอัลตราซาวด์ การเก็บไข่ การนำไข่ไปใช้ในอนาคต ระยะเวลาการเก็บรักษา และข้อจำกัดของความสำเร็จในการตั้งครรภ์
ปรึกษาเรื่องการฝากไข่ และภาวะมีบุตรยาก
สรุป
แพ็คเกจราคาการฝากไข่ ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Hospital) ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 180,000-220,000 บาท ซึ่งราคานี้รวมราคาค่าแช่แข็งไข่ไม่จำกัดจำนวนไข่แล้ว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต
ผู้ที่สนใจจะเข้ารับกระบวนการฝากไข่ ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนเบื้องต้น เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินอาการให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย และให้คำแนะนำ พร้อมวิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง