Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

สายตาสั้น ไม่ใช่แค่เรื่องสายตา
แต่เป็นเรื่องอนาคตของลูก

ตรวจตาลูกทุกปี เพื่อการมองเห็นที่ดีกว่า

นัดตรวจตาประจำปีให้ลูกน้อยวันนี้

เพื่ออนาคตที่สดใสและชัดเจนสำหรับเขา

สาเหตุของสายตาสั้นในเด็ก

สายตาสั้นเกิดจากหลายปัจจัยที่รวมกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทางพันธุกรรมหมายถึงหากพ่อแม่มีสายตาสั้น เด็กก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดสายตาสั้นเช่นกัน ส่วนปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมนั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน

การใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน เช่น การอ่านหนังสือหรือการใช้สมาร์ทโฟน ทำให้สายตาต้องทำงานหนักในการโฟกัส ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสายตาสั้น นอกจากนี้ การใช้ชีวิตในที่ที่มีแสงน้อย หรือการที่เด็กไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของสายตาสั้นเช่นกัน

อาการของสายตาสั้นในเด็ก

การสังเกตอาการของสายตาสั้นในเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากตรวจพบได้เร็วก็สามารถรักษาและชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นได้ทันเวลา โดยอาการที่พบบ่อยในเด็กที่มีสายตาสั้นมีดังนี้

1. มองเห็นเบลอเมื่อมองไกล

อาการหลักของสายตาสั้นในเด็กคือการมองเห็นเบลอเมื่อมองวัตถุที่อยู่ไกล เด็กอาจบ่นว่ามองกระดานในห้องเรียนไม่ชัด หรือมองเห็นสิ่งต่างๆ ในระยะไกลไม่ชัดเจน

2. หยีตาเพื่อลดการเบลอ

เด็กที่มีสายตาสั้นมักจะหยีตาเพื่อลดการเบลอขณะมองวัตถุที่อยู่ไกล เพราะการหยีตาช่วยให้แสงเข้าตามาในแนวที่สามารถโฟกัสได้ดีขึ้น จึงทำให้มองเห็นชัดเจนขึ้น

3. ปวดหัวหรือตาล้า

การมองเห็นที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เด็กเกิดอาการปวดหัวหรือตาล้าได้ เด็กอาจรู้สึกไม่สบายตาหลังจากการเพ่งมองวัตถุที่อยู่ไกลเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทำไมการตรวจตาในเด็กจึงสำคัญ?

สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่จะช่วยดูแลสุขภาพตาให้ลูกได้ คือการพาลูกน้อยไปพบจักษุแพทย์ หรือ หมอตาเด็ก เพื่อตรวจตาอย่างละเอียดทุกๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยก่อนเข้าเรียนไปจนถึงวัยเรียน เพราะสุขภาพตาและสายตาที่ดีสำคัญต่อพัฒนาการเด็กและการเรียนรู้ของเด็กในเด็กเล็ก สายตาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็ว และเด็กไม่สามารถบอกได้ว่ามองไม่ชัดหรือสายตาผิดปกติพ่อแม่อาจเพิ่งมารู้ว่าลูกมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ในวันที่เกือบสายเกินแก้ไข

และเนื่องจากทุกวันนี้แม้แต่เด็กก่อนวัยเรียน ก็ได้ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งเรียนออนไลน์ หรือใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเสี่ยงต่ออาการตาล้า ปวดตา หรือมีการมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงอาการ ตาบอดสี ที่อาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กในจุดๆ หนึ่งซึ่งทำให้เด็กรู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิดที่มองไม่เห็นสี และมีปัญหากับงานการบ้านหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับสี ดังนั้นการตรวจตาเพื่อพบปัญหาการมองเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับปัญหาตาเหล่ ซึ่งอาจทำให้พัฒนาการเด็กด้านการมองเห็นไม่สมบูรณ์ (ตามัวหรือ “ตาขี้เกียจ”) หากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ ตาเหล่และตามัวอาจทำให้เกิดความพิการทางสายตาอย่างถาวรได้

เมื่อไหร่จึงควรมาตรวจตา และความถี่ในการตรวจ

เด็กที่อายุ อยู่ในช่วง 4-6 ปี ควรได้รับการตรวจอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปี และ ควรตรวจทุกปีจนถึงอายุ 13 ปี หลังจาก อายุ 13 ปี จึงเปลี่ยนการตรวจเป็นการตรวจตาแบบผู้ใหญ่

ทำไมจึงต้องตรวจสายตา ที่โรงพยาบาล BNH​

  • ดูแลท่านและครอบครัวของท่านในทุกช่วงอายุโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตาเด็กโดยเฉพาะ โรงพยาบาล BNH มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคตาเด็กไปจนถึงจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาในผู้สูงอายุ การตรวจสุขภาพตาเด็ก ควรตรวจกับหมอตาเด็กโดยเฉพาะ ที่แผนกตาโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้บริการดูแลรักษาสุขภาพตาเด็กโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคตาเด็กโดย นายแพทย์ จรินทร์ ศักดิ์ธนะเศรษฐ
  • การนัดตรวจและวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ (Flexibility & Hospitality)
    ท่านสามารถติดต่อแผนกตาโรงพยาบาล bnh 02-022-0700 เบอร์ต่อ 2748
    Add Line @mbrace เพื่อทำการปรึกษากับพยาบาลประจำแผนกและนัดจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ตรงต่อความต้องการของท่าน เช่นเดียวกับเลือกเวลาที่ท่านสะดวกได้อย่างอิสระ
  • ให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยองค์รวมของท่าน (Your Lifetime Healthcare Companion)
    ไม่เพียงแต่คือการตรวจสุขภาพตา เราจะวินิจฉัยหาต้นตอของโรค ป้องกัน ดูแลและรักษาท่านอย่างถูกจุด รวมถึงส่งต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณาถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของท่าน

การตรวจตาในเด็ก โรงพยาบาล BNH ตรวจอะไรบ้าง​

  • ตรวจโครงสร้างตาและความผิดปกติในลูกตาด้วยเครื่องส่องกล้องตรวจตา Slit Lamp microscope + VA
  • ตรวจวัดค่าสายตา
  • ตรวจการมองเห็นสี
  • ตรวจการมองภาพสามมิติ
  • ตรวจวัดการมองเห็น
  • ตรวจกล้ามเนื้อตา ภาวะตาล้า ตาเหล่ ตาเข การกรอกลูกตา

หยอดตาอะโทรปีน คืออะไร

ยาหยอดตาอะโทรปีน (Atropine eye drops) เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการ ชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นในเด็ก ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกับเด็กที่ใช้สายตาในการจ้องจอหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน การใช้ยาหยอดตาอะโทรปีนในความเข้มข้นต่ำ เช่น 0.01% สามารถช่วยลดอัตราการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ยาหยอดตาอะโทรปีนช่วยได้

  • ชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น: การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้ยาหยอดตาอะโทรปีนในความเข้มข้นต่ำ (เช่น 0.01%) สามารถลดอัตราการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นในเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดโอกาสการเกิดสายตาสั้นขั้นรุนแรงในอนาคต
  • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน: สายตาสั้นขั้นรุนแรงมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคทางตาในระยะยาว เช่น ต้อหิน และจอประสาทตาลอก การชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลข้างเคียงต่ำ: อะโทรปีนในความเข้มข้นต่ำมักไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยคือ ตาพร่ามัวชั่วคราวและไวต่อแสง แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้มักไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กมากนัก

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ

ติดต่อ เรื่องตาเด็ก
Name
Name
First
Last
Time
ท่านเคยรับบริการที่โรงพยาบาลBNHหรือไม่

พัฒนาการเด็กและสัญญาณเตือนโรคตาในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

ความบกพร่องในการมองเห็นสามารถส่งผลต่อพัฒนาการเด็กหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการอ่าน ทักษะภาษา พัฒนาการทางการเข้าสังคม หรือแม้แต่พัฒนาการทางร่างกายที่ล่าช้าของเด็กเล็กได้ เพราะการเรียนรู้และพัฒนาการล้วนเป็นผลมากจากความสัมพันธ์ของระบบการทำงานที่ประสานกันของมือและดวงตา

ผลอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคประเทศสหรัฐอเมริกา The Centers for Disease Control (CDC) แสดงให้เห็นว่ามีเด็กจำนวนมากที่มีความจำเป็นและสมควรต้องเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตา แต่ทว่าเนื่องจากไม่มีใครสังเกตเห็นถึงสัญญานผิดปกติของสุขภาพทางตาหรือโรคตาในเด็กหรือลูกน้อยเท่าที่ควร จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้พามารับการตรวจตาเด็ก ทำให้เกิดปัญหาโรคตาในเด็กเล็กที่ความจริงแล้วสามารถป้องกันได้เป็นจำนวนมาก โดยคิดประมาณออกมาเป็นตัวเลขว่าทั่วประเทศนั้น มีเด็กเพียง 10% ที่มีอายุระหว่าง 9 ถึง 15 ปีเท่านั้น ที่ได้รับการดูแลตาอย่างถูกวิธีจากการเข้าพบและตรวจตากับหมอตาเด็ก