Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
LUNG-icon2

คนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอด

คนต่อวัน
0

โรคมะเร็งปอด

  • ล่าสุด เราได้เพิ่มเครื่องมือ Spectral CT ที่ทันสมัยระดับ Advanced Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น

  • จากสถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดมาแล้วถึง 4,732 ครั้ง

  • เราพบผู้ป่วยมะเร็งปอดถึง 40 ราย หรือ 1 ใน 100

  • ด้วยทีมแพทย์มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง ที่ช่วยดูแลคุณให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ที่ BNH

ครั้ง
0

พบผู้ป่วยมะเร็งปอด

ราย
0

โรคมะเร็งปอด คือ​

“โรคที่เซลล์ในปอดเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้”

มะเร็งอาจเริ่มต้นที่ปอด และแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หรือมะเร็งจากอวัยวะอื่นอาจจะแพร่กระจายไปยังปอดได้เช่นกัน

อาการของโรคมะเร็งปอด |
โดยส่วนใหญ่มักจะไม่เกิดอาการ จนกว่ามะเร็งจะดำเนินไปสู่ ระยะ III ขึ้นไป

"นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดจึงเป็นเรื่องสำคัญ"

ผู้เป็นมะเร็งปอดอาจมีอาการเหล่านี้:

  • อาการเจ็บหน้าอกหรือรู้สึกไม่สบาย
  • อาการไอที่ไม่หาย หรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป
  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงวี๊ด
  • ไอมีเสมหะเป็นเลือด
  • เสียงแหบ
  • ไม่อยากอาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • มีปัญหาในการกลืน
  • มีอาการบวมที่ใบหน้าและ/หรือเส้นเลือดที่คอ

ใครบ้าง มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด?

  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีประวัติสูบบุหรี่ที่อายุมากกว่า 45 ปี
  • ผู้มีบุคคลในครอบครัวสุบบุหรี่ หรือใกล้ชิดคนสูบบุหรี่
  • ผู้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องรับมลภาวะและสารพิษต่างๆ
  • มีประวัติคนในครอบครัวทางสายเลือดเป็นมะเร็งปอด
  • ผู้ที่มีอาการไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

ราคาโปรโมชั่น!!!

แพ็กเกจตรวจ คัดกรองมะเร็งปอด​

  • ขายราคาเดิม 6,500 บาท | ทางออนไลน์เท่านั้น!!!
เครื่อง Spectral CT (Spectral Computed Tomography)

ตรวจมะเร็งปอด ไปเพื่ออะไร?

  • กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปอดก็สายไปเสียแล้ว! เพราะมะเร็งปอด ไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก

  • ทางกลับกันหาก ตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ในระยะแรก โอกาสรักษาให้หายขาดได้จะมีสูงถึง 90%

ความแตกต่างของการตรวจมะเร็งปอดโดย | การเอ็กซเรย์ VS การทำ CT สแกน?

  • การดูผลเอ็กซเรย์จะไม่ดีเท่ากับการทำ CT สแกน ในการเห็นเนื้องอกในปอด โดยเฉพาะในระยะแรกๆ เนื้องอกอาจมีขนาดเล็กเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยการเอ็กซเรย์ หรืออาจถูกบดบังจากอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย (เช่น ซี่โครง)
  • การเอ็กซเรย์ไม่สามารถวินิจฉัยมะเร็งปอดได้ แต่สามารถแสดงให้แพทย์เห็นว่ามีสิ่งที่น่าสงสัยที่ควรทำการตรวจเพิ่มเติม
  • การทำ CT สแกน จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า การเอ็กซเรย์ แต่ได้มาซึ่งผลการตรวจที่ดีกว่ามาก

ทำไมต้องมาตรวจมะเร็งปอด ที่ BNH?

  • ด้วยทีมแพทย์มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง ที่ช่วยดูแลคุณให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • จากสถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดมาแล้วถึง 4,732 ครั้ง
  • เราพบผู้ป่วยมะเร็งปอดถึง 40 ราย หรือคิดเป็น 1.15%
  • ล่าสุด เราได้เพิ่มเครื่องมือ Spectral CT ที่ทันสมัยระดับ Advanced Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด เหมาะสำหรับใครบ้าง?

  • ผู้ที่ยังไม่เคยตรวจปอดเพศชาย อายุ 45+ | เพศหญิง อายุ 50+
  • ผู้ที่ต้องการตรวจปอดประจำปี
  • ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับมลพิษ หรือสารพิษต่างๆ เป็นเวลานาน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีอาการไอเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด

ซื้อ แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด โดย BNH Hospital ได้ที่ไหนบ้าง

LUNG-icon

และคนไทยป่วยเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นวันละ

คน
0
ภาพการเทียบขนาดของ PM 2.5 กับเส้นผม

ข่าวเรื่อง : PM 2.5 และมะเร็งปอด | ความรุนแรงของปัญหาสุขภาพนี้

อันตรายและผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นละออง PM 2.5

PM 2.5 เป็นฝุ่นที่อันตรายและสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ลึกถึงถุงลมปอด บางส่วนสามารถเล็ดรอดผ่านผนังถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด และกระจายตัวแทรกซึมไปทั่วร่างกาย กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพอง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สำหรับผลระยะยาวจะทำให้การทำงานของปอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ก็ตาม และเพิ่มโอกาสทำให้เกิดมะเร็งปอดอีกด้วย

"1 ใน 10 ของคนเป็นมะเร็งปอด เป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศ"

โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีสารก่อมะเร็งนั้นสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ออวัยวะอีกหลายส่วน เช่น ตา จมูก คอ ซึ่งอาจทำให้แสบตา ตาแดง คันจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หายใจไม่สะดวก เกิดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ

อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ เพราะฝุ่นพิษจะกระตุ้นให้เกิดอาการต่างๆ ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

ผู้ที่เสียชีวิตในไทย จาก PM2.5 มีประมาณ 70,000 คน (ต่อปี)
มากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 มาก แต่กลับถูก ‘มองข้าม’ 

บทความจากหนังสือพิมพ์  Bloomberg โดยศาสตราจารย์ Tyler Cowen ชื่อว่า “Air Pollution Kills Far More People Than Covid Ever Will”  เป็นการหยิบ “งานวิจัยชิ้นล่าสุด” ที่ทำโดยนักวิจัยจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย University of Birmingham, Harvard university และ University College London ที่เพิ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research มาเล่า

 

แม้ผลกระทบจากโรคที่เกิดจาก PM2.5 จะรุนแรงขนาดนี้ แต่การระบาดของโรค COVID-19 ได้แย่งพื้นที่ข่าวและความสนใจไปจนหมด ผลกระทบจากฝุ่นพิษเลยดูเหมือนจะเป็นเรื่องรองๆ ที่เรามักจะไม่ตระหนัก และให้ความสนใจเป็นครั้งคราวเท่านั้น