ตรวจสุขภาพตับให้รอบด้าน ก่อนความผิดปกติจะลุกลามโดยไม่รู้ตัว
ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่หลากหลาย ตั้งแต่การเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน กำจัดสารที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย สร้างโปรตีน ไปจนถึงช่วยควบคุมกระบวนการเผาผลาญต่าง ๆ
แต่ความผิดปกติของตับหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หรือพังผืดในตับ อาจดำเนินไปอย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน ผู้ที่ดูแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติจึงอาจมีความเสี่ยงที่ยังไม่เคยได้รับการตรวจพบ
โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ในระยะยาว การตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการติดตามดูแลอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ แม้ในวันที่ยังไม่มีอาการผิดปกติ
ช่วงวันไวรัสตับอักเสบโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้เรากลับมาทบทวนว่า เคยตรวจสุขภาพตับอย่างรอบด้านแล้วหรือยัง มีความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบหรือไม่ และการตรวจสุขภาพประจำปีที่ผ่านมาครอบคลุมสุขภาพตับมากเพียงใด
การตรวจสุขภาพตับที่เหมาะสมไม่ได้ดูเฉพาะค่าการทำงานของตับจากผลเลือดเท่านั้น แต่อาจครอบคลุมการตรวจไวรัสตับอักเสบ การประเมินไขมันและพังผืดด้วย FibroScan การตรวจโครงสร้างตับด้วยอัลตราซาวนด์ และการประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
สารบัญบทความ
ทำไมโรคตับจึงอาจถูกมองข้าม?
ตับมีความสามารถในการทำงานทดแทนส่วนที่ได้รับความเสียหายได้ค่อนข้างมาก ความผิดปกติในระยะแรกจึงอาจยังไม่ทำให้เกิดอาการที่ชัดเจน
ผู้ที่มีไขมันสะสมในตับ การอักเสบ หรือพังผืดในตับบางราย อาจยังไม่มีอาการปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ขณะที่ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรังจำนวนหนึ่งอาจไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อจนกระทั่งตรวจพบจากการตรวจเลือดหรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน
ดังนั้น การรู้สึกแข็งแรงจึงไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าสุขภาพตับเป็นปกติเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจสุขภาพตับ?
การตรวจสุขภาพตับควรพิจารณาจากประวัติสุขภาพ วิถีชีวิต ผลตรวจเดิม และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
- ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535
- ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเคยตรวจหาเชื้อหรือมีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่
- ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวหรือคู่นอนเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
- ผู้ที่เคยได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดในอดีต
- ผู้ที่เคยสัก เจาะ ฝังเข็ม หรือใช้เครื่องมือที่อาจสัมผัสเลือดในสถานที่ซึ่งไม่มั่นใจเรื่องการฆ่าเชื้อ
- ผู้ที่เคยใช้เข็มฉีดยา ของมีคม แปรงสีฟัน หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น
- ผู้ที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีไขมันพอกตับ
- ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง หรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ
- ผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพตับอย่างละเอียด แม้ยังไม่มีอาการ
กรมควบคุมโรครายงานว่า ความชุกของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในประชากรไทยที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 4–5 ขณะที่ผู้เกิดหลังปี พ.ศ. 2535 มีความชุกประมาณร้อยละ 0.6 ผู้ที่เกิดก่อนปีดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการตรวจคัดกรองในประเทศไทย
การตรวจสุขภาพตับควรตรวจอะไรบ้าง?
สุขภาพตับมีหลายองค์ประกอบ การตรวจเพียงรายการใดรายการหนึ่งอาจยังไม่สามารถให้ภาพรวมทั้งหมดได้ แพทย์จึงอาจพิจารณาการตรวจหลายด้านร่วมกันตามความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
1. ตรวจการทำงานของตับ
การตรวจการทำงานของตับ หรือ Liver Function Test เป็นการตรวจเลือดเพื่อประเมินค่าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและความผิดปกติของตับ
ผลตรวจช่วยให้แพทย์พิจารณาว่ามีสัญญาณของการอักเสบ การอุดตันของทางเดินน้ำดี หรือความผิดปกติด้านการสร้างโปรตีนหรือไม่ โดยควรแปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และการตรวจอื่น ๆ
2. ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี
การตรวจไวรัสตับอักเสบบีแบบ Triple Panel ประกอบด้วยการตรวจ 3 รายการ ได้แก่
- HBsAg ช่วยประเมินว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่หรือไม่
- Anti-HBs ช่วยประเมินภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี
- Anti-HBc ช่วยประเมินว่าเคยสัมผัสหรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อนหรือไม่
การอ่านผลทั้งสามรายการร่วมกันช่วยแยกผู้ที่กำลังติดเชื้อ ผู้ที่เคยติดเชื้อ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน และผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันได้อย่างเหมาะสมมากกว่าการดูผลตรวจเพียงรายการเดียว
3. ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี
การตรวจ Anti-HCV ใช้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นว่าเคยได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่
หากผลคัดกรองเป็นบวก ไม่ได้หมายความว่ากำลังมีเชื้ออยู่เสมอไป แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น HCV RNA เพื่อยืนยันการติดเชื้อและวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม
4. ตรวจไขมันและพังผืดในตับด้วย FibroScan
FibroScan เป็นการตรวจแบบไม่รุกล้ำร่างกาย ช่วยประเมินค่าความแข็งของตับ ซึ่งสัมพันธ์กับระดับพังผืด รวมถึงประเมินปริมาณไขมันสะสมในตับ
การตรวจนี้อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันพอกตับ น้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ค่าตับผิดปกติ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับเรื้อรัง
FibroScan ไม่ได้ใช้ทดแทนการตรวจทุกชนิด แต่เป็นข้อมูลอีกมิติหนึ่งที่ช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพเนื้อตับและวางแผนติดตามผลได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
5. ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน
อัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนช่วยประเมินรูปร่าง ขนาด และลักษณะของตับ รวมถึงอวัยวะใกล้เคียง เช่น ถุงน้ำดีและท่อน้ำดี
FibroScan และอัลตราซาวนด์จึงมีบทบาทแตกต่างกัน โดย FibroScan เน้นการประเมินความแข็งและไขมันในตับ ส่วนอัลตราซาวนด์ช่วยให้เห็นลักษณะทางโครงสร้างของอวัยวะ
6. ตรวจประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับ
สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาการตรวจสารบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ ได้แก่
- AFP หรือ Alpha-fetoprotein
- PIVKA-II
- การประมวลผลร่วมกันด้วย GAAD Score
ผลตรวจเหล่านี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยง ไม่สามารถใช้ยืนยันหรือปฏิเสธการเป็นมะเร็งตับได้จากผลเลือดเพียงอย่างเดียว หากพบความผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาร่วมกับประวัติ ผลอัลตราซาวนด์ และการตรวจภาพวินิจฉัยที่เหมาะสมตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย
หากตรวจไม่พบเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของการฉีดวัคซีนต่อไป โดยคำนึงถึงประวัติการได้รับวัคซีน ภาวะสุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ยังจำเป็นต้องตรวจสุขภาพตับหรือไม่?
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีแต่ละโปรแกรมมีรายการตรวจแตกต่างกัน บางโปรแกรมอาจมีเฉพาะค่าการทำงานของตับบางรายการ แต่ไม่มีการตรวจไวรัสตับอักเสบ การตรวจ FibroScan การอัลตราซาวนด์ หรือการประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับ
ก่อนเลือกตรวจเพิ่มเติม ควรตรวจสอบว่าผลตรวจเดิมครอบคลุมรายการใดแล้ว และปรึกษาแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น
ไม่แน่ใจว่าควรตรวจสุขภาพตับแบบใด?
การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาจากอายุ ประวัติสุขภาพ ผลตรวจเดิม และปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการตรวจที่เหมาะสมโดยไม่มากหรือน้อยเกินความจำเป็น
แพ็กเกจตรวจสุขภาพตับและคัดกรองมะเร็งตับ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โรงพยาบาลบีเอ็นเอชจัดโปรแกรมตรวจสุขภาพตับหลายระดับ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเลือกการตรวจให้เหมาะกับประวัติสุขภาพ ความเสี่ยง และวัตถุประสงค์ในการตรวจ
แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งตับ Liver Cancer Screening
เหมาะสำหรับ
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับหรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง ทั้งนี้ การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งควรได้รับการแปลผลร่วมกับการตรวจทางคลินิกและการตรวจภาพที่เหมาะสม
ครอบคลุม
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับด้วย GAAD Score (ตรวจ AFP และ PIVKA-II โดยวิธี ECLIA)
- ตรวจและวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร
- ค่าบริการโรงพยาบาล
ราคาพิเศษ 4,000 บาท จากปกติ 4,890 บาท
แพ็กเกจเพื่อสุขภาพตับที่ดี Healthy Liver Care
เหมาะสำหรับ
ผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพตับในภาพรวม โดยเน้นการตรวจไขมันสะสม พังผืด โครงสร้าง และการทำงานของตับ
ครอบคลุม
- ตรวจค่าความแข็งและปริมาณไขมันในตับด้วย FibroScan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน
- ตรวจการทำงานของตับ 5 รายการ
- ตรวจและวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร
- ค่าบริการโรงพยาบาล
ราคา 7,500 บาท จากปกติ 9,495 บาท
แพ็กเกจดูแลสุขภาพตับแบบองค์รวม Complete Liver Care
เหมาะสำหรับ
ผู้ที่ต้องการประเมินสุขภาพตับอย่างละเอียด ทั้งด้านการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ภูมิคุ้มกัน การทำงานของตับ ไขมัน พังผืด และโครงสร้างของตับ
ครอบคลุม
- ตรวจค่าความแข็งและปริมาณไขมันในตับด้วย FibroScan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ CBC
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด
- ตรวจการทำงานของตับ 5 รายการ
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด หรือ Prothrombin Time
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ HBsAg
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี หรือ Anti-HBs
- ตรวจประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ Anti-HBc
- ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี หรือ Anti-HCV
- ตรวจและวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร
- ค่าบริการโรงพยาบาล
ราคาพิเศษ 11,000 บาท จากปกติ 16,330 บาท
แพ็กเกจตรวจสุขภาพตับและคัดกรองมะเร็งตับ Complete Liver Care & Liver Cancer Screening
เหมาะสำหรับ
ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพตับอย่างครอบคลุม พร้อมประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับภายในโปรแกรมเดียว โดยควรเลือกตามปัจจัยเสี่ยงและคำแนะนำของแพทย์
ครอบคลุม
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับด้วย GAAD Score (ตรวจ AFP และ PIVKA-II โดยวิธี ECLIA)
- ตรวจค่าความแข็งและปริมาณไขมันในตับด้วย FibroScan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ CBC
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด
- ตรวจการทำงานของตับ 5 รายการ
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด หรือ Prothrombin Time
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ HBsAg
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี หรือ Anti-HBs
- ตรวจประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ Anti-HBc
- ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี หรือ Anti-HCV
- ตรวจและวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร
- ค่าบริการโรงพยาบาล
ราคาพิเศษ 13,900 บาท จากปกติ 20,300 บาท
ควรเลือกแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับแบบใด?
การเลือกแพ็กเกจไม่ควรพิจารณาจากจำนวนรายการตรวจหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกให้สอดคล้องกับคำถามสุขภาพที่ต้องการประเมิน
ต้องการประเมินไขมัน พังผืด และโครงสร้างตับ
พิจารณา Healthy Liver Care ซึ่งครอบคลุม FibroScan อัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน และการตรวจการทำงานของตับ
ไม่เคยตรวจไวรัสตับอักเสบหรือไม่แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่
พิจารณา Complete Liver Care ซึ่งครอบคลุมการตรวจไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี ร่วมกับ FibroScan อัลตราซาวนด์ และการตรวจเลือดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตับ
มีปัจจัยเสี่ยงและต้องการประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับเพิ่มเติม
พิจารณา Liver Cancer Screening หรือปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจร่วมกับอัลตราซาวนด์หรือการตรวจอื่นหรือไม่
ต้องการประเมินสุขภาพตับและความเสี่ยงมะเร็งตับอย่างครอบคลุม
พิจารณา Complete Liver Care & Liver Cancer Screening ซึ่งรวมการตรวจสุขภาพตับแบบองค์รวมและสารบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับไว้ในโปรแกรมเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพตับ
ไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจสุขภาพตับหรือไม่?
โรคตับและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบางชนิดอาจไม่มีอาการในระยะแรก ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจึงควรพิจารณาตรวจแม้ยังรู้สึกแข็งแรง โดยให้แพทย์ช่วยประเมินรายการตรวจที่เหมาะสม
คนเกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรตรวจอะไร?
ควรพิจารณาตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยตรวจมาก่อน สำหรับไวรัสตับอักเสบบี การตรวจ HBsAg, Anti-HBs และ Anti-HBc ร่วมกันช่วยประเมินได้ทั้งการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกัน และประวัติการติดเชื้อ
ตรวจค่าตับปกติ หมายความว่าตับปกติทุกด้านหรือไม่?
ค่าการทำงานของตับเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ได้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับไขมัน พังผืด การติดเชื้อ หรือโครงสร้างของตับ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจอื่นเพิ่มเติมตามประวัติและความเสี่ยง
FibroScan กับอัลตราซาวนด์เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน FibroScan ช่วยประเมินค่าความแข็งและไขมันในตับ ส่วนอัลตราซาวนด์ช่วยประเมินลักษณะทางโครงสร้างของตับและอวัยวะบริเวณช่องท้องส่วนบน
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจ?
กรุณางดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และทำนัดหมายล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการตรวจและให้คำแนะนำในการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม
ราคาของแพ็กเกจรวมค่าแพทย์หรือไม่?
ราคาตามหน้าแพ็กเกจรวมค่าแพทย์สำหรับการตรวจวิเคราะห์ผลและค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายจากการตรวจวินิจฉัย การรักษา ยา หรือบริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากแพ็กเกจอาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
ดูแลสุขภาพตับให้รอบด้าน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการ
การดูแลสุขภาพตับไม่ได้เริ่มต้นเมื่อผลตรวจผิดปกติหรือร่างกายส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น แต่เริ่มได้จากการทำความเข้าใจความเสี่ยงของตนเอง และเลือกการตรวจที่ช่วยตอบคำถามสำคัญได้อย่างเหมาะสม
ไม่ว่าจะเป็นการตรวจไวรัสตับอักเสบ การประเมินไขมันและพังผืดในตับ การตรวจโครงสร้างของตับ หรือการประเมินความเสี่ยงมะเร็งตับ ข้อมูลจากการตรวจแต่ละส่วนจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพสุขภาพตับได้รอบด้านมากขึ้น และวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
เพราะการตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้
อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลก่อนความผิดปกติจะลุกลาม
แพ็กเกจตรวจสุขภาพตับและคัดกรองมะเร็งตับ
“เพราะตับเป็นด่านสำคัญของร่างกาย”
- ดูแลตั้งแต่วันนี้ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับอย่างรอบด้าน
- ตรวจครอบคลุม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
- ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับ อัลตราซาวนด์ตับ และตรวจค่าการทำงานของตับ
ราคาพิเศษ 4,000 บาท (ปกติ 4,890 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาเพียง 7,500 บาท (ปกติ 9,495 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาพิเศษ 11,000 บาท (ปกติ 16,330 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ – Hepatitis A Antibody (Total)
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาพิเศษ 13,900 บาท (ปกติ 20,300 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
- กรุณางดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับบริการ 4 ชั่วโมง
- กรุณาทำนัดล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ
- รับสิทธิ์แลกซื้อวัคซีนราคาพิเศษ เมื่อซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับ เข้ารับบริการภายใน 31 ธันวาคม 2569
- ราคานี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว (ในกรณีที่มีการตรวจรักษาเพิ่มเติมจะไม่รวมค่าแพทย์ในคำปรึกษา ค่ายา ค่าตรวจวินิจฉัย และค่ารักษาพยาบาล)
- รับบริการที่ แผนก Digestive Care Centre ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-0753, 02-022-0700 ต่อ 2753,3330