Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

การดูแลผู้ป่วยติดเตียง และการให้อาหารทางสายยาง

ผู้ป่วยติดเตียง หมายถึง

 ผู้ป่วยที่สุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะเสื่อมโทรมจนต้องนอนอยู่บนเตียงอย่างเดียวตลอดเวลา ซึ่งอาจจะพอที่จะขยับตัวได้บ้าง แต่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองในเรื่องอื่นๆได้ โดยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วยจากการเป็นโรคประจำตัว อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดใหญ่ โดยผู้ป่วยที่มีอาการนอนติดเตียงอาจจะมีทั้งผู้ป่วยที่ยังรู้สึกตัว หรือไม่รู้สึกตัว นอกจากนี้แล้วการนอนติดเตียงยังเป็นภาวะที่อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เช่น  เกิดการขาดอาหารอย่างรุนแรง และอาจเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงในเรื่องระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่นอนติดเตียง คือ เรื่องการรับประทานอาหารโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ ต้องได้รับการใส่สายยางเพื่อให้อาหารทางปากหรือจมูก หากผู้ป่วยทานอาหารในท่านอน อาจจะทำให้สำลัก หรือปอดเกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อได้ เพราะเศษอาหารหลุดเข้าหลอดลม ผู้ป่วยต้องกลับไปนอนโรงพยาบาล หรืออาจเสียชีวิตได้

การให้อาหารทางสายยาง​

1. จัดเตรียมอาหารปั่นผสมสำหรับให้ทางสายให้อาหารสำหรับผู้ป่วยตามแผนการรักษา ใช้อาหารเหลวที่เตรียมไว้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง 

2. จัดท่าผู้ป่วยให้ศีรษะสูงประมาณ 30 – 45 องศา ในกรณีไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถไอเอาเสมหะออกได้เองควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ท่านั่ง ลำตัวและศีรษะอยู่ในแนวกลางลำตัว หรือยกระดับเตียงให้ศีรษะสูงมากกว่า 30 องศา

3.   ประเมินอาการของผู้ป่วย และดูดเสมหะเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งก่อนให้อาหารทุกครั้ง

4. ประเมินการทำงานของระบบทางเดินอาหารโดยการฟังเสียงความเคลื่อนไหวของลำไส้ก่อนให้อาหาร และตรวจตำแหน่งของสายให้อาหารก่อนการให้อาหารทุกมื้อโดยการใส่อากาศ 5ml เข้าไปในกระเพาะอาหาร และใช้เครื่องหูฟังเสียงลมในกระเพาะอาหารที่ตำแหน่ง xiphoid และทำการดูดปริมาณเหลือค้างของอาหารในกระเพาะอาหาร ถ้ามี gastric content น้อยกว่า 50 ml ให้Feed กลับ และให้อาหารได้ แต่ถ้ามีมากกว่า 50 ml ให้เลื่อนเวลาในการให้อาหารออกไป

5. ปล่อยให้อาหารไหลเข้าสู่กระเพาะอาหารอย่างช้าๆตามแรงโน้มถ่วงของโลก หรือให้อาหารทางสายยางโดยผ่านเครื่อง infusion pump อัตรา 100 ml / hr เพื่อให้อาหารได้ไหลเข้าสู่กระเพาะอาหาร อย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ให้อาหารโดยปรับอัตราความเร็วการไหลของอาหารใช้เวลาประมาณ 60 นาที โดยใช้ถุงให้อาหารในการให้อาหารและใช้เครื่อง drip อาหาร

6.  หากผู้ป่วยมีอาการไอระหว่างให้อาหาร ให้หยุด และพับสายให้อาหารจนกว่าผู้ป่วยจะหยุดไอ จึงให้อาหารต่อ

7. หากผู้ป่วยมีอาการสำลัก หรือมีอาหารออกมาทางท่อช่วยหายใจ หรือทางปากจมูกควรหยุดให้อาหารทันที และรีบจัดให้ผู้ป่วยนอนตะแคงหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ดูดอาหารในท่อช่วยหายใจ ในช่องปาก และจมูกออกให้หมด

8. หลังอาหารหมดให้น้ำสะอาดตาม 25-50 มิลลิลิตร เพื่อป้องกันอาหารค้างในสายให้อาหาร และจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูงมากกว่า 30 องศา อย่างน้อยเป็นเวลา 45 – 60 นาที ภายหลังได้รับอาหารเพื่อป้องกันการอาเจียน หรือการสำลักและหลีกเลี่ยงการดูดเสมหะภายหลังให้อาหาร 1 ชั่วโมง หากจำเป็นให้ดูดน้ำลายในปากก่อนเสมอ

9. ทำความสะอาดช่องปากก่อนให้อาหาร หลังให้อาหาร และก่อนนอน โดยจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าตะแคง กึ่งนั่ง และทำการแปรงฟัน เหงือก ลิ้น เพดานปาก และเยื่อบุกระพุ้งแกม โดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นเวลา 5 นาที และล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด และใช้สำลีชุบน้ำยาบ้วนปาก เช็ดทำความสะอาดช่องปากเพื่อลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากอีกครั้ง

ใครบ้างที่ควรให้อาหารทางสายยาง (NG tube) 

ผู้ที่รับประทานอาหารทางปากไม่ได้ หรือทานได้น้อยกว่า 60% ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน นานติดต่อกันเกิน              3 – 7 วัน ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืน ,สำลักอาหาร,ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร และผู้ที่ไม่รู้สึกตัวหรือไม่ยอมรับประทานทางปาก รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคทางจิตเวช เช่น  Anorexia nervosa หรือ โรคสมองเสื่อม เช่น Dementia, Alzheimer, Stroke   ผู้ป่วยเหล่านี้เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าต้องได้รับการใส่สายยางเพื่อให้อาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะได้รับการใส่ทางจมูก           เป็นการชั่วคราว แต่หากผู้ป่วยเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการใส่สายยางนาน แพทย์จะแนะนำให้ใส่สายยางทางหน้าท้องแทน เพื่อลดโอกาสในการสำลักและลดโอกาสในการติดเชื้อ

ซึ่งเมื่อผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลผู้ป่วยบางรายอาจสามารถดูแลตนเองได้ หรือสามารถให้อาหารทางสายยางเองได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยเกือบทุกรายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และต้องการผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ปัญหาที่ตามมาในการดูแลคือ ความรู้ความสามารถ และทักษะในการให้อาหารทางสายยางที่ถูกต้องของผู้ดูแล ซึ่งหากผู้ดูแลหรือ Caregiver มีความรู้ที่มากเพียงพอ จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยติดเตียงไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล หรือเสียชีวิต  แต่หลายครั้งที่พบว่าผู้ดูแลไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วย เนื่องจากขาดประสบการณ์ และไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอ ถึงแม้ว่าผู้ดูแลเหล่านั้นจะได้รับการฝึกฝนทักษะมาบ้างแล้วก็ตาม แต่เมื่อกลับบ้านปฏิบัติจริงกับผู้ป่วย กลับไม่สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งVDO เรื่องการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสายยางจึงจัดทำขึ้นเป็นประโยชน์ และให้ความรู้สำหรับCaregiver ที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงClip VDO นี้จัดทำขึ้นโดย ทีมพยาบาล ICU ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในด้านการดูแลผู้ป่วยหนัก รวมถึงผู้ป่วย Bed ridden โดยตรง    ซึ่งนอกจากผู้รับบริการจะได้รับความรู้ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องได้รับอาหารทางสายยาง ทาง Clip VDO ทีมงาน ICU ยังให้บริการคำปรึกษา เมื่อท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง