✨Translated by AI
ทำไมคนที่เกิดก่อนปี 2535 ต้องฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี และควรตรวจ Fibroscan
เหตุผลที่คนเกิดก่อนปี 2535 เสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบบี
ก่อนปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ประเทศไทยยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในระบบสาธารณสุข เด็กแรกเกิดในยุคนั้นจึงไม่ได้รับภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด ทำให้คนที่เกิดก่อนปี 2535 มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยไม่รู้ตัว และหากติดเชื้อเรื้อรังอาจนำไปสู่ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค
- ประชากรไทยประมาณ 6-8% เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้ติดเชื้อเรื้อรังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไปถึง 100 เท่า
- โรคนี้มักไม่มีอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะตับแข็งหรือมะเร็งตับ
สารบัญบทความ คลิกเลือกหัวข้อที่ท่านสนใจ
ไวรัสตับอักเสบบี: นักฆ่าเงียบที่คุกคามสุขภาพ
ไวรัสตับอักเสบบีถูกเรียกว่า “นักฆ่าเงียบ” เพราะ
- ไม่มีอาการชัดเจน ในระยะแรก
- ทำลายตับทีละน้อยเป็นเวลาหลายปี
- เมื่อมีอาการ มักเป็นระยะที่ตับเสียหายมากแล้ว
วิธีการแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- จากแม่สู่ลูกขณะคลอด
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- สักหรือเจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด
- ใช้แปรงสีฟันหรือมีดโกนร่วมกัน
ไม่แพร่เชื้อจาก การกินอาหารร่วมกัน ดื่มน้ำร่วมแก้ว กอด หรือจับมือ
ความเสี่ยงและอันตรายจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- ตับแข็ง: ภาวะที่เนื้อตับถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับทำงานลดลง
- มะเร็งตับ: เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อเรื้อรังและภาวะตับแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย
- ตับวายฉับพลัน: ภาวะฉุกเฉินที่อาจเสียชีวิตและต้องปลูกถ่ายตับ
สาเหตุของตับแข็ง (cirrhosis)
ตับแข็งเกิดจากการอักเสบและการทำลายตับเป็นเวลานาน จนเกิดพังผืดถาวร สาเหตุหลัก ได้แก่:
- ไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง (Chronic viral hepatitis B and C)
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากต่อเนื่อง (ALD: Alcohol related liver disease)
- โรคไขมันพอกตับ (MASLD: Metabolic dysfunction associated steatotic liver disease) และไขมันพอกตับจากแอลกอฮอล์ (MetALD: MASLD with moderate alcohol consumption)
- โรคตับอับเสบจากออโตอิมมูน (Autoimmune liver disease) เช่น Autoimmune hepatitis (AIH), Primary biliary cholangitis (PBC), Primary Sclerosing Cholangitis (PSC)
- โรคตับจากพันธุกรรม เช่น โรค Wilson, Hemochromatosis
- ภาวะน้ำดีอุดตันเรื้อรัง(Biliary cirrhosis)
ขั้นตอนการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี
ควรตรวจทั้งเลือดและประเมินสภาพตับ
ตรวจเลือด 3 รายการ
- HBsAg – ตรวจว่ามีเชื้อในเลือดหรือไม่
- Anti-HBs – ตรวจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่
- Anti-HBc – ตรวจว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่
การตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี
การตรวจภูมิคุ้มกันทำโดยวัดระดับ Anti-HBs ในเลือด ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต้านไวรัสตับอักเสบบี การตรวจนี้จะบอกได้ว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพียงพอหรือไม่
- หากผล Anti-HBs ≥ 10 mIU/mL แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
- หากผลต่ำกว่าเกณฑ์ แสดงว่าภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ ควรฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นหรือสร้างภูมิคุ้มกันใหม่
การตรวจนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน และผู้ที่ฉีดมานานแล้วเพื่อตรวจว่าภูมิคุ้มกันยังคงอยู่หรือไม่
การแปลผลเบื้องต้น
- ไม่มีเชื้อ + ไม่มีภูมิ → ควรฉีดวัคซีน 3 เข็มทันที
- มีภูมิคุ้มกัน → ไม่ต้องฉีดเพิ่ม
- มีเชื้อ → ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม พร้อมตรวจประเมินตับเพิ่มเติม
การตรวจ Fibroscan: ประเมินสุขภาพตับอย่างแม่นยำ
สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์แนะนำให้ทำ Fibroscan ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวน์ความถี่ต่ำที่สามารถวัดความแข็งและความยืดหยุ่นของตับ เพื่อดูว่ามีพังผืดหรือตับแข็งหรือไม่ ช่วยวินิจฉัยภาวะพังผืดหรือตับแข็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อีกทั้งยังสามารถตรวจไขมันพอกตับได้ด้วยความไวที่ดีกว่าเครื่องอัลตราซาวน์ปกติ
ข้อดีของ Fibroscan
- ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัดหรือเจาะชิ้นเนื้อตับ
- ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที
- ทราบผลทันที
- เหมาะสำหรับการติดตามความเปลี่ยนแปลงของตับระยะยาว
เหมาะกับใคร
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง
- ผู้ที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็ง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์จัด โรคไขมันพอกตับ
- ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังจากสาเหตุอื่นๆ เช่น Autoimmune hepatitis, Primary biliary cholangitis, Primary sclerosing cholangitis, Wilson’s disease และ hemochromatosis เป็นต้น
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี: การป้องกันที่ดีที่สุด
วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้สูงถึง 95-99% ปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อย เช่น ปวดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำ 1-2 วัน โดยปกติจะต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม
ตารางการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- เข็มที่ 1: วันที่เริ่มฉีด
- เข็มที่ 2: 1 เดือนหลังเข็มแรก
- เข็มที่ 3: 6 เดือนหลังเข็มแรก
ใครควรตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีทันที
- ทุกคนที่เกิดก่อนปี 2535
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีคู่ครองติดเชื้อ
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
- ผู้ที่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องหรือโรคไขมันพอกตับ
- ผู้ใช้ยาเสพติดทางหลอดเลือด
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ไตวายเรื้อรัง
- ผู้สนใจทั่วไป
การป้องกันโรคตับเพิ่มเติม
รู้จักไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)
ไวรัสตับอักเสบซี คือ อะไร
ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus, HCV) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของตับ โดยมากกว่า 70% ของผู้ติดเชื้อจะกลายเป็นเรื้อรัง เสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับในระยะยาว ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
การติดต่อของไวรัสตับอักเสบซี
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน รวมถึงยาเสพติดชนิดฉีด
- สักหรือเจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด
- รับเลือดหรืออวัยวะที่มีเชื้อ (โดยเฉพาะก่อนปี 2535)
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (แม้พบน้อยกว่าทางเลือด)
- การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- จากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์หรือคลอด (พบได้น้อย)
อาการของไวรัสตับอักเสบซี
- ระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ
- อาจมีอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ระยะเรื้อรังอาจใช้เวลาหลายปีจึงแสดงอาการรุนแรง
การรักษาไวรัสตับอักเสบซี
- ปัจจุบันรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสตรงเป้าหมาย (DAAs)
- ระยะเวลารักษา 8–12 สัปดาห์
- อัตราการหายขาดสูงกว่า 95%
- ผลข้างเคียงน้อย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
การป้องกันไวรัสตับอักเสบซี
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกัน
- เลือกสถานที่สักหรือเจาะที่ได้มาตรฐาน
- ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
- ตรวจเลือดเป็นประจำหากมีประวัติความเสี่ยง
รู้จักไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
ไวรัสตับอักเสบเอ คือ อะไร
ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus, HAV) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับแบบเฉียบพลัน ไม่กลายเป็นเรื้อรังเหมือนไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหายได้เองใน 1–2 เดือน แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังอาจมีอาการรุนแรงได้
การติดต่อของไวรัสตับอักเสบเอ
- รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
- กินอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก โดยเฉพาะหอยนางรมและหอยแครงจากแหล่งน้ำปนเปื้อน
- สุขอนามัยไม่ดี เช่น ล้างมือไม่สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ
- สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ
อาการของไวรัสตับอักเสบเอ
- ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องด้านขวา
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้ม
การป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ
- ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ จำนวน 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
- รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด
- ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบจากแหล่งที่ไม่มั่นใจความสะอาด
บริการที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โรงพยาบาลบีเอ็นเอชมีบริการครบวงจรในการดูแลผู้เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี รวมไปถึงการตรวจเช็คสุขภาพตับอย่างละเอียดตั้งแต่
- ตรวจสุขภาพตับแบบองค์รวม
- ตรวจเลือดคัดกรองไวรัสตับอักเสบ
- ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ
- ตรวจ Fibroscan เพื่อประเมินสภาพตับอย่างแม่นยำ
- บริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพตับ
- Package for Liver Cancer screening ราคาเพียง 4,000 บาท จากปกติ 4,890 บาท
- Package for Healthy Lver Care ราคาเพียง 7,500 บาท จากปกติ 9,495 บาท
- Package for Complete Liver Care ราคาเพียง 11,000 บาท จากปกติ 16,330 บาท
- Package for Complete Liver Care & Liver Cancer screening ราคาเพียง 13,900 บาท จากปกติ 20,300 บาท
สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับ ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- รับสิทธแลกซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เริ่มต้นเพียง 1,200 บาท
- ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
แพ็กเกจตรวจสุขภาพตับและคัดกรองมะเร็งตับ
“เพราะตับเป็นด่านสำคัญของร่างกาย”
- ดูแลตั้งแต่วันนี้ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับอย่างรอบด้าน
- ตรวจครอบคลุม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
- ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับ อัลตราซาวนด์ตับ และตรวจค่าการทำงานของตับ
ราคาพิเศษ 4,000 บาท (ปกติ 4,890 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาเพียง 7,500 บาท (ปกติ 9,495 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาพิเศษ 11,000 บาท (ปกติ 16,330 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ – Hepatitis A Antibody (Total)
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
ราคาพิเศษ 13,900 บาท (ปกติ 20,300 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
- ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
- ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
- ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
- ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
- ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
- ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
- ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
- ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
- ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
- กรุณางดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับบริการ 4 ชั่วโมง
- กรุณาทำนัดล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ
- รับสิทธิ์แลกซื้อวัคซีนราคาพิเศษ เมื่อซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับ เข้ารับบริการภายใน 31 ธันวาคม 2569
- ราคานี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว (ในกรณีที่มีการตรวจรักษาเพิ่มเติมจะไม่รวมค่าแพทย์ในคำปรึกษา ค่ายา ค่าตรวจวินิจฉัย และค่ารักษาพยาบาล)
- รับบริการที่ แผนก Digestive Care Centre ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-0753, 02-022-0700 ต่อ 2753,3330
พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
สาขาเฉพาะทาง
อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
ภาษา
ไทย, อังกฤษ
– Gastrointestinal disease
– Liver disease
– Viral hepatitis
– Metabolic dysfunction associated steatotic liver disease (MASLD)
– Autoimmune liver disease (AIH, PBC, PSC, IgG4)
– Genetic cholestatic disease
– Fontan associated liver disease
– 2018 Outcome and Predictors of Transarterial Chemoembolization in Decompensate Cirrhotic Hepatocellular Carcinoma Patients (Gastroenterology and Hepatology: Open Access, DOI: 10.15406/ghoa.2018.09.00336)
– 2020 Validation of Models using Basic Parameters to Differentiate Intestinal Tuberculosis from Crohn’s disease: A Multicenter Study from Asia (PLOS ONE, DOI: 10.1371/journal.pone.0242879)
– 2021 Validation of the “Six-and-Twelve” Prognostic Score in Transarterial Chemoembolization-Treated Hepatocellular Carcinoma Patients (Clinical and Translational Gastroenterology,
DOI: 10.14309/ctg.0000000000000310)
– 2022 Optical diagnosis by near-focus versus normal-focus narrow band imaging colonoscopy in colorectal polyps based on combined NICE and WASP classification: a randomized controlled trial (Clinical Endoscopy, DOI: 10.5946/ce.2022.048)
– 2016 Research poster presentation at Royal College of Physicians of Thailand (RCPT) conference: Clinical Features and Outcomes of Patients with Drug-Induced Autoimmune Hepatitis in King Chulalongkorn Memorial Hospital ,Thailand
– 2019 Complimentary award of oral research presentation at Thai Association for the Study of the Liver (THASL) conference: Outcome and Predictors of Transarterial Chemoembolization in Decompensate Cirrhotic Hepatocellular Carcinoma Patients
– 2020 Research poster presentation at Digestive Disease Week (DDW) conference: Near-focus versus Normal-focus Narrow Band Imaging Colonoscopy in Diagnosis of Colorectal Polyps based on Combined NICE and WASP Classification: a Randomized Controlled Trial
– 2025 Oral poster presentation at European Association for the Study of the Liver (EASL) conference: Clinical characteristics of a large cohort of primary sclerosing cholangitis patients undergoing liver transplant and biochemical predictors of recurrence. DOI:10.3252/pso.eu.EASL2025.2025
– สาขาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคตับขั้นสูง มหาวิทยาลัยโทรอนโท ประเทศแคนาดา
– หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคตับและทางเดินน้ำดีอักเสบจาก AUTOIMMUNE มหาวิทยาลัยโทรอนโท ประเทศแคนาดา
– 2010 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University
– 2023 Advanced Clinical Hepatology Fellowship University of Toronto, Canada
– 2024 Autoimmune Liver Disease Fellowship University of Toronto, Canada
– 2016 Thai Board of Internal Medicine, Chulalongkorn University
– 2020 Thai Subboard of Gastroenterology, Prince of Songkla University
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| อังคาร | 08:00 – 16:00 | ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร |
| พุธ | 08:00 – 17:00 | ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร |
| พฤหัสบดี | 08:00 – 17:00 | ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร |
| ศุกร์ | 09:00 – 19:00 | ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร |
| เสาร์ | 08:00 – 16:00 | ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร |