Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ทำไมคนที่เกิดก่อนปี 2535 ต้องฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี และควรตรวจ Fibroscan

เหตุผลที่คนเกิดก่อนปี 2535 เสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบบี

ก่อนปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ประเทศไทยยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในระบบสาธารณสุข เด็กแรกเกิดในยุคนั้นจึงไม่ได้รับภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด ทำให้คนที่เกิดก่อนปี 2535 มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยไม่รู้ตัว และหากติดเชื้อเรื้อรังอาจนำไปสู่ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค

  • ประชากรไทยประมาณ 6-8% เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี
  • ผู้ติดเชื้อเรื้อรังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไปถึง 100 เท่า
  • โรคนี้มักไม่มีอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะตับแข็งหรือมะเร็งตับ

สารบัญบทความ คลิกเลือกหัวข้อที่ท่านสนใจ

ไวรัสตับอักเสบบี: นักฆ่าเงียบที่คุกคามสุขภาพ

ไวรัสตับอักเสบบีถูกเรียกว่า “นักฆ่าเงียบ” เพราะ

  • ไม่มีอาการชัดเจน ในระยะแรก
  • ทำลายตับทีละน้อยเป็นเวลาหลายปี
  • เมื่อมีอาการ มักเป็นระยะที่ตับเสียหายมากแล้ว

วิธีการแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • จากแม่สู่ลูกขณะคลอด
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • สักหรือเจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด
  • ใช้แปรงสีฟันหรือมีดโกนร่วมกัน

ไม่แพร่เชื้อจาก การกินอาหารร่วมกัน ดื่มน้ำร่วมแก้ว กอด หรือจับมือ

ความเสี่ยงและอันตรายจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • ตับแข็ง: ภาวะที่เนื้อตับถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับทำงานลดลง
  • มะเร็งตับ: เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อเรื้อรังและภาวะตับแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย
  • ตับวายฉับพลัน: ภาวะฉุกเฉินที่อาจเสียชีวิตและต้องปลูกถ่ายตับ

สาเหตุของตับแข็ง (cirrhosis)

ตับแข็งเกิดจากการอักเสบและการทำลายตับเป็นเวลานาน จนเกิดพังผืดถาวร สาเหตุหลัก ได้แก่:

  1. ไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง (Chronic viral hepatitis B and C)
  2. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากต่อเนื่อง (ALD: Alcohol related liver disease)
  3. โรคไขมันพอกตับ (MASLD: Metabolic dysfunction associated steatotic liver disease) และไขมันพอกตับจากแอลกอฮอล์ (MetALD: MASLD with moderate alcohol consumption)
  4. โรคตับอับเสบจากออโตอิมมูน (Autoimmune liver disease) เช่น  Autoimmune hepatitis (AIH), Primary biliary cholangitis (PBC), Primary Sclerosing Cholangitis (PSC)
  5. โรคตับจากพันธุกรรม เช่น โรค Wilson, Hemochromatosis
  6. ภาวะน้ำดีอุดตันเรื้อรัง(Biliary cirrhosis)

ขั้นตอนการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี

ควรตรวจทั้งเลือดและประเมินสภาพตับ

ตรวจเลือด 3 รายการ

  1. HBsAg – ตรวจว่ามีเชื้อในเลือดหรือไม่
  2. Anti-HBs – ตรวจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่
  3. Anti-HBc – ตรวจว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่

การตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี

การตรวจภูมิคุ้มกันทำโดยวัดระดับ Anti-HBs ในเลือด ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต้านไวรัสตับอักเสบบี การตรวจนี้จะบอกได้ว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพียงพอหรือไม่

  • หากผล Anti-HBs 10 mIU/mL แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
  • หากผลต่ำกว่าเกณฑ์ แสดงว่าภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ ควรฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นหรือสร้างภูมิคุ้มกันใหม่

การตรวจนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน และผู้ที่ฉีดมานานแล้วเพื่อตรวจว่าภูมิคุ้มกันยังคงอยู่หรือไม่

การแปลผลเบื้องต้น

  • ไม่มีเชื้อ + ไม่มีภูมิ → ควรฉีดวัคซีน 3 เข็มทันที
  • มีภูมิคุ้มกัน → ไม่ต้องฉีดเพิ่ม
  • มีเชื้อ → ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม พร้อมตรวจประเมินตับเพิ่มเติม

การตรวจ Fibroscan: ประเมินสุขภาพตับอย่างแม่นยำ

สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์แนะนำให้ทำ Fibroscan ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวน์ความถี่ต่ำที่สามารถวัดความแข็งและความยืดหยุ่นของตับ เพื่อดูว่ามีพังผืดหรือตับแข็งหรือไม่ ช่วยวินิจฉัยภาวะพังผืดหรือตับแข็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อีกทั้งยังสามารถตรวจไขมันพอกตับได้ด้วยความไวที่ดีกว่าเครื่องอัลตราซาวน์ปกติ

ข้อดีของ Fibroscan

  • ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัดหรือเจาะชิ้นเนื้อตับ
  • ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที
  • ทราบผลทันที
  • เหมาะสำหรับการติดตามความเปลี่ยนแปลงของตับระยะยาว

เหมาะกับใคร

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็ง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์จัด โรคไขมันพอกตับ
  • ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังจากสาเหตุอื่นๆ เช่น Autoimmune hepatitis, Primary biliary cholangitis, Primary sclerosing cholangitis, Wilson’s disease และ hemochromatosis เป็นต้น

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี: การป้องกันที่ดีที่สุด

วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้สูงถึง 95-99% ปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อย เช่น ปวดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำ 1-2 วัน โดยปกติจะต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม

ตารางการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

  • เข็มที่ 1: วันที่เริ่มฉีด
  • เข็มที่ 2: 1 เดือนหลังเข็มแรก
  • เข็มที่ 3: 6 เดือนหลังเข็มแรก

ใครควรตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีทันที

  • ทุกคนที่เกิดก่อนปี 2535
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีคู่ครองติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผู้ที่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องหรือโรคไขมันพอกตับ
  • ผู้ใช้ยาเสพติดทางหลอดเลือด
  • บุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากไวรัสตับอักเสบบี
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ไตวายเรื้อรัง
  • ผู้สนใจทั่วไป

การป้องกันโรคตับเพิ่มเติม

รู้จักไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)

ไวรัสตับอักเสบซี คือ อะไร

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus, HCV) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของตับ โดยมากกว่า 70% ของผู้ติดเชื้อจะกลายเป็นเรื้อรัง เสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับในระยะยาว ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

การติดต่อของไวรัสตับอักเสบซี

  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน รวมถึงยาเสพติดชนิดฉีด
  • สักหรือเจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด
  • รับเลือดหรืออวัยวะที่มีเชื้อ (โดยเฉพาะก่อนปี 2535)
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (แม้พบน้อยกว่าทางเลือด)
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • จากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์หรือคลอด (พบได้น้อย)

อาการของไวรัสตับอักเสบซี

  • ระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ
  • อาจมีอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ระยะเรื้อรังอาจใช้เวลาหลายปีจึงแสดงอาการรุนแรง

การรักษาไวรัสตับอักเสบซี

  • ปัจจุบันรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสตรงเป้าหมาย (DAAs)
  • ระยะเวลารักษา 8–12 สัปดาห์
  • อัตราการหายขาดสูงกว่า 95%
  • ผลข้างเคียงน้อย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การป้องกันไวรัสตับอักเสบซี

  • หลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกัน
  • เลือกสถานที่สักหรือเจาะที่ได้มาตรฐาน
  • ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
  • ตรวจเลือดเป็นประจำหากมีประวัติความเสี่ยง

รู้จักไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)

ไวรัสตับอักเสบเอ คือ อะไร

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus, HAV) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับแบบเฉียบพลัน ไม่กลายเป็นเรื้อรังเหมือนไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหายได้เองใน 1–2 เดือน แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังอาจมีอาการรุนแรงได้

การติดต่อของไวรัสตับอักเสบเอ

  • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • กินอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก โดยเฉพาะหอยนางรมและหอยแครงจากแหล่งน้ำปนเปื้อน
  • สุขอนามัยไม่ดี เช่น ล้างมือไม่สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ
  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

อาการของไวรัสตับอักเสบเอ

  • ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้องด้านขวา
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้ม

การป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

  • ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ จำนวน 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
  • รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบจากแหล่งที่ไม่มั่นใจความสะอาด

บทความโดย

พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล

อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร

บริการที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โรงพยาบาลบีเอ็นเอชมีบริการครบวงจรในการดูแลผู้เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี รวมไปถึงการตรวจเช็คสุขภาพตับอย่างละเอียดตั้งแต่

  • ตรวจสุขภาพตับแบบองค์รวม
  • ตรวจเลือดคัดกรองไวรัสตับอักเสบ
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ
  • ตรวจ Fibroscan เพื่อประเมินสภาพตับอย่างแม่นยำ
  • บริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี
Liver Health Screening | BNH Hospital

ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพตับ

  • Package for Liver Cancer screening ราคาเพียง 4,000 บาท จากปกติ 4,890 บาท
  • Package for Healthy Lver Care ราคาเพียง 7,500 บาท จากปกติ 9,495 บาท
  • Package for Complete Liver Care ราคาเพียง 11,000 บาท จากปกติ 16,330 บาท
  • Package for Complete Liver Care & Liver Cancer screening ราคาเพียง 13,900 บาท จากปกติ 20,300 บาท

สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับ ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

  • รับสิทธแลกซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เริ่มต้นเพียง 1,200 บาท
  • ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

แพ็กเกจตรวจสุขภาพตับและคัดกรองมะเร็งตับ

“เพราะตับเป็นด่านสำคัญของร่างกาย”

  • ดูแลตั้งแต่วันนี้ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับอย่างรอบด้าน
  • ตรวจครอบคลุม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
  • ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพตับ อัลตราซาวนด์ตับ และตรวจค่าการทำงานของตับ

ราคาพิเศษ 4,000 บาท (ปกติ 4,890 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:

  • การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
  • ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
  • ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist

ราคาเพียง 7,500 บาท (ปกติ 9,495 บาท)

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:

  • ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
  • ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
  • ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
  • ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist

ราคาพิเศษ 11,000 บาท (ปกติ 16,330 บาท)
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:

  • ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
  • ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
  • ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
  • ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
  • ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ – Hepatitis A Antibody (Total)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
  • ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
  • ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
  • ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
  • ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
  • ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist

ราคาพิเศษ 13,900 บาท (ปกติ 20,300 บาท)

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้:

  • การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ GAAD score (AFP และ PIVKA-II) โดยวิธี ECLIA
  • ตรวจวัดค่าความแข็งและไขมันในตับ – Fibroscan
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน – Ultrasound Upper Abdomen
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด – Complete Blood Count (CBC)
  • ตรวจระดับโปรตีนรวมในเลือด – Total Protein
  • ตรวจการทำงานของตับ – Liver Function Test (5 Tests)
  • ตรวจการแข็งตัวของเลือด – Prothrombin Time (PT)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antigen (HBsAg)
  • ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี – Hepatitis B surface Antibody (HBsAb / Anti-HBs)
  • ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในอดีต – Hepatitis B Core Antibody (HBcAb / Anti-HBc)
  • ตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี – Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)
  • ค่าบริการโรงพยาบาล – Hospital service charges
  • ตรวจวิเคราะห์ผลโดยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร – Physical Examination by a Gastroenterologist
  • กรุณางดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับบริการ 4 ชั่วโมง
  • กรุณาทำนัดล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ
  • รับสิทธิ์แลกซื้อวัคซีนราคาพิเศษ เมื่อซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพตับ เข้ารับบริการภายใน 31 ธันวาคม 2569
  • ราคานี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว (ในกรณีที่มีการตรวจรักษาเพิ่มเติมจะไม่รวมค่าแพทย์ในคำปรึกษา ค่ายา ค่าตรวจวินิจฉัย และค่ารักษาพยาบาล)
  • รับบริการที่ แผนก Digestive Care Centre ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-0753, 02-022-0700 ต่อ 2753,3330

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจ

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล

ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

สาขาเฉพาะทาง

อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– Gastrointestinal disease
– Liver disease
– Viral hepatitis
– Metabolic dysfunction associated steatotic liver disease (MASLD)
– Autoimmune liver disease (AIH, PBC, PSC, IgG4)
– Genetic cholestatic disease
– Fontan associated liver disease


– 2018 Outcome and Predictors of Transarterial Chemoembolization in Decompensate Cirrhotic Hepatocellular Carcinoma Patients (Gastroenterology and Hepatology: Open Access, DOI: 10.15406/ghoa.2018.09.00336)
– 2020 Validation of Models using Basic Parameters to Differentiate Intestinal Tuberculosis from Crohn’s disease: A Multicenter Study from Asia (PLOS ONE, DOI: 10.1371/journal.pone.0242879)
– 2021 Validation of the “Six-and-Twelve” Prognostic Score in Transarterial Chemoembolization-Treated Hepatocellular Carcinoma Patients (Clinical and Translational Gastroenterology,
DOI: 10.14309/ctg.0000000000000310)
– 2022 Optical diagnosis by near-focus versus normal-focus narrow band imaging colonoscopy in colorectal polyps based on combined NICE and WASP classification: a randomized controlled trial (Clinical Endoscopy, DOI: 10.5946/ce.2022.048)


– 2016 Research poster presentation at Royal College of Physicians of Thailand (RCPT) conference: Clinical Features and Outcomes of Patients with Drug-Induced Autoimmune Hepatitis in King Chulalongkorn Memorial Hospital ,Thailand
– 2019 Complimentary award of oral research presentation at Thai Association for the Study of the Liver (THASL) conference: Outcome and Predictors of Transarterial Chemoembolization in Decompensate Cirrhotic Hepatocellular Carcinoma Patients
– 2020 Research poster presentation at Digestive Disease Week (DDW) conference: Near-focus versus Normal-focus Narrow Band Imaging Colonoscopy in Diagnosis of Colorectal Polyps based on Combined NICE and WASP Classification: a Randomized Controlled Trial
– 2025 Oral poster presentation at European Association for the Study of the Liver (EASL) conference: Clinical characteristics of a large cohort of primary sclerosing cholangitis patients undergoing liver transplant and biochemical predictors of recurrence. DOI:10.3252/pso.eu.EASL2025.2025


– สาขาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคตับขั้นสูง มหาวิทยาลัยโทรอนโท ประเทศแคนาดา
– หลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคตับและทางเดินน้ำดีอักเสบจาก AUTOIMMUNE มหาวิทยาลัยโทรอนโท ประเทศแคนาดา


– 2010 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University


– 2023 Advanced Clinical Hepatology Fellowship University of Toronto, Canada
– 2024 Autoimmune Liver Disease Fellowship University of Toronto, Canada


– 2016 Thai Board of Internal Medicine, Chulalongkorn University
– 2020 Thai Subboard of Gastroenterology, Prince of Songkla University

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
อังคาร 08:00 – 16:00 ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
พุธ 08:00 – 17:00 ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
พฤหัสบดี 08:00 – 17:00 ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศุกร์ 09:00 – 19:00 ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
เสาร์ 08:00 – 16:00 ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร