Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

โรคหืด อาจเสียชีวิตได้ หากให้การรักษาไม่ทัน

Key Takeaways

  • โรคหืดอันตรายถึงชีวิต: หากอาการกำเริบรุนแรงจนหลอดลมตีบตัน ร่างกายจะขาดออกซิเจนนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

  • สัญญาณเตือนวิกฤต: หายใจเหนื่อยรุนแรงจนพูดไม่ได้ เล็บหรือริมฝีปากเขียวคล้ำ และยาพ่นฉุกเฉินเอาไม่อยู่ ต้องรีบพบแพทย์ทันที

  • การควบคุมโรคเป็นหัวใจสำคัญ: ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาควบคุมอาการทุกวันและยาพ่นบรรเทาอาการฉุกเฉิน

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง เช่น ฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ และสารก่อภูมิแพ้รอบตัว

โรคหืดอาจเสียชีวิตได้: ทำไมการคุมอาการให้คงที่จึงสำคัญที่สุด

โรคหืดสามารถทำให้เสียชีวิตได้หากอาการกำเริบอย่างรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดภาวะหลอดลมหดเกร็งและตีบตันอย่างมาก ร่างกายจะไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ นำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลว หมดสติ และเสียชีวิตเฉียบพลัน การหมั่นติดตามอาการและควบคุมโรคอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ป่วย

ตารางสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายและแนวทางปฏิบัติ

 

อาการหรือสถานการณ์ระดับความรุนแรงสิ่งที่ควรทำทันที
หอบเหนื่อยรุนแรงวิกฤตรีบไปโรงพยาบาลทันที (โดยเฉพาะเมื่อพูดไม่ได้เป็นประโยค)
ริมฝีปาก / เล็บเขียวคล้ำวิกฤตภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ต้องพบแพทย์ด่วนที่สุด
อาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาพ่นเร่งด่วนวิกฤตอย่ารอช้า รีบเดินทางไปห้องฉุกเฉินทันที
หอบเหนื่อยขณะพักผ่อนควรเฝ้าระวังปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับแผนการรักษา (Action Plan)

 

ข้อมูลของ worldlifeexpectancy.com  พบคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหืดวันละ 8-9 ราย คิดเป็น 3,142 รายต่อปี คิดเป็น 3.42 ต่อประชากร 1 แสนคน  ซึ่งผู้ใหญ่จะเสียชีวิตมากกว่าเด็กประมาณ 5 เท่า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ คือ ไม่ทราบว่าเป็นโรคหืด ไม่ได้พ่นยาป้องกันหอบต่อเนื่อง และเวลามีอาการกำเริบก็จะพ่นยาไม่ทัน/ไม่ถูกวิธี เนื่องจากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อมีอาการ

‘โรคหืด’ เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ และสามารถรักษาโรคหืดให้หายได้ แต่เป็นอันตรายต่อชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคนี้เกิดจากภาวะหลอดลมอักเสบ และไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ทั้งจากการสารก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือมลพิษทางอากาศ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง ตีบแคบเป็นพักๆ ทำให้เกิดอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากตามมา อาการได้แก่ ไอเป็นชุดๆ แน่นหน้าอก หายใจหอบ เสียงดังวี้ด มักมีอาการหลังได้รับสิ่งกระตุ้น มลพิษทางอากาศ สารก่อภูมิแพ้ ติดเชื้อไวรัส หรือออกกำลังกาย

ปัจจัยแวดล้อมเกิดขึ้นได้ทั้งจากทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย หากครอบครัวมีประวัติหรือผู้ป่วยมีภาวะโรคพบร่วม อย่างภาวะนอนกรนจนอุดกั้นทางเดินหายใจ โรคอ้วน และอาการภูมิแพ้ รวมถึงสิ่งกระตุ้นให้อาการหอบกำเริบ เช่น ฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ฝุ่นละอองตามบ้านเรือน ควันบุหรี่ ขนสัตว์/สัตว์ เชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้ สารเคมี เป็นต้น ล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหืดได้

“การรักษาผู้ป่วยโรคหืดไม่ใช่รักษาเฉพาะโรคหืดอย่างเดียว แต่จะรักษาโรคร่วม เช่น แพ้อากาศ ไซนัส ไอเรื้อรัง ภาวะนอนกรน กรดไหลย้อน ภาวะอ้วน ทำให้โรคหอบหืดคุมอาการยาก”

 ขณะที่ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหืดเป็นอาการเรื้อรัง รักษาไม่หาย ทำให้ขาดความสม่ำเสมอในการใช้ยา ที่ปกติคนไข้จะมียาติดตัว 2 ประเภท คือ

1.ยาควบคุม

เช่น ยาสเตียอรยด์ชนิดพ่นสูด ยาต้านลิวโคไตรอีน สำหรับใช้ระยะยาว ช่วยให้ลดหลอดลมอักเสบและหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้ลดอาการหอบกำเริบ และสมรรถภาพปอดดีขึ้น

2.ยาฉุกเฉิน

เช่น ยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์เร็ว (short-acting or rapid action beta2- agonist) ใช้ในกรณีที่มีอาการหอบกำเริบ ช่วยขยายหลอดลม

แต่ในความเป็นจริง ‘โรคหืด’ สามารถรักษาหาย ยิ่งรักษาเร็วและต่อเนื่องยิ่งมีโอกาสหายสูง โดยในเด็กมีโอกาสหายมากกว่าร้อยละ 50 ส่วนผู้ใหญ่และผู้สูงวัยถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงกว่าเด็กและพ่นยาได้ยากกว่า เพราะบางคนชินกับอาการจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหืด

ที่สำคัญการรักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์สูดพ่นต้องสม่ำเสมอเป็นประจำไม่ว่าจะแสดงอาการหรือไม่แสดงก็ตาม และต้องสามารถปรับลด/เพิ่มขนาดของยาตามผลการรักษาโรคได้เหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป เช่น เบาหวาน ความดัน ไม่แนะนำให้หยุดยารักษาโรคหืดด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้อาการกำเริบได้

เจาะลึกกลไกของโรคหืดและแนวทางการดูแลเชิงรุก

ทำไมโรคหืดถึงอันตรายถึงชีวิต?

โดยพื้นฐานแล้ว โรคหืดเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติ เมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น, ควันบุหรี่, มลพิษทางอากาศ (PM 2.5), หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ จะเกิดภาวะ:

  • หลอดลมหดเกร็ง (Bronchospasm): กล้ามเนื้อรอบหลอดลมบีบตัวแน่นขึ้น

  • หลอดลมตีบแคบ: มีเสมหะเหนียวข้นอุดกั้น ทำให้ทางเดินหายใจอุดตันจนอากาศผ่านเข้าสู่ปอดได้ลำบาก

 

การดูแลและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้ท่านและครอบครัวมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับโรคหืด การได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ คือกุญแจสำคัญ:

  • ใช้ยาอย่างมีวินัย: ยาควบคุมอาการ (Controller) ต้องใช้สม่ำเสมอทุกวันแม้ไม่มีอาการ เพื่อลดการอักเสบสะสม ส่วนยาบรรเทาอาการ (Reliever) ใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการเฉียบพลัน

  • จัดทำแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: ผู้ป่วยควรมี “Action Plan” ที่แพทย์จัดทำไว้ให้ ซึ่งจะระบุชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรเมื่ออาการเปลี่ยนไป

  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หมั่นดูแลความสะอาดที่อยู่อาศัย ลดปัจจัยเสี่ยงจากสัตว์เลี้ยง เกสรดอกไม้ หรือมลพิษทางอากาศที่มักกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ

การดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหืดสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความสุข

 

บทความโดย

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ความชำนาญพิเศษ

กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน


– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness


– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม

นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด

รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair

ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก

การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
พฤหัสบดี 15:00 – 18:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เสาร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

บทความที่เกี่ยวข้อง

การรักษาผื่นแพ้ผิวหนัง

การรักษาโรคผื่นแพ้ผิวหนังแบ่งเป็น สองระยะ คือระยะเฉียบพลัน และเรื้อรัง โดยระยะเฉียบพลัน จะมีอาการบวม แดง อักเสบ คันมาก ผิวหนังแฉะ เยิ้ม

Read More »

Allergy Prevention

การป้องกันโรคภูมิแพ้ (Allergy Prevention) โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ร่างกายมีความผิดปกติของระบบอิมมูน ที่ทำให้เกิดการตอบสนองไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น

Read More »

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหอบหืด (FAQ)

ทำไมผู้ป่วยโรคหืดถึงมีอาการกำเริบในตอนกลางคืนหรือหลังออกกำลังกาย?

เป็นเพราะปัจจัยทางสรีรวิทยาขณะนอนหลับ เช่น การลดลงของฮอร์โมนบางชนิดหรืออุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนไป ส่วนการออกกำลังกายอาจกระตุ้นให้หลอดลมเสียความร้อนและเย็นลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดอาการหดเกร็งได้

ยาพ่นขยายหลอดลมมีกี่ประเภท และใช้ต่างกันอย่างไร?

แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ยาควบคุมอาการ (ใช้ทุกวันเพื่อลดอักเสบระยะยาว) และยาบรรเทาอาการฉุกเฉิน (ใช้เมื่อมีอาการหอบเหนื่อย) ซึ่งผู้ป่วยควรทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาแต่ละประเภทตามคำสั่งแพทย์

หากใช้ยาพ่นฉุกเฉินแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?

หากใช้ยาตามคำแนะนำแล้วอาการยังคงรุนแรง หรือหายใจไม่ออกมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ผู้ป่วยโรคหืดสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่?

สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกประเภทที่ไม่หักโหมจนเกินไป และควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวหรือใช้ยาป้องกันก่อนออกกำลังกายหากจำเป็น

โรคหืดสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

แม้โรคหืดมักเป็นโรคเรื้อรังที่อาจต้องดูแลต่อเนื่อง แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องด้วยยาที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีจนเกือบเท่าคนปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้