Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

โรคหืด อาจเสียชีวิตได้ หากให้การรักษาไม่ทัน

Key Takeaways

  • โรคหืดอันตรายถึงชีวิต: หากอาการกำเริบรุนแรงจนหลอดลมตีบตัน ร่างกายจะขาดออกซิเจนนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

  • สัญญาณเตือนวิกฤต: หายใจเหนื่อยรุนแรงจนพูดไม่ได้ เล็บหรือริมฝีปากเขียวคล้ำ และยาพ่นฉุกเฉินเอาไม่อยู่ ต้องรีบพบแพทย์ทันที

  • การควบคุมโรคเป็นหัวใจสำคัญ: ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาควบคุมอาการทุกวันและยาพ่นบรรเทาอาการฉุกเฉิน

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง เช่น ฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ และสารก่อภูมิแพ้รอบตัว

โรคหืดอาจเสียชีวิตได้: ทำไมการคุมอาการให้คงที่จึงสำคัญที่สุด

โรคหืดสามารถทำให้เสียชีวิตได้หากอาการกำเริบอย่างรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดภาวะหลอดลมหดเกร็งและตีบตันอย่างมาก ร่างกายจะไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ นำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลว หมดสติ และเสียชีวิตเฉียบพลัน การหมั่นติดตามอาการและควบคุมโรคอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ป่วย

ตารางสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายและแนวทางปฏิบัติ

 

อาการหรือสถานการณ์ระดับความรุนแรงสิ่งที่ควรทำทันที
หอบเหนื่อยรุนแรงวิกฤตรีบไปโรงพยาบาลทันที (โดยเฉพาะเมื่อพูดไม่ได้เป็นประโยค)
ริมฝีปาก / เล็บเขียวคล้ำวิกฤตภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ต้องพบแพทย์ด่วนที่สุด
อาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาพ่นเร่งด่วนวิกฤตอย่ารอช้า รีบเดินทางไปห้องฉุกเฉินทันที
หอบเหนื่อยขณะพักผ่อนควรเฝ้าระวังปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับแผนการรักษา (Action Plan)

 

ข้อมูลของ worldlifeexpectancy.com  พบคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหืดวันละ 8-9 ราย คิดเป็น 3,142 รายต่อปี คิดเป็น 3.42 ต่อประชากร 1 แสนคน  ซึ่งผู้ใหญ่จะเสียชีวิตมากกว่าเด็กประมาณ 5 เท่า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ คือ ไม่ทราบว่าเป็นโรคหืด ไม่ได้พ่นยาป้องกันหอบต่อเนื่อง และเวลามีอาการกำเริบก็จะพ่นยาไม่ทัน/ไม่ถูกวิธี เนื่องจากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อมีอาการ

‘โรคหืด’ เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ และสามารถรักษาโรคหืดให้หายได้ แต่เป็นอันตรายต่อชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคนี้เกิดจากภาวะหลอดลมอักเสบ และไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ทั้งจากการสารก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือมลพิษทางอากาศ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง ตีบแคบเป็นพักๆ ทำให้เกิดอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากตามมา อาการได้แก่ ไอเป็นชุดๆ แน่นหน้าอก หายใจหอบ เสียงดังวี้ด มักมีอาการหลังได้รับสิ่งกระตุ้น มลพิษทางอากาศ สารก่อภูมิแพ้ ติดเชื้อไวรัส หรือออกกำลังกาย

ปัจจัยแวดล้อมเกิดขึ้นได้ทั้งจากทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย หากครอบครัวมีประวัติหรือผู้ป่วยมีภาวะโรคพบร่วม อย่างภาวะนอนกรนจนอุดกั้นทางเดินหายใจ โรคอ้วน และอาการภูมิแพ้ รวมถึงสิ่งกระตุ้นให้อาการหอบกำเริบ เช่น ฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ฝุ่นละอองตามบ้านเรือน ควันบุหรี่ ขนสัตว์/สัตว์ เชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้ สารเคมี เป็นต้น ล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหืดได้

“การรักษาผู้ป่วยโรคหืดไม่ใช่รักษาเฉพาะโรคหืดอย่างเดียว แต่จะรักษาโรคร่วม เช่น แพ้อากาศ ไซนัส ไอเรื้อรัง ภาวะนอนกรน กรดไหลย้อน ภาวะอ้วน ทำให้โรคหอบหืดคุมอาการยาก”

 ขณะที่ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหืดเป็นอาการเรื้อรัง รักษาไม่หาย ทำให้ขาดความสม่ำเสมอในการใช้ยา ที่ปกติคนไข้จะมียาติดตัว 2 ประเภท คือ

1.ยาควบคุม

เช่น ยาสเตียอรยด์ชนิดพ่นสูด ยาต้านลิวโคไตรอีน สำหรับใช้ระยะยาว ช่วยให้ลดหลอดลมอักเสบและหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้ลดอาการหอบกำเริบ และสมรรถภาพปอดดีขึ้น

2.ยาฉุกเฉิน

เช่น ยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์เร็ว (short-acting or rapid action beta2- agonist) ใช้ในกรณีที่มีอาการหอบกำเริบ ช่วยขยายหลอดลม

แต่ในความเป็นจริง ‘โรคหืด’ สามารถรักษาหาย ยิ่งรักษาเร็วและต่อเนื่องยิ่งมีโอกาสหายสูง โดยในเด็กมีโอกาสหายมากกว่าร้อยละ 50 ส่วนผู้ใหญ่และผู้สูงวัยถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงกว่าเด็กและพ่นยาได้ยากกว่า เพราะบางคนชินกับอาการจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหืด

ที่สำคัญการรักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์สูดพ่นต้องสม่ำเสมอเป็นประจำไม่ว่าจะแสดงอาการหรือไม่แสดงก็ตาม และต้องสามารถปรับลด/เพิ่มขนาดของยาตามผลการรักษาโรคได้เหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป เช่น เบาหวาน ความดัน ไม่แนะนำให้หยุดยารักษาโรคหืดด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้อาการกำเริบได้

เจาะลึกกลไกของโรคหืดและแนวทางการดูแลเชิงรุก

ทำไมโรคหืดถึงอันตรายถึงชีวิต?

โดยพื้นฐานแล้ว โรคหืดเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติ เมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น, ควันบุหรี่, มลพิษทางอากาศ (PM 2.5), หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ จะเกิดภาวะ:

  • หลอดลมหดเกร็ง (Bronchospasm): กล้ามเนื้อรอบหลอดลมบีบตัวแน่นขึ้น

  • หลอดลมตีบแคบ: มีเสมหะเหนียวข้นอุดกั้น ทำให้ทางเดินหายใจอุดตันจนอากาศผ่านเข้าสู่ปอดได้ลำบาก

 

การดูแลและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้ท่านและครอบครัวมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับโรคหืด การได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ คือกุญแจสำคัญ:

  • ใช้ยาอย่างมีวินัย: ยาควบคุมอาการ (Controller) ต้องใช้สม่ำเสมอทุกวันแม้ไม่มีอาการ เพื่อลดการอักเสบสะสม ส่วนยาบรรเทาอาการ (Reliever) ใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการเฉียบพลัน

  • จัดทำแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: ผู้ป่วยควรมี “Action Plan” ที่แพทย์จัดทำไว้ให้ ซึ่งจะระบุชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรเมื่ออาการเปลี่ยนไป

  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หมั่นดูแลความสะอาดที่อยู่อาศัย ลดปัจจัยเสี่ยงจากสัตว์เลี้ยง เกสรดอกไม้ หรือมลพิษทางอากาศที่มักกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ

การดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหืดสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความสุข

 

บทความโดย

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ความชำนาญพิเศษ

กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน


– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness


– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม

นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด

รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair

ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก

การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
พฤหัสบดี 15:00 – 18:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เสาร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

บทความที่เกี่ยวข้อง

Allergy Screening

โรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อย มีสาเหตุจากพันธุกรรม การกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่าการใช้ชีวิตมีผลมาก

Read More »

แพ้ยา

แพ้ยา เป็นปฏิกิริยาทางระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองผิดปกติต่อยาที่ได้รับ โดยยาที่พบว่าแพ้บ่อยได้แก่ ยาปฎิชีวนะ ยาแก้ปวด ยารักษาโรคข้อ

Read More »

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหอบหืด (FAQ)

ทำไมผู้ป่วยโรคหืดถึงมีอาการกำเริบในตอนกลางคืนหรือหลังออกกำลังกาย?

เป็นเพราะปัจจัยทางสรีรวิทยาขณะนอนหลับ เช่น การลดลงของฮอร์โมนบางชนิดหรืออุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนไป ส่วนการออกกำลังกายอาจกระตุ้นให้หลอดลมเสียความร้อนและเย็นลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดอาการหดเกร็งได้

ยาพ่นขยายหลอดลมมีกี่ประเภท และใช้ต่างกันอย่างไร?

แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ยาควบคุมอาการ (ใช้ทุกวันเพื่อลดอักเสบระยะยาว) และยาบรรเทาอาการฉุกเฉิน (ใช้เมื่อมีอาการหอบเหนื่อย) ซึ่งผู้ป่วยควรทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาแต่ละประเภทตามคำสั่งแพทย์

หากใช้ยาพ่นฉุกเฉินแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?

หากใช้ยาตามคำแนะนำแล้วอาการยังคงรุนแรง หรือหายใจไม่ออกมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ผู้ป่วยโรคหืดสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่?

สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกประเภทที่ไม่หักโหมจนเกินไป และควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวหรือใช้ยาป้องกันก่อนออกกำลังกายหากจำเป็น

โรคหืดสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

แม้โรคหืดมักเป็นโรคเรื้อรังที่อาจต้องดูแลต่อเนื่อง แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องด้วยยาที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีจนเกือบเท่าคนปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้