Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ส่องกล้องกระเพาะ (Gastroscopy)

ส่องกล้องกระเพาะ (Gastroscopy) ตรวจหาความผิดปกติของกระเพาะอาหารที่ซ่อนอยู่

โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่มีความรุนแรงและเกิดขึ้นในระยะยาว เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าการตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น

 การดูแลสุขภาพทางเดินอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) คือ การตรวจภายในกระเพาะอาหารด้วยกล้องขนาดเล็ก ทำให้แพทย์สามารถเห็นสาเหตุที่เกิดรอยโรค และวินิจฉัยได้อย่างละเอียดที่สุด เป็นขั้นตอนการตรวจที่มีประโยชน์อย่างมากในทางการแพทย์ ช่วยในการวินิจฉัยภาวะที่ผิดปกติในทางเดินอาหารส่วนบน เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น การตรวจนี้มักใช้เมื่อผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการทั่วไป การส่องกล้องกระเพาะอาหารไม่เพียงแต่เป็นวิธีการที่ให้ผลแม่นยำ แต่ยังเป็นวิธีที่สามารถช่วยป้องกันและรักษาโรคในระยะเริ่มต้นได้

การส่องกล้องกระเพาะอาหารคืออะไร? ดูอะไรได้บ้าง?

การส่องกล้องกระเพาะอาหารคือการตรวจภายในของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Gastroscope ซึ่งเป็นการใช้กล้องชนิดอ่อนขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 – 13 มิลลิเมตร ส่องเข้าไปทางปากไปจนถึงกระเพาะอาหาร ทำให้แพทย์สามารถเห็นภาพภายในทางเดินอาหารส่วนบนได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้

เครื่องมือนี้ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นการอักเสบ แผล หรือการก่อตัวของเนื้องอก การส่องกล้องยังสามารถช่วยในการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมสำหรับการวินิจฉัยที่แม่นยำ เช่น ตรวจการติดเชื้อ H.pylori ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

ข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องกระเพาะอาหารมักถูกนำมาใช้เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะผิดปกติในทางเดินอาหารส่วนบน โดยข้อบ่งชี้หลักในการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่

  1. อาการปวดท้องเรื้อรัง หากคุณมีอาการปวดท้องเป็นเวลานานตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปโดยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา การส่องกล้องกระเพาะอาหารช่วยในการหาสาเหตุที่แน่ชัด เช่น แผลในกระเพาะอาหารหรือการอักเสบของหลอดอาหาร การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร
  2. อาการกรดไหลย้อน (GERD) ผู้ที่มีอาการแสบร้อนกลางอกหรือเจ็บคอจากการไหลย้อนของกรด การส่องกล้องช่วยให้แพทย์เห็นสภาพของหลอดอาหารและประเมินความรุนแรงของกรดไหลย้อน
  3. กลืนอาหารลำบากหรือเจ็บคอ อาการกลืนลำบากอาจเกิดจากหลอดอาหารตีบหรือมีเนื้องอก
  4. อาการอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด หากมีอาการอาเจียนเป็นเลือด การส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถระบุสาเหตุและช่วยในการหยุดเลือดออกได้
  5. น้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติ การที่น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุอาจเป็นสัญญาณของภาวะผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร

ทำไมต้องส่องกล้องกระเพาะอาหาร?

การส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการตรวจสอบอาการหรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารส่วนบน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีการทั่วไป การตรวจด้วยวิธีนี้มีความแม่นยำสูง ทำให้แพทย์สามารถเห็นหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้นได้ชัดเจน และช่วยในการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง

ยิ่งไปกว่านั้น การส่องกล้องยังช่วยให้แพทย์สามารถทำการรักษาเบื้องต้นได้ เช่น การหยุดห้ามเลือดจากแผลในทางเดินอาหาร การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา หรือการรักษาภาวะหลอดอาหารตีบแคบ และเหตุผลที่สำคัญในการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ดังนี้

  1. วินิจฉัยอาการที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัด หากคุณมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจเบื้องต้น เช่น อาการปวดท้องเรื้อรัง กรดไหลย้อน กลืนอาหารลำบาก หรืออาการคลื่นไส้ การส่องกล้องช่วยให้แพทย์เห็นภายในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นอย่างชัดเจน ทำให้สามารถตรวจหาภาวะผิดปกติต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร การอักเสบ การมีเนื้องอก หรือ การติดเชื้อ pylori
  2. ตรวจหาสาเหตุของอาการกรดไหลย้อนหรือปวดท้องเรื้อรัง การส่องกล้องสามารถตรวจสอบการอักเสบหรือรอยโรคที่เกิดจากกรดไหลย้อน (GERD) หรือภาวะการอักเสบอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรังได้ ซึ่งการตรวจวินิจฉัยโดยตรงนี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้ทันที
  3. ตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มต้น มะเร็งกระเพาะอาหารและหลอดอาหารมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น การส่องกล้องช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งในระยะต้นหรือระยะที่ยังไม่ลุกลาม การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้
  4. การตรวจเพื่อหาสาเหตุของการอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายเป็นเลือด การส่องกล้องสามารถระบุสาเหตุของเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นได้ทันที ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาเบื้องต้น เช่น การหยุดเลือดออกหรือตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม
  5. การรักษาภาวะหลอดอาหารตีบหรือมีสิ่งอุดตัน ในกรณีที่มีอาการกลืนอาหารลำบากเนื่องจากหลอดอาหารตีบแคบจากโรคหรือการบาดเจ็บ การส่องกล้องช่วยให้แพทย์สามารถขยายหลอดอาหารได้ทันที หรือในกรณีที่มีก้อนเนื้อหรือสิ่งอุดตันในทางเดินอาหาร การส่องกล้องช่วยในการเอาสิ่งแปลกปลอมออกได้

ประโยชน์ของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องกระเพาะอาหารมีประโยชน์หลายประการที่ทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาโรคในระบบทางเดินอาหาร:

  1. การวินิจฉัยที่แม่นยำและเชื่อถือได้ การส่องกล้องช่วยให้แพทย์เห็นภาวะภายในทางเดินอาหารแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถวินิจฉัยปัญหาได้อย่างละเอียด เช่น การตรวจพบแผลหรือเนื้องอกที่อาจเป็นมะเร็งในระยะแรก หากพบติ่งเนื้อ หรือเนื้องอก สามารถตัดและนำไปส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการทันที
  2. การรักษาเบื้องต้น ในบางกรณี แพทย์สามารถทำการรักษาได้ในระหว่างการส่องกล้อง เช่น การหยุดเลือด การขยายหลอดอาหาร หรือการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหามะเร็ง
  3. ความสะดวกและปลอดภัย การส่องกล้องเป็นขั้นตอนที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมีโอกาสน้อยมาก
  4. การตรวจพบภาวะที่ไม่แสดงอาการ การส่องกล้องสามารถช่วยในการตรวจหาภาวะที่ไม่แสดงอาการ เช่น แผลเล็กๆ ในกระเพาะอาหารที่อาจพัฒนาเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต รวมไปถึงการตรวจหาเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วย หรือมะเร็ง

โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารส่วนบนและกระเพาะอาหาร

ระบบทางเดินอาหารส่วนบนประกอบด้วยหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารส่วนบนและกระเพาะอาหารมีหลายชนิดและอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบย่อยอาหารอย่างรุนแรง ในบทความนี้จะกล่าวถึงโรคที่พบบ่อยและภาวะที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหารส่วนบนและกระเพาะอาหาร

1. โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease – GERD)
โรคกรดไหลย้อนเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก (heartburn) และอาจทำให้หลอดอาหารอักเสบ หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง หรือหลอดอาหารตีบแคบ
● อาการ แสบร้อนกลางอก กลืนอาหารลำบาก คลื่นไส้ เรอเปรี้ยว
● การรักษา การใช้ยาลดกรด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง

2. แผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer Disease)
แผลในกระเพาะอาหารเกิดจากการที่กรดในกระเพาะกัดกร่อนเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล การติดเชื้อ Helicobacter pylori และการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
● อาการ ปวดท้องหลังอาหาร, ท้องอืด, คลื่นไส้, อาเจียน
● การรักษา  ใช้ยาปฏิชีวนะในการกำจัดเชื้อ H. pylori, ยาลดกรด, การหลีกเลี่ยงยา NSAIDs

3. กระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis)
กระเพาะอาหารอักเสบเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราวหรือเป็นเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญได้แก่การติดเชื้อ H. pylori การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยา NSAIDs มากเกินไป
● อาการ ปวดท้อง, คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องอืด
● การรักษา ยาลดกรด, การกำจัดเชื้อ H. pylori, การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยา NSAIDs

4. มะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach Cancer)
มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก และมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ปัจจัยเสี่ยงได้แก่การติดเชื้อ H. pylori พันธุกรรม การรับประทานอาหารที่มีเกลือสูง การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์
● อาการ ปวดท้อง, น้ำหนักลด, อาเจียน, มีเลือดออกในทางเดินอาหาร
● การรักษา การผ่าตัด, เคมีบำบัด, การฉายรังสี

5. โรคหลอดอาหารอักเสบ (Esophagitis)
หลอดอาหารอักเสบเกิดจากการระคายเคืองของเยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากกรดไหลย้อน การติดเชื้อ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่
● อาการ ปวดหรือแสบร้อนในหลอดอาหาร, กลืนอาหารลำบาก, ไอเรื้อรัง
● การรักษา ยาลดกรด, ยาปฏิชีวนะในกรณีติดเชื้อ, การหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ

6. ภาวะหลอดอาหารตีบ (Esophageal Stricture)
ภาวะนี้เกิดจากการที่หลอดอาหารตีบแคบลง อาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรังจากกรดไหลย้อนหรือการบาดเจ็บในหลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยกลืนอาหารลำบาก
● อาการ กลืนลำบาก, อาหารติดคอ, น้ำหนักลด
● การรักษา การขยายหลอดอาหารด้วยเครื่องมือเฉพาะ, การผ่าตัดในกรณีรุนแรง

7. โรค Barrett’s Esophagus
Barrett’s esophagus เป็นภาวะที่เกิดจากการระคายเคืองเรื้อรังจากกรดไหลย้อน ซึ่งทำให้เซลล์ที่หลอดอาหารเปลี่ยนแปลงไป ภาวะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร
● อาการ คล้ายกับอาการกรดไหลย้อน แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
● การรักษา การติดตามตรวจเป็นระยะ, การใช้ยาลดกรด, การผ่าตัดหากมีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็ง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

1. การเตรียมตัวก่อนการตรวจ

  • หยุดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Warfarin, Ticlid , Clopidrogrel หรือ NSAID อย่างน้อย 5 วัน ก่อนทำการตรวจ
  • ไม่ควรนำของมีค่ามาในวันที่ทำการส่องกล้อง ท่านที่ใส่ฟันปลอมหรือคอนแทกเลนส์ ควรถอดก่อนการเข้าห้องตรวจ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา และประวัติโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เพื่อพิจารณาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเป็นรายๆไป
  • งดน้ำและอาหาร ก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหาร 8 ชั่วโมงของวันที่ส่องกล้อง
  • ผู้ป่วยต้องเซ็นต์ชื่อลงในใบยินยอมก่อนการตรวจ ในกรณีที่ท่านมีอายุน้อยกว่า 20 ปีจะต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์ชื่อในใบยินยอมแทน โดยแพทย์จะเป็นผู้อธิบายให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้ และภาวะแทรกซ้อนของหัตถการดังกล่าว

2. ระหว่างการตรวจ ในระหว่างการส่องกล้อง ผู้ป่วยจะได้รับยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับประสาทเพื่อให้ผ่อนคลาย การตรวจนี้ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที

 

3. หลังการตรวจ หลังการตรวจ ผู้ป่วยจะรู้สึกระคายคอเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปในเวลาไม่นาน ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิ เนื่องจากฤทธิ์ของยา

  • หลังการส่องกล้องให้ผู้ป่วยนอนพักบนเตียง ประมาณ 30 – 60 นาที หรือจนกว่าจะตื่นดี
    • สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น ในรายที่ได้รับการขยายหลอดอาหาร ถ้าผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่คอ หน้าอก หายใจลำบาก มีเลือดออก หรือคลำลมใต้ผิวหนังได้ ให้รีบแจ้งแพทย์ผู้ตรวจทันทu
    • อาการชาในลำคอจะหายไปภายใน 1 ชั่วโมง ในระหว่างนี้ให้งดน้ำและอาหารไว้ก่อน จนกว่าอาการชาจะหายไป เมื่ออาการชาในลำคอหายในให้ทดลองจิบน้ำ ถ้าไม่มีอาการสำลักจึงดื่มน้ำได้ มื้อแรกให้รับประทานอาหารอ่อนและเย็น ไม่ควรรับประทานอาหารที่ร้อน เพราะอาจทำให้รู้สึกระคายเคืองคอได้ ในบางรายอาจมีเจ็บบริเวณลำคอบ้างเล็กน้อย เนื่องจากการใส่กล้องตรวจแต่อาการจะหายไปในไม่ช้า
    • ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัด โดยเฉพาะในรายที่มีการส่งชิ้นเนื้อตรวจ เพื่อฟังผลชิ้นเนื้อ
    • เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ต้องมีผู้ดูแลระหว่างเดินทางกลับ ไม่แนะนำ ให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับความรู้สึระหว่างการตรวจส่องกล้องขับรถเอง

อย่ารอให้เกิดความผิดปกติ ตรวจสุขภาพทางเดินอาหารของคุณวันนี้

หากคุณมีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้องเรื้อรัง กรดไหลย้อน หรือกลืนอาหารลำบาก การส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการตรวจหาสาเหตุและป้องกันปัญหาในระบบทางเดินอาหารส่วนบนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การตรวจสุขภาพนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำ แต่ยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสุขภาพทางเดินอาหารของคุณอยู่ในสภาพที่ดี

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องกระเพาะอาหารมักถูกแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้
● ปวดท้องหรือท้องอืดเรื้อรัง
● อาการแสบร้อนกลางอกเรื้อรังหรือกรดไหลย้อน
● ปวดแสบท้อง จุกแน่นลิ้นปี่ เป็น ๆ หาย ๆ
● ปวดแสบท้องที่รักษาไม่ดีขึ้นด้วยการใช้ยา
● ปวดแสบท้องและมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
● สัญญาณของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีถ่ายปนเลือดหรือถ่ายดำ
● กลืนอาหารลำบาก
● อาเจียนหรืออุจจาระเป็นเลือด

ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️

หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

✔️บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารแบบครบวงจรทุกวัน

✔️ สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
✔️ ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
✔️ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้

ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

  • มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด 
  • มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
  • มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
  • ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
  • หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  • มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
  • สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง

บทความโดย

พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์

อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหาร

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจ

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

  • นพ. สยาม ไทยอุดม

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ.พญ. ดวงพร วีระวัฒกานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ครอบครัว , อายุรศาสตร์ , อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • นพ. สุเทพ วนิชผล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ. พญ. วโรชา มหาชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • รศ.พญ. ศิวะพร ไชยนุวัติ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัฐสุดา เบญจชินชัยกุล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • รศ. นพ. พรเทพ อังศุวัชรากร

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. พฤกษา อนันต์ชื่นสุข

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อนุสาขา อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศลิษา เวทย์นฤมาณ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคทางเดินอาหารและตับ