มะเร็งกระเพาะอาหารในคนวัยทำงาน ใกล้ตัวแค่ไหน?
หลายคนในวัยทำงานคุ้นกับอาการ “ท้องอืด แน่น จุก เสียด อาหารไม่ย่อย”—อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเป็นอาการแสดงของโรคที่ไม่ร้ายแรง เช่น โรคกระเพาะอาหาร หรือ กรดไหลย้อนก็จริง แต่ยังมีโรคร้ายแรงอีก 1 โรคที่ต้องเฝ้าระวัง คือ มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรก และมักแสดงอาการชัดเมื่อโรคลุกลามไปแล้ว ทำให้พลาดโอกาสสำคัญที่สุด: การเจอความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะอาหารยังพบได้ต่อเนื่อง โดยประมาณการปี 2022 มีผู้ป่วยรายใหม่ราว 4,089 ราย และเสียชีวิตราว 3,070 ราย (ข้อมูล GLOBOCAN)
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “ไม่ใช่เรื่องไกลตัว” และยิ่งสำคัญสำหรับวัยทำงานที่มักเลื่อนการตรวจสุขภาพออกไปเรื่อย ๆ
ทำไมวัยทำงานถึง “เสี่ยงมองข้าม” ได้ง่าย?
1) อาการระยะแรกคล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
ระยะแรกอาจไม่มีอาการ หรือมีแค่อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง คลื่นไส้เล็กน้อย แสบร้อนกลางอก—อาการที่เราชินจนคิดว่าเดี๋ยวก็หาย
2) ไลฟ์สไตล์กระตุ้นการเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
กินเร็ว กินดึก อาหารเค็มจัด ของหมักดอง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนน้อย ความเครียดสะสม—ล้วนทำให้ระบบทางเดินอาหารรวน และทำให้สัญญาณเตือน “ถูกกลบ” ไปกับชีวิตประจำวัน
3) ตัวการสำคัญที่คนจำนวนมากไม่รู้ว่าเป็นอยู่: เชื้อ H. pylori
การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) แบบเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งกระเพาะอาหาร และมีหลักฐานว่าการรักษากำจัดเชื้อช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะได้
สัญญาณที่ไม่ควร “ทนไปก่อน”
1) อาการระยะแรกคล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
ถ้ามีอาการต่อไปนี้ นานหรือเป็นซ้ำ หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างจริงจัง
- อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง จุกเสียด เรื้อรัง
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
- คลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง หรืออาเจียนมีเลือด
- ถ่ายดำ/มีเลือดปน อ่อนเพลียจากภาวะซีด
- กลืนลำบาก หรือกลืนติด
- อิ่มเร็วผิดปกติ (กินได้น้อยกว่าครึ่งของเดิมก็อิ่มจนกินต่อไม่ได้)
- มีประวัติ ญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
*** อาการเหล่านี้ “ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป” แต่เป็นสัญญาณที่ควรตรวจให้ชัด เพื่อไม่พลาดโรคสำคัญในระยะเริ่มต้น
“ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน” ช่วยป้องกันได้อย่างไร?
การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Upper endoscopy, EGD, Gastroscopy) คือการตรวจที่แพทย์เห็นเยื่อบุกระเพาะโดยตรง และสามารถ ตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) จากจุดสงสัยเพื่อวินิจฉัยได้แม่นยำ
สิ่งที่การส่องกล้องช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่
- เจอการอักเสบเรื้อรัง แผลกระเพาะ ติ่งเนื้อ หรือภาวะก่อนมะเร็ง (Precancerous Lesions) ก่อนกลายเป็นปัญหาใหญ่
- เก็บชิ้นเนื้อ เพื่อแยกความต่างระหว่างการอักเสบ กับความผิดปกติที่ต้องติดตาม
- ในบางกรณี ถ้าพบความผิดปกติของเยื่อบุผนัง (Dysplasia) อาจมีแนวทางรักษาด้วยหัตถการผ่านกล้องได้ตามข้อบ่งชี้
และในประเทศที่มีการคัดกรองด้วยการส่องกล้องอย่างจริงจัง เช่น ญี่ปุ่น มีงานวิจัยเชิงประชากรที่พบว่า การคัดกรองด้วยการส่องกล้องสัมพันธ์กับการลดการเกิดมะเร็งระยะลุกลามและการเสียชีวิตจากมะเร็งกระเพาะ (ทั้งนี้ แนวทางคัดกรองอาจต่างกันตามความเสี่ยงและบริบทของแต่ละประเทศ)
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: บทความส่องกล้องกระเพาะ (Gastroscopy) คลิก
ใครบ้างที่ควร “คุยกับแพทย์” เรื่องการส่องกล้อง?
โดยทั่วไป การคัดกรองมะเร็งกระเพาะยังไม่ใช่การตรวจสำหรับทุกคนแบบเหมารวม แต่ในคนที่มี ความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องเพื่อคัดกรองหรือติดตาม เช่น
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะ
- มีโรคหรือภาวะที่สัมพันธ์กับความเสี่ยง (เช่น กระเพาะอักเสบเรื้อรังรุนแรง/กระเพาะฝ่อ, pernicious anemia ฯลฯ)
- เคยผ่าตัดกระเพาะบางส่วน
- มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมบางกลุ่ม
- หรือมีอาการเตือนที่กล่าวข้างต้น
ดูแลกระเพาะให้ “ไกลมะเร็ง” เริ่มได้จากวันนี้
- ตรวจและรักษา H. pylori เมื่อแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้
- ลดอาหารเค็มจัด หมักดอง รมควัน เพิ่มผักผลไม้
- งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์
- ถ้าใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs บ่อย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องผลต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระเพาะอาหารป้องกันได้มากขึ้น “ถ้าเจอตั้งแต่แรก”
และเครื่องมือที่ช่วยให้เรา “เห็นความผิดปกติตั้งแต่ยังเล็ก” ได้ชัด คือ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน
หากคุณกำลังมีอาการอาหารไม่ย่อยเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ หรือมีความเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น—อย่าปล่อยให้ “งานยุ่ง” กลายเป็นเหตุผลที่เลื่อนสุขภาพออกไปเรื่อย ๆ
ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมประเมินความเสี่ยง วางแผนตรวจ และให้คำแนะนำที่เหมาะกับคุณแบบรายบุคคล
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q1: มะเร็งกระเพาะอาหารเกิดจากอะไร?
A: เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การอักเสบเรื้อรังของกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อ H. pylori, พฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ อาหารเค็มจัดหรือหมักดอง และบางกรณีมีประวัติครอบครัวร่วมด้วย
Q2: อาการโรคกระเพาะทั่วไป ต่างจาก “สัญญาณเตือน” อย่างไร?
A: โรคกระเพาะทั่วไปมักดีขึ้นได้เมื่อปรับพฤติกรรมหรือใช้ยาตามแพทย์ แต่ถ้ามีอาการเตือน เช่น อิ่มเร็วผิดปกติ น้ำหนักลด ถ่ายดำ โลหิตจาง อาเจียนต่อเนื่อง หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
Q3: ประเทศไทยแนะนำให้ส่องกล้องเมื่อไร?
A: โดยหลักจะพิจารณาตามอาการและความเสี่ยง เช่น เริ่มมีอายุ ≥ 45 ปี หรือ มีสัญญาณเตือน หรือรักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น
Q4: ถ้าไม่มีอาการ จำเป็นต้องส่องกล้องไหม?
A: ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ถ้าเป็น กลุ่มเสี่ยง (เช่น มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะ หรือแพทย์ประเมินว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ) แพทย์อาจแนะนำตรวจเป็นรายบุคคล
Q5: H. pylori คืออะไร ตรวจได้อย่างไร?
A: เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้กระเพาะอักเสบเรื้อรังและสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร การตรวจทำได้หลายวิธี (เช่น ตรวจลมหายใจหรืออุจจาระ หรือเก็บตัวอย่างระหว่างส่องกล้อง) และหากพบ แพทย์จะพิจารณาการรักษากำจัดเชื้อตามข้อบ่งชี้
Q6: ส่องกล้องเจ็บไหม?
A: ความรู้สึกของแต่ละคนต่างกัน ปัจจุบันมีทางเลือกการดูแลความสบายหลายรูปแบบ (เช่น ยาชา/ยาช่วยผ่อนคลาย) แนะนำสอบถามทีมแพทย์และพยาบาลก่อนตรวจเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ
Q7: ต้องเตรียมตัวก่อนส่องกล้องอย่างไร?
A: โดยทั่วไปต้อง งดอาหารและเครื่องดื่มตามคำแนะนำของโรงพยาบาล แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ (โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด) และประวัติแพ้ยา เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินความปลอดภัยได้ครบถ้วน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: บทความขั้นตอนและการเตรียมตัวส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คลิก
Q8: ควรส่องกล้องบ่อยแค่ไหน?
A: ไม่มี “ความถี่มาตรฐาน” สำหรับทุกคน ขึ้นกับ อาการ ความเสี่ยง และผลตรวจครั้งก่อน แพทย์จะวางแผนติดตามเป็นรายบุคคล
ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️
หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารแบบครบวงจรทุกวัน
สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้
ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
- มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีรุ่นล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
- มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
- ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
- หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
- มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
- สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง
-
นพ. สยาม ไทยอุดม
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
ศ.พญ. ดวงพร วีระวัฒกานนท์
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์ครอบครัว , อายุรศาสตร์ , อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
นพ. สุเทพ วนิชผล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
ศ. พญ. วโรชา มหาชัย
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
รศ.พญ. ศิวะพร ไชยนุวัติ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ณัฐสุดา เบญจชินชัยกุล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
รศ. นพ. พรเทพ อังศุวัชรากร
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. พฤกษา อนันต์ชื่นสุข
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์ อนุสาขา อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ศลิษา เวทย์นฤมาณ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
โรคทางเดินอาหารและตับ