ความพิเศษเมื่อคลอดลูกที่โรงพยาบาล BNH
“คุณคิดว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องแรกตอนอายุ 40 ปี จะสามารถคลอดธรรมชาติได้ไหม?”
ผู้หญิงหลายคนมีความตั้งใจมั่นที่จะคลอดลูกตามธรรมชาติ แต่ด้วยข้อจำกัดบางประการที่อาจถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง การผ่าคลอดจึงอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับคุณแม่ เช่นเดียวกับคุณเอ (นามสมมติ) คุณแม่มือใหม่วัยต้น 40 ที่มุ่งมั่นจะได้คลอดลูกคนแรกด้วยวิธีธรรมชาติ ถึงแม้ว่ากระบวนการตั้งครรภ์จะดำเนินไปตามปกติ ไม่มีโรคแทรกซ้อน และไม่พบข้อบ่งชี้ที่ทำให้คลอดทางช่องคลอดไม่ได้ แต่ด้วยวัยวุฒิของเธอ ทำให้สูตินรีแพทย์เจ้าของไข้จากโรงพยาบาลก่อนหน้าไม่อนุญาตให้เธอคลอดตามธรรมชาติ
ถึงแม้ว่าคุณเอจะกังวลใจ แต่เธอยังคงต้องการทำตามความตั้งใจที่จะคลอดเอง เมื่ออายุครรภ์ 20 เดือน คุณเอจึงย้ายมาฝากครรภ์ต่อที่โรงพยาบาล BNH ภายใต้การดูแลของหมอวี สุขภาพครรภ์ของเธอยังคงแข็งแรงสมบูรณ์ดีจนถึงกำหนดคลอด ในฐานะหมอสูติ หมอวีทราบดีว่าเคสเช่นคุณเอ หากการคลอดธรรมชาติไม่สำเร็จ การผ่าคลอดคือแผนสำรองที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้เสมอภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ในนาทีนี้ สิ่งที่คุณเอต้องการมากที่สุดคือความมั่นใจและกำลังใจที่จะทำตามความตั้งใจ ซึ่งคุณหมอก็อยู่เคียงข้างอย่างเต็มที่ ในวันคลอด ทีมแพทย์พยาบาลผู้เกี่ยวข้องก็รอเฝ้าจนการคลอดธรรมชาติสำเร็จไปด้วยดี หลีกเลี่ยงการผ่าคลอดโดยไม่จำเป็น ทั้งทารกยังมีน้ำหนักเยอะที่สุดในห้องเด็กแรกเกิด
48 ชั่วโมงหลังคลอดในโรงพยาบาล คุณเอยังไม่มั่นใจในวิธีการเลี้ยงลูก เธอจึงขอขยายเวลาอยู่โรงพยาบาลต่ออีก 7 วัน เพื่อเรียนรู้การดูแลเด็กจากพยาบาลชำนาญการดูแลเด็กแรกเกิดไปพร้อมกับสามี และด้วยความมั่นใจจากท้องแรก คุณเอได้วางแผนมีบุตรคนที่สอง และยังคงตั้งใจจะคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติอีกครั้งที่โรงพยาบาล BNH -หมอจุ๊ ณัฏฐิญา กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาล BNH |
เป็นเวลากว่า 126 ปี ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอชได้รับการยอมรับในฐานะสถาบันชั้นนำในการดูแลแม่และเด็ก ด้วยปณิธานของโรงพยาบาลที่ต้องการมอบการดูแลที่เหนือกว่ามาตรฐาน แต่เลือกคัดสรรเฉพาะสิ่งที่เหมาะสมและจำเป็นต่อคนไข้ซึ่งมีความต้องการที่แตกต่าง การทำคลอดที่นี่จึงมีเป้าหมายมากกว่า ‘ลูกอยู่รอด แม่ปลอดภัย’ แต่เราทุ่มเทเพื่อให้เด็กเกิดรอดและแข็งแรงสมบูรณ์ แม่ปลอดภัยโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
แม่ปลอดภัยโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ไม่ว่าคุณแม่จะฝากครรภ์ที่สถาบันใดก็ตาม เมื่อวางใจให้โรงพยาบาล BNH ได้ดูแลการทำคลอด เราจะเตรียมความพร้อมให้วันสำคัญของคุณและครอบครัวดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการดูแลเด็กแรกเกิด
- เคารพการตัดสินใจ ที่โรงพยาบาล BNH หมอสูติจะเปิดโอกาสให้คุณแม่ตั้งครรภ์และครอบครัวร่วมตัดสินใจเลือกวิธีการคลอดลูกภายใต้ความเหมาะสมทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการคลอดตามธรรมชาติ หรือผ่าคลอดก็ตาม
- ลดความเสี่ยง ถึงแม้ความเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์เกือบทั้งหมดจะถูกประเมินไว้แล้วล่วงหน้าในขั้นตอนการฝากครรภ์ และเตรียมรับมือในการคลอด แต่ความเสี่ยงยังอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ระหว่างรอคลอดลูก สูตินรีแพทย์จะติดมอนิเตอร์เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการคลอดบุตร โดยสังเกตการบีบตัวของมดลูก ดูกราฟการเต้นของหัวใจ หรือแม้แต่ในห้องคลอดเองก็มีการติดตั้งเครื่องอัลตร้าซาวด์คุณภาพสูง เพื่อความสะดวกในการวินิจฉัยสภาพมดลูกและทารกในครรภ์แบบทันท่วงที
- เตรียมคลอดอย่างผ่อนคลาย ห้องรอคลอดของโรงพยาบาลบีเอ็นเอชมีอุปกรณ์ช่วยผ่อนคลาย อาทิ เทียนหอม บอลโยคะ เพื่อให้คุณแม่บรรเทาความเจ็บปวดก่อนกระบวนการคลอดลูก
- ติดตามดูแลทั้งกายและใจ หลังคลอดลูก หมอสูติและหมอเด็กจะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจติดตามอาการของคุณแม่และทารกแรกคลอด รวมถึงสภาพจิตใจของคุณแม่เพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หากผลการประเมินสภาพจิตใจไม่ผ่านเกณฑ์ จิตแพทย์จะเข้ามาช่วยดูแลต่อ
ลูกเกิดรอดและแข็งแรง
นอกเหนือจากการตรวจร่างกายทารกแรกเกิดขั้นพื้นฐาน อาทิ ตรวจสัญญาณชีพ ตรวจไทรอยด์ วัดขนาดร่างกาย หมู่เลือด ภาวะตัวเหลือง การทำงานของหัวใจและอวัยวะภายใน ทุกแพ็กเกจคลอดที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอชยังรวมการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของทารก
- การตรวจการได้ยิน มาตรฐานของทุกโรงพยาบาลคือการตรวจวัดเสียงสะท้อนกลับจากเซลล์ขนในหูชั้นใน (Otoacoustic emissions : OAEs) ซึ่งผลตรวจมีความน่าเชื่อ 95% แต่ที่โรงพยาบาล BNH เรามีการตรวจการได้ยินระดับสมอง (Auditory Brainstem Response : ABR) ร่วมด้วย ซึ่งมีความแม่นยำมากกว่า 98%
- ตรวจพันธุกรรมทารก 42 โรค เพื่อตรวจสอบความผิดปกติทางพันธุกรรมเมตาบอลิก ในการสร้างเอนไซม์ในการย่อยสลายสารอาหารต่างๆ ไปเป็นพลังงานในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ซึ่งสารอาหารแต่ละประเภทก็แยกย่อยออกไปอีกหลายชนิด ปัญหาจากร่างกายไม่สามารถย่อยสารอาหารบางตัวได้ นำไปสู่โรคจากการขาดสารอาหารตัวนั้น หรืออาหารที่ย่อยไม่ได้ตกค้างในร่างกายจนแปรเปลี่ยนเป็นสารพิษ การวินิจฉัยได้เร็วจะทำให้ทารกได้รับการรักษาได้เร็ว ก่อนที่ทารกจะเกิดอาการผิดปกติจากการขาดพลังงาน เพื่อป้องกันภาวะขาดพลังงานและสารอาหารเป็นพิษ หรือสารพิษจากอาหารคั่งในร่างกาย ซึ่งการป้องกันทำได้โดยให้นมสูตรพิเศษ การให้ยาเพื่อกำจัดสารอาหารที่เป็นพิษ หรือการให้วิตามินหรือ Cofactor เพื่อกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่เหลืออยู่
“เด็กที่มีอาการในกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก อาการที่พบบ่อยที่สุดคืออาการทางระบบประสาท เพราะว่าสมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย อาจจะซึมชักหอบ ถามว่าเฉพาะเจาะจงไหม..ก็ไม่ โรคกลุ่มนี้ค่อนข้างพบได้น้อย ดังนั้นเวลามีอาการ แพทย์มักวินิจฉัยผิดเป็นโรคอื่น เช่น ภาวะติดเชื้อ ภาวะสมองผิดปกติ ลมชัก ทำให้กว่าจะเจอว่าเขาผิดปกติในการย่อยสารอาหาร สมองก็ถูกทำลายไปเยอะแล้ว” -หมอจุ๊ ณัฏฐิญา กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาล BNH |
ส่งเสริมสายใยแม่ลูกและครอบครัว
สายสัมพันธ์แม่ลูกนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่ามีอีกชีวิตอยู่ในครรภ์ แต่ประสบการณ์ด้านแม่และเด็กของโรงพยาบาล BNH ทำให้เราตั้งใจมอบการบริการขั้นกว่าเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวตั้งแต่ขั้นตอนการฝากครรภ์จนแรกคลอด
- Skin to skin สัมผัสแรกแห่งรัก หากทารกแรกเกิดมีสุขภาพแข็งแรงปกติดี สูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์จะให้แม่และพ่อได้อุ้มเด็กตั้งแต่อยู่ในห้องคลอด โดยการให้เนื้อแนบเนื้อ ช่วยเพิ่มสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว และหากทารกได้ดูดนมจากอกตั้งแต่แรกคลอด ยังเป็นการกระตุ้นเต้านมอีกด้วย
- ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตั้งแต่การฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล หมอสูติจะช่วยแนะนำวิธีการกระตุ้นเต้านมเพื่อเพิ่มความพร้อมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ใน Mother Class ก็มีทีมพยาบาลและแพทย์แผนไทยมาแนะนำการอุ้มลูกเข้าเต้าและการนวดกระตุ้นน้ำนม และภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด หมอเด็กที่ได้รับใบรับรองด้านนมแม่และทีมพยาบาลเนอร์สเซอรี่จะเข้ามาช่วยดูแลเต้านม หากคุณแม่มีปัญหาเต้านมตึง คัด น้ำนมไม่ไหล ทีมงานจะช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้มั่นใจว่าทารกจะได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดจากนมแม่
“เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ภูมิคุ้มกันก็ดีกว่า และทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว น้ำคร่ำหมดเร็ว และมีผลในการคุมกำเนิดด้วย สังเกตว่าคนที่ให้น้ำนมลูกอย่างเดียว ประจำเดือนก็จะมาใน 6 เดือนถึงปีนึง แต่บางคนลางานได้ 90 วัน ก็กลับไปทำงานแล้ว น้ำนมก็น้อยลง ก็จะเริ่มตกไข่เร็ว ก็ตั้งครรภ์ได้ มันมีประโยชน์หลายๆอย่าง เราเลยเน้นเรื่องน้ำนมแม่” -หมอวี วีรภัทร สูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาล BNH |
เพิ่มความมั่นใจ
เพื่อคลายกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว โรงพยาบาล BNH ได้ออกแบบการดูแลที่เหนือกว่ามาตรฐาน รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรที่ส่งเสริมให้คุณได้รับการบริการที่สมบูรณ์และเหมาะสมที่สุด
- เพิ่มเวลาพักฟื้นเพิ่มความมั่นใจ ด้วยประสบการณ์ในการดูแลแม่และเด็กมากว่า 160 ปี ทำให้เราทราบดีถึงความกังวลใจของคุณ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ท้องแรกที่ต้องการความมั่นใจในการดูแลทารกแรกเกิดเป็นพิเศษ เราจึงออกแบบแพ็กเกจขยายวันพักฟื้นในโรงพยาบาลต่ออีก 2 วัน, 3 วัน, 7 วัน, และ 28 วัน (ใส่ link ไปรายละเอียดอีกที) โดยคุณแม่จะได้รับการดูแลจากหมอสูติ หมอเด็ก พยาบาลชำนาญการ นักโภชนาการ และแพทย์แผนไทย เพื่อตรวจร่างกายและเพิ่มความพร้อมในการดูแลเด็กเมื่อออกจากโรงพยาบาล รวมถึงความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อันเป็นนโยบายในการดูแลแม่และเด็กของทางโรงพยาบาล
- Hotline ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หากครอบครัวมีข้อกังวลใจ หรือปัญหาเกี่ยวกับทารกหรือการดูแลเด็กแรกคลอด สามารถติดต่อสอบถามแผนกเนอร์สเซอรี่ได้ตลอดเวลา
- Complete Care การดูแลแบบบูรณาการจากหมอสูติ หมอเด็ก พยาบาลชำนาญทารกแรกคลอด นักโภชนาการ แพทย์แผนไทย รวมไปถึงแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งมอบการดูแลที่เหมาะสม สมบูรณ์ และครอบคลุมที่สุด ให้แก่แม่และเด็ก
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขา ไม่ว่าคุณแม่จะมีโรคประจำตัว หรือพบความผิดปกติของทารก เรามีบุคลากรเฉพาะทางที่พร้อมให้การดูแลร่วมกับสูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์
- การดูแลเป็นทีม วัฒนธรรมองค์กรของเราได้สร้างความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างบุคลากรภายใน ส่งผลดีอย่างยิ่งต่อการรักษาและทำงานเป็นทีม ทั้งในแผนกเดียวกันและระหว่างแผนกต่างๆ ประหนึ่งว่ามีคณะแพทย์ร่วมกันดูแลแต่ละเคสคนไข้
“เราจะเน้นการดูแลแบบองค์รวม ถ้ามีคนไข้มีปัญหาหรือโรคประจำตัวอื่นๆทางอายุรกรรม ก็จะมีทีมแพทย์เฉพาะทางประเมินร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนไข้ค่ะ” -หมอทราย ภัทราพร สูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาล BNH |
อ่านเพิ่มเติม
คุณแม่ หรือครอบครัวที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลแพ็กเกจคลอด ราคา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาล BNH โทร 02-022-0788 หรือ 02-022-0850