ฟื้นฟูชีวิตที่ดีกว่าด้วย
การรักษาภูมิแพ้ที่ต้นตอ
ทำความรู้จักกับภูมิแพ้ไรฝุ่น
อาการของภูมิแพ้ไรฝุ่น
ใครบ้างเสี่ยงต่อภูมิแพ้ไรฝุ่น
- วิธีวินิจฉัยภูมิแพ้ไรฝุ่น
- รักษาได้ด้วยวัคซีน
ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตด้วยการรักษา
ภูมิแพ้ไรฝุ่นเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองที่มีมลภาวะสูงและพื้นที่ที่มีการสะสมของฝุ่น การปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมช่วยให้คุณจัดการกับอาการแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำความรู้จักกับภูมิแพ้ไรฝุ่น
ภูมิแพ้ไรฝุ่นเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในบ้าน สาเหตุหลักเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากไรฝุ่น ซึ่งแหล่งสะสมของไรฝุ่นเหล่านี้มักพบในที่นอน หมอน พรม และพื้นที่ที่มีฝุ่นสะสมในบ้าน
ไรฝุ่นคืออะไร
ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กกว่า 0.5 มม. และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในที่อุ่นและชื้น เช่น ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น อาหารหลักของไรฝุ่นคือเศษผิวหนังที่หลุดลอกจากมนุษย์และสัตว์เลี้ยง
ไรฝุ่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร
สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น เช่น อุจจาระและซากของไรฝุ่น เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือจาม และในบางกรณีอาจลุกลามไปสู่โรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด
ฝุ่นภายในบ้าน แหล่งสะสมของไรฝุ่นที่คุณควรรู้
บ้านของเรามักเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นที่นำไปสู่การเจริญเติบโตของไรฝุ่น หากไม่ได้รับการทำความสะอาดที่เหมาะสม ฝุ่นเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
แหล่งสะสมฝุ่นที่ควรระวัง
- ที่นอนและหมอน
ที่นอน 1 หลังสามารถมีไรฝุ่นสะสมได้ถึงหลายล้านตัว หากไม่ได้ซักหรือเปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนบ่อย ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งสะสมของเศษผิวหนังที่เป็นอาหารสำคัญของไรฝุ่น - พรม
พรมมักเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เศษผิวหนัง และไรฝุ่นจำนวนมาก การทำความสะอาดพรมด้วยการดูดฝุ่นธรรมดาอาจไม่เพียงพอ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวกรอง HEPA เพื่อช่วยกำจัดฝุ่นละเอียด - ผ้าม่านและโซฟา
ผ้าม่านและโซฟามักถูกละเลยในการทำความสะอาด แต่เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นและฝุ่นละอองเช่นกัน การซักผ้าม่านและทำความสะอาดโซฟาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้านได้
ฝุ่นในอากาศภายในบ้าน
ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศเป็นแหล่งแพร่กระจายของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น เชื้อรา และเกสรดอกไม้ การควบคุมคุณภาพอากาศในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองคุณภาพสูง การดูดฝุ่นพื้น และการระบายอากาศเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่น
สัตว์เลี้ยงในบ้าน: ตัวช่วยหรือแหล่งก่อภูมิแพ้?
สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ เนื่องจากขนสัตว์และเศษผิวหนังที่หลุดลอกของพวกมันสามารถเป็นอาหารของไรฝุ่นและเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้
ผลกระทบจากสัตว์เลี้ยง:
- ขนสัตว์ที่หลุดลอยในอากาศสามารถกระจายสารก่อภูมิแพ้
- น้ำลายและปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงอาจมีโปรตีนที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้
- สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในบ้านเป็นเวลานานอาจนำฝุ่นและละอองเกสรดอกไม้จากภายนอกเข้ามา
อาการของภูมิแพ้ไรฝุ่น
ภูมิแพ้ไรฝุ่นสามารถแสดงอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง
อาการทางระบบทางเดินหายใจ
- คัดจมูก น้ำมูกไหล
- จามบ่อย และอาการหายใจติดขัด
- ในบางรายอาจมีอาการคล้ายโรคหอบหืด เช่น หายใจมีเสียงหวีด
อาการทางผิวหนัง
- ผื่นคันหรือผิวหนังแห้ง
- ระคายเคืองและอาการผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้
ผลกระทบต่อสุขภาพจิต
อาการภูมิแพ้เรื้อรังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น ความเครียดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภูมิแพ้ไรฝุ่น
ภูมิแพ้ไรฝุ่นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่:
กลุ่มวัยทำงาน (อายุ 25-45 ปี)
ผู้ที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ปิดนาน ๆ หรืออาศัยในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะสูงครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้และการติดเชื้อผู้สูงอายุ (55 ปีขึ้นไป)
ผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันที่เสื่อมถอย เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้เรื้อรังและโรคแทรกซ้อน
วิธีวินิจฉัยภูมิแพ้ไรฝุ่น
การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยระบุสาเหตุของอาการแพ้และวางแผนการรักษา
การสะกิดผิวหนัง (Skin Prick Test)
Allergy Multiplex MolecuTest (AMM) – ALEX Plus
1. การตรวจสอบสารก่อภูมิแพ้ที่ครอบคลุม
Allergy Multiplex MolecuTest (AMM) – ALEX Plus ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบสารก่อภูมิแพ้ที่หลากหลายและเจาะลึกถึงระดับโมเลกุล โดยสามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 295 ชนิด ครอบคลุมทั้งอาหาร เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ พืช และสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ เช่น พิษจากสัตว์ แมลง สัตว์มีขน รา ยีสต์ และไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ในชีวิตประจำวัน
2. การวิเคราะห์ระดับโมเลกุล
การทดสอบนี้ใช้เทคโนโลยีการตรวจระดับโมเลกุลที่แม่นยำสูง ซึ่งช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปอย่างละเอียดและเชื่อถือได้ โดยสามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างชัดเจน การทดสอบนี้ทำได้โดยการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดเวลา
3. ไม่ต้องงดน้ำ อาหาร หรือยา
ข้อดีของ Allergy Multiplex MolecuTest (AMM) – ALEX Plus คือไม่ต้องงดน้ำ อาหาร หรือหยุดใช้ยาแก้แพ้ก่อนการทดสอบ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้การทดสอบเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดาย
4. ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำ
รายงานผลการทดสอบรวดเร็วและสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพื่อวางแผนการรักษาได้โดยไม่ต้องรอนาน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำในการจัดการภูมิแพ้และแผนการรักษาที่เหมาะสม
รักษาได้ด้วยวัคซีนภูมิแพ้
การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
Immunotherapy หรือ การรักษาโดยภูมิคุ้มกันบำบัดต่อสารก่อภูมิแพ้ คือการให้สารที่ผลิตจากสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยค่อยๆ สร้างภูมิต้านทาน (Tolerance) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ปัจจุบันในประเทศไทยมีสองวิธี คือ การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (subcutaneous immunotherapy, SCIT) และการอมใต้ลิ้น (sublingual immunotherapy, SLIT)
การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ มีประสิทธิภาพเท่าใดและผลอยู่นานแค่ไหน
วัคซีนภูมิแพ้สามารถช่วยลดอาการแพ้และการใช้ยาที่ใช้ควบคุมโรค ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้อื่นๆใหม่ และ ป้องกันการพัฒนาจากโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบไปเป็นหอบหืดได้
นอกจากนี้ผลการศึกษาติดตามผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนในช่วงเวลา 10 ปี ยังพบผลการป้องกันการเกิดโรคหอบหืดได้ 2-3 เท่าหลังการฉีด ลดอาการหรือการใช้ยาจากโรคภูมิแพ้ได้ ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ฉีด
สำหรับวัคซีนชนิดอมใต้ลิ้นไรฝุ่น พบว่าสามารถลดอาการและการใช้ยาได้ และลดการเกิดโรคหอบหืดกำเริบในช่วงลดยาพ่นสเตียรอยด์ และยังสามารถลดปริมาณการใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ได้
การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้เหมาะสมกับผู้ป่วยกลุ่มใดและมีข้อกำจัดอะไรบ้าง
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ต่อไปนี้ที่ยังคงมีอาการแม้จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว หรือผู้ป่วยไม่ต้องการใช้ยาในระยะยาวหรือได้รับผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา และตรวจพบหลักฐานของการมีแอนติบอดี้ชนิดอี (specific IgE antibodies sensitization) จากการทำ skin prick test หรือการเจาะเลือด
1.ภูมิแพ้จมูกอักเสบ (Allergic rhinitis)
2.หอบหืด (Asthma)
3.ภูมิแพ้เยื่อบุตาอักเสบ (Allergic conjunctivitis)
4.แพ้แมลง (Hymenoptera hypersensitivity)
5.ผื่นแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis or eczema)
อย่างไรก้ตามการรักษานี้ ไม่สามารถใช้ในผู้ป่วยหอบหืดที่ควบคุมอาการไม่ได้ มีค่า FEV1<70%, ผู้ป่วยที่ได้ยากลุ่มความดันบางชนิด, ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคมะเร็ง, โรคภูมิคุ้มกันต่อตนเอง, โรคติดเชื้อ HIV, หญิงตั้งครรภ์, เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการรักษาตามขั้นตอนได้อย่างสมบูรณ์
ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตด้วยการรักษาที่ต้นเหตุ
การรักษาภูมิแพ้ไรฝุ่นไม่ได้เป็นเพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับอาการแพ้ที่รบกวนจิตใจและร่างกาย
การจัดการอาการอย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด ไม่เพียงช่วยลดอาการแพ้ เช่น น้ำมูกไหล คัดจมูก และจาม แต่ยังช่วยฟื้นฟูความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
การลดอาการแพ้ในระบบทางเดินหายใจ
อาการแพ้ที่เกิดในระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจติดขัด หรืออาการไอเรื้อรัง สามารถลดลงได้อย่างชัดเจนเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมการลดอาการทางผิวหนัง
การรักษาที่มีประสิทธิภาพช่วยลดผื่นคันและผิวหนังอักเสบ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้นการฟื้นฟูคุณภาพการนอนหลับ
ภูมิแพ้ไรฝุ่นที่ก่อให้เกิดอาการเรื้อรังในตอนกลางคืน เช่น การหายใจติดขัดหรือคัดจมูก มักทำให้ผู้ป่วยพักผ่อนไม่เพียงพอ การรักษาที่เหมาะสมช่วยให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ
ความสำคัญของการปรึกษาแพทย์
การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการควบคุมอาการแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวินิจฉัยที่แม่นยำ
แพทย์จะช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้ โดยใช้วิธีการตรวจ เช่น การสะกิดผิวหนังหรือการตรวจเลือด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดการปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีปัจจัยที่แตกต่างกัน การปรึกษาแพทย์ช่วยให้สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลการลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคหอบหืด หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจการติดตามผลและปรับการรักษา
การติดตามผลการรักษาเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมตามความคืบหน้าของผู้ป่วย
ภูมิแพ้ไรฝุ่นเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม แต่ด้วยเทคโนโลยีการวินิจฉัยและการรักษาในปัจจุบัน ผู้ป่วยสามารถลดอาการและกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง
- การรักษาภูมิแพ้ไรฝุ่นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่บรรเทาอาการ แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
- การป้องกันด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อมในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้
แพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ (20) จุด ครอบคลุมการตรวจภูมิแพ้อาหารและจมูก
ตรวจภูมิแพ้อาหาร หรือตรวจภูมิแพ้จมูก ราคาเดียว 4,000 บาท!!
Promotion พิเศษ เริ่มวันที่ 22 กรกฏาคม – 31 ธันวาคม 2566
แพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ (20) จุด ครอบคลุมการตรวจภูมิแพ้อาหารและจมูก
ตรวจภูมิแพ้อาหาร หรือตรวจภูมิแพ้จมูก ราคาเดียว 4,000 บาท!!
Promotion พิเศษ เริ่มวันที่ 22 กรกฏาคม – 31 ธันวาคม 2566
แพ็กเกจตรวจหลอดลมอักเสบด้วย FENO TEST | โดย โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital
PM 2.5 มลพิษร้าย อันตรายกับหลอดลม เพียงเป่าลมหายใจใส่เครื่องมือวัด ใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถรู้ผลได้ทันที
ตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา
แพ็กเกจ ALEX2 Allergy Explorer ครอบคลุมทุกวัย
ตรวจหาสารภูมิแพ้ได้ถึง 295 ชนิด
ซึ่งเป็นสารภูมิแพ้จากอาหาร เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ พืช ได้มากถึง 153 รายการ
รวมทั้ง พิษจากสัตว์ แมลง สัตว์มีขน รา ยีสต์ ไรฝุ่น ผลิตภัตที่จากยาง
Customer’s Story
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็น
- ภาวะภูมิแพ้
- โรคภูมิแพ้ทางตา
- ระบบทางเดินหายใจ
- ผื่นผิวหนัง
- แพ้อาหาร
- หอบหืด
- ไซนัสอักเสบ
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ความเข้าใจ ตั้งแต่แนวทางการรักษา พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามารับการปรึกษา อันเป็นเป้าหมายของการรักษาอย่างแท้จริง การันตีด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติของ BAAC
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาของ BAAC เป็นแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์สูง มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วย ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ รวมถึงโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งครอบคลุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เรามีที่พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของ BAAC ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมทางด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะ จนเชี่ยวชาญ
ที่ BAAC เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผู้ป่วย สู่ความเป็นเลิศในการดูแลผู้ป่วยหอบหืดและภูมิแพ้อย่างแท้จริง
ทีมแพทย์
-
ศ.เกียรติคุณ นพ. ปกิต วิชยานนท์
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์ โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
พญ. อัญชลี เสนะวงษ์
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
พญ. ธัชขวัญ อินทปันตี
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
พญ. จุฬามณี วงศ์ธีระญาณี
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์ , กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
พญ. กัญลดา ว่องวรภัทร
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน -
พญ. ปรียานิตย์ ทักขิญเสถียร
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
ภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน -
พญ. พาณิภัค เต็มบุญนาค
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน