✨Translated by AI
พัฒนาการเด็กและสัญญาณเตือนโรคตาในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ความบกพร่องในการมองเห็นสามารถส่งผลต่อพัฒนาการเด็กหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการอ่าน ทักษะภาษา พัฒนาการทางการเข้าสังคม หรือแม้แต่พัฒนาการทางร่างกายที่ล่าช้าของเด็กเล็กได้ เพราะการเรียนรู้และพัฒนาการล้วนเป็นผลมากจากความสัมพันธ์ของระบบการทำงานที่ประสานกันของมือและดวงตา
ผลอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคประเทศสหรัฐอเมริกา The Centers for Disease Control (CDC) แสดงให้เห็นว่ามีเด็กจำนวนมากที่มีความจำเป็นและสมควรต้องเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตา แต่ทว่าเนื่องจากไม่มีใครสังเกตเห็นถึงสัญญานผิดปกติของสุขภาพทางตาหรือโรคตาในเด็กหรือลูกน้อยเท่าที่ควร จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้พามารับการตรวจตาเด็ก ทำให้เกิดปัญหาโรคตาในเด็กเล็กที่ความจริงแล้วสามารถป้องกันได้เป็นจำนวนมาก โดยคิดประมาณออกมาเป็นตัวเลขว่าทั่วประเทศนั้น มีเด็กเพียง 10% ที่มีอายุระหว่าง 9 ถึง 15 ปีเท่านั้น ที่ได้รับการดูแลตาอย่างถูกวิธีจากการเข้าพบและตรวจตากับหมอตาเด็ก
ลูกของคุณมีสัญญานเกี่ยวกับสุขภาพตาผิดปกติหรือไม่?
และหากครอบครัวมีประวัติเป็นโรคทางตา อาทิเช่น ต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด จอประสาทตาเสื่อม หรือ มะเร็งในลูกตา หรือ เด็กได้รับยาบางตัวที่อาจส่งผลต่อตา (จำพวก สเตอร์รอยด์)มีอาการชอบเอียงตา หรี่ตา หรือเวลาดูอะไรต้องเดินไปดูใกล้ๆ เป็นต้น
ทำไมการตรวจตาในเด็กจึงสำคัญ?
สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่จะช่วยดูแลสุขภาพตาให้ลูกได้ คือการพาลูกน้อยไปพบจักษุแพทย์ หรือ หมอตาเด็ก เพื่อตรวจตาอย่างละเอียดทุกๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยก่อนเข้าเรียนไปจนถึงวัยเรียน เพราะสุขภาพตาและสายตาที่ดีสำคัญต่อพัฒนาการเด็กและการเรียนรู้ของเด็กในเด็กเล็ก สายตาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็ว และเด็กไม่สามารถบอกได้ว่ามองไม่ชัดหรือสายตาผิดปกติพ่อแม่อาจเพิ่งมารู้ว่าลูกมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ในวันที่เกือบสายเกินแก้ไข
และเนื่องจากทุกวันนี้แม้แต่เด็กก่อนวัยเรียน ก็ได้ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งเรียนออนไลน์ หรือใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเสี่ยงต่ออาการตาล้า ปวดตา หรือมีการมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงอาการ ตาบอดสี ที่อาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กในจุดๆ หนึ่งซึ่งทำให้เด็กรู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิดที่มองไม่เห็นสี และมีปัญหากับงานการบ้านหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับสี ดังนั้นการตรวจตาเพื่อพบปัญหาการมองเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับปัญหาตาเหล่ ซึ่งอาจทำให้พัฒนาการเด็กด้านการมองเห็นไม่สมบูรณ์ (ตามัวหรือ “ตาขี้เกียจ”) หากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ ตาเหล่และตามัวอาจทำให้เกิดความพิการทางสายตาอย่างถาวรได้
เมื่อไหร่จึงควรมาตรวจตา และความถี่ในการตรวจ
ทำไมจึงต้องตรวจสายตา ที่โรงพยาบาล BNH
- ดูแลท่านและครอบครัวของท่านในทุกช่วงอายุโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตาเด็กโดยเฉพาะ โรงพยาบาล BNH มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคตาเด็กไปจนถึงจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาในผู้สูงอายุ การตรวจสุขภาพตาเด็ก ควรตรวจกับหมอตาเด็กโดยเฉพาะ ที่แผนกตาโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้บริการดูแลรักษาสุขภาพตาเด็กโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคตาเด็กโดย นายแพทย์ จรินทร์ ศักดิ์ธนะเศรษฐ
- การนัดตรวจและวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ (Flexibility & Hospitality) ท่านสามารถติดต่อแผนกตาโรงพยาบาล bnh 02-022-0700 เบอร์ต่อ 2748 Add Line @mbrace เพื่อทำการปรึกษากับพยาบาลประจำแผนกและนัดจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ตรงต่อความต้องการของท่าน เช่นเดียวกับเลือกเวลาที่ท่านสะดวกได้อย่างอิสระ
- ให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยองค์รวมของท่าน (Your Lifetime Healthcare Companion) ไม่เพียงแต่คือการตรวจสุขภาพตา เราจะวินิจฉัยหาต้นตอของโรค ป้องกัน ดูแลและรักษาท่านอย่างถูกจุด รวมถึงส่งต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณาถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของท่าน
แตกต่างจากการตรวจตาในผู้ใหญ่อย่างไร?
การตรวจตาในเด็ก โรงพยาบาล BNH ตรวจอะไรบ้าง
- ตรวจโครงสร้างตาและความผิดปกติในลูกตาด้วยเครื่องส่องกล้องตรวจตา Slit Lamp microscope + VA
- ตรวจวัดค่าสายตา
- ตรวจการมองเห็นสี
- ตรวจการมองภาพสามมิติ
- ตรวจวัดการมองเห็น
- ตรวจกล้ามเนื้อตา ภาวะตาล้า ตาเหล่ ตาเข การกรอกลูกตา
กรอกแบบฟอร์มเพื่อรับคำปรึกษา

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 07:00 - 20:00

แผนกตาโรงพยาบาลBNH
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญ กรุณาติดต่อที่
Chat (LINE) : LINE Service 8:00 - 18:00
E-Mail : [email protected]
Tel :
02-022-0700 เบอร์ต่อ 2748