✨Translated by AI
ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงวัย... อันตรายกว่าที่คิด!!
เสี่ยงปอดอักเสบ ภาวะแทรกซ้อน เส้นเลือดสมองและหัวใจตีบ สูญเสียความสามารถในการดูแลตัวเอง ฯลฯ
เลือกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอย่างตรงจุด
Elderly Flu : ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สำหรับผู้สูงวัย อายุ 65 ปีขึ้นไป
จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงวัย และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ในผู้ที่มีอายุ 65 ปีจากประเทศอเมริกาและประเทศแคนาดา พบว่า
- วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้เพิ่มขึ้นถึง 24.2% (เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบปกติ)
- วัคซีนสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่
- ลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากโรคอื่นๆ
- การเข้ารักษาโรคปอดอักเสบ ลดลง 27.3%
- การเข้ารักษาโรคระบบหัวใจและทางเดินหายใจ ลดลง 17.9%
- การเข้ารักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ลดลง 11.7%
- การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยรวม ลดลง 8.4%
ไข้หวัดใหญ่ (Flu) เป็นโรคที่ติดต่อได้อย่างกว้างขวาง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งถึงบุคคลหนึ่งโดยแพร่จากการไอ จามและการสัมผัส อาการจะเกิดอย่างรวดเร็วและอาจเป็นอยู่หลายวัน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- มีไข้/หนาวสั่น
- เจ็บคอ
- ปวดกล้ามเนื้อ
- เมื่อยล้าอ่อนเพลีย
- ไอ
- ปวดศีรษะ
- น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
ผลกระทบต่อร่างกายในผู้สูงวัย
ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน มักมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงถึงขั้นจำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล จากการสำรวจข้อมูลในประเทศไทยพบว่า ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีอัตราความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงที่สุด คือกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วๆ ไป ดังต่อไปนี้
- เพิ่มความเสี่ยงการเกิดเส้นเลือดสมองตีบ มากกว่าคนทั่วไป 8 เท่า
- เพิ่มความเสี่ยงการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบ มากกว่าคนทั่วไป 10 เท่า
- 75% ของคนไข้โรคเบาหวานเกิดปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลที่ผิดปกติ
- 23% ของผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการดูแลตัวเองหลังจากติดเชื้อ
สาเหตุหลักที่ทําให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
1. ภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย (Immunosenescence) ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสก็ตาม เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยสูงกว่า ในภาวะที่ร่างกายเสื่อมถอยและสูญเสียความสมดุลจะก่อให้เกิด “การอักเสบรุนแรง” (ซึ่งเป็นกระบวนการของระบบภูมิคุ้มกัน) จนไม่สามารถยับยั้ง และอาจทำให้เสียชีวิต
2. โรคประจำตัวรักษาไม่หายขาด (Underlying disease) ผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง หากพบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะพบอาการแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อปอดอักเสบ โรคหัวใจและเส้นเลือดสมอง บางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
3. ภาวะเปราะบางและความอ่อนแอในผู้สูงอายุ (Frailty) ภาวะเปราะบางไม่ใช่โรค เมื่อผู้สูงอายุติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พบว่า 23% ของผู้สูงอายุจะสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองด้านกิจวัตรประจำวัน และจำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่น รวมทั้ง 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่นอนโรงพยาบาลยังไม่สามารถกลับมาทำกิจกรรมได้ตามปกติภายใน 1 ปี
โรคไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์อยู่เสมอ โดยในแต่ละปีวัคซีนจะถูกปรับให้เหมาะสมกับเชื้อที่ระบาดในช่วงเวลานั้น
เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่บางคนอาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป ลักษณะเช่นนี้มักพบในเด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือระบบภูมิต้านทานต่ำ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้รวมถึงผู้ใกล้ชิด
ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ ใช้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ (ตามคำแนะนำของแพทย์) เป็นวัคซีนที่มีข้อบ่งใช้สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดก่อเอง เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคปอดอักเสบในโรงพยาบาล สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถลดอัตราการนอนโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ลดการนอนโรงพยาบาลจากอาการปอดอักเสบและจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นจากไข้หวัดใหญ่ได้อีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
และทำนัดฉีดวัคซีน
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์
รายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย
คือ วัคซีนซึ่งไม่มีส่วนผสมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ยังมีชีวิต ฉีดด้วยเข็มฉีดยา มักมีชื่อเรียกว่า “Flu Shot” เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ละปีจึงต้องผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสชนิดที่ก่อให้เกิดโรคในปีนั้น แม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ทุกสายพันธุ์ หากก็นับเป็นการพยายามป้องกันการเกิดโรคที่ดีที่สุด
วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรค
ร่างกายจะเริ่มสร้างภูมิต้านทานต่อโรคในช่วงเวลาประมาณสองสัปดาห์ และมีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้นานหนึ่งปี บางครั้งการป่วยที่ไม่ได้เกิดจากไข้หวัดใหญ่มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนี้ไม่ป้องกันความเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น ป้องกันได้เฉพาะเชื่อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่เท่านั้น
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา
แจ้งให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ทราบหากท่านรู้สึกไม่สบาย โดยทั่วไปท่านสามารถรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้หากมีอาการป่วยเล็กน้อย บางกรณีท่านอาจได้รับคำแนะนำให้รอจนกว่าจะมีอาการดีขึ้น ท่านควรรอจนกว่าจะหายดีแล้วจึงกลับมาฉีดวัคซีนในภายหลัง
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน:
- ระบม แดง หรือบวมบริเวณที่ฉีด
- ไข้
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ปวดศีรษะ
- คัน
- อ่อนแพลีย
หากเกิดอาการข้างเคียง ปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นไม่นานหลังฉีดและควรหายเองภายใน 1-3 วัน
การปฏิบัติตัวก่อน-หลัง
หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว ควรนั่งหรือนอนพัก ประมาณ 15-30 นาที ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการแพ้ หรืออาการข้างเคียงอื่น
*(ราคาปกติ 4,800 บาท)
*ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
- ทำนัดและรับบริการได้ที่ แผนกอายุรกรรม ชั้น 4 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เวลา 9.00-17.00 โทร. 02-022-0843
- วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567
บทความรวมวัคซีนผู้สูงอายุ
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่
- วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน
- วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ
- วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด