Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

การเต็มที่กับชีวิตในฉบับ นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล หมอสโตรกที่มักหาเวลาไปดำน้ำ ถ่ายรูป แต่งรถ สะสมแผ่นเสียง และอ่านหนังสือ

นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมอง ประจำศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาล BNH มีงานอดิเรกและเรื่องที่สนใจมากมาย จนดูเหมือนว่าเขามีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงต่อวัน แต่ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการวางแผนชีวิตที่ดี ซึ่งมันดีต่อสมองและสุขภาพจิตของคนที่ต้องดูแลสมองของผู้อื่นอย่างเขา

มาดูว่านอกเหนือจากดูแลคนไข้แล้ว คุณหมอมักหาเวลาไปทุ่มเทกับอะไรบ้าง

หมอจากปากน้ำ

“ตอนเด็ก ๆ ผมกินอาหารทะเลเป็นประจำ”

หมอรัชยุทธมาจากครอบครัวประมงชาวจีนโพ้นทะเลที่ปากน้ำ สมุทรปราการ ภาษาแรกของเขาคือจีนแต้จิ๋ว เขาโตมาในโรงเรียนจีนจนถึงชั้นมัธยมต้น เพราะทางบ้านอยากให้ได้เรียนภาษาจีนกลาง แม้เขาไม่เคยอยากเป็นหมอมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดี จนอยู่ ๆ คุณพ่อก็เกิดความหวังว่าน่าจะมีลูกสักคนเป็นหมอ เขาซึ่งที่จริงชอบวิชาด้านเทคโนโลยี แต่ถ้าจะให้ไปเป็นหมอก็ไม่ได้ติดอะไร จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เพื่อพ่อ แล้วแน่นอนว่าสังคมภายในโรงเรียนก็ส่งเสริมกันเองจนนักเรียนส่วนมากได้เข้าเรียนแพทย์ รวมถึงรัชยุทธ ที่สอบเข้าได้ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นสพ. รัชยุทธ ชื่นชอบงานศัลยกรรมระบบประสาทมาตั้งแต่สมัยเรียน มีอาจารย์แพทย์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาหลายท่าน แต่พอได้ออกไปใช้ทุน งานศัลยกรรมต้องมีผ่าตัดฉุกเฉินบ่อย คนใกล้ตัวก็เป็นห่วง เขาซึ่งยังไงก็สนใจด้านสมองและระบบประสาทมากที่สุด จึงหันมาเรียนอายุรกรรมในสาขานี้แทน และเรียนเฉพาะทางด้านโรคสโตรกต่อ เพราะคนไข้โรคนี้มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาโรคทางสมองทั้งหมด รองจากอาการปวดหัว

เรียนจบเฉพาะทางออกมา หมอรัชยุทธก็ไปเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ไลฟ์สไตล์ของเขาที่มีกิจกรรมเยอะ ทำให้รักษาสมดุลชีวิตได้ยาก ประกอบกับเขาได้รับคำแนะนำให้มาทำงานที่โรงพยาบาล BNH พร้อมกับถูกชวนให้เป็นอาจารย์แพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อให้บริหารงานได้ดีคู่กับมีความสุขกับตัวเอง คุณหมอจึงเลือกรักษาคนไข้และสอนนิสิตแพทย์แบบนอกเวลาทั้งคู่ และเขาก็ทำเช่นนี้มากว่า 10 ปีแล้ว

“BNH เป็นโรงพยาบาลที่บรรยากาศเหมือนบ้าน เหมือนเป็นโรงพยาบาลประจำครอบครัว ทำให้ผมมีความสุขมากกว่าที่อื่นที่เคยอยู่มา”

ทำให้คนไข้ Realise

“ผมคิดว่าสมัยนี้ ข้อมูลสำคัญที่สุด บางครั้งการพูดด้วยคำพูด คนไข้บอกเข้าใจ แต่คำ Understand กับ Realise มันคนละระดับกัน เราก็ต้องให้ข้อมูลเขา เปิดให้ดูรูปภาพ ค้นหาในคอมพิวเตอร์ให้เขาเห็นเลยว่าทำไมหมอถึงคิดแบบนี้ มีเหตุผลอะไร การดำเนินโรคในอนาคตจะเป็นยังไง เขาจะได้เข้าใจว่าต้องทำตัวยังไง ส่วนใหญ่พอเปิดให้ดูแล้วเขาก็จะเข้าใจว่าไม่ใช่สิ่งที่เรามั่ว ไม่ใช่เป็นคำพูดของเรา”

เพื่อให้การรักษาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น หมอรัชยุทธจะทำให้คนไข้เชื่อใจก่อน แล้วขั้นตอนที่เหลือก็จะง่ายขึ้น ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองมันต้องแข่งกับความเร็ว ตั้งแต่วินิจฉัยได้เร็วเพียงพอที่คนไข้จะจัดการชีวิต เพื่อป้องกันหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือเส้นเลือดในสมองแตก หากคนไข้เชื่อมั่นในการวินิจฉัยของหมอ และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โอกาสที่การดำเนินโรคจะพัฒนาไปสู่จุดอันตรายก็ลดลง โรคสโตรกยังสัมพันธ์กับหลายปัจจัยสุขภาพ ทั้งน้ำหนัก ความดันโลหิต ความเครียด โภชนาการ หัวใจ ฯลฯ ทำให้การดูแลของหมอรัชยุทธก็ต้องบูรณาการครอบคลุมไปถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย เพื่อมอบการดูแลที่สมบูรณ์ หรือ Complete Care ตามแนวทางของโรงพยาบาล BNH เพื่อป้องกันความเสี่ยงสุขภาพรอบด้าน

และหากคนไข้มีอาการของโรคสโตรกมาแล้ว หมอรัชยุทธก็ยิ่งต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะยิ่งรักษาได้เร็ว โอกาสที่คนไข้จะฟื้นกลับไปสู่ภาวะใกล้เคียงปกติก็สูง สิ่งที่สำคัญมากคือการตัดสินใจของแพทย์ว่าควรทำอย่างไรก่อนภายในเวลาที่จำกัด

“ที่ประทับใจก็เป็นเคสชาวต่างชาติ มาด้วยหลอดเลือดสมองตีบ ตอนนั้นก็เป็นเยอะเลย แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ได้ เป็นแบบฉับพลันมาประมาณชั่วโมงหนึ่ง เราก็ส่งไปทำหัตถการดึงลิ่มเลือด หลังจากนั้นคนไข้ก็กลับมาเกือบ 100% เราก็รู้สึกว่าได้ช่วยเขาจากความพิการ”

ในวัยใกล้ 50 ปี ผ่านเคสคนไข้มาเกินร้อยเคส หมอรัชยุทธยังรู้สึกว่าเขายังรู้ไม่พอ หรือกล่าวให้ถูกคือรู้ไม่ทันความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก ยิ่งในยุคสมัยที่คนไข้ใช้งาน AI เป็น หาข้อมูลเองได้ เขาจึงรู้สึกจำเป็นที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นหมอที่ชั่วโมงบินสูงแล้วก็ตาม

“คนไข้แค่ถาม AI ก็ได้ข้อมูลมาเต็มไปหมดแล้ว แต่ว่าตัวหมอยังไม่ยอมอัปเดตตัวเอง ก็จะเป็นผลเสียกับตัวคุณหมอเอง ส่วนตัวผมก็เลยต้องปรับปรุงตัวเองทุกวัน มีอะไรออกมาใหม่ เราก็ต้องรู้ก่อน จะได้แนะนำคนไข้ได้ว่าที่เขาไปหาข้อมูลมา มันเหมาะกับเขามั้ย”

ความสงบใต้ผืนน้ำ

วิถีชีวิตของหมอรัชยุทธ คือการจัดสมดุลให้ตัวเอง หาเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบ ท่ามกลางคนที่รัก ซึ่งเป็นวิธีบริหารสมองในแบบของเขาด้วย รวมถึงการได้ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ อย่างดำน้ำ ที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนุกกับมันได้มากขนาดนี้

“เราพบว่าโลกของการดำน้ำทำให้เราสงบ ได้อยู่กับตัวเอง เวลาลงไปในน้ำมันพูดกับใครไม่ได้ ตัวเราเองก็ต้องมีสติ ตรงกันข้ามกับเวลาอยู่บนบก เวลาอยู่ในน้ำต้องทำอะไรช้า ๆ ใจเย็น ๆ ถึงจะได้ผลดี ยิ่งรีบ เราก็จะใช้อากาศเยอะ อากาศก็จะหมดไว”

หมอรัชยุทธบรรยายความหลงใหลในการดำน้ำ เขาดำน้ำมาได้หลายปีแล้ว โดยเริ่มจากความสนใจของภรรยา จนถึงตอนนี้ก็ได้ Certificate ในระดับ Advanced สามารถลงไปลึกถึง 40 เมตร การดำน้ำยังพาเขาไปสถานที่แปลก ๆ เช่น หมู่เกาะสุมาตรา ปาปัวตะวันตก เกาะโคโมโด และเห็นสัตว์แปลก ๆ ที่แหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล ซึ่งคนละอารมณ์กับการได้เห็นในอควาเรียม

“เวลาเราเห็นรูปปะการังที่เขาถ่ายมาเนี่ย มันเป็นแค่หย่อมเดียว แต่สมมุติเราไปอินโดนีเซีย ปะการังแข็งมันสุดลูกหูลูกตา อลังการมาก บางทีปะการังเป็นชั้น ๆ เหมือนภูเขา มีปลาตัวเล็ก ๆ เป็นสีสันสวยงาม ซึ่งในภาพถ่าย ต่อให้เป็นระดับ National Geographic ก็ไม่สามารถถ่ายทอดบรรยากาศตรงนั้นได้จริง ๆ”

การดำน้ำลึกถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง หมอรัชยุทธที่ดำน้ำมานับร้อยครั้งก็เคยผ่านประสบการณ์อันตรายมาแล้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งคือที่มัลดีฟส์ เมื่อคณะดำน้ำอยู่ที่ความลึก 10 เมตร กระแสน้ำก็เป็นปกติ มีพัดไปซ้ายทีขวาที แต่อยู่ ๆ กระแสน้ำก็เปลี่ยนเป็นทิศจากบนลงล่างอย่างกะทันหัน

“อยู่ ๆ นาฬิกาคอมพิวเตอร์ก็เตือนอะไรแปลก ๆ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็น 40 เมตรไปแล้ว ซึ่งเราก็ต้องมีสติ”

เหตุการณ์นั้น ไม่ได้มีเพียงคุณหมอที่โดนกระแสน้ำดูดลงไปเบื้องล่าง แต่ทั้งคณะก็เจอประสบการณ์เดียวกัน ประหลาดใจเหมือนกัน พอขึ้นมาก็ได้คุยกัน ก็สนิทกันมากขึ้น

ที่จริงทักษะการดำน้ำยังมีขั้นกว่าไปอีก เช่น การดำน้ำลึก 60 เมตร การดำน้ำในถ้ำ แต่หมอรัชยุทธแค่อยากสนุกกับมัน จึงไม่คิดไปเรียนดำน้ำเพิ่มเติม แต่ทักษะที่เขาสนใจคือการถ่ายรูปใต้น้ำ

“หลักการถ่ายรูปใต้น้ำกับบนบกมันเหมือนกลับข้างกันเลย ถ่ายรูปบนบกเราจะพยายามใช้แสงธรรมชาติ แต่ถ่ายรูปใต้น้ำมันไม่มีแสงธรรมชาติ แล้วลงไปถึงระดับนี้ สีนี้หายไป ไปอีกระดับนึง อีกสีนึงจะหายไป ก็ต้องพยายามหาแสงสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟฉาย หรือว่าแสงแฟลช และทั้งตัววัตถุและตัวเราก็เคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทั้งจากกระแสน้ำ และกลั้นหายใจจะถ่ายที ตัวเราก็ลอย ซึ่งถ้าไม่เคยทำก็ยาก บางทีตัววัตถุเล็กเท่าเมล็ดข้าวสาร ต้องถ่ายมาโคร ขยับนิดเดียว ภาพก็ไม่ชัดละ”

รถแต่งกับแต่งรถ

ตั้งแต่ยุค 90 ที่รถแต่งญี่ปุ่นเข้ามาแพร่หลายในไทย หมอรัชยุทธซึ่งขับรถได้แล้วก็เข้ามาอยู่ในวงการแต่งรถด้วย รถอะไรที่ถูกลดทอนคุณสมบัติเพื่อนำเข้าประเทศไทย คุณหมอก็ไปหาอุปกรณ์มาแต่งยกระดับรถ เปลี่ยนล้อแม็กซ์ สเกิร์ต สปอยเลอร์ เครื่องเสียง ประตูดูด จนไป ๆ มา ๆ ค่าแต่งรถราคาแพงกว่าตัวรถก็มี

สิ่งที่หมอรัชยุทธชอบไม่ใช่การสะสมรถหรือความเร็ว แต่เขาชอบความมั่นคงในการขับขี่ ซึ่งจะรู้สึกได้จากการเกาะถนนของรถ โดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง ซึ่งเรื่องนี้คุณหมอยกให้รถซูบารุชนะขาด

“รถซูบารุเป็นรถที่เกาะถนนมาก สามารถเข้าโค้งได้อย่างสมูท บางทีก็ไม่ต้องดร็อปความเร็ว ทำให้เรามั่นใจ เวลาฝนตกถนนลื่น จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้รถไม่ลื่น อาจจะไม่รู้สึกว่าถนนลื่นเลยตอนที่ฝนตก”

ท้องถนนที่ประเทศไทยจะจำกัดความเร็ว แต่ไม่ใช่กับถนนออโตบาห์นที่เยอรมนี ซึ่งคุณหมอเคยเหยียบไปเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

“ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเร็วมาก แล้วก็โดนคนข้าง ๆ เบรกไว้ แล้วพอเราเริ่มอายุเยอะขึ้น มันก็เริ่มมีคิดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น”

แผ่นเสียงและหนังสือ

ความทรงจำวัยเด็กของหมอรัชยุทธ คือแผ่นเสียงที่อากงมักเปิดตอนเช้า แต่ในสมัยเด็ก เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่าของมันนัก พอเริ่มสนใจฟังเพลง ก็เปลี่ยนอุปกรณ์ไปตามกาลเวลา ตั้งแต่เทปคาสเซตต์ แผ่นซีดี MP3 ทำให้เขารู้ว่าเสียงจากแต่ละอย่างนั้นแตกต่างกัน

พอเข้าสู่วัยรุ่น เขาได้ไปเดินเล่นแถวเวิลด์เทรดเซนเตอร์ หรือ เซ็นทรัลเวิลด์ ในปัจจุบัน ตอนนั้นมีร้านแผ่นเสียง เขาก็ไปขอฟัง แล้วถึงค้นพบว่านี่คือแหล่งเสียงที่ดีที่สุดแล้ว ทำให้เขาเริ่มสะสมแผ่นเสียงมานับแต่นั้น

จนปัจจุบัน หมอรัชยุทธมีแผ่นเสียงกว่าร้อยแผ่น ตั้งแต่ของเก่าวินเทจ ยันเพลงสมัยใหม่ ซึ่งเขาบอกว่าแผ่นเสียงของนักร้องสมัยใหม่ราคาแพงมาก

“แต่ถ้าชอบจริง ผมก็ซื้อเก็บ ที่จริงอยากจะซื้อเยอะกว่านี้ แต่ปัญหาคือว่าแผ่นใหญ่ เราต้องมีพื้นที่ในการเก็บ”

ในยุค Streaming หมอรัชยุทธกลับ Unsubscribe ทุกอย่าง แล้วสร้าง Streaming Network ของตัวเอง โดยหาเซิร์ฟเวอร์มาเก็บเพลง แล้วหาแอปมาเล่นเพลงได้จากทุกที่ทั่วโลก ราวกับมี Spotify ส่วนตัว

“ไฟล์ผมจะเป็น High Definition รวมแล้วก็หลักเทราไบต์ ถ้ามานั่งไล่ฟังเนี่ย ทั้งชีวิตก็น่าจะยังฟังไม่หมด”

นอกจากแผ่นเสียงของอากงแล้ว หมอรัชยุทธยังโตมากับซีรีส์จีนที่ครอบครัวชอบดู

“เราก็ดูหนังก่อน พอดูหนังไปแล้ว ก็อยากรู้ว่าต้นฉบับมันเป็นยังไง ก็ไปอ่านเพิ่มเติม แล้วก็พบว่า หนังสือมันเขียนดีกว่าที่หนังทำอีก อย่างกิมย้งเนี่ย จะมีมังกรหยก เอี้ยก้วย เตียบ่อกี้ แปดเทพอสูร เราก็อ่านหมด โกวเล้ง มี ลี้คิมฮวง ชอลิ้วเฮียง มันเลยทำให้ติดนิสัยชอบการอ่านมาเรื่อย ๆ”

คุณหมออ่านหนังสือทุกวัน ตอนนี้ก็กำลังติดตามนิยายสืบสวนสอบสวนจากญี่ปุ่น ฝีมือนักเขียน ฮิงาชิโนะ เคโงะ และหนังสือสอนการลงทุน เพื่อช่วยวางแผนการเงินในอนาคต

“ชีวิตผม พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ไปยึดติด โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราแค่เป็นคนหนึ่งที่ไม่เอาเปรียบใคร และได้ทำประโยชน์ให้โลก แค่นั้นก็ดีแล้ว” 

หมอรัชยุทธมีความสนใจหลายอย่าง เขาหาเวลาให้กับกิจกรรมที่รัก เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ สมดุลชีวิตจากการได้เต็มที่กับตัวเอง ทำให้เขาได้เต็มที่กับคนไข้ไปด้วย และเรื่องราวที่เขาสนใจ ยังเป็นสารตั้งต้นชั้นดีที่ทำให้คนไข้สบายใจเมื่อได้คุยกับคุณหมอ

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

นพ. รัชยุทธ (วรัชญ์) ธนปิยชัยกุล (ชำนินาวากุล)

นพ. รัชยุทธ (วรัชญ์) ธนปิยชัยกุล (ชำนินาวากุล)

RATCHAYUT THANAPIYACHAIKUL, M.D.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ประสาทวิทยา

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย

วุฒิบัตร

แพทยสภา, ประสาทวิทยา, โรงพยาบาลราชวิถี

ประกาศนียบัตร

Procedure Sedation, BNH hospital, ไทย

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

ชาย

ตารางออกตรวจ

ศูนย์ระบบประสาท

วัน เวลา
จันทร์ 08:00 - 12:00
อังคาร -
พุธ 08:00 - 12:00
พฤหัสบดี 13:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 12:00
เสาร์ -
อาทิตย์ -

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย