Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง มีดหมอ มิตรภาพ และไม้ตีกลอง

– นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง –

มีดหมอ มิตรภาพ และไม้ตีกลอง สิ่งสำคัญที่สร้างความสุขให้คุณหมอสรรชัย นายแพทย์คนเดียวในไทยที่สามารถใช้สองวิทยาการใหม่รักษาโรคต่อมลูกหมากโต

ในวงการแพทย์อาจรู้จัก นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ ประจำโรงพยาบาล BNH ว่าเป็นคุณหมอเพียงคนเดียวในประเทศไทยที่สามารถมอบ 2 ทางเลือกแก่คนไข้ในการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำและการปรับโครงสร้างภายในต่อมลูกหมาก แต่สีสันบนเส้นทางชีวิตของคุณหมอยังมีเรื่องราวของมิตรภาพและเสียงดนตรี ที่สร้างนายแพทย์ที่มีความสุขและพร้อมส่งต่อความสุขให้คนรอบตัว

เป้าหมายของคนหัวอ่อน

นายสรรชัย คือลูกชายคนเล็กในครอบครัวกงสีที่ประกอบธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ เขาเป็นลูกหลงที่เติบโตมาท่ามกลางความรักและความเอาใจใส่ของพ่อแม่และพี่ๆที่มีอายุห่างกันนับสิบปี รวมทั้งเป็นตัวแทนคนสุดท้ายที่ต้องรับฝากความคาดหวังของผู้เป็นพ่อ

“ผมเป็นคนหัวอ่อน ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ พ่อพูดตั้งแต่เด็กๆมาทุกวันให้เป็นหมอ จนมีคนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ผมก็บอกว่าเป็นหมอ แล้วพอเขาถามว่าทำไม ผมกลับตอบไม่ได้ ก็เพราะว่าพ่อใส่โปรแกรมให้เราตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยโตมาเป็นหมอ”

แล้วนายสรรชัยก็ตั้งเป้าหมายชีวิตที่จะเป็นหมอ เขาอ่านหนังสือหนัก เข้าเรียนพิเศษเพื่อจะสอบแพทย์ และทำได้ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ค้านสายตาและความรู้สึกของคนรอบตัว

“ตอนที่สอบติด ทุกคนก็ไม่เชื่อว่าจะได้ เพราะว่าสอบตอน ม.5 ผมเองก็ไม่คิดว่าจะได้เพราะว่ามันยาก แต่ว่าตอนนั้นกดดันว่าต้องติด ถ้าไม่ติดก็ไม่ได้อะไรเลย ตอนนั้นผมทุบหม้อข้าวตัวเองไปแล้ว”

“ผมเรียนไม่จบ ม. 5 ที่กรุงเทพคริสเตียน”

จะด้วยแรงผลักดัน เป้าหมาย หรือเข้าตาจน นายสรรชัยที่ติด ร ในเอกสารจากโรงเรียนจนไม่จบชั้น ม.5 ก็สอบเทียบได้วุฒิ ม.6 จากนอกโรงเรียน และสอบเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือได้เรียนหมอ เรื่องที่สองคือประสบการณ์ใหม่ในแดนไกล

“พี่สาวเป็นคนส่งใบสมัครให้ แล้วก็บังคับให้ผมไป AFS  ตอนนั้นรู้ตัวว่าเข้ามหาลัยได้แล้วก็เลยไปอเมริกา สมัยก่อนผมเป็นเด็กเรียนถ้าคนอื่นไม่คุยกับเราก่อนเราก็ไม่คุยด้วย แต่ที่นั่นสอนให้เรารู้จักเขาหาคนอื่น ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด”

หนึ่งปีกับการเรียนไฮสคูลที่ต่างแดนมอบทักษะทางภาษา ประสบการณ์ชีวิต และมิตรภาพใหม่ให้นายสรรชัย ในตอนนั้นเขาเป็นเด็กคนเดียวในรุ่นที่อยู่กับโฮสต์เพียงครอบครัวเดียวจนครบปี เป็นเพื่อนกับลูกของโฮสต์ และเป็นเพื่อนกับเพื่อนของลูกของโฮสต์ แม้จะผ่านมานานเกือบ 30 ปีแล้ว มิตรภาพเหล่านั้นก็ยังคงอยู่

เมื่อกลับมาเรียนหมอ จะเหมือนชะตาฟ้าลิขิตในวันที่ต้องเรียนรู้วิธีตรวจอัลตร้าซาวนด์ นิสิตแพทย์สรรชัยอาสาเป็นตัวแทนให้อาจารย์แพทย์สาธิตวิธีการตรวจ แต่การสาธิตวันนั้นมันนานผิดปกติ เพราะอาจารย์ตรวจพบว่าอวัยวะภายในของเขาบวมเป่งแม้ว่าเขาจะไม่แสดงอาการ และพอส่งตรวจกับแพทย์เฉพาะทางก็พบว่าเขาเป็น ‘โรคไตตีบ’

“ผ่าตัดอยู่ 2 ที จนหาย อาจารย์บอกว่าอีกหน่อยเรียนจบก็มาเรียนเฉพาะทางด้านนี้เลยมั๊ย ตัวเองก็เป็นโรคนี้อยู่แล้ว สุดท้ายก็เลยได้กลับมาเรียน”

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ นพ.สรรชัย ได้เดินทางในงานเฉพาะทางสายทางเดินปัสสาวะเพื่อจัดการกับโรคภัยที่มีตัวเองเป็นกรณีศึกษา จนมาทำงานที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และนำพาวิทยาการใหม่ๆมาสู่วงการแพทย์ของไทย

เพื่อเพื่อนให้มากกว่า

“ผมโชคดีที่เป็นคนเพื่อนเยอะมาก ต้องมีกิจกรรมไปสังสรรค์กับเพื่อน ดื่มบ่อยเที่ยวบ่อย ปัจจุบันก็ต้องวนไปกับเพื่อนในกลุ่มต่างๆ

การได้เรียนอยู่ในรั้วกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ประถม ทำให้หมอสรรชัยมีเพื่อนฝูงที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ประกอบกับการเป็นลูกหลงในครอบครัวที่ไม่มีพี่น้องรุ่นราวคราวเดียวกัน เพื่อนจึงมีความสำคัญกับเขามาก และพอเติบโตมาถึงจุดหนึ่ง คุณหมอก็ออกไปพบสังคมใหม่ๆ ขยายอาณาจักรมิตรภาพของเขาไปได้ไกลในทุกวงสังคมที่เจอ

“อยู่กรุงเทพคริสเตียนทำให้เพื่อนฝูงกว้างขวางกระจายกันหลายอาชีพมาก ตั้งแต่คนธรรมดายันมหาเศรษฐีไป AFS ก็ได้เพื่อนอีกโลกนึง เป็นหมอก็ได้เพื่อนอีกวงนึง ผมชอบเล่นดนตรีก็ได้เพื่อนอีกก๊วนที่น่ารักและเล่นดนตรีด้วยกัน ผมได้เพื่อนใหม่ตลอดในทุกๆช่วงอายุ”

เรื่องราวความประทับใจในมิตรภาพที่ได้พบของหมอสรรชัยมีมากยิ่งกว่าจำนวนเพื่อนของเขา และหนึ่งในนั้นคือประสบการณ์ใช้ทุนในจังหวัดชัยภูมิ ที่เขานับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตแพทย์เพราะมีเพื่อนอยู่ข้างกาย

“ตอนนั้นพวกเราไม่อยากไปใช้ทุนคนเดียวเพราะมันเหงา เรา 6 คน ก็จับมือกันสัญญาว่าจะไปด้วยกัน มันจะมีที่ที่ไม่มีคนไป เราก็สามารถไปด้วยกันทั้งกลุ่ม สุดท้ายได้ไปชัยภูมิ แล้วก็ไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มจากคณะแพทย์ฯ รามาฯ ที่นิสัยคล้ายๆกัน ทุกคนก็รักกัน ไม่มีใครทะเลาะกันเลย แล้วเราก็ช่วยกันทำงาน”

“เวลาไปทำงานต่างจังหวัด ทุกคนจะต้องอยู่เวรแผนกฉุกเฉิน ซึ่งเป็นวันที่เหนื่อยมาก เพราะว่าสี่โมงปุ๊บทุกอย่างปิดหมด คนไข้จะมาแผนกฉุกเฉินเต็มไปหมด แล้วมีหมอแค่ 2 คน ก็ตรวจไม่ทัน ถ้าใครอยู่เวรวันนั้นก็แทบไม่ได้กินข้าวเพราะต้องตรวจคนไข้ราว 20 คน ยาวไปถึงเที่ยงคืน พวกเราก็ใช้วิธีว่าก่อนจะไปกินข้าวกันเป็นก๊วน 10 คน ก็เดินแวะไปแผนกฉุกเฉิน แล้วหมอ 10 คนนั้น ก็จะไปหยิบชาร์จคนไข้คนละชาร์จ กองคนไข้ 20 คน ถ้าตรวจด้วยหมอ 10 คน พรวดเดียวก็เสร็จ แล้วก็ชวนเพื่อนไปกินข้าวกัน ทำอย่างนั้นทุกเย็น ทำให้คนที่ทำงานไม่เหนื่อย”

หรือแม้แต่การจัดเวรเพื่อกลับบ้าน ก๊วนเพื่อนหมอชัยภูมิยังจัดการจัดตารางเวรกันเพื่อให้ทุกคนได้เวียนกันกลับบ้านเดือนละ 2 ครั้ง แม้ว่าระหว่างนั้นคนที่เหลือจะต้องอยู่เวรติดกันต่อเนื่องยาวหลายวัน

“และพาร์ตเนอร์ที่ทำธุรกิจบริษัทเครื่องมือแพทย์ด้วยกันทุกวันนี้ ก็คือหมอที่ไปทำงานที่ชัยภูมิด้วยกัน”

และในการเป็นหมอที่มีเพื่อนเยอะ เมื่อเวลาเจอปัญหาในการทำงาน หรือการต้องผ่าตัดเคสยาก หมอผ่าตัดที่อยู่แถวนั้นก็พร้อมใจกันเข้ามาช่วยเหลือถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่เขา

“เคสนั้นผ่าตัดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ทำให้เลือดออกเยอะ วันนั้นต้องขอความช่วยเหลือจากหลายๆคน การที่มีเพื่อน ทุกคนก็มาช่วยทำให้เรา อีกอย่างคือที่เรากำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้ามีคนใหม่ๆเข้ามา เขาช่วยเราได้อีกเยอะเลย”

“ผมเป็นคนโชคดีเรื่องเพื่อน”

(Not only) Hospital Playlist

“ความฝันผมคือได้เป็นนักดนตรีในผับ”

‘Club 49’ เป็นชื่อวงที่ตั้งขึ้นจากที่ตั้งของบ้านที่ซอย 49 เป็นบ้านหลังใหญ่ของเพื่อนในวงดนตรีของคุณหมอสรรชัย ที่ใหญ่โตมากพอจะให้เพื่อนๆเอาเครื่องดนตรีมาเก็บ เอาวงดนตรีมาซ้อม และจัดปาร์ตี้ โดยมีเสียงดนตรีจากวงบรรเลงเพลงกล่อมผู้ฟัง

“ผมอยากให้คนเห็นผมเล่นดนตรีในผับ ซึ่งมันไม่มีเวลาไปทำ ที่นี่เป็นที่ที่เราเล่นดนตรีด้วยกัน ชวนคนมานั่งดื่มลองฟังดนตรีที่เราเล่นเหมือนผับส่วนตัว ก็ถือว่าตอบโจทย์”

จุดเริ่มต้นของความรักในเสียงดนตรีนี้เริ่มมาจากหน้าที่ตีกลองสมัยมัธยมต้นในวงดุริยางค์จนพัฒนามาเป็นกลองชุด การตีกลองต่างจากเครื่องดนตรีอื่นตรงที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องอ่านตัวโน้ตเป็น แต่แค่จับจังหวะได้ก็ร่วมวงเล่นดนตรีได้ วันหนึ่งเมื่อโรงเรียนจัดงานประกวดดนตรี แล้วกลุ่มเพื่อนของคุณหมออยากร่วมประกวดแต่ขาดมือกลอง จึงชวนเขามาร่วมวง

“มีกฎว่าคนจากวงดุริยางค์จะร่วมประกวดไม่ได้เพราะถือว่าไม่แฟร์ เพื่อนก็เลยบังคับให้ผมลาออกเพื่อมาประกวด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้มาเล่นดนตรีเพลงทั่วไปตั้งแต่ตอนนั้น”

หมอสรรชัยเดินทางในเส้นทางสายดนตรีมาตลอดนับแต่นั้น เข้าร่วมวงดนตรีที่เปลี่ยนหน้าตาสมาชิกมาเรื่อยตั้งแต่วงดนตรีสมัยมัธยม, MD CU Band ตอนเรียนอยู่จุฬาฯ และอีกนานาวงจนมาเป็น Club 49 ซึ่งรวมกลุ่มกันเมื่อปี 2019 ประกอบด้วยสมาชิกที่ชวนกันมาจากหลากที่มาหลายอาชีพ ตั้งแต่เจ้าของธุรกิจ นักร้อง ครูสอนดนตรี แพทย์นิติเวช และหมอสรรชัยซึ่งเป็นมือกลอง รับออกงานอีเวนต์เพราะความสุขที่ได้เล่นดนตรีและมีคนฟัง โดยไม่มีเป้าหมายทางการเงิน

“เงินที่จ้างมาก็ให้คนที่เป็นนักดนตรีอาชีพไป ผมแค่อยากจะหาที่เล่น ถ้าผมไปเล่น ก็ขอแค่ได้กินอาหารกินเหล้าเหมือนเจ้าภาพก็พอ อย่างอื่นไม่ต้องจ่ายตังค์ก็ได้”

หมอจู๋ ที่ไม่ได้ดูแค่จู๋

“เพื่อนกรุงเทพคริสเตียนจะเรียกผมว่า ‘หมอจู๋’ จนเวลาเพื่อนมีปัญหาทางการแพทย์โทรมาหาจริงๆ พ่อเป็นต่อมลูกหมากโตจะไปหาใครดี ผมก็บอกผมนี่แหละหมอรักษา เพื่อนก็อ้าว..ไม่ใช่หมอจู๋หรอ”

“เพราะเขาเรียกกันแบบนี้ทุกคน ก็เลยเข้าใจว่าผมรักษาแต่อวัยวะเพศชาย แต่จริงๆรักษาทางเดินปัสสาวะทั้งหมด ดูทั้งผู้ชายและผู้หญิง หน้าที่เหมือนช่างประปา คือทำให้ท่อมันไปได้”

ด้วยอวัยวะที่อยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ชายมีอัณฑะ และต่อมลูกหมากเพิ่มเข้ามาจากระบบของผู้หญิง ทำให้คนไข้ในความดูแลของหมอสรรชัยส่วนมากเป็นผู้ชาย และคุณหมอยังเป็นแพทย์เพียงคนเดียวในประเทศไทยที่สามารถใช้วิทยาการสมัยใหม่ 2 อย่างล่าสุด ในการรักษาโรคยอดฮิตอย่างต่อมลูกหมากโต

ปกติแล้ว การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ต้องอาศัยการอบรมในต่างประเทศ เมื่อเริ่มเคสแรกก็ต้องมีอาจารย์แพทย์จากประเทศเจ้าของวิทยาการบินมาร่วมสังเกตการณ์การผ่าตัดด้วย แต่ไม่ใช่ในยุคที่โควิด 19 ยังระบาดหนัก และการเดินทางทั่วโลกเป็นอัมพาต

“ทุกอย่างตอนนั้นต้องทำออนไลน์หมด ทั้งเทรนนิงและตอนที่เริ่มเคสจริงๆ หมอที่อยู่เมืองนอกก็ดูออนไลน์จากกล้องที่เห็นแบบเดียวกับที่ผมเห็น แต่ว่ามันมีขั้นตอนของการอบรมว่าต้องเข้าใจแบบนี้ก่อนถึงให้เริ่มทำได้ ข้อดีของเทคโนโลยีแบบนี้คือถ้าคนที่ผ่าตัดส่องกล้องเป็นมันทำได้อยู่แล้ว ซึ่งผมเคยส่องกล้องมาเป็นพันๆเคส”

“คนไข้ 2 คนนี้ เป็นคนไข้ที่ผมดูแลมานานแล้วเรื่องต่อมลูกหมากโต พอมีเทคโนโลยีใหม่ก็อยากให้ได้ใช้ บริษัทและโรงพยาบาลก็ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย ก็คุยกันตรงๆ ว่าเขาเป็นเคสแรก มีผมซึ่งเป็นคุณหมอที่เขาไว้ใจมาดูแล เขาก็โอเค”

เทคโนโลยีที่ว่า คือการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย iTind ซึ่งเป็นการรักษาโดยการปรับโครงสร้างภายในต่อมลูกหมากด้วยอุปกรณ์พิเศษที่ไปถ่างขยายรูท่อปัสสาวะบริเวณต่อมลูกหมาก โดยอุปกรณ์นี้จะวางไว้ภายในเพียง 5-7 วัน แต่การปรับโครงสร้างจะคงอยู่ต่อไป ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโต แต่ไม่โตมากเกินไป

“ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ทำได้”

และอีกเทคโนโลยี คือ Rezūm Water Vapor Therapy หรือการรักษาต่อมลูกหมากด้วยการส่องกล้องเอาไอน้ำอุณหภูมิ 103 องศาเซลเซียส ฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากให้เนื้อมันฝ่อ แล้วรูจะเปิดกว้างขึ้น เหมาะกับผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโตมาก ซึ่งเทคโนโลยีนี้คุณหมอสรรชัยได้ริเริ่มนำมาใช้งานในโรงพยาบาล BNH เป็นแห่งที่สอง

“ทั้งสองเทคโนโลยีการรักษาต่อมลูกหมากแบบใหม่เริ่มมาพร้อมๆกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และโรงพยาบาล BNH เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีทางเลือกให้คนไข้ทั้ง 2 แบบ”

นวัตกรรมใหม่นี้นอกจากจะทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นแล้ว ก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ที่มีต่อหมอโรงพยาบาลเอกชนอย่างหมอสรรชัยเช่นเดียวกัน

“วันที่เราเข้าไปทำตรงนี้ ผมก็ได้รับเชิญให้ไปพูดในงานวิชาการ ซึ่งปกติตำแหน่งตรงนี้มันไม่เคยให้กับหมอจากโรงพยาบาลเอกชน ปกติคนที่มาพูดต้องมีตำแหน่งมาจากโรงเรียนแพทย์ ทำให้รู้ว่าการขับเคลื่อนอะไรก็ตามมันสามารถเริ่มได้จากจุดเล็กๆ แล้วทำให้ใหญ่ขึ้นได้ อย่างเมื่อเดือนที่แล้ว โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ชวน ให้กลับไปบรรยาย ก็ดีใจที่อาจารย์นึกถึงเรา แล้วได้แชร์ให้คนอื่นมั่นใจว่าจะทำเคสได้”

ปัจจุบัน คุณหมอรักษาผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตด้วยสองเทคโนโลยีนี้รวมแล้วเกือบ 100 เคสแล้ว ภายในระยะเวลา 2 ปี

Suntchai is Happy, Suntchai is Happy

“ปกติผมชวนคนไข้หัวเราะก่อน วันแรกคนเดินเข้ามาไม่รู้จักกัน ก็ไม่อยากเล่าอะไรอยู่แล้ว แต่เสียงหัวเราะทำให้คนเปิดใจมากขึ้น ผมก็พยายามทำอะไรที่สุภาพให้เขาพอจะมีรอยยิ้มหรือว่ามีเสียงหัวเราะได้บ้าง ทำให้คนเราสามารถคุยกันได้สนิทใจมากขึ้น เหมือนเบียร์ในวงดื่ม”

หมอสรรชัยนิยามตัวเองว่าเป็น Happy Man มีชีวิตเป็นเส้นตรงที่มีความสุขนำ แต่ความสุขนั้นก็มาจากทั้งต้นทุนชีวิต อย่างครอบครัวที่พร้อมสนับสนุน หรือกัลยาณมิตรที่ดีในทุกวงสังคม และทั้งความพยายามที่จะไขว่คว้าหาความสุขมาครอบครอง ด้วยการบริหารจัดการความคิดและเป้าหมายในชีวิต

“ชีวิตต้องมีเป้าหมาย แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปถึง มันก็จะมีความสุข สมัยเด็กๆผมคงมี passion ว่าอยากเป็นหมอ ก็เลยต้องวิ่งไปทำจนสำเร็จ แล้วพอเป็นหมอก็อยากเป็นหมอเฉพาะทาง แล้วพอมันสำเร็จก็เลยมีความสุข ทำเฉพาะที่มันสำคัญแล้วก็มีความสุขด้วย อะไรไม่สำคัญก็ตัดไปบ้าง”

และแนวคิดนี้ทำให้ชีวิตของหมอสรรชัยที่ต้องสวมหมวกทั้งหน้าที่ของหมอ นักดนตรี และนักธุรกิจ สามารถจัดสรรเวลาหาความสุขให้ตัวเองได้อย่างลงตัว

“ชีวิตผมเหมือนเป็ด ชอบทำอะไรหลายๆ ถ้าเป็นนักดนตรี Full Time มันคงเริ่มไม่สนุกแล้ว อย่างการเป็นหมอผ่าตัด ก็จะมีเรื่องใหม่ๆเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย ทำให้ชีวิตไม่นิ่ง เป็นหมอจึงยังสนุกอยู่ แต่ถ้าวันไหนที่ทำแล้วไม่มีความสุขก็คงเลิก”

“ทำงานที่โรงพยาบาล BNH มา 12 ปีแล้ว โรงพยาบาลเล็กทุกคนสนิทกัน ไม่มีปัญหาภายในองค์กร ทำให้ที่นี่เป็นที่ทำงานที่อยู่แล้วมีความสุข อาหารที่นี่ก็อร่อยมาก ผมคงไม่ไปไหนแล้ว”

และความสุขที่สุด ณ ปัจจุบันของหมอสรรชัย คือลูกสาววัย 6 ขวบ ที่ทำให้คุณหมอวางแผนชีวิตใหม่เพื่อมอบความสุขให้กับคนสำคัญที่สุด ควบคู่กับความสนุกในการใช้ชีวิตของตนเอง ทุกเช้าเขาจะเป็นคนไปส่งลูกไปโรงเรียน เสาร์อาทิตย์เขาจะไปสนามเด็กเล่น และปรับบ้านให้รองรับคนได้มากขึ้นเพื่อชวนเพื่อนมาสังสรรไปพร้อมกับการเลี้ยงลูก

สิ่งที่ตามมาจากความสุข คือการเป็นคนมองโลกในแง่บวกที่คนไข้ก็รับรู้ได้ อันมีผลต่อการรักษา กำลังใจ และการทลายกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างหมอและคนไข้ ความเชื่อใจและความหวาดกลัว ที่ทำให้การรักษาของคุณหมอง่ายขึ้นได้ด้วยทัศนคติที่มีความสุขนำ

“ผมว่าเราคือ Care Advisor เหมือนคนมีปัญหาเดินเข้ามา ผมก็จะบอกว่าวิธีแก้ปัญหา มี 4 ข้อ ข้อ 1 สถิติดีที่สุด ข้อสุดท้ายสถิติแย่ที่สุด คนไข้เลือกได้ว่าอะไรเหมาะกับชีวิตเขา เพราะเขามาด้วยปัญหาแล้ว ถ้าเรายังไปบังคับเขาให้ทำตามที่เราเรียนมา บางทีเขาอาจจะได้ปัญหาอีกก้อนเพิ่มเข้าไป”

“สิ่งที่เขาเลือกอาจไม่ได้ดีที่สุด แต่ถ้าเขาใช้ชีวิตได้มีความสุขที่สุด ก็เหมาะกว่า”

ภาระหน้าที่ในชีวิตประจำวันทำให้คนเรามุ่งหน้าแสวงหาความสำเร็จโดยหลงลืมสิ่งสำคัญอย่างความสุข แต่ชีวิตหลายบทบาทของคุณหมอสรรชัยไม่มีเคยปราศจากความสุขในทุกช่วง ส่วนหนึ่งอาจเป็นด้วยโชคชะตาที่พาให้เขามีแต่คนดีรายรอบ แต่ส่วนใหญ่คงเป็นผลจากมานะตนของคนที่ตั้งใจมั่นจะมองหาสมดุลชีวิตที่มีความสุขนำ และพาความสำเร็จมาสู่ชีวิต

อาชีพผมให้ความสุขคนได้อีกเยอะ และดนตรีที่ผมเล่นก็ทำให้ผมมีความสุข แล้วก็ทำให้เพื่อนๆมีความสุข ก็เท่ากับผมทำให้คนมีความสุขมากขึ้น ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิต

Articles & Published Content

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง

นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง

SUNTCHAI WIROTSAENGTHONG, M.D.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย

วุฒิบัตร

แพทยสภา, ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

ชาย

Doctor Story

ตารางออกตรวจ

แผนกศัลยกรรม

วัน เวลา
จันทร์ 09:00 - 14:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ -
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ -
อาทิตย์ 10:00 - 13:00 เฉพาะสัปดาห์ที่ 1, 3 ของเดือน

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย