คุณเคยเจอคุณหมอยิงมุกใส่มั้ย?
– ทญ. มรกต กฤตย์กุลเจริญ –
ส่วนมาก คนจะชินกับการพบแพทย์สาขากระดูกและข้อที่เป็นผู้ชาย แต่ที่โรงพยาบาล BNH คุณอาจเห็นหมอผู้หญิงที่ยิ้มกว้าง คุยกับคนไข้อย่างกระตือรือร้น แถมออกแรงขันสกรูดามกระดูก ตัดเฝือก ได้ไม่แพ้หมอผู้ชาย นั่นคือ หมอเอิร์ธ พญ. ธนกฤตา สิริพัลลภ คุณหมอเฉพาะทางสะโพกและข้อเข่าเทียม ที่มีแพสชันในการเป็นหมอกระดูกมาตั้งแต่ตอนเรียนหมอ และไม่ปล่อยให้ข้อจำกัดทางร่างกายเป็นอุปสรรคในการทำตามแพสชันนั้น คุณหมอยังมีอีกหลายแพสชันในชีวิต ที่กลายเป็นต้นทุนซึ่งทำให้เธอเข้าใจคนไข้ ไปพร้อมกับบริหารชีวิตอย่างมีคุณภาพ
เด็กที่ชอบฟิสิกส์
หมอเอิร์ธเกิดในครอบครัวนักการตลาด ทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นอาจารย์ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชน ตั้งแต่เล็ก เธอก็ติดตามพ่อแม่ไปที่ทำงาน ได้ฟังหลักสูตรการตลาดในห้องเลคเชอร์ และทำให้เธอรู้ตัวว่าสนใจด้านนี้ แต่คงไม่ใช่ทางหากจะใช้ประกอบอาชีพ
“รู้สึกว่ามันต้องใช้ความครีเอทีฟมาก ๆ แต่เราชอบงานสายวิทย์มากกว่า”
เธอเรียนดีมาตั้งแต่อยู่มัธยมต้นที่โรงเรียนสาธิตฯ ปทุมวัน คนรอบตัวก็เชียร์ว่าเด็กเรียนดีควรไปต่อสายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วเธอก็ได้มาเป็นเด็กเรียนดีต่อในสายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจริง ๆ แล้วคนรอบตัวก็เชียร์ต่ออีกว่าเด็กเรียนดีควรไปเป็นหมอ แล้วเธอก็มาเป็นหมอ
“ตอนนั้นเราชอบวิชาในสายวิทย์ทั้งหมดเลย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ชอบเลขด้วย ชอบอังกฤษด้วย แต่ก็ยังไม่มีไอเดียว่าต้องเป็นหมอขนาดนั้น ที่จริงชอบฟิสิกส์ที่สุด แล้วชอบชีวะรองลงมา ตอนนั้นก็เลือกอยู่ว่าจะเป็นหมอหรือเป็นวิศวะ แต่เพื่อนสนิททั้งหมดเลือกเรียนหมอ แล้วเราก็ชอบงานที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนด้วย ก็เลยเลือกหมอ”
แม้ว่า นศพ.เอิร์ธ จะมาเรียนหมอโดยไม่ได้อินกับเนื้อหาโดยรวมมากนัก แต่เธออินกับเนื้อหาวิชากระดูกและข้อมาก ๆ อาจด้วยเป็นรายวิชาที่ต้องใช้ความรู้ฟิสิกส์ที่เธอชอบเยอะ แถมตอนเรียนในห้องผ่าตัด อาจารย์ผ่าตัดไป เปิดเพลงคลอไป นับเป็นสุนทรียะในงานหมอที่เธอติดใจ เธอเลยรู้ตัวทันทีว่าต้องเป็นหมอผ่าตัดให้ได้ โดยเฉพาะผ่าตัดกระดูก แม้ว่านี่จะเป็นสาขาที่นิยมในหมู่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
“ข้อจํากัดของผู้หญิงในการเรียนออร์โธมี 2 อย่าง หนึ่งคือสังคม ซึ่งเราไม่ติด ตั้งแต่ก่อนเรียนก็มีเพื่อนผู้ชายเยอะอยู่แล้ว รู้สึกว่าอยู่กับผู้ชายก็ชิลดี สองคือแรง แต่จริง ๆ เราชอบเล่นเวทมาตั้งแต่ก่อนสนใจเรียน พอต้องเรียนออร์โธ เราก็แค่ตั้งใจเล่นเวทมากขึ้น ไม่ใช่แค่ให้รูปร่างดี แต่ทำให้เรามีแรงด้วย”
ถึงกระนั้น หมอเอิร์ธก็ไม่ได้มั่นใจ 100% ในพละกำลังของผู้หญิง เธอเลยไปลองฝึกงานออร์โธหลายที่ตอนอยู่ปี 6 พอมั่นใจว่าทำได้แน่แล้ว ก็ไปสมัครเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
“แรก ๆ ก็งงกับภาษาอีสานมากเลย เราไม่เคยไปเที่ยวอีสานด้วยซ้ำ”
แต่พื้นฐานเธอเป็นคนอยู่ง่ายปรับตัวง่ายอยู่แล้ว ชีวิตที่ขอนแก่นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหมอเอิร์ธ นอกจากเรื่องภาษาที่ต้องใช้เวลาเกือบปีกว่าจะฟังคนไข้เข้าใจ
“ตอนนี้คือฟังได้แล้ว แต่ว่าไม่กล้าพูด เพราะสําเนียงเราไม่ดีเหมือนเขา”
5 ปีที่ขอนแก่น ทำให้คุณหมอได้รู้ว่าการผ่าตัดสะโพกและข้อเข่าเทียม คือศาสตร์ที่ต้องใช้ความเป็นฟิสิกส์สูง มีการประยุกต์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ในการทำข้อเทียม และผลลัพธ์ของการรักษาก็ถึงกับพลิกคุณภาพชีวิตคนไข้ได้เลย เธอจึงมาต่อเฉพาะทางต่อยอดในสาขานี้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
“เวลาที่คนไข้ขาเอียง แล้วเราผ่าเสร็จจนมันตรง พอผลเอกซเรย์มันสวย เราพอใจกับผลงานมาก ๆ แล้วเราชอบความรู้สึกนี้เมื่อได้ดูฟิล์มเอกซเรย์”
หลังจากเรียนจบแล้ว หมอเอิร์ธก็มาเริ่มงานที่แผนกกระดูกและข้อ โรงพยาบาล BNH ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอผูกพันเพราะเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้านที่เธอมาใช้บริการแต่เด็ก
“และพอเข้ามา ทุกคนก็ให้การต้อนรับดีมาก อยู่แบบครอบครัวจริง ๆ ดูแลเราอย่างดีตั้งแต่วันที่มาสัมภาษณ์ ไปห้องกินข้าวก็มีคนมาชวนคุยเต็มเลย ทุกคนดูอยากรู้จักเรา มนุษยสัมพันธ์ดีกันทุกคน ถ้ามีอะไรที่เราต้องการความช่วยเหลือ ก็ขอความช่วยเหลือจากอาจารย์เหล่านี้ได้ เพราะทุกคนดูจริงใจ ดูเป็นครอบครัวจริง ๆ”
หมอกระดูกสาว
ไม่บ่อยนักที่จะเจอหมอกระดูกที่เป็นผู้หญิง แต่บ่อยครั้งที่คนไข้ซึ่งมีปัญหาด้านกระดูกจะเป็นผู้หญิง และก็เป็นความจริงว่าคนไข้หลายคน โดยเฉพาะคนไข้ที่มีข้อจำกัดทางศาสนา รู้สึกสบายใจกว่าที่ได้รับการดูแลจากผู้หญิงด้วยกัน
หมอเอิร์ธเป็นผู้หญิงที่ชอบออกกำลังกายและมีพละกำลังมาก นอกจากเธอจะจัดการกับการผ่าตัดกระดูกได้ดีไม่แพ้ผู้ชายแล้ว เธอยังเป็นคนขยันหาความรู้ ทั้งความรู้ทางวิชาการและเทคนิคการผ่าตัด ด้วยวัยต้น 30 คุณหมอถือเป็นคนไฟแรงที่ทุ่มเทให้งานได้ 7 วันต่อสัปดาห์โดยไม่เหนื่อย แถมระหว่างนั้นยังช่วยอาจารย์ทำวิจัยอีก 4 เรื่องไปพร้อมกัน
“ถ้าเรามีแพสชันกับอะไร เราจะหาเวลาให้มันได้อยู่แล้ว ตอนเย็นเลิกงานก็นั่งทํา งานวิจัยมันสนุก ทําให้ได้ความรู้ใหม่ทั้งจากที่เราค้นพบเอง ทั้งข้อมูลในระดับโลก แล้วก็ดีกับการรักษาคนไข้ด้วย”
ตั้งแต่สมัยเรียน นศพ.เอิร์ธ มักเป็นคนทำสรุปเนื้อหาแจกเพื่อน ๆ ก่อนสอบ หากมีเคสผ่าตัดที่ไม่ใช่เคสของตัวเองมา เธอก็มักไม่เกี่ยงที่จะเข้าไปร่วมผ่าตัดด้วย อะไรก็ตามที่ทำให้เธอมีทักษะประสบการณ์มากขึ้น เธอมักอาสาไว้ก่อน
ในบรรดาเคสทั้งหลายที่หมอเอิร์ธเคยผ่านมือ เคสที่เธอประทับใจที่สุด คือการดามโลหะกระดูกสะโพกหักครั้งแรกสมัยยังเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทาง และเป็นเคสแรกที่เธอเป็นเจ้าของไข้เอง คนไข้เป็นหญิงชราที่ล้มจนสะโพกหัก หมอเอิร์ธ ก็ต้องดูแลตั้งแต่ปัญหากระดูกหัก รักษามวลกระดูกที่เป็นต้นเหตุของภาวะกระดูกพรุนซึ่งนำไปสู่สะโพกหัก ไปจนผ่าตัดดามโลหะกระดูกสะโพก ในที่สุดคุณยายก็กลับมาเดินได้ดี และเธอยังดูแลคุณยายต่อเนื่องเรื่องภาวะกระดูกพรุนต่ออีก 2 ปี เพื่อป้องกันคุณยายกระดูกหักอีกในอนาคตด้วย ซึ่งที่จริง นี่ไม่ใช่เคสที่ยาก แต่เป็นความประทับใจแรกที่คนไข้ได้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วยการดูแลของเธอเป็นหลัก
การดูแลของคุณหมอ สอดคล้องกับนโยบายการรักษาแบบ Complete Care ของโรงพยาบาล BNH ที่ดูแลสุขภาพครบถ้วนองค์รวมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไข้ ตั้งแต่การป้องกัน ยันการรักษา
“คนไข้มา เราต้องรักษาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่พอรักษาจบ มันไม่ใช่แค่นั้น มันต้องตรวจติดตามต่อเนื่อง แล้วผู้สูงอายุมักมาพร้อมกับหลายโรค เราก็ต้องช่วยคัดกรองเบื้องต้นด้วย และปรึกษาแพทย์แผนกที่เกี่ยวข้อง อย่างกระดูกสะโพกหัก มันไม่ใช่แค่ผ่า แต่ต้องหาด้วยว่ามีกระดูกพรุนหรือเปล่า ถ้าเขาล้มมาก็ต้องไปดูว่าล้มเพราะอะไร ตามีปัญหาหรือเปล่า ทรงตัวดีหรือเปล่า กลับบ้านไปญาติจะดูแลยังไง ถ้าเป็นบ้าน 2 ชั้น ขยับมานอนชั้นล่างดีไหม กินโปรตีนครบไหม เราจะได้พบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ Complete Care จึงทำให้การรักษามันเกิน 100% ซึ่งเรามองว่าดีมาก ๆ”
ความจริงใจ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่หมอเอิร์ธใช้ในการรักษาคนไข้ เธอจะปฏิบัติกับคนไข้เหมือนเป็นคนในครอบครัว อธิบายให้กระจ่างว่าทางเลือกในการรักษาแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ให้ความรู้คนไข้ให้มากที่สุด แล้วการตัดสินใจคือสิทธิของเขา
“เรามักจะคิดบทในหัวตลอดเลย ว่าจะอธิบายความรู้แบบนี้ให้คนที่ไม่ใช่หมอเข้าใจได้ยังไง อันนี้เราทํามาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะหากคนไข้มีความรู้ในแบบที่เรามี เขาจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าทางเลือกที่เราให้ไป เขาควรเลือกทางไหน และเขาจะยอมปฏิบัติตามคำแนะนำได้มากขึ้นด้วย ถ้าบอกว่าต้องกินยานะ ห้ามขาดนะ มันจะเหมือนแม่บ่นลูก แล้วสุดท้ายลูกก็ไม่เชื่อ แต่เราชอบให้ความรู้ว่าถ้าเขาไม่ทำ มันจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดียังไง”
หลังจบการรักษา หมอเอิร์ธมักเปิดฟิล์มเอกซเรย์โชว์ผลงานของเธอให้คนไข้ดูด้วยความภาคภูมิใจ แม้ว่าคนไข้ส่วนมากจะรู้แค่ว่าเขาอาการดีขึ้น โดยไม่ได้เข้าใจภาพที่เธอกำลังโชว์ให้ดูก็ตาม แต่คนไข้ก็รับรู้ถึงพลังบวกของคุณหมอ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและความใจเย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนไข้สบายใจเมื่อได้รับการดูแลจากหมอเอิร์ธ
“และเราสามารถเคลมได้เลยว่าไม่เคยตำหนิคนไข้เลย เรามั่นใจมาก”
คนที่ไม่ปฏิเสธโอกาส
“อาจารย์มักมองว่าเราเป็น Yes Man คือสั่งอะไรก็ทําหมด”
ตั้งแต่ประถม ด.ญ.เอิร์ธ คือเด็กเรียนที่มักสอบได้ที่หนึ่ง เธอจึงถูกส่งไปแข่งขันวิชาการบ่อย ๆ มันไม่มีปัญหาเลยหากเป็นวิชาที่เธอชอบ อย่างวิทย์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่หลายครั้งเธอก็ถูกส่งไปแข่งในเวทีที่ไม่ถนัด อย่างวิชาสังคม หรือประกวดมารยาท แต่เธอก็เอาหมด
เข้าเรียนมัธยม ด.ญ.เอิร์ธ เข้าร่วมวงโยธวาทิต รุ่นพี่ขอให้เธอมาช่วยฝึกรุ่นน้อง ต้องพาไปวิ่งแบบทหารด้วย แต่เธอก็ได้หมด
ในโรงเรียนแพทย์ อาจารย์แค่พูดลอย ๆ ว่ามีใครอยากทําวิจัยอันนี้มั้ย นศพ.เอิร์ธ ก็รีบยกมือ
ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย ยันไปใช้ทุนที่ ม.ขอนแก่น หากทางสถาบันต้องการจัดกิจกรรมอะไร ก็ได้หมอเอิร์ธรับผิดชอบตั้งแต่งานออแกไนเซอร์ หารถ หาคน หาสถานที่ หาซัพพลายเออร์ ไปจนงานหาสปอนเซอร์ ระดมทุนทำกิจกรรม
พอมาเรียนแพทย์เฉพาะทาง หากทางโรงพยาบาลจะมีจัดประชุมวิชาการอะไร หากทางอาจารย์เอ่ยถามหาคนช่วยจัดงาน หมอเอิร์ธมักรู้สึกว่าอาจารย์คงหมายถึงเธอ และเธอก็มักอยากลองทำอยู่แล้วด้วย เธอเลยได้อยู่ในทีมจัดงานตลอด
“จุดหนึ่งที่เราคิดว่าทําให้ตัวเองประสบความสําเร็จทุกวันนี้ ก็เพราะเป็น Yes Man นี่แหละ”
โตมากับดนตรี
หมอเอิร์ธโตมากับดนตรี เธอเริ่มเรียนเปียโนมาตั้งแต่เข้า ป.1 พอขึ้นมัธยมต้น ก็เป่าคลาริเน็ตให้วงโยธวาทิตของโรงเรียนไปจนจบมัธยมปลาย พื้นฐานด้านดนตรีที่เธอมีทำให้คุณหมอเล่นเครื่องดนตรีได้เกือบทุกชนิด เธอยังหัดเล่นแซกโซโฟนและกีตาร์จนเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่การไปร่วมวงดนตรีจริงจังก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจ ทุกวันนี้ เธอแค่เล่นเพื่อความบันเทิงเมื่ออยู่ตามลำพังเท่านั้น
พอเล่นเครื่องดนตรีได้หลายอย่าง เลยทำให้ฟังดนตรีได้หลายแนวไปด้วย ตั้งแต่เพลงคลาสสิค เพลงร็อกเฮฟวีเมทัล เพลงฮิปฮอป แล้วหลัง ๆ ก็เริ่มฝึกเพลงแร็ป
“พอเราเรียนเก่ง เพื่อนก็ชอบคิดว่าความจําดี พอไปกินข้าวกันแล้วก็มีเพลงขึ้น เราร้องตามได้หมดเลย แม้กระทั่งเพลงแร็ป เพื่อนก็ชอบบอกว่านี่เราเอาความสามารถพิเศษเรื่องจําเก่ง มาจําเพลงแร็ปด้วยหรือ”
มิตรภาพต่างวัย
ส่วนหนึ่งที่หมอเอิร์ธฟังดนตรีได้หลายแนว ก็เพราะเธอโตมากับบทเพลงที่คุณพ่อรุ่นเบบี้บูมเมอร์ชอบฟัง พอได้ซึมซับทุกวัน ก็ทำให้ชอบตามไปด้วย ดนตรีนี้เองที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเธอกับคนรุ่นพ่อแม่ พออาจารย์หมอเห็นว่าหมอเอิร์ธรู้จักเพลงจากยุคพวกเขา ก็พลอยเอ็นดูเธอไปด้วย
อัธยาศัยดีและความสนใจที่หลากหลาย ทำให้หมอเอิร์ธไม่มีปัญหาในการเข้ากับคนวัยเดียวกัน
“และเราเป็นคนชอบปาร์ตี้ ชอบสังสรรค์ด้วย เพื่อนเลยเยอะ แล้วก็จะมีเพื่อนของเพื่อนที่เป็น Gen Z ที่เราไปกับพวกเขาบ่อย คุยกับเขารู้เรื่อง เข้าใจเขา”
หมวกอีกใบของหมอเอิร์ธ คืองานสอนนิสิตแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งทั้งหมดคือคน Gen Z ที่มักเป็นโจทย์ใหญ่ของคนต่างวัยในการทำความเข้าใจบุคลิกนิสัยของคนกลุ่มนี้ แต่เพราะมีเพื่อนเป็นคน Gen Z ทำให้หมอเอิร์ธเข้าใจความคิดอ่านของลูกศิษย์ได้ดี
พอเข้าได้กับคนทุกวัย ก็ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย สิ่งที่คนรุ่นอื่นสนใจ หมอเอิร์ธก็สนใจด้วย จะคุยกันก็ง่าย เข้าใจกันก็ง่าย รวมถึงการพูดคุยกับคนไข้ซึ่งเลือกไม่ได้ว่าจะเจอกับคนรุ่นไหน
ปัจจุบัน พ่อแม่ของคุณหมอกำลังเข้าสู่วัยชราที่มีปัญหาด้านกระดูก ความรู้ที่เธอมีก็ได้ใช้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของพ่อแม่ และปฏิกิริยาของพ่อแม่ในการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลให้เธอเข้าใจผู้ป่วยสูงอายุ รวมถึงคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยด้วย
“อ่างอาบน้ำที่บ้านเราก็ทำไม่ให้ลื่น เพราะถ้าลื่นแล้วจะมีปัญหาเยอะ หลังของพ่อเริ่มมีปัญหา เราก็จะพาไปทำกายภาพเดือนละ 4 ครั้ง อยู่บ้านก็คอยอธิบายพ่อเอง แม่มีปวดเข่า เราก็แนะนําให้เปลี่ยนจากออกกําลังโดยการวิ่งไปว่ายน้ำแทน สอนแม่ทำโยคะในท่าที่เซฟเข่า ซึ่งเราก็เรียนเองจากยูทูป นี่ช่วยเขาได้เยอะมาก ต้องหมั่นพาพ่อแม่ไปตรวจมวลกระดูก เพราะอายุเขาถึงแล้วด้วย”
เคล็ดลับที่มีแรงเยอะ
ที่หมอเอิร์ธเป็นหมอกระดูกหญิงได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอมีแรงเยอะ และที่เธอมีแรงเยอะ ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำ
“เราเล่นเวททุกวัน ถ้าวันทำงานก็เล่นครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าวันหยุด ก็เล่นไปเลย 3 ชั่วโมงรวด”
หมอเอิร์ธเล่นเวทมาตั้งแต่เริ่มเรียนหมอ เเละมาเล่นจริงจังเมื่อย้ายไปอยู่ขอนแก่น เธอถึงกับซื้อบาร์โหนและเครื่องเล่นเวทส่วนตัวมาติดตั้งไว้ในห้องพัก เพื่อให้มีโอกาสเล่นเวทได้ทุกวันทุกเวลา และพอย้ายกลับกรุงเทพฯ ก็บริจาคเครื่องเล่นเวทให้หอพักแพทย์ที่นู่นไป เพราะคอนโดแทบทุกแห่งในกรุงเทพฯ มีเครื่องเล่นเวทในฟิตเนส
สาเหตุหนึ่งที่เธอชอบเล่นเวท เพราะมันเล่นไปดูหนังฟังเพลงไปด้วยได้ เธอจึงอยู่กับมันได้นาน แต่หากให้ผู้หญิงสายสปอร์ตอย่างหมอเอิร์ธไปออกวิ่ง เธอกลับทำไม่ได้นานเกิน 1 ชั่วโมง เพราะรู้สึกเบื่อเสียก่อน
ถึงอย่างนั้น กีฬาอันดับหนึ่งในใจเธอกลับไม่ใช่เวท แต่เป็นการเล่นเซิร์ฟ ที่หมอเอิร์ธหัดมาตั้งแต่เรียนจบแพทย์ แต่เธอก็หาโอกาสลงใต้ไปเล่นเซิร์ฟอยู่ริมทะเลกระบี่ ภูเก็ต พังงา ได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น
“เราชอบทะเลอยู่แล้ว น่าจะมาจากชอบว่ายน้ำ แล้วตอนเด็กพ่อแม่มีคอนโดอยู่ใกล้ทะเล เราก็ไปบ่อย ภูเขาก็ชอบ แต่ชอบทะเลมากกว่า ว่างก็ไปทะเลตลอด”
หมอเอิร์ธสนิทกับคนง่ายเพราะมักเปิดใจเรียนรู้ความชอบของคนต่างวัย รวมไปถึงอาจารย์แพทย์ที่สอนเธอสมัยอยู่โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งไม่ได้ให้แค่ความรู้และตัวอย่างในการดูแลคนไข้ แต่ยังพาเธอไปสู่ประสบการณ์สนุก ๆ อย่างการขี่จักรยาน
“อาจารย์ท่านชอบออกกำลังกาย มีไปปั่นจักรยานที่สนามสุวรรณภูมิ แล้วก็ทริปจักรยานต่างจังหวัด เราชอบทำกิจกรรมกับอาจารย์ ก็ไปด้วยหมดเลย”
เสื้อนักปั่น กางเกง หมวกกันน็อค รองเท้า ถุงมือ ฯลฯ หมอเอิร์ธซื้อเก็บไว้หมด ขาดแต่จักรยาน ซึ่งหากจะออกทริปกับอาจารย์ก็ต้องใช้จักรยานคุณภาพดี ปั่นเร่งความเร็วได้ ทำรอบได้ ทำระยะทางได้ ซึ่งมีราคาแพงตามมา จนเธอเลือกใช้วิธีเช่าจักรยานไปก่อน
“เรายังทำใจซื้อจักรยานเป็นแสนไม่ได้ เราอินกับกีฬาอย่างอื่นด้วย”
นักวางแผน
ถึงหมอเอิร์ธไม่ได้มีแพสชันกับการเรียนบัญชี แต่เธอมีแพสชันกับการบริหารเงิน
“ข้อดีอย่างหนึ่งที่มีพ่อแม่เป็นนักบัญชี คือเราต้องบริหารเงินเองแต่เด็ก อยากได้อะไรก็ต้องซื้อเอง ซึ่งอันนี้เราก็ต้องขอชมการเลี้ยงดูของพวกท่าน”
ตั้งแต่อยู่ประถม หมอเอิร์ธก็มีบัญชีเงินฝากในชื่อตัวเอง ได้แต๊ะเอียที หรือได้ของขวัญเป็นเงินที ก็เก็บเข้าบัญชีนี้ และหากเธออยากได้อะไรก็ต้องจัดการเองจากเงินในบัญชีนี้ พออายุครบ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว คุณพ่อของคุณหมอก็ชวนลงทุนครั้งแรกด้วยการซื้อคอนโด โดยคุณพ่อช่วยออกเงินส่วนหนึ่ง แล้วให้คุณหมอปล่อยเช่าเอง และบริหารต้นทุนทั้งการรีโนเวท การซื้อเครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงการปล่อยขายด้วยตัวเอง
ผ่านมาสิบปี รายได้จากคอนโดแห่งแรกกลายเป็นคอนโดรวม 3 แห่ง ที่เธอยังคงบริหารการปล่อยเช่าด้วยตัวเอง
ความไว้วางใจให้ลูกเรียนรู้ทักษะบริหารจากประสบการณ์ตรง ยังรวมถึงการวางแผนทริปครอบครัว ที่พ่อแม่ปล่อยให้เธอวางแผนเองมาแต่เด็ก แม้จะรู้ว่าหากผู้ใหญ่จัดการเองน่าจะประหยัดเงินได้มากกว่า แต่ประสบการณ์ที่ลูกได้ลองผิดลองถูก และเผชิญกับผลลัพธ์ด้วยตัวเองนั้นมีค่ากว่าเงินเหล่านั้นมาก
“ตอนประถมต้น พ่อแม่พาไปฮ่องกง เขาก็บอกเลยว่าทริปนี้ให้เราวางแผนทั้งหมด จะต้องลงสถานีไหน จะไปเที่ยวไหน จนโตขึ้น เวลาไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เราจะเป็นคนจัดการจองตั๋ว หาโรงแรม นําทางเพื่อน ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่เพื่อนยอมรับ”
“สมัยเป็นเด็ก กําลังใจคือสอบได้เกรดดีแล้วพ่อแม่ชม พอเรียนหมอแล้วเจอคนไข้จริง กําลังใจคือคนไข้ชม และเราก็จะได้รับคําชมมาตลอดว่ายิ้มเก่ง ขยันทํางาน ดูแลคนไข้ดี เวลาได้เห็นคนไข้ที่จากเดินไม่ได้ กลายเป็นเดินได้ มันรู้สึกดีมาก ถ้าผลเอกซเรย์กระดูกคนไข้หลังผ่าตัดออกมาสวย ก็ทำให้เราพอใจมาก และอยากทำงานต่อด้วย”
หมอเอิร์ธมีแพสชันในหลายเรื่อง แต่เธอมักยกให้งานกับคนไข้มาอันดับหนึ่ง และสารพัดแพสชันคือสิ่งที่เสริม Soft Skill ในการดูแลคนไข้ และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพเพื่อตัวเอง ที่สุดท้าย ก็วนกลับไปสู่คนไข้ เพราะหมอที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ จะดูแลคนไข้ได้ดีตามมา
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. ธนกฤตา สิริพัลลภ
THANAKRITA SIRIPULLOP, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
ความสนใจเฉพาะทาง
โรคข้อเสื่อม
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
การศึกษาหลังปริญญา
Hip and knee arthroplasty, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
orthopedic surgery, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประกาศนียบัตร
Higher graduate diploma program in clinical sciences, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ไทย
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
Ultimate Bone and Joint Care Centre
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | - |
| อังคาร | - |
| พุธ | 09:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 18:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 18:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 18:00 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 18:00 |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย