Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

กว่า 30 ปี บนเส้นทางรังสีวินิจฉัย ของ พญ. ศิริพร ลลิตอนันต์พงศ์ สาวน่านผู้รักหนังสือนิยาย และงานฝีมือ

พญ. ศิริพร ลลิตอนันต์พงศ์  –

หมอนาย พญ. ศิริพร ลลิตอนันต์พงศ์ เป็นคุณหมออารมณ์ดีประจำศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ โรงพยาบาล BNH ที่คร่ำหวอดอยู่กับวงการรังสีวินิจฉัยมาตั้งแต่ยุคที่สาขานี้ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย แม้ชีวิตในโรงพยาบาลคือการอ่านภาพเพื่อวินิจฉัย แต่ชีวิตนอกโรงพยาบาลของคุณหมอมอบให้กับสารพัดงานอดิเรกที่สร้างสมดุลให้กับงานแพทย์  และเธอก็เป็นหมอที่ไม่ค่อยเจอคนไข้ แต่คนไข้ถึงกับสวมกอดเพราะประทับใจ

สาวเหนือในห้องสมุด

หมอนาย เป็นสาวชาวเหนือจากจังหวัดน่าน ซึ่งเมื่อกว่า 40 ปีก่อนนั้น ในเมืองยังสงบเงียบ มีรถยนต์เพียงน้อยนิด ยามเช้า ด.ญ.นาย จะถีบจักรยานไปโรงเรียน เย็นถีบจักรยานไปบ้านเพื่อน  แต่ตามขุนเขานอกเมืองที่ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ตอนนั้นก็ยังเป็นแหล่งซ่องสุมของขบวนการก่อการร้าย จนคนท้องถิ่นไม่ได้มีที่ไหนให้ไปมากนักในวันเสาร์อาทิตย์ ตัวนายก็เช่นกัน วันหยุดเธอจึงมักถีบจักรยานไปห้องสมุดประชาชน อยู่กับหนังสือนิยายไปทั้งวัน

 

จะว่าไปก็ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากมาเป็นหมอ

 

“เราเป็นคนกลัวเลือดกลัวเข็ม ที่จริงตอนแรกก็ไม่ได้อยากเป็นหมอ อยากเป็นครูอนุบาลมากกว่า”

 

นายชอบความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กเล็ก ๆ พอมาเจอการสอนอันน่าประทับใจของคุณครูสมัยประถม เธอเลยฝันอยากเป็นคุณครูอนุบาลบ้าง

 

แต่ด้วยความที่รักการอ่าน ขยันเรียนหนังสือมาแต่เด็ก นายจึงมีผลการเรียนเป็นลำดับต้น ๆ ของชั้น ในสมัยนั้นมีค่านิยมว่าคนเรียนดีจะต้องเป็นหมอ แล้วประจวบเหมาะกับที่ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเปิดรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก โดยให้โควตาเด็กเรียนดีจากภูมิภาค นายก็สอบผ่านได้เป็น 1 ใน 7 คนจากภาคเหนือ เข้าไปเป็นนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก

“ปี พ.ศ.2528 เป็นรุ่นแรกเลย ไม่มีรุ่นพี่ เขาให้คณะวิทยาศาสตร์มารับน้องช่วยดูแลเรา รุ่นหมอมี 40 คน อยู่หอด้วยกัน ก็จะสนิทกันค่อนข้างมาก เรียนตรงสุขุมวิท 23 สมัยนั้นยังไม่มีอะไรเลย พอปี 3 ย้ายมาเรียนที่วชิรพยาบาล เป็นนักเรียนแพทย์รุ่นแรกที่ไปอยู่ตรงนั้น อาจารย์เขาก็ตื่นเต้นที่มีนักเรียนมาให้สอนเป็นรุ่นแรก”

 

ในตอนนั้น นศพ.นาย จึงได้เรียนจากอาจารย์หมอของวชิรพยาบาล ที่ก่อนหน้ามีแต่นักศึกษาพยาบาล และอาจารย์หมอจากโรงพยาบาลศิริราช และรามาธิบดี ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาสอนให้คณะแพทย์เปิดใหม่

 

ชีวิตในกรุงเทพฯ ที่ต่างกับน่านบ้านเกิดแบบคนละเรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับนาย อาจเพราะเพื่อนส่วนมากเป็นนักเรียนโควต้าจากทั่วประเทศ เธอจึงรู้สึกเข้ากับสังคมใหม่ได้ดี พักหอเดียวกัน เดินมาเรียนพร้อมกัน แล้วก็ช่วยเหลือปรับตัวไปด้วยกัน

 

“ที่ท้าทายคือเรื่องเรียน เรียนจนเหนื่อย สอบอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ขนาดเราคิดว่าตั้งใจเรียนระดับหนึ่ง แต่มาเรียนหมอนี่มันหนักจริง หนักมาก แต่จากที่เราเห็นเลือดไม่ไหว ไม่กล้าตัดสินใจ พอเวลามาเรียน เขาสอนเราทีละนิด ๆ ให้กลายเป็นผู้นํา มันก็ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมา”

หมอรังสียุคบุกเบิก

เรียนจบแพทย์แล้ว หมอนายได้ไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดค่อนข้างใหญ่ คนไข้หลายคนก็เชื่อมือหมอ เลือกมาที่โรงพยาบาลนี้เลยโดยไม่ผ่านโรงพยาบาลชุมชน งานในมือจึงเยอะมาก ประสบการณ์ 1 ปีนั้น หมอนายได้ทำทุกอย่างเท่าที่จะนึกออก ตั้งแต่งานดูแลคนไข้ ผ่าตัด ชันสูตรศพ จนไปเป็นพยานขึ้นศาลในเคสชันสูตร

ตลอด 1 ปี ของการใช้ทุน หมอนายต้องวิ่งวนรอบโรงพยาบาลตลอด เลยเป็นเหตุผลให้เธอมองหาสาขาเฉพาะทางที่ได้ทำงานตรงกันข้าม เธอจึงเลือกเรียนต่อด้านรังสีวินิจฉัย

“แพทย์เอกซเรย์ยุคนั้นเป็นสาขาขาดแคลน และการตรวจวินิจฉัย เช่น CT scan ก็ไม่ได้เร็วเหมือนสมัยนี้ด้วย คนไข้คนนึงใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าภาพจะออกมา คืนนึงหากมีสัก 10 เคส หมอก็ทำถึงเช้าแล้ว หลังเรียนจบรังสีวินิจฉัยแล้วมาต่อเฉพาะทางต่อยอดสาขารังสีระบบประสาทเพราะอาจารย์หัวหน้าภาคชวนไว้ ท่านกำลังทําโปรเจกต์วิจัยเกี่ยวกับคนไข้ระบบประสาท ระหว่างทำโปรเจกต์ เราก็วนเรียนพวก CT Scan, MRI แล้วก็การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด”

แพทย์รังสียุคก่อนจะต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นด้วย เพราะในงานวินิจฉัย เขียนด้วยลายมือไปมีสิทธิ์ที่คนอื่นจะอ่านไม่ออก 

“หมอก็ใช้พิมพ์ดีดต๊อกแต๊กนั่นแหละ แล้วค่อยมาเป็นเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า และเปลี่ยนเป็นคอมพิวเตอร์”

หมอนายจบเฉพาะทางต่อยอดแล้วก็ทำงานที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ต่ออีก 8 ปี ซึ่งสาขารังสีวินิจฉัยด้านระบบประสาทจะเน้นการใช้เครื่อง MRI เป็นหลัก  ในยุคนั้น เทคโนโลยีนี้ยังใหม่มากและมีใช้แค่ในโรงเรียนแพทย์กับโรงพยาบาลใหญ่ ๆ หมอนายจึงนับเป็นแพทย์รุ่นแรก ๆ ที่ได้วินิจฉัยคนไข้ด้วยเครื่อง MRI 

ระหว่างอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เธอก็มาเป็นแพทย์นอกเวลาที่โรงพยาบาล BNH ไปด้วย ก่อนย้ายมาประจำที่โรงพยาบาล BNH ในที่สุด

“ชีวิตที่นี่ก็เกือบ 20 ปีได้แล้ว เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 เรารักกันดี เป็นกันเอง ทำงานก็เลยทั้งสะดวกทั้งสบายใจ เพราะมีอะไรที่สงสัยเราก็คุยกัน กับหมอในแผนกเราก็ช่วย ๆ กันทำงาน ปรึกษากันได้ หมอเลยมองว่ามันเหมือนครอบครัว”

หมอรังสีวินิจฉัย มีความสำคัญมากต่อการมอบ Complete Care การดูแลแบบบูรณาการครบถ้วนรอบด้านตามนโยบายของโรงพยาบาล BNH  ในภาพภาพหนึ่ง หมอนายจะไม่ได้มองแค่อวัยวะที่มีปัญหาตามที่แพทย์เจ้าของไข้ส่งมา เพราะบางทีปัญหาที่แท้จริงมันอาจมาจากส่วนอื่น

“คนไข้เดินมาหาเรา เราก็ต้องพยายามหาคำตอบให้ได้มากที่สุดเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค ต้องมีความรู้หลายด้าน เพราะบางทีคนไข้มาหาเราตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย อาจมาแค่ตรวจสุขภาพโดยยังไม่มีอาการ หรือมีอาการมาแล้ว เราก็ต้องดูว่าจะไปทางไหน ปวดท้องมาแล้วมันจะกลายเป็นอะไรได้บ้าง เราเป็นคนให้คําตอบเบื้องต้น”

หมอรังสีอาจมีช่วงเวลาที่ได้คุยกับคนไข้แค่ระหว่างการทำอัลตราซาวด์ที่ต้องอยู่กับคนไข้ราว 10-20 นาที ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คนไข้จะกังวล ระหว่างนั้น คุณหมอนายที่มีสามีเป็นจิตแพทย์ และเข้าใจวิธีการพูดคุยให้คนไข้สบายใจขึ้น ก็จะพยายามดูแลด้านจิตใจของคนไข้ด้วย  

“มีอยู่เคสหนึ่ง คนไข้เป็นมะเร็ง หมอก็คุยกับเขาให้ทําใจให้สบาย ถ้าเราไปเครียดไปกังวลก่อน บางทีความเครียดนี่แหละจะทําให้โรคมันรุนแรงขึ้น พออัลตราซาวด์เสร็จปุ๊บ เขาก็มากอดเรา บอกว่ามีแต่คุณหมอนี่แหละที่พูดให้กําลังใจ”

หนอนนิยาย

การอ่านทำให้เรียนดี เมื่อเรียนดีก็มีอนาคต จุดเริ่มต้นอาชีพหมอของหมอนายเองก็เริ่มมาจากการรักการอ่านในวัยเด็ก

“สมัยเด็กชอบอ่าน เห็นอะไรอ่านไปหมด แม้แต่กระดาษหนังสือพิมพ์ที่แกะมาจากถุงกล้วยแขกอะไรพวกนี้เราก็อ่าน”

พอเริ่มโตหน่อย ด.ญ.นาย ก็ได้เข้าถึงนิตยสารสตรีสาร สกุลไทย พออ่านได้เก่งขึ้นก็มานิยาย ตั้งแต่อยู่ประถมเธอก็ไปยืมหนังสือมาจากห้องสมุดประชาชน

“เรื่องแรกที่อ่านคือปลาบู่ทอง กินข้าวก็อ่าน ทำอะไรก็อ่าน จนพ่อบอกว่ากลัวจะเสียผู้เสียคนเพราะไม่อ่านหนังสือเรียน บางทีพ่อก็ขู่ว่าจะเอาหนังสือไปเผา ผู้ใหญ่อาจไม่รู้ว่าเด็กที่ชอบอ่านนิยาย จะอ่านหนังสือเรียนด้วย”

หากกล่าวถึงนักเขียนชั้นครูของไทยระดับตำนาน ไปจนถึงนักเขียนยุคหลัง ๆ ล้วนผ่านตาหมอนายมาแล้วทั้งสิ้น เธอถึงกับบอกว่าเคยซื้อหนังสือเก็บจนต้องเลิกซื้อเพราะไม่มีที่ให้เก็บแล้ว จนตอนนี้ก็หันมาอ่านใน Kindle แทน

“เมื่อก่อนก็ซื้อ e-book มาอ่านในไอแพด แล้วมันปวดตามาก ลูกก็เลยซื้อ Kindle ให้ ไปอ่านในนั้นไม่ปวดตาดี”

งานฝีมือ ไมโครโฟน และไม้เลี้ยง

วิชาการเรือนในสมัยเด็ก เป็นวิชาที่ ด.ญ.นาย มักทำได้ดี พอมาเรียนหมอแล้วเครียดเรียนหนัก เธอก็รื้อฟื้นวิชาโครเชต์ที่เคยผ่านมือมาตั้งแต่เด็กมาช่วยบรรเทาความเครียด เธอซื้อหนังสือมาเป็นแบบ จนวันนี้ก็เปิดยูทูบดูแล้วทำตาม ทำงานพวกพวงมาลัย ทำดอกไม้จากไหมพรม

 

  “หมอชอบพวกงานฝีมือ ทำหมดยกเว้นวาดรูปเพราะวาดไม่สวย สมัยอยู่ รพ.จุฬาฯ มีไปลงคอร์สเรียนปั้นดินญี่ปุ่นด้วย ไปเห็นงานที่เขาแสดงแล้วคิดว่ามันสวยจังเลย แล้วเราก็ปั้นดอกกล้วยไม้เอามาวางในห้องพักแพทย์”

 

คุณหมอเคยชื่นชอบการปักครอสสติตช์ด้วย เธอเคยปักปลอกหมอน ผ้าปูโต๊ะ แต่ก็ต้องเลิกไปด้วยปัญหาสายตา

อีกวิธีคลายเครียดของหมอนายคือการได้จับไมค์ร้องเพลง

 

“สมัยเด็กมีวิชาร้องเพลง คุณครูก็ชมว่าเราเสียงดี ก็เลยบ้าจี้มาแต่นั้น”

 

ตั้งแต่เด็กจนโต หมอนายก็เลยมักได้ขึ้นเวทีร้องเพลง ไม่ว่าจะมีงานโรงเรียน งานคณะ งานโรงพยาบาล  เธอถนัดร้องเพลงลูกทุ่งกับลูกกรุงที่คุ้นชินมาแต่เด็ก ในวันว่าง คุณหมอก็จะเปิดคาราโอเกะกับสามีร้องเพลงอยู่บ้านคลายเครียดด้วย

 

ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หมอนายยังค้นพบงานอดิเรกใหม่ คือการปลูกต้นไม้ 

 

“เริ่มตั้งแต่กล้วยไม้ มากระบองเพชร มากุหลาบ กระบองเพชรนี่ สามีถึงกับบอกว่าบ้านจะกลายเป็นทะเลทรายอยู่แล้ว แต่นี่แหละความสุข ทำชีวิตให้ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก”

“เราอยากให้งานรังสีวินิจฉัยสามารถนําไปดูแลคนไข้ได้ถูกต้อง งานของเรามันเหมือนกับเงา เป็นการเอาตรงนั้นตรงนี้มารวมกันเพื่อวินิจฉัย เราก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด คนไข้มาหาเราที่โรงพยาบาล เราก็พยายามทำให้เต็มที่เหมือนกับเขาเป็นญาติคนหนึ่ง”

 

อาจไม่ได้เจอกับคนไข้มากนัก แต่หมอนายก็คือส่วนเล็ก ๆ ที่สำคัญมากในการทำให้การรักษาไปถูกทาง และปูทางสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไข้

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

พญ. ศิริพร ลลิตอนันต์พงศ์

ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์

สาขาเฉพาะทาง

รังสีวิทยาทั่วไป

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– วุฒิบัตรสาขารังสีวิทยาทั่วไป, 2538


– Clinical Fellowship in Neuroradiology, Chulalongkorn University, 1997
– แพทย์ประจำบ้าน สาขา รังสีวิทยาทั่วไป, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538
– แพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2534

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 07:30 – 15:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
อังคาร 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
พุธ 07:30 – 17:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
ศุกร์ 08:00 – 19:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
อาทิตย์ 07:30 – 13:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์