Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

นพ. เสกสรรค์ กิตติวนกุล หมอรังสีวินิจฉัยที่เคยอยู่ญี่ปุ่น และอดีตนักเรียนสัตวแพทย์ที่กลัวสัตว์

หมอรังสีวินิจฉัยที่เคยอยู่ญี่ปุ่น

นพ. เสกสรรค์ กิตติวนกุล

หากคุณเคยเข้าห้องเอกซเรย์ ก็อาจสงสัยว่าที่นี่มีหมอประจำด้วยหรือ หากคุณเคยทำ CT Scan ก็อาจสงสัยว่าทำไมได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นคุณหมอ หากคุณผ่านการอัลตร้าซาวด์ ก็คงเป็นกระบวนการทางรังสีวินิจฉัยเดียวที่ได้เห็นแพทย์เฉพาะทางด้านนี้มาปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งหน้า แต่บทบาทที่สำคัญของ นพ. เสกสรรค์ กิตติวนกุล แพทย์รังสีวินิจฉัยประจำศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ โรงพยาบาล BNH คือการแปลความหมายของภาพที่ได้จากขั้นตอนเหล่านั้นเพื่อวินิจฉัย เป็นงานปิดทองหลังพระของหมอที่คนไข้ไม่ค่อยรู้ว่ามีตัวตน แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการกำหนดทิศทางการรักษา

 

และหมอที่คนไข้ไม่รู้ว่ามีตัวตนนี้ ก็อยากให้คนไข้ได้รู้จักเขาในฐานะของอีกแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทเพื่อให้คนไข้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คุณครูวานให้ ด.ช.เสกสรรค์ ชั้น ป.2 ไปตามเพื่อน ๆ มาช่วยจัดโต๊ะงานวันลอยกระทง มันเป็นช่วงพักกลางวันที่เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน และเพื่อนกลุ่มหนึ่งก็กำลังเล่นฟันดาบโดยใช้ไม้บรรทัดพลาสติกแทนของเล่น แล้ว ด.ช.เสกสรรค์ ก็วิ่งเข้าไปกลางวง

 

แล้วฉับ ภาพก็ตัดไปที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเขามีเลือดออกข้างในลูกตาดําจากการที่ไม้บรรทัดของเพื่อนพลาดมาโดน ตลอดหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ด.ช.เสกสรรค์ ก็ได้แต่นอนปิดตาข้างหนึ่งอยู่ที่โรงพยาบาล อันที่จริงอาการของเขาก็ไม่ได้หนักหนามาก แต่เพราะเป็นเด็ก และดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางเสี่ยงต่อความสูญเสีย แพทย์เลยไม่ไว้ใจให้เขาออกไปอยู่ไกลตา 

“ระหว่างนั้นเราก็เห็นทั้งคนไข้ในแผนกตาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย เห็นทั้งการทํางานของแพทย์ และพยาบาล นี่คงเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้เราอยากจะมาเรียนหมอ”

สมัยอยู่ ม.5 เสกสรรค์เคยไปแลกเปลี่ยนในโครงการของสโมสรโรตารีที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่ 1 ปี เขาอาศัยในบ้านของโฮสต์แฟมิลี่ชานเมืองโตเกียว ต้องขี่จักรยานไปสถานีรถไฟ แล้วนั่งรถไฟไปโรงเรียนทุกวัน

“เราเปลี่ยนโฮสต์แฟมิลี่ไป 7 บ้านในหนึ่งปี ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเรานะ แต่ทุกที่อยากให้เราไปอยู่ด้วย ก็เลยได้อยู่แต่ละที่แค่ประมาณ 2 เดือน ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อแม่ที่ลูกจบมหาลัยแล้ว พ่อแม่เลยเหงา”

 

ถึงไม่ใช่เรื่องบังคับที่ญี่ปุ่น แต่ชมรมหลังเลิกเรียนก็เป็นสิ่งที่เด็กนักเรียนกว่าครึ่งเข้าร่วม ไหน ๆ มาอยู่ต่างแดนแล้ว เขาก็เลยลองตามไปด้วย โดยเลือกร่วมชมรมยิงธนู

“ที่จริงมันก็ไม่ได้สนุก มันเป็นเหมือนฝึกสมาธิ ฝึกความเป็นระเบียบมากกว่า ครึ่งปีแรก เขาให้ซ้อมเฉพาะท่าให้ถูกก่อนโดยยังไม่ให้ยิงเป้า แต่สุดท้ายเราก็มาแอบยิงนอกรอบตอนที่ไม่มีรุ่นพี่ดูอยู่”

 

การจะผูกมิตรกับใครที่ญี่ปุ่นก็เป็นเรื่องยากแสนยาก เพราะนักเรียนส่วนมากไม่ใช้ภาษาอังกฤษ เสกสรรค์เองในช่วงแรกที่ยังไม่ได้ภาษา เขาก็ได้แต่กางพจนานุกรมสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นเอา เพราะเมื่อ 30 ปีก่อนยังไม่มีสมาร์ทโฟนให้ใช้ Google Translate  ยังดีที่เขามีนักเรียนมหาลัยที่เคยไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ และสื่อสารภาษาอังกฤษได้ มาชวนเขาทำนู่นทำนี่

ผ่าน 1 ปีในประเทศญี่ปุ่นที่เสกสรรค์ต้องรับผิดชอบตัวเองให้มาก อยู่กับวัฒนธรรมที่แตกต่างให้ได้ และมีวินัยขั้นสุดแบบที่คนญี่ปุ่นเป็น บทเรียนที่สร้างเขาให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในวันนั้นยังมีประโยชน์ถึงวันนี้ แถมเขายังคิดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นหมอรักษาคนไข้นานาชาติ รวมถึงชาวญี่ปุ่นด้วยในอนาคต

คนกลัวสัตว์

1 ปีที่หายไปอยู่ญี่ปุ่น เสกสรรค์ไม่ได้กลับมาเรียนซ้ำชั้น แต่เขาใช้วิธีสอบเทียบเอา เขายังคงอยากเรียนในสายงานแพทย์ และสอบเข้าได้ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

“ตอนแรกคิดว่าถ้าไม่ได้รักษาคน ก็รักษาสัตว์ก็ได้ คิดว่าตัวเองน่าจะชอบสัตว์ แต่กลายเป็นว่าเราเข้าใจผิดเพราะชอบดูสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ แล้วคิดทำปศุสัตว์ ทั้งที่ปกติก็ไม่จับสัตว์ ไม่จับหมาแมวเลย ในขณะที่เพื่อน ๆ ยอมจูบหมา รักสัตว์มาก”

 

เนื้อหาวิชาในช่วงปีแรกในคณะสัตวแพทยศาสตร์ นิสิตจะได้เรียนรายวิชาพื้นฐานเช่นเดียวกับคณะอื่นในกลุ่มสายงานด้านสาธารณสุข เสกสรรค์จึงยังไม่ได้สัมผัสสัตว์มากนัก จนกระทั่งเขาต้องไปร่วมกิจกรรมรับน้องในฟาร์ม

 

“พื้นที่ 3-4 ไร่ มีแกะ 100 ตัว แล้วเขาก็ให้คน 20 คน ไปไล่ต้อนแกะ แล้วแกะมันก็วิ่งไปทั่วเลย”

 

และอีกงานที่ต้องไปออกค่ายสาธารณสุขที่ต่างจังหวัดร่วมกับคณะอื่นในสายนี้

 

“เพื่อนก็ลากเราไปฉีดวัคซีนไก่ ไก่มันก็รวม ๆ กันอยู่ในกรงใหญ่ ๆ เขาก็ให้เราเอาไก่ออกมา  จากจับแกะยันจับไก่ เราก็รู้ตัวว่าไม่ใช่ทางแล้ว”

 

ปีถัดมา เสกสรรค์ก็กลายเป็นนิสิตแพทย์ปีหนึ่ง ในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผ่านการทดลองงานดูทางที่ชอบในวอร์ดต่าง ๆ จนครบ ได้คุยกับคนไข้ ได้อยู่เวร ได้ค้นพบความถนัดและไม่ถนัดในแต่ละงาน แล้วเขาก็เลือกทางที่อยากไปต่อได้ในปี 6

 

“เราชอบเล่นเกมจับผิดรูป ก็เลยคิดว่างานเอกซเรย์น่าจะเหมาะกับเรา”

หมอในห้องมืด

หมอเสกสรรค์คิดว่าตัวเองคุยไม่เก่ง ทั้งที่สมัยเด็กเขาเคยคุยเก่งจนถูกคุณครูดุมาแล้ว

 

“ช่วงประถมนี่ คุณครูจะเขียนในสมุดพกว่าเป็นคนช่างพูด แต่จุดเปลี่ยนคงเป็นช่วง ป.5 ในคาบเรียน คุณครูให้วาดรูปอาชีพในฝัน 10 อาชีพ ระหว่างที่วาดรูปนั้นเราก็คุยกับเพื่อนทั้งคาบเลย แต่ว่าก็วาดรูปไปด้วย หมดคาบเลยโดนคุณครูตำหนิหน้าห้อง  ส่วนตอน ป. 1 ก็พูดมากจนโดนลงโทษให้ไปยืนกระต่ายขาเดียวคาบไม้บรรทัดหน้าห้อง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปเลย ต้องคิดให้มากขึ้นก่อนที่จะพูด”

 

เขาก็อยู่กับความคิดว่าตัวเองพูดไม่เก่ง และเป็นสายอินโทรเวิร์ตมาตลอด จนมาเลือกสาขา เขาก็ยังเลือกสาขารังสีวินิจฉัยที่แทบไม่ต้องชวนคนไข้คุย

แต่สมัยไปใช้ทุนในโรงพยาบาลชุมชนที่จังหวัดอยุธยา มีคนไข้โรคทางลำไส้ที่เขาดูแลประจำต้องกลับมานอนที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แล้วอยู่ ๆ คนไข้ก็ปฏิเสธการทานข้าว ภรรยาเขาเลยไปตามหมอเสกสรรค์มาคุยด้วย คุยไปคุยมา คนไข้ก็อารมณ์ดีขึ้น แล้วกลับไปยอมทานข้าว นั่นเป็นเพียงเคสหนึ่งที่ช่วยปลุกความมั่นใจในการปฏิสัมพันธ์ของคนไข้ของเขา

 

“ตอนเราไปจ่ายภาษีที่อําเภอ ก็มีเจ้าหน้าที่สรรพากรมาทักว่านี่หรือหมอเสกสรรค์ ที่คนเขาชมกันว่าเก่ง ทั้งที่เราก็คิดว่าตัวเองเป็นแค่หมอจบใหม่ เขาให้ทำงานก็ทําไป แต่มันก็เปลี่ยนความคิดที่เรามีกับตัวเองเหมือนกัน เพราะปกติ ถ้ากับคนไม่สนิท เราก็จะไม่ได้คุยมาก”

พอมาเรียนต่อด้านรังสีวินิจฉัย งานส่วนมากที่ได้คุยกับคนไข้คือช่วงระหว่างการทำอัลตร้าซาวด์ที่ต้องใช้เวลานาน แต่เขาก็ต้องสังเกตอาการคนไข้ก่อนด้วยว่าพร้อมจะคุยไหม เพราะข้อมูลเกี่ยวกับโรค แพทย์เจ้าของไข้จะเป็นผู้ประสานงานมาอยู่แล้ว และคนไข้บางรายก็อยากนอนเงียบ ๆ มากกว่า

 

“ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครจำเราได้หรอก แต่ก็มีนะที่เราไปออกกําลังกายที่ยิม แล้วก็มีญาติคนไข้จําเราได้ มีครั้งหนึ่งมีคนไข้โรคมะเร็งลําไส้มาขอบคุณที่เราเป็นคนทำอัลตร้าซาวด์ แล้วทําให้เขาเจอมะเร็ง เราก็ประทับใจนะที่เขาจำได้ทั้งที่อยู่ในห้องอัลตร้าซาวด์มืด ๆ ด้วยกันแค่แป๊บเดียว”

 

ปัจจุบันหมอเสกสรรค์ทำงานที่โรงพยาบาล BNH มากว่า 10 ปีแล้ว

 

“ที่ประทับใจที่สุดที่นี่คือเพื่อนร่วมงานดี ด้วยขนาดของโรงพยาบาลที่ไม่ใหญ่เกินไปด้วย ทำให้คุยกันง่าย ส่งต่อเคสก็ง่าย ยิ่งเราเป็นงานรังสีที่ต้องทำงานร่วมกับแผนกอื่นประจำ”

ในฐานะแพทย์ที่มีหน้าที่หาความผิดปกติในร่างกาย บางครั้งที่คนไข้มาตรวจปัญหาอย่างหนึ่ง แต่ถ้าการงานรังสีสามารถหาความผิดปกติอีกอย่างจากการตรวจเพียงครั้งเดียว หมอเสกสรรค์ก็มักทำควบคู่ไปด้วยกันเพื่อให้คนไข้ได้รับ Complete Care การดูแลแบบบูรณาการครบถ้วนรอบด้าน

อย่าง 2C1U ที่เป็นการทำ CT Scan ดูหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจและปอด แล้วก็อัลตร้าซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ เราก็จะทำอัลตร้าซาวด์ไทรอยด์ไปด้วยกันเลย ซึ่งปกติเขาจะแยกกันทำ แต่เราแถมให้ แล้วประโยชน์ที่ได้มันก็อยู่ที่คนไข้ ผลพลอยได้ทำให้เราเจอมะเร็งไทรอยด์ประมาณ 40 เคส หลังจากตรวจอัลตร้าซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอมาราว 4,000 เคสใน 6 ปี ก็ถือว่าเจอเยอะ เพราะว่าคนไข้ทุกคนไม่มีอาการ และขนาดเล็กสุดที่เจอก็แค่ 3 มิลลิเมตรบางรายพบการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอ

 

ส่วนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดด้วยรังสีขนาดต่ำ (CT Chest Low Dose) พบมะเร็งปอดในคนที่ไม่มีอาการทางปอด ประมาณ 50 ราย  พบว่า 2 ใน 3 ของมะเร็งปอดที่เจอ เป็นระยะที่ 1 หรือ 2 ซึ่งสามารถผ่าตัดได้ และตอบสนองต่อการรักษาได้ดี  คนไข้หลายรายหายขาดและไม่พบมะเร็งปอดใหม่หรือภาวะมะเร็งลุกลาม  นอกจากมะเร็งปอดที่พบแล้ว การตรวจ CT Chest Low Dose ยังพบมะเร็งที่อวัยวะอื่นนอกปอด  ประมาณ 28 ราย เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งไต, มะเร็งตับ

“ความสุขของเราคือการที่ได้ช่วยวินิจฉัยคนไข้ได้อย่างถูกต้อง ทำให้เขารับการรักษาได้ถูกทาง ทั้งเรา ทั้งแพทย์เจ้าของไข้ ทั้งคนไข้และคนใกล้ตัวเขาก็มีความสุขไปด้วย เราชอบที่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น”

 

แพทย์รังสีวินิจฉัยอย่างหมอเสกสรรค์อาจไม่ใช่แนวหน้าในการดูแลรักษาคนไข้ แต่ก็เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ Complete Care นั้นสมบูรณ์อย่างแท้จริง ช่วงเวลาสั้น ๆ และสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่น่ากังวลของคนไข้ระหว่างรอรับการรักษาให้มีกำลังใจขึ้นมาได้

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

นพ. เสกสรรค์ กิตติวนกุล

ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์

สาขาเฉพาะทาง

สาขา รังสีวิทยาวินิจฉัย

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– Radiology
– Ultrasound
– CT
– MRI
– Mammogram
– Aspiration/biopsy under ultrasound


– 2008-present Radiologist in Samitivej Srinakarin hospital
– 2010-present Radiologist in BNH hospital


– Thai Board of Diagnostic Radiology, Chulalongkorn University (2007)


– 2005 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University


– 2010 Thai Board of Diagnostic Radiology

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 13:00 – 19:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
อังคาร 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
พุธ 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
ศุกร์ 07:30 – 17:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
เสาร์ 07:00 – 18:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
อาทิตย์ 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์