คุณเคยเจอคุณหมอยิงมุกใส่มั้ย?
– ทญ. มรกต กฤตย์กุลเจริญ –
หมอแพรว พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย คุณหมอโรคทางเดินอาหารและตับ ประจำศูนย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาล BNH
จากความฝันในวัยเด็กสู่อาชีพแพทย์ในวันนี้
“อยากเป็นหมอแต่เด็กเลยค่ะ”
“ตอนเด็กหมอป่วยบ่อยค่ะ ทำให้ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ก็จะมีคุณหมอท่านหนึ่งที่หมอไปตรวจกับเขาตลอดเลยตั้งแต่เกิดจน 10 ขวบ เท่าที่จำความได้คุณหมอท่านนี้เป็นคนใจดี น่ารัก อัธยาศัยดี ก็สนิทกับทางบ้านด้วย มีวันนึงตอนนั้นเราอายุประมาณ 4-5 ขวบ คุณแม่เล่าว่าอยู่ๆก็เดินไปบอกคุณหมอว่าโตขึ้นจะเป็นแบบคุณหมอค่ะ ก็ตลกดี”
ทางครอบครัวของหมอแพรวมีส่วนสนับสนุนให้เธอเป็นหมอ เนื่องจากทั้งฝั่งคุณพ่อและคุณแม่เป็นครอบครัวคนจีน มีอาชีพค้าขาย ไม่มีใครเป็นหมอเลย เขาจึงปลูกฝังให้เเธอตั้งใจเรียนตั้งแต่เด็ก และหวังให้ได้เรียนสูง ๆ
ด.ญ.แพรว เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาตลอดตั้งแต่จำความได้ เธอเรียนโรงเรียนคริสต์ซึ่งเน้นระเบียบวิชาการ ได้รางวัลเรียนดีตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม พอเข้า ม.1 เธอสอบติดโรงเรียนบดินทรเดชา แล้วก็มาสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาตอนมัธยมปลาย จากนั้นก็เอ็นทรานซ์เข้าคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล ในเวลาต่อมา
“แต่เราไม่ได้เป็นคนหัวดีเลย เน้นความขยันและท่องจำเก่ง เพราะฉะนั้นที่สอบได้แต่ละครั้งก็ต้องใช้ความพยายามมาตลอด ไม่มีโชคช่วย ตอนสอบติดเตรียมอุดมจำได้ว่าเรานอนแค่วันละ 4 ชั่วโมง นอกนั้นอ่านหนังสือ กวดวิชากับกินข้าว ทำแบบนี้อยู่ 1 เดือนก่อนสอบ จากตอนแรกว่าไม่น่าติดก็ติดได้ค่ะ ก็ภูมิใจมาก”
สู่รั้วโรงเรียนแพทย์
“พอเข้ามาเรียนหมอแล้วก็มีหลายครั้งที่ท้อแท้ และไม่ได้คิดว่าการเรียนหมอจะต้องมีอะไรมากมายกว่าที่เราเคยนึกภาพไว้ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนที่ถ้าตัดสินใจทําอะไรแล้วจะไม่หันหลังกลับ ตั้งใจแล้วก็ต้องทําให้จบ ไม่มีคําว่าลาออก ก็เลยพยายามจนจบค่ะ”
เรียนหนัก งานหนัก ไม่มีเวลาไปเที่ยว ไม่ได้เจอครอบครัว อยู่ในโรงพยาบาลทั้งวัน คือความจริงของการเรียนหมอที่ นศพ.แพรว เจอโดยที่ไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อน แต่เธอก็อดทนและผ่านมันมาได้ จนถึงด่านถัดไปคือการออกไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลในจังหวัดราชบุรี
“การได้ออกไปทำงานเป็นแพทย์ใช้ทุน ที่เขาเรียกว่าอินเทิร์น เป็นการเปิดประสบการณ์ให้เรามาก ๆ ทั้งในเรื่องของการทำงานเป็นแพทย์เต็มตัว การจัดระเบียบความคิด การทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ การตัดสินใจในการวินิจฉัยและให้การรักษาโรคแก่คนไข้ ในโรงพยาบาลศูนย์ที่รับคนไข้ส่งต่อมาจากหลายจังหวัด ด้วยมีข้อจำกัดทั้งทางทรัพยากรบุคคล อุปกรณ์ทางการแพทย์ และข้อจำกัดในเรื่องประสบการณ์ที่ยังขาดในเรื่องของวัยวุฒิ และคุณวุฒิ ทำให้หลายครั้ง ก็มีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น ทั้งอารมณ์โกรธ ท้อแท้ เสียใจ และความเหนื่อย แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ พอมองย้อนกลับไปกลับเรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้เราเรียนรู้ที่จะอดทน ก้าวข้ามผ่านขีดจํากัดของตัวเองทั้งทางกายและใจ แล้วทำอย่างไรก็ได้ให้คนไข้มีโอกาสรอดมากที่สุด รวมถึงการปล่อยวางถ้าถึงจุดที่ไม่ไหว สุดท้ายเราก็ภูมิใจในตัวเองมากที่ทำได้สำเร็จ ไม่ลาออกก่อน และความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ในวันนั้นก็ยังนำมาใช้ประโยชน์จนถึงทุกวันนี้ค่ะ”
ในความหนักหนาของสถานการณ์ตรงหน้าก็ยังมีเรื่องดี เพราะทีมแพทย์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาไปด้วยกันต่างคอยเกื้อกูลกันจนเกิดสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงมาก หากใครตรวจคนไข้เสร็จแล้วก็ยังอยู่รอเพื่อนที่ยังไม่จบงานเพื่อได้ออกไปทานข้าวด้วยกัน มิตรภาพนี้ก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่รั้งหมอแพรวให้อยู่ในเสื้อกาวน์ต่อไป
เลือกเรียนเฉพาะทางอายุรกรรม และต่อยอดทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ
“ตอนที่เรียนเฉพาะทางอายุรกรรมปีที่ 2 ที่ รพ. กระมงกุฏเกล้า ก็จะมีการวน (rotation) ไปตามแผนกโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเลือด โรคไต จนมาถึงแผนกโรคทางเดินอาหาร ก็รู้สึกประทับใจทั้งอาจารย์ ลักษณะของการทำงานในแผนก ด้วยความที่ตัวโรคมีความน่าสนใจ มีหัตถการคือการส่องกล้อง ทำให้ในการทำงานของเรามีความหลากหลายไม่น่าเบื่อ ท้าทายและสนุก แล้วโรคทางเดินอาหารก็เป็นโรคที่เจอได้บ่อยด้วยค่ะ ทำให้คิดว่าน่าจะตอบโจทย์การทำงานในชีวิต ”
ด้วยเหตุนี้ หมอแพรวจึงเลือกเรียนต่อเฉพาะทางด้านอายุรกรรม และต่อสาขาย่อยทางเดินอาหารที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎ เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่สอนให้เธอเปลี่ยนทัศนคติจากคนที่ต้องจริงจังไปทุกอย่าง เป็นคนสบายกับชีวิต ไปพร้อมกับความเข้าใจคนมากขึ้น และมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น
สะสมทักษะทั้งด้านการรักษา การสื่อสาร และการทำงานกับจิตใจจนพร้อม ก้าวต่อไปของหมอแพรวคือโรงพยาบาล BNH
การทำงานในบทบาทของอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร
ตั้งแต่ทำงานมาตอนเป็นแพทย์ใช้ทุน จนปัจจุบันนี้ เป็นแพทย์เฉพาะทางก็ยังชอบมีคนไข้ทักว่าหมอดูเด็กจัง ทำไมเด็กจังเลย ซึ่งความจริงเราเรียนหมอมา 13 ปีแล้ว และอีกไม่กี่ปีเราก็จะเข้าเลข4แล้วค่ะ (หัวเราะ) ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของคุณหมอจึงเป็นการทำให้คนไข้ที่มาตรวจมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจในการรักษา
สิ่งที่หมอตั้งใจทำในทุกวัน คือสื่อสารให้คนไข้ได้รู้ว่าเธอใส่ใจกับความกังวลของเขา มองให้ออกว่าคนไข้กำลังมีปัญหาอะไร และแสดงจุดแข็งและพลังของการเป็นคุณหมอคนรุ่นใหม่ออกไป เป็นวิธีสร้างความผ่อนคลายทลายกำแพงระหว่างหมอแพรวและคนไข้ที่ใช้ได้ผล นอกจากนี้เธอยังศึกษาวิธีการของแพทย์อาวุโสที่เป็นที่เคารพรัก นำมาปรับใช้กับการดูแลคนไข้ในแบบของเธอ เพื่อให้สายสัมพันธ์หมอและคนไข้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด
“มีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายอย่างที่บางคนอาจมองว่าเรื่องแค่นี้ทําไมต้องมาหาหมอ แต่เรามองว่าอาการพวกนี้มันทําให้เขาใช้ชีวิตไม่มีความสุข กินอาหารแล้วไม่อร่อย นอนได้ไม่ดี ถ้าเป็นเราก็คงมาหาหมอจะได้หาย เราจะพยายามเห็นอกเห็นใจเขา พยายามเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ไปตัดสินเขา”
คนไข้จำนวนมากเป็นผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง ซึ่งพวกเขารับการรักษามานาน และรู้จักอาการของตัวเองดีมาก ในบางครั้งจึงเป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวใจคนไข้ หรือเปิดใจให้พวกเขารับฟังแนวทางอื่นที่ต่างจากวิธีการที่เคยทำมา
“คนไข้กลุ่มนี้เขาจะรู้ดีที่สุดเลยว่าเขาเป็นอะไร และอะไรที่เหมาะกับเขา ทุกคนมีพื้นฐานมาต่างกันเขามีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อเราอยู่แล้ว เขาอาจจะถูกแล้วเราอาจจะผิดก็ได้ บางคนก็มาสอนเราด้วย ทําให้เรารู้สึกว่ามันมีแบบนี้ด้วยหรือ เหมือนกับได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลาถ้าเราเปิดใจ ถ้าเป็นแบบฉันเก่งฉันรู้ทุกอย่าง เราก็จะไม่พัฒนา แล้วทุกวันนี้มันมีการรักษาทางเลือกอื่น ๆ อีกเยอะมาก ๆ สิ่งที่เราเรียนมากลายเป็นแค่จุดเล็ก ๆ อันนึงเลย”
กรณีเช่นนี้ คนไข้มักมาหาหมอเพื่อมองหาความตรงกันระหว่างมุมมองของคุณหมอและความคิดของเขาเอง ซึ่งหมอแพรวจะไม่บอกว่าสิ่งที่คนไข้คิดถูกหรือผิด เพียงแนะนำว่าหากสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่สร้างอันตรายกับตัวเองหรือคนอื่น ก็ทำต่อไปได้ ทำให้คนไข้เปิดใจลองปฏิบัติตามทางเลือกอื่นที่เธอเสนอให้ ควบคู่กันกับความเชื่อดั้งเดิมของตัวเอง
“การที่คนไข้มาโรงพยาบาล จึงไม่ได้แปลว่ามาฟังความเจ็บป่วย หมอจ่ายยาแล้วจบ คือเขาได้มาแชร์มุมมองของเขา มาระบายนู่นนี่ให้เราฟัง แล้วเขาก็สบายใจขึ้น ทำให้เขารู้สึกดีเวลามาโรงพยาบาล”
ฝันอีกอย่างหนึ่งในชีวิตคือการเป็นแม่
ปัจจุบันหมอแพรวยังรับบทบาท คุณแม่ให้แก่ลูกชายวัย 10 เดือน ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และความเป็นแม่ทำให้เธอเรียนรู้จักคำว่าปล่อยวางได้มากขึ้นอีก
“ความฝันอีกอย่างหนึ่งในชีวิตคือการเป็นแม่ และตอนนี้ก็ได้เป็นแล้วค่ะ ความรู้สึกคือมันมีทั้งความสุขและทุกข์ปนกันไป สุขที่เห็นเขากินอิ่มนอนหลับยิ้มได้ ทุกข์เวลาเห็นเขาไม่สบาย หรือตอนที่เราต้องกลับมาทำงาน ไม่ได้อยู่ด้วย ช่วงหลังคลอดแรก ๆ ทำใจลำบากมากค่ะ มันมีความกังวลหลายอย่างเกิดขึ้นเต็มไปหมด ด้วยความที่เราเป็นคนตั้งใจกับทุกเรื่อง พอเป็นแม่เราก็ตั้งใจ แต่พอหลัง 6 เดือน ถึงเริ่มเข้าที่ค่ะ โชคดีที่มีสามีคอยเป็นกำลังใจให้ มีครอบครัวของเราและสามีของช่วยเหลือตลอด แต่สุดท้ายคือตัวของเราเองที่ต้องหาจุดที่พอดี มีเวลาให้ตัวเองบ้าง พักผ่อนบ้าง พอเรามีความสุขเชื่อว่าลูกเราก็จะมีความสุขไปด้วย
“ถ้าถามว่าความสุขในวันนี้คืออะไร ก็คือ วันนี้เลยค่ะ วันนี้เราแข็งแรง ได้ทำงานที่ถนัด มาทำงานแล้วโรงพยาบาลสวยจั ง(หัวเราะ) เพื่อนร่วมงานก็น่ารัก ดูแลกันดี กลับถึงบ้านก็เจอลูก เจอครอบครัว แค่นี้เลยค่ะ”
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย
SARANRAT TOEYWATANACHAI, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
ความสนใจเฉพาะทาง
โรคระบบทางเดินอาหาร
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, ไทย
วุฒิบัตร
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร, โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
แพทยสภา, อายุรศาสตร์, โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
ประกาศนียบัตร
Gastroenterology and hepatology observership, Banner University Medical Center, University of Arizona College of Medicine, Phoenix, USA (2026), University of Arizona College of Medicine, สหรัฐอเมริกา
Orientation BNH, โรงพยาบาลบีเอนเอช, ไทย
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 11:00 - 19:00 |
| อังคาร | 08:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | - |
| ศุกร์ | 08:00 - 16:00 |
| เสาร์ | - |
| อาทิตย์ | 08:00 - 16:00 |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย