– ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร –
บนโต๊ะของ ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร จะมีพระคัมภีร์ไบเบิลวางอยู่ ซึ่งเขาอ่านจบมาแล้วหลายรอบแต่ก็ยังอ่านต่อไปไม่รู้เบื่อ เพราะความหมายและคำสอนที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหาพระคัมภีร์จากกว่า 2,000 ปีที่แล้ว ยังคงเป็นปัจจุบันและยังมอบความหวังให้คุณหมอได้ในทุกวัน ในวันที่เหน็ดเหนื่อยจากงานหรือประสบปัญหาชีวิต เขาจะอธิษฐาน และจะพบทางออก ดังเช่นเส้นทางที่พระเจ้านำทางเขาเดินออกจากจุดตกต่ำของชีวิตจนได้เป็นทันตแพทย์ อาชีพที่เขาเองก็ไม่เคยกล้าฝันและครอบครัวก็ไม่เคยกล้าคาดหวัง
ไม่มีใครคิดว่าเขาจะได้เป็นทันตแพทย์
พ่อของศักดิ์ชัยเป็นทันตแพทย์ อากงของเขาก็เป็นทันตแพทย์ เขาเติบโตมาในครอบครัวทันตแพทย์ชาวจีนโพ้นทะเล ที่บ้านเปิดคลินิกทันตกรรมแผนจีน เขาเห็นพ่อ เห็นอากงรักษาคนไข้ ได้หยิบจับเครื่องมือทันตแพทย์เล่นมาแต่เด็ก แต่ครอบครัวก็ไม่เคยหวังว่าเขาจะได้เป็นทันตแพทย์เลย
“ผมเคยเป็นเด็กเกเร ติดการพนันตั้งแต่อยู่ประถม พนันทุกอย่างที่พนันได้”
ศักดิ์ชัยเรียนโรงเรียนจีนมาตั้งแต่เด็ก แต่พอขึ้นมัธยม คุณพ่อของ ด.ช.ศักดิ์ชัย ก็เห็นความจำเป็นที่ต้องส่งเขาไปอยู่โรงเรียนประจำที่เขาสามมุก (รร.สามมุกคริสเตียนวิทยา จ.ชลบุรี)
“ในโรงเรียนประจําเรานอนรวมกัน พออาจารย์ไปปุ๊บ ผมชวนเพื่อนตั้งวงเล่นไพ่ บางทีเบื่อกินอาหารซ้ำ ๆ ในโรงเรียน ก็หนีออกนอกโรงเรียนไปหาอะไรกิน รอบโรงเรียนมีแต่ป่าแสม ด้านหลังก็เป็นคลองติดทะเล ข้างหน้าเป็นรั้วลวดหนาม บางทีก็ถูกจับได้ เช้ามาก็ถูกหวดหน้าเสาธง”
โรงเรียนประจำมีระดับสูงสุดที่ มศ.3 ศักดิ์ชัยจึงต้องย้ายกลับมาเรียนมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ แล้วก็จบมีวุฒิมาโดยแทบไม่มีความรู้อะไรเลย
“จบมาแล้ว พ่อเห็นว่าอยู่เมืองไทยต่อคงได้เป็นมาเฟีย เลยส่งไปอเมริกา เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น แต่เราในตอนนั้นภาษาอังกฤษแย่มาก เรียนก็ไม่เรียน ไม่มีอะไรที่มันดีเลย”
ชีวิตในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นที่โรงเรียนสอนภาษา แล้วค่อยขยับไปที่ College จาก College ก็ transfer เข้าสู่ University เรียนกายภาพบำบัด (Texas Woman’s University) ขณะนั้น พอเรียนมาถึงตรงนี้ ภาษาอังกฤษของศักดิ์ชัยเริ่มดีขึ้นจนสอบ TOEFL ผ่าน เขาจึงโอนหน่วยกิจย้ายไปเรียนที่ North Texas State University ในคณะเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเป็นคณะที่เขาตั้งใจจะเรียนตั้งแต่แรก
“เวลาไปเรียนเนี่ย ผมต้องเอาเทปไปอัดเลคเชอร์หนึ่งชั่วโมง กลับมาบ้านเปิดฟังแล้วเขียนออกมาทุกคําที่อาจารย์พูด ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ทำทุกวัน มันเป็นการฝึกภาษาผมด้วย อันไหนที่ฟังไม่ออกก็จะถามเพื่อนฝรั่งให้เขาช่วย กินนอนกับหนังสือเลย ผมทําแบบนี้อยู่ 3-4 ปี เพราะถ้าไม่งั้นก็เรียนไม่จบ”
ก่อนเรียนจบ ศักดิ์ชัยจำเป็นต้องไปฝึกงานที่ Hillcrest Baptist Medical Center, Waco ,Taxas เพื่อปฏิบัติงานจริงเตรียมเป็นนักเทคนิคการแพทย์เต็มตัว และที่นี่เองที่เขาเจออาจารย์ผู้เห็นศักยภาพในตัวเขา
“อาจารย์ท่านคนเดียวสอนทุกวิชาเลย สุดยอดมาก ท่านบอกว่าการเรียนเหมือนเอาดินเหนียวขว้างกําแพง บางอันก็ติดบางอันก็หลุด แต่ก็ต้องขว้างจนกว่ามันจะติดเต็มกําแพง และก็สอนว่าเวลาอ่านหนังสือครั้งนึง จะเก็บเนื้อหาได้ 25% เพราะฉะนั้นหนังสือที่เรียนกับท่านต้องอ่าน 4 เที่ยว เพื่อให้ได้ 100%
“ท่านสอนเก่ง สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ผมเรียนหนังสือเป็นเพราะอาจารย์คนนี้เลย”
ผ่านการฝึกงานและผ่านอาจารย์ที่พลิกวิธีคิดของเขาทั้งหมด ศักดิ์ชัยพร้อมแล้วที่จะเป็นนักเทคนิคการแพทย์เต็มตัว ชีวิตในสหรัฐอเมริกาของอดีตเด็กเกเรนั้นสมบูรณ์แล้ว เขาไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่านี้
“แล้วน้องสาวที่เรียนอยู่ทันตะฯ จุฬาฯ ก็ส่งโบรชัวร์ Dental School มาให้ แต่จริง ๆ ผมเรียน
ทันตแพทย์ไม่ไหวหรอก แม้จะอยากเรียนก็ตาม แต่ไหน ๆ ก็จบแล้วเลยลองไปสมัครดู สอบเสร็จได้คะแนนก็ผ่าน เลยได้มีโอกาสเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Fairleigh Dickinson University Dental School ในนิวเจอร์ซี
“เวลาเรียนปริญญาตรี ลงเทอมละ 3-4 วิชา ก็ถือว่ามโหฬารแล้ว แต่เข้าโรงเรียนทันตแพทย์ต้องเรียน 11 วิชา ถ้าตกต้องกลับไปซ้ำอีกปี แต่ผมจบเทคนิคการแพทย์พื้นฐาน basic science ก็ไม่แย่””
เรียนได้ปีเดียว ทางโรงเรียนที่ศักดิ์ชัยเรียนอยู่ก็จะมีเหตุผลให้ปิดตัวลง เขาเลยย้ายหน่วยกิจไปเรียนใน University of Missouri-Kansas City (UMKC) Dental School รัฐมิสซูรีแทน ซึ่งเป็นสถาบันสังกัดรัฐบาล ค่าใช้จ่ายก็ถูกลง แล้วเขาก็เรียนจนจบที่นี่ แถมได้เกียรตินิยมติดมือกลับมา รวมชีวิตมหาวิทยาลัยในอเมริกา 10 ปีเต็ม
ตลอด 10 ปีที่นั่น นอกจากต้องเรียนหนักแล้ว ศักดิ์ชัยยังรับงานหาเงิน ตั้งแต่แรกเขาก็ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารจีน ทำงานในคันทรีย์คลับ ตอนเรียน Dental School ก็มีโอกาสได้ทำงานด้าน research ในห้องแล็บ
“ผมเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน พ่อบังคับให้ไปโบสถ์แต่เด็ก แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพระเจ้าหรอก จนกระทั่งไปอเมริกาเนี่ย เราจะเอาไงดีกับชีวิต จะอยู่อย่างที่เป็นอยู่หรือตัดสินใจอีกทาง เลยลองอธิษฐานให้พระเจ้าช่วย ผมว่าพระเจ้าค่อย ๆ ปูทางให้ผม ถึงแม้จะนานเป็น 10 ปี แต่ก็ไปถึงเป้าหมาย ที่บ้านไม่มีใครคิดว่าผมจะเป็นทันตแพทย์ได้ อย่างน้อยผมก็ทําให้พ่อแม่ดีใจ จากคนที่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเองเลยจนเรียนจบมาได้ เป็นเพราะพระเจ้านําทาง ถ้าไม่มีพระเจ้าจะไม่มีผมวันนี้”
อาชีพที่ส่งต่อทางสายเลือด
หมอศักดิ์ชัยมีใบอนุญาตประกอบอาชีพเวชกรรมของสหรัฐอเมริกาทั้งด้านเทคนิคการแพทย์และทันตแพทย์เรียบร้อยแล้ว เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะเรียนต่อสาขาย่อย แต่พอทำงานไปได้ 6 เดือน คุณพ่อก็ขอให้กลับมาช่วยคลินิกที่บ้าน
ที่บ้านของหมอศักด์ชัยเปิดคลินิกทันตกรรมมาตั้งแต่รุ่นอากงที่อพยพมาจากประเทศจีน ท่านประกอบวิชาทันตกรรมแผนจีนที่รักษาคนไข้บนเก้าอี้เอน 45 องศา คล้าย ๆ เก้าอี้ของช่างตัดผม หากเคยเห็นฟันทองของคนสมัยก่อน ส่วนมากก็เป็นฝีมือทันตแพทย์แผนจีนที่สืบทอดวิชากันรุ่นต่อรุ่น ไม่ได้ไปเข้าโรงเรียนทันตกรรมแบบสมัยนี้
“ที่บ้านทำแล็บเอง ทำครอบฟัน ใส่ฟันปลอม ฟันทอง ผมเห็นมาหมด ผมเติบโตมากับฟัน”
แต่ในสมัยใหม่ที่ทันตแพทย์จำเป็นต้องจบปริญญาและมีใบประกอบวิชาชีพ ศักดิ์ชัยที่ไม่มีใครเคยคิดว่าเขาจะได้เป็นทันตแพทย์ก็กลายมาเป็นทันตแพทย์คนที่ 3 ในบรรดาพี่น้อง 9 คน ของครอบครัวทันตแพทย์รุ่นที่ 3 ได้สำเร็จ
ด้วยความที่เรียนทันตกรรมแผนตะวันตกมา การรักษาของหมอศักดิ์ชัยก็เป็นไปในแนวทางและเทคโนโลยีจากทางตะวันตกที่ได้มาตรฐาน แต่วิธีการบางอย่างในการรักษาแบบจีน เขาก็ยังนำมาประยุกต์ใช้ได้หากมีประโยชน์
ทำคลินิกที่บ้านได้สักพัก หมอศักดิ์ชัยรู้สึกเสียดายทักษะทางภาษาที่ได้มาจากการไปอยู่เมืองนอกนานหลายปี เขาเลยลองมาสมัครงานที่โรงพยาบาล BNH ซึ่งได้ใช้ภาษาแน่ ๆ และให้น้อง ๆ รับช่วงต่อคลินิกที่บ้านไป
“อยู่ที่ BNH มา 20 กว่าปีแล้ว เขาทํางานเป็นระบบดี ครอบคลุม ทุกคนก็ช่วยกัน ทํางานร่วมกัน เลยทําให้ทุกอย่างมันเป็นไปได้”
ทุกคนที่เคยผ่านการทำทันตกรรมมาแล้วมักเห็นทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์สาละวนอยู่กับปากคนไข้ด้วยกัน ทันตแพทย์ก็รักษาไป ผู้ช่วยก็ดูดน้ำลายไป แต่ในห้องตรวจของหมอศักดิ์ชัย ผู้ช่วยทันตแพทย์จะมีหน้าที่เตรียมเครื่องมือให้เท่านั้น
“ผมไม่ชอบให้มีหลายมือในปาก ปากคนไข้มันเล็ก เวลาคนไข้เอียงหาเรา ผู้ช่วยก็จิ้มดูดน้ำลายโดยที่ไม่ได้เห็นช่องปากคนไข้ สายตาผมถ้าต้องเจอสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทําให้เราทํางานลําบาก”
หมอศักดิ์ชัยเลยดูดน้ำลายเอง รักษาเอง แต่ถึงจะทำหลายหน้าที่พร้อมกัน แถมบางครั้งคนไข้ก็นั่งเอนตามถนัด ไม่ได้นอนราบให้รักษาด้วย มันก็ไม่ได้ทำให้ฝีมือในการรักษาปัญหาช่องปากของเขาลดลง คนไข้ยังคงบอกว่าเขามือเบา ชาวต่างชาติถึงกับตั้งฉายาให้ว่า ‘Angel’s Hands’
การดูแลของหมอศักดิ์ชัยจะเริ่มด้วยการสร้างความสัมพันธ์ให้คนไข้มองเขาเหมือนเป็นพ่อหรือเป็นเพื่อน พอคนไข้ไว้ใจแล้ว ก็คุยกันง่ายขึ้น คุณหมอก็จะรู้ว่าจุดอ่อนของคนไข้อยู่ตรงไหน เขากังวลอะไร ควรทำอย่างไรให้เขาเจ็บน้อยที่สุด และเมื่อคนไข้เจ็บน้อย เขาก็จะนิ่ง ทำให้หมอฟันทำงานได้สะดวกขึ้นด้วย
“ผมปรับตัวเข้าหาคนไข้ ไม่ใช่ให้คนไข้ปรับตัวเข้าหาผม เมื่อไรที่เขารู้ว่าคุณเข้าใจเขา และเขาวางใจคุณ นั่นคือทําสําเร็จ เมื่อเขามีปัญหาเขาก็จะมาหาคุณ นี่คือ Complete Care เป็นหมอไม่ได้รักษาอย่างเดียว เราเข้าใจเขา ดูแลเขา ให้กําลังใจเขา เห็นอกเห็นใจเขา ทำเหมือนเขาเป็นญาติคนหนึ่ง”
ทันตแพทย์คืออาชีพที่เรียนหนัก จบออกมาแล้วก็ต้องนั่งก้มหน้าดูช่องปากทุกวัน ซึ่งทำงานมาถึงจุดหนึ่ง หมอศักดิ์ชัยก็คิดจะให้ลูกของเขาเรียนอย่างอื่นแทน แต่ลูกสาวของคุณหมอก็เห็นเขาทำงานมาแต่เด็ก สุดท้ายก็มีความชอบในงานทันตกรรมที่ส่งต่อทางสายเลือดไป กลายเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ในครอบครัวทันตแพทย์
แสงส่องเมื่อศรัทธา
“ในสมัยเด็ก พ่อก็บังคับให้เข้าโบสถ์ แต่เราไม่ได้สนใจ ถึงเวลาก็หนี แต่พอต้องไปอยู่คนเดียว อยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน เราก็มานั่งคิดเรื่องพระเจ้าที่เคยได้ยินมาและฝังหัวมาตลอด วันนั้นก็มีความคิดขึ้นมาว่าคนอื่นช่วยไม่ได้ ตัวเองก็พึ่งไม่ได้ แต่พระเจ้าคงช่วยได้ เมื่อใดที่เชื่อในพระเจ้า พระเจ้าจะนําทางเรา”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ศักดิ์ชัยก็อธิษฐานถามพระเจ้าว่าจะมีโอกาสอะไรเข้ามาในชีวิตบ้าง แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้พระองค์นำทาง พระเจ้าก็นำเขากลับมาสู่เส้นทางที่ถูกที่ควรเมื่ออยู่สหรัฐอเมริกา ในวันที่การเป็นหมอฟันอาจถูกฝังไว้ให้เป็นเพียงปรารถนาที่ไม่มีวันเป็นจริง ก็มีเสียงกระซิบให้เขาได้ลองสอบเข้าโรงเรียนทันตกรรม และในวันที่รู้สึกเสียดายประสบการณ์ในต่างแดน การได้งานในโรงพยาบาล BNH ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มชาวต่างชาติก็กลับเป็นเรื่องง่าย
ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า วัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด และชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะให้พระเจ้านำทาง เมื่อราว 5 ปีก่อน หมอศักดิ์ชัยจึงได้รับเกียรติที่เขาภาคภูมิใจในการขึ้นเป็นศิษยาภิบาลประจำคริสตจักรร่มเกล้า ดูแลคริสต์ศาสนิกชนนับพันคน
“เราสอนเรื่องพระเจ้า แล้วที่โบสถ์เนี่ย เปิด 24 ชั่วโมงให้คนเข้ามาใช้ชีวิตเหมือนบ้านหลังหนึ่งเลย ใครไม่มีกิน ใครไม่มีที่นอน ก็เข้ามา เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัว ใช้ชีวิตตามพระวจนะเพื่อสร้างคน”
นอกจากนี้ คุณหมอยังเป็นประธานมูลนิธิรักเพื่อนบ้าน องค์กรในสังกัดคริสตจักรร่มเกล้าที่ดำเนินตามธรรมบัญญัติ ที่สอนให้ผู้คนรักพระเจ้า และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง
“คนเรารู้แค่นี้ก็จบ จะไม่ไปทําร้ายใครเลย”
งานหลักของมูลนิธิจึงเป็นการมอบความรักให้กับผู้ที่ต้องการ โดยเน้นกลุ่มหญิงม่ายที่เดือดร้อน
“เมื่อผมได้รับใช้พระเจ้า ทํางานให้พระเจ้า ส่งต่อความรักให้คน พระเจ้าก็ดูแลเรา อวยพรให้ชีวิตเรา ผมอายุ 64 ปีแล้วยังไม่มีโรคประจําตัวเลย ไม่ต้องกินยา งานโอเค ครอบครัวโอเคทุกอย่าง”
ในวันนี้ หมอศักดิ์ชัยจึงดำรงตนเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ศึกษาพระคัมภีร์เป็นนิตย์ และมอบความรักให้คนรอบข้าง เพราะนี่คือการตอบแทนในสิ่งที่พระเจ้ามอบให้เขา
“ศาสนาคริสต์สอนให้รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง ผมก็รักษาคนไข้เหมือนรักษาตัวเอง ทํางานเต็มที่ ทําให้ดีที่สุด เข้าใจคนไข้ให้มากที่สุด”
พระเจ้ารักหมอศักดิ์ชัย จึงพาเขากลับมาสู่เส้นทางที่เขาสามารถมอบความรักแก่ตัวเอง และส่งต่อความรักนั้นไปสู่เพื่อนบ้าน คนไข้ คนรอบตัว ความตั้งใจทำดีของคุณหมอไม่ใช่เพียงในฐานะของทันตแพทย์และศิษยาภิบาล แต่ยังเป็นดังคำมั่นสัญญาที่เขาได้ปฏิญาณไว้กับพระเจ้าที่เขาศรัทธา
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร
SAKCHAI SUKHUMPANTANASARN, D.D.S.
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางทันตแพทย์, ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต, University of missouri, สหรัฐอเมริกา
ปริญญาตรี, MT (ASCP), North Texas State University, สหรัฐอเมริกา
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
ชาย
ตารางออกตรวจ
ศูนย์ทันตกรรม
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 09:00 - 19:00 |
| อังคาร | - |
| พุธ | 13:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | - |
| ศุกร์ | 09:00 - 19:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 19:00 |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย