หมอหู คอ จมูก และสาวกคิตตี้
– พญ. รานี ศิระวิศิษฏ์พร –
กว่า 20 ปี ของการเป็นแพทย์แผนกหู คอ จมูก ในโรงพยาบาล BNH พญ. รานี ศิระวิศิษฏ์พร มีคนไข้ส่วนมากเป็นคนไข้ประจำ และคนไข้ใหม่ที่คนไข้เก่าแนะนำให้มาหา เธอจึงรู้จักคนไข้เป็นอย่างดี และมีความสัมพันธ์อันดีกับคนไข้ เส้นทางชีวิตของคุณหมอที่ไม่ได้ถูกลิขิตให้มาเป็นหมอแต่แรกคนนี้มีเรื่องราวน่าสนใจ และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไข้ประทับใจจนต้องบอกต่อ
ชีวิตที่ไม่ได้ถูกลิขิตให้มาเป็นหมอแต่แรก
“ครอบครัวหมอสุขภาพไม่ดีกัน เพราะความสุขของพวกเราคือการกิน กิน แล้วก็กิน แถมไม่ออกกําลังกายกัน ญาติผู้ใหญ่ก็มักเป็นโรคนู้นโรคนี้”
สมัยเด็ก รานีเห็นคุณย่าบ่นปวดขาทุกวัน ตอนนั้นเธอยังไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นอาการของโรคเบาหวาน และเห็นคุณพ่อทำงานจนป่วยบ่อย ๆ โดยที่เธอยังไม่รู้ว่าความเครียดก็เป็นสาเหตุให้เจ็บป่วยได้ ในครอบครัวนี้ไม่มีใครมีความรู้ทางการแพทย์ จึงไม่มีใครเห็นความสำคัญของการดูแลตัวเอง พอเจ็บป่วยทีก็ตระเวนรักษาไปเรื่อย ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนโบราณ ซื้อยาตำรับนู้นนี้มาใช้โดยไม่มีใครรู้ว่ายาดีจริงหรือไม่ และเพราะการที่ไม่มีใครในบ้านให้คำปรึกษาด้านสุขภาพได้นี้เอง รานีซึ่งโตมาโดยเห็นคนในบ้านเจ็บป่วยอยู่ตลอดจึงมีความฝันเล็ก ๆ ว่าต้องได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์
แต่จุดที่ทำให้รานีสนใจงานในวงการแพทย์มาก ๆ คือกิจกรรมสมัยอยู่ชั้นมัธยมต้นซึ่งมีนโยบายส่งเสริมให้นักเรียนบำเพ็ญประโยชน์หลังเลิกเรียน โดยการพาไปเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล
“เรารู้สึกมีความสุขเวลาที่ได้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ ดูแลเด็ก ๆ ได้ไปอยู่ในโรงพยาบาล เลยตั้งเป้าหมายตั้งแต่ตอนนั้นว่าเราขอทํางานอะไรก็ได้ในโรงพยาบาล จะเป็นหมอ พยาบาล หรือเภสัชกรก็ได้ ขอแค่ได้อยู่ในโรงพยาบาล”
ความฝันในการทำงานที่โรงพยาบาลของรานีเป็นจริง เมื่อเธอสอบเข้าเรียนได้ที่คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล แต่กายภาพเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการพลิกแพลงเยอะ จึงไม่ถูกจริตนักสำหรับเธอ รานีคิดจะลาออกหลายครั้ง แต่ก็ยังทนเรียนต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงปี 3 เธอได้เรียนเนื้อหาเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ซึ่งเธอก็ชอบมาก
ทำไปทำมา ถึงจะไม่ชอบอย่างไร รานีก็เรียนกายภาพบำบัดจนจบได้รับปริญญา ตอนนั้นก็มีจุดเปลี่ยน เมื่อเพื่อนที่รู้มาตลอดว่าเธออยากเป็นหมอไปซื้อใบสมัครสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมาให้ ซึ่งเป็นหลักสูตรพิเศษที่เปิดรับนักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางการแพทย์ในระดับปริญญาตรี มาเรียนต่อยอดอีก 5 ปี เพื่อเป็นแพทย์ ทำให้รานีได้เรียนหมอสมใจ พร้อมกับได้เพื่อนร่วมชั้นเป็นทันตแพทย์ เภสัชกร สัตวแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักเทคนิคการแพทย์
“เพื่อนแต่ละคนก็มีวิชาถนัดตามที่จบมา ก็มาติวให้กัน เราก็ติวกายวิภาคให้เพื่อน เรามาเรียนตอนนี้ก็มีความเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก ต้องช่วยเหลือตัวเองค่อนข้างมาก แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบ ก็เลยไม่มีอุปสรรคแม้จะเรียนหนักมาก ตอนนั้นตัวขาวมากเลยเพราะไม่โดนแดด ตื่นตี 5 ไปทําแผลให้คนไข้ แล้วเรียนต่อถึง 6 โมงเย็น แล้วกลับบ้านอ่านหนังสือ ถ้าวันไหนอยู่เวรก็คือยาวไปถึงเช้า เสาร์อาทิตย์คืออะไรไม่เคยรู้จัก”
และเพราะเป็นหลักสูตรพิเศษ นศพ.รานี จึงได้ฝึกปฏิบัติจริงเยอะมากโดยไม่ต้องรอจนถึงปีท้าย ๆ ในปีสุดท้าย เธอก็ตัดสินใจได้ว่าสนใจอยากเรียนต่อเฉพาะทางสาขาหูคอจมูก เพราะเป็นงานที่อยู่ตรงกลางระหว่างอายุรแพทย์และศัลยแพทย์ มีทั้งได้คุยกับคนไข้และได้เข้าผ่าตัด เมื่อไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่น หมอรานีก็แสดงเจตนารมณ์นี้จนอาจารย์หมอเห็นความตั้งใจ และมอบทุนให้เธอมาเรียนต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี
“ตอนใช้ทุน หมอสนุกมาก ตอนเป็น นศพ. สนุกแค่ไหน ที่ขอนแก่นสนุกกว่ากัน 3 เท่า เพราะเคสเยอะ แล้วก็ไม่มีใครนอกจากเรา ต้องลุยเอง ตัดสินใจเอง ทําเอง เป็นชีวิตที่ได้เข้าใจความเป็นหมอจริง ๆ เป็น 3 ปีที่มีคุณค่ากับสังคมมาก เหนื่อยมากแต่มีความสุข แล้วก็มีเพื่อนเยอะ หมอใช้ทุนรุ่นเดียวก็เรียกเราว่า ‘แม่’ เพราะเราแก่กว่าเขา แต่ก็สนิทกัน”
หมอรานีได้กลับไปทำงานที่ขอนแก่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ถาวรที่กรุงเทพฯ เพื่อแต่งงานและดูแลคุณพ่อที่กำลังป่วย ทำให้เธอได้มาเริ่มงานนอกเวลาที่โรงพยาบาล BNH และเข้ามาทำงานเต็มเวลาในเวลาต่อมา จนถึงตอนนี้ก็กว่า 20 ปีแล้ว
“ที่ BNH เป็นแบบ Homey หมอที่นี่น่ารัก ทุกคนรู้จักกัน สนิทกันเหมือนเพื่อน เลยคุยกันได้ ปรึกษาเคสกันได้ง่าย อยู่แล้วมีความสุขมาก คุยเคสทีก็ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ทําให้เราทํางานเป็นทีมได้ง่าย เวลาคนไข้มีปัญหา เราเลยดูแลแบบองค์รวมได้ แค่ตอนกลางวันกินข้าวแล้วก็คุยกันเลยแล้วขอให้คุณหมอแผนกอื่นช่วยดูให้ ต้องขอบคุณโรงพยาบาล BNH ที่จัดห้องกินข้าวให้หมอ ช่วยละลายพฤติกรรมได้มาก เรามาดื่มกาแฟ แบ่งขนมกันกิน คุยเคสกัน ช่วยเหลือกัน มันก็เป็นบรรยากาศที่น่ารัก”
หมอ หู คอ จมูก
การรักษาโรคทางหูคอจมูกด้วยการผ่าตัดนับว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะทุกส่วนอยู่ในศีรษะซึ่งมีเส้นประสาทอยู่มาก หากผิดพลาดจนเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นมาก็อาจถึงขั้นพิการได้ แต่ในหลายครั้ง การผ่าตัดก็นับว่าเป็นทางรอดเดียวของคนไข้ อย่างเคสสุดหินของหมอรานีที่คนไข้มีภาวะหลอดลมตีบ
“คนไข้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจนาน หลังจากที่เอาท่อออก ทางเดินหายใจก็ตีบ ทําให้เขาหายใจได้ไม่ดี จะต้องตัดหลอดลมช่วงนั้นออก ระหว่างการผ่าตัด คนไข้จะต้องไม่หายใจไปช่วงนึง แล้วหลังผ่าตัดก็ต้องระวังหลอดลมส่วนที่เย็บติด เพราะถ้ามันฉีกก็จะลําบากมาก เลยค่อนข้างน่ากลัวสําหรับหมอ แต่ก็ผ่านมาได้”
นี่คือเคสที่เคยผ่านมือหมอรานีตั้งแต่สมัยที่เธอยังเรียนเฉพาะทาง พอเจอเคสผ่าตัดยาก ๆ บ่อยครั้งเข้า คุณหมอก็ลดความกดดันลง สวนทางกับความรอบคอบที่มีแต่มากขึ้นตามจำนวนชั่วโมงบิน จนถึงวันนี้ หมอรานีก็มีคนไข้ที่สนิทสนมกันเหมือนเพื่อนหลายคน
“คนไข้บางคนเป็นเนื้องอกไทรอยด์ เราก็ผ่าไทรอยด์ให้ ซึ่งมันเป็นโรคที่ธรรมดามากสำหรับแพทย์ หู คอ จมูก แต่เขาประทับใจที่เราดูแล แล้วก็ไปชวนญาติทุกคนกลับมาหาเรา แม้ว่าจะไม่ใช่โรคเกี่ยวกับหู คอ จมูก ด้วยซ้ำ บางอย่างเราดูให้ไม่ได้ ก็คุยด้วยแล้วก็ส่งให้อาจารย์เฉพาะทางดูแลต่อ แต่เรารู้สึกประทับใจที่แค่ได้รักษาคนไข้ครั้งเดียว แต่เขาจําเราได้ตลอด และยังไว้ใจให้ดูแลคนรอบตัว”
การดูแลคนไข้แบบองค์รวม (Complete Care) ของหมอรานี จะเริ่มจากฟังคนไข้ไปเรื่อย ๆ เพราะคุณหมอไม่ได้ให้เวลามาเป็นข้อจำกัด พอได้รู้จักคนไข้มากขึ้น ก็นำไปสู่การสังเกต และวินิจฉัยอาการที่มาจากวิถีชีวิตของคนไข้
“คนไข้บางคน มาเจอกันทุกเดือนเพราะเป็นหวัดบ่อย พอซัก 3-4 ครั้ง หมอก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ดีแล้ว ก็ต้องคุยว่าเขาทํางานอะไร มีเวลาพักผ่อนมั้ย ความเครียดเป็นยังไง นอนดีมั้ย ถามทุกเรื่อง แล้วเราก็จะช่วยวิเคราะห์ให้ว่าที่เขาป่วยมันเป็นเพราะอะไรบ้าง ต้องไปปรับปรุงการใช้ชีวิตเพื่อตัดสาเหตุของปัญหา จะได้ไม่ต้องมาหาหมออยู่ตลอดแบบนี้”
ในมุมมองของหมอรานี เธอมักพยายามทำความเข้าใจกับคนไข้ว่า สุขภาพของเขาเกิดจากการลงทุนกับตัวเขาเอง หมอเป็นเพียงคู่คิดที่นำประสบการณ์มาช่วยเหลือ แนะนำในสิ่งที่เหมาะสมกับเขา ซึ่งคำอธิบายนี้ก็ทำให้คนไข้หลายคนของหมอหันมาใส่ใจกับตัวเองมากขึ้น สนใจการดูแลตัวเอง มากกว่ารอให้ป่วยแล้วก็มาให้หมอช่วยเหลือ อันสอดคล้องกับนโยบาย Complete Care ของโรงพยาบาล BNH ที่มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่ารักษา
“ทุกครั้งที่หมอให้คนไข้ตัดสินใจ แล้วคนไข้ตัดสินใจไม่ได้ หมอก็จะบอกไปเลยว่า ถ้าคุณเป็นน้องสาวเราจะแนะนําแบบนี้ ถ้าคุณเป็นพ่อเป็นแม่เราจะแนะนําแบบนี้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ใช้ความรู้ทั้งหมดเพื่อมอบสิ่งดีที่สุดให้เขา แต่เราไม่ได้บังคับนะ ถ้าเขาไม่เชื่อก็ไปหาทางเลือกอื่นได้”
เคล็ดวิธีสุขภาพดีอย่างมีความสุข
วิธีการบริหารความสุขของคุณหมอคือการไม่ปล่อยให้ตัวเองได้สุขเกินไป อันเป็นบทเรียนจากการกิน
“กินของอร่อยบ่อย ๆ ก็เหมือนทําร้ายตัวเอง เพราะถ้าเราได้กินของอร่อย หวาน ๆ มัน ๆ เราจะกินอาหารสุขภาพได้ยากขึ้น มีช่วงนึงที่หมอไม่กินขนม ไม่กินแป้ง ไม่กินของหวานเลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนั้นแค่กินผักก็รู้สึกอร่อยได้ เราไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบไง”
ที่จริงหมอรานีไม่ได้ชอบอาหารสุขภาพเลย เธอเคยเป็น ‘เจ้าแม่แห่งการกิน’ และ ‘เจ้าแม่แห่งขนม’
โดยเฉพาะขนมไทยอย่างปลากริมไข่เต่า เต้าสั่ว ทองหยิบทองหยอด ที่เธอชอบมาก จนมีช่วงหนึ่งน้ำหนักขึ้นไปถึง 10 กิโล คุณหมอจึงต้องหันมาดูแลตัวเอง เต้นพิลาทิส หาเมนูสุขภาพทาน และลดกิเลสในการมองหาร้านอาหารเจ้าดัง
“ร้านอร่อยนี้ ตอนนี้ไปแค่เดือนละครั้ง ส่วนใหญ่จะทําอาหารกินเอง ทําแบบง่าย ๆ เน้นอาหารสุขภาพ เช่น ผัดผัก เนื้อสัตว์ก็เป็นเนื้อที่นึ่งเอาหรือย่างเอา เมื่อก่อน ถ้ากินข้าวต้องมีขนม เดี๋ยวนี้ก็พยายามกินให้น้อยลง มีแค่บางมื้อ”
หมอรานีจึงลดน้ำหนัก และมีสุขภาพดีอย่างมีความสุขได้ด้วยหลักการนี้
สาวก Sanrio
ถึงหมอเป็นอาชีพที่ดูจริงจัง แต่หมอรานีก็มีความชอบส่วนตัวที่ไม่จริงจัง แถมออกจะน่ารักด้วยซ้ำ
“หมอชอบ Sanrio ชอบของคิกขุ สมัยก่อนในห้องตรวจนี่มีแต่รูปคิตตี้ เรามองของน่ารักพวกนี้แล้วอารมณ์ดี แต่โรงพยาบาลให้เอาออกเพราะมันไม่เข้า มันตลกเกิน”
สมัยที่คุณหมอยังเด็ก สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมีราคาแพงมากเกินกว่าเธอจะซื้อได้ ทำได้เพียงซื้อขนมที่มีลายคิตตี้
“เราเป็นเหยื่อการตลาด ถ้ามีหน้าคิตตี้บนกล่อง เราก็ซื้อแล้ว ขนมข้างในอร่อยมั้ยไม่รู้ เราซื้อไปก่อน”
หมอรานีอยู่กับความชอบในคิตตี้มาจนโต เมื่อมีเงินแล้วได้ไปญี่ปุ่นเองครั้งแรก เป้าหมายแรกของเธอก็คือร้าน Sanrio และก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ได้กลับไปญี่ปุ่น
“ไปญี่ปุ่นที เราก็ไปร้าน Sanrio ตั้งแต่เช้า ให้สามีเอาหมอไปทิ้งไว้เลย ไปถึงเป็นคนแรก แล้วอยู่ในร้านทั้งวัน ร้านมันก็ไม่ใหญ่หรอก แต่เราดูละเอียด แล้วมันมีเกมหยอดเหรียญให้เล่น เราก็อยู่นานได้ กินข้าวในนั้นไปเลย อยู่จนเป็นคนสุดท้าย เขาจะปิดร้านแล้ว แต่เรายังไม่ยอมออกเลย”
หากเข้าไปในห้องน้ำบ้านหมอรานี จะเห็นหน้าคิตตี้สีขาวกลมใหญ่เด่นชัดอยู่บนโถชักโครก นี่คือของขวัญจากสามีเมื่อนานมาแล้ว
“เขาจะพาไปดูสร้อยเพชรเพื่อซื้อให้เป็นของขวัญ แต่เราไม่อยากได้ เราไม่ชอบ เราบอกไปว่าแค่ซื้อฝาครอบชักโครกคิตตี้ให้ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”
จนสมัยนี้ที่ Art Toy โด่งดัง คนคลั่งไคล้ของน่ารักอย่างคุณหมอมีหรือจะพลาด เธอก็ไปนั่งคอยกดซื้อกล่องสุ่มในอินเทอร์เน็ตอยู่เหมือนกัน ซึ่งสินค้าชื่อดังก็มักมาไวไปไวหมดใน 3 นาที จนพักหลัง ๆ คุณหมอเริ่มแย่งซื้อสินค้ากับนักสะสมคนอื่นไม่ไหว
ลูกครึ่งฟิลิปปินส์
คุณหมอรานีหน้าไทย แต่ที่จริงแล้วเธอคือลูกครึ่ง
“แม่เราเป็นชาวฟิลิปปินส์รุ่นแรก ๆ ที่มาอยู่เมืองไทย นิสัยก็จะออกแนวสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ ชอบร้องรำทำเพลง ไม่ค่อยซีเรียส ตรงข้ามกับคุณพ่อที่เป็นคนจริงจัง ที่บ้านก็เลยสมดุลกัน”
หมอรานีโตมาใน 2 วัฒนธรรม มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก และเป็นภาษาหลักในครอบครัว ทำให้เธอชินกับการใช้ภาษาไทยปนอังกฤษจนสมัยเด็ก ๆ โดนเพื่อนล้ออยู่บ่อย ๆ
“คุณแม่ของหมอก็ชอบฝึกเขียนภาษาไทย แต่เขียนได้เท่าเด็ก ป.4 เวลาคุณครูให้เขียนสมุดพก แม่ก็จะเขียนภาษาไทยให้ หมอก็โดนครูเรียกไปตีประจำ เพราะเข้าใจว่าปลอมลายมือแม่เขียนเอง จนตอนหลังเราไปขอร้องให้แม่เขียนภาษาอังกฤษแทน”
ใครจะรู้ว่าการโตมาในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายนี้ จะกลายเป็นจุดแข็งให้คุณหมอได้ดูแลคนไข้ที่มีความหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม อย่างคนไข้ของโรงพยาบาล BNH ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ และลดช่องว่างระหว่างกัน
“การทํางานเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง มันไม่มีอะไรหรอกที่ดีที่สุด มีแต่ว่าวันนี้เราจะทํายังไงให้มันดีขึ้นกว่าเดิม เราเรียนรู้ได้จากคนอื่น ตั้งแต่คนไข้ เพื่อนร่วมงาน แม้กระทั่งการดูว่าคนอื่นเขาทํากันยังไง ที่อื่นเขาทํากันยังไง เราจึงมองว่าการทํางานเป็นการเรียนรู้และสนุกกับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเรื่อย ๆ”
ความตั้งใจจริงที่จะได้เป็นหมอของหมอรานีเข้มข้นมาแต่เล็ก เพราะเธอมีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลัง ทั้งเพื่อครอบครัว เพื่อคนไข้ และเพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเองที่จะได้ช่วยเหลือผู้คน
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. รานี ศิระวิศิษฏ์พร
RANEE SIRAVISIDPORN, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
โสต ศอ นาสิกวิทยา
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, โสต ศอ นาสิกวิทยา, โรงพยาบาลราชวิถี
ประกาศนียบัตร
BDMS Bylaws, BDMS, ไทย
Code of behavior (ENG), BDMS, ไทย
Code of behavior (TH), BDMS, ไทย
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
แผนกหู คอ จมูก
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 09:30 - 19:00 |
| อังคาร | 09:30 - 16:00 |
| พุธ | 09:30 - 16:00 |
| พฤหัสบดี | 09:30 - 16:30 |
| ศุกร์ | 09:30 - 12:00 |
| เสาร์ | 09:30 - 12:00 |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย