Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

พญ. พรพรหม วิวัฒน์ศรีกุล หมอรังสีจากบ้านเซียงกง ที่วันว่างชอบดูสารคดี และหนีทางโลกไปปฏิบัติธรรม

หมอรังสีจากบ้านเซียงกง

พญ. พรพรหม วิวัฒน์ศรีกุล  –

เป็นเรื่องปกติที่ได้เห็น พญ. พรพรหม วิวัฒน์ศรีกุล นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ จอเดียวบ้าง หลายจอบ้าง จดจ่ออยู่กับภาพถ่ายภายในร่างกายที่ได้มาด้วยเทคนิคทางรังสีวิทยาต่าง ๆ  เพราะนี่คือหน้าที่ของรังสีแพทย์ ประจำศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ โรงพยาบาล BNH ที่เป็นกำลังสำคัญของการดูแลคนไข้ให้ครบถ้วนรอบด้าน

ลูกบ้านเซียงกง

ตลาดน้อย ปัจจุบันคือหนึ่งในย่านสุดคูลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้มาเช็กอิน ผิดจากเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ผู้คนมักแวะมาที่นี่เพื่อหาซื้ออะไหล่รถยนต์มือสองจากร้านเซียงกงที่เป็นธุรกิจหลักประจำย่านนี้ ซึ่งในวันนี้ก็ยังเห็นร้านเซียงกงเก่าแก่ตั้งอยู่ประปรายเคียงข้างร้านคาเฟ่และมุมถ่ายรูป

 

หนึ่งในเซียงกงนั้นคือบ้านที่หมอพรพรหมเติบโตมา เด็ก ๆ ในครอบครัวนี้ได้เห็นตั้งแต่ยุครุ่งเรืองจนถึงยุคซบเซา และรู้ว่าหากจะอยู่รอดได้คงไม่อาจพึ่งพาธุรกิจของที่บ้านเพียงอย่างเดียว

 

“พี่น้องทุกคนขยัน พยายามหางานทำเป็นรายได้เสริม เริ่มต้นจากพี่ชายไปสอนพิเศษตามบ้านก่อน แล้วพอเราเห็นพี่ชายทํา ก็คิดว่าดีนะได้เงินค่าขนม พอเราเรียนมัธยมปลายที่เตรียมอุดม เราก็เริ่มสอนพิเศษบ้าง แล้วก็สอนมาเรื่อย ๆ เข้าเรียนแพทย์ก็ยังสอนอยู่ จนกระทั่งปีหลัง ๆ ที่เริ่มเรียนหนัก แบ่งเวลาไม่ได้ ก็เลยหยุดสอนไป”

 

ในยุคนั้นที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย พรพรหมก็เหมือนเด็กเรียนดีอีกหลายคนที่เลือกเรียนหมอเพราะเรียนได้และเพื่อนร่วมชั้นส่วนมากก็เลือกกัน เธอเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

“เราเคยเป็นเด็กช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยเป็น พอต้องเรียนหมอและไปอยู่หอ ก็ทําให้เราต้องปรับตัว จากเดิมที่อยู่แต่บ้านแล้วมีคนทํานู่นทํานี่ให้ เราก็ต้องดูแลตัวเอง เลยเอาตัวรอดได้ประมาณนึง”

 

หลังจากนั้น พรพรหมก็แทบไม่ได้กลับไปอยู่บ้านยาว ๆ อีกเลย พอเรียนจบ เธอต้องไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลในจังหวัดปราจีนบุรีและสมุทรปราการ แล้วจึงกลับมาเรียนต่อเฉพาะทางด้านรังสีวินิจฉัย ที่โรงพยาบาลศิริราช

 

ที่เลือกเรียนรังสีแพทย์เนี่ย เพราะลึก ๆ เราค่อนข้าง Introvert รังสีแพทย์มีข้อดีคือมันจะไม่วุ่นวายมากเท่ากับหมอแผนกอื่น และสาขานี้ในตอนนั้นถือว่ายังค่อนข้างขาดแคลน ในเมืองไทยไม่ค่อยมีต่อเฉพาะทางด้านนี้ โรงเรียนแพทย์ที่เราจะกลับไปเป็นอาจารย์ก็อยากได้เฉพาะทางสาขานี้ เพราะถ้าเรามีหมอเอกซเรย์ที่เชี่ยวชาญ หมอด้านอื่นก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น มันจะมีการตรวจบางอย่างที่ซับซ้อนซึ่งแพทย์ทั่วไปก็อาจทําไม่ได้หรือไม่เข้าใจ เราเลยตัดสินใจมาเรียนต่อด้านนี้”

เมื่อจบจากสาขาเฉพาะทางต่อยอดด้านรังสีวินิจฉัยขั้นสูงที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หมอพรพรหมเข้าบรรจุเป็นอาจารย์แพทย์ด้านรังสีวินิจฉัย ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เธอสอนนักศึกษาแพทย์ปี 4 ควบคู่ไปกับการทำงานบริการคนไข้ หมอพรพรหมสนุกกับงานสอนมาก ถึงขนาดที่เมื่อย้ายมาประจำที่โรงพยาบาล BNH แล้ว เธอก็ยังกลับไปสอนอยู่ แต่ก็ต้องหยุดไปตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

การทำงานของแพทย์รังสีวินิจฉัย ต้องประสานงานกับแผนกอื่น ๆ อยู่ตลอดเพื่อให้เกิด Complete Care การดูแลองค์รวมครบถ้วนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเอกซเรย์กระดูก อัลตราซาวด์ช่องท้อง แมมโมแกรมทรวงอก  ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรแต่ละแผนกจึงสำคัญมากเพื่อให้การประสานเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

 

“โรงพยาบาล BNH ขนาดไม่ใหญ่มาก ตอนพักเราจะขึ้นไปทานข้าวในห้องพักแพทย์ ก็ได้เจอกันเกือบหมดทุกคน พอเจอกันแล้วก็ได้รู้จักกัน พอเจอเคสก็สามารถคุยส่งต่อเคสได้ง่าย ถ้าเจออะไรที่มันรีบด่วนมาก เราก็สามารถโทรไปคุยกับคุณหมอเจ้าของเคสได้เลย นี่เป็นข้อดีของที่นี่ เพื่อนร่วมงานดี ทุกคนน่ารัก”

หมอรังสี

แพทย์รังสีวินิจฉัยต้องแปลผลจากภาพเป็นข้อมูลให้แพทย์สาขาอื่นไปทำงานต่อ หมอพรพรหมจึงทำงานละเอียดมากจนเธอเองมองว่าบางทีก็เข้าขั้นย้ำคิดย้ำทำ เพราะคุณหมออยากให้ผลวินิจฉัยของเธอเป็นประโยชน์ต่อการรักษามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม คนไข้อาจมองว่าหมอรังสีคือหมอที่อยู่มุมห้อง ทำงานกับเครื่องมือไป แทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนไข้ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลย

“หมอรังสีส่วนมากจะเจอคนไข้ที่มาตรวจอัลตราซาวด์ หรือคนไข้มาทํา MRI หรือ CT Scan บางครั้งเราเห็นภาพแล้วไม่แน่ใจ ก็สามารถเดินไปคุยกับคนไข้ หรือขอตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อดูว่าภาพที่เราเห็นมันน่าจะเป็นอะไร ในการแปลผลเนี่ย การคุยกับคนไข้เป็นสิ่งสําคัญ ถ้าเป็นเคสที่คนไข้มาตรวจแล้วกังวล เราก็จะคุยกับเขาเบื้องต้นถึงจุดประสงค์ในการตรวจ แล้วก็พยายามให้คนไข้คลายความกังวล หรือถ้าเขาอยากสื่อสารอะไรก็ให้เขาระบายออกมา เน้นการรับฟังเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา”

ตามคำสอนของอาจารย์หมอที่เคารพซึ่งมักพูดเสมอว่า “ให้คิดว่าคนไข้เป็นครูของเรา” เพราะว่าต่อให้แพทย์อ่านหนังสือเยอะแค่ไหน กับเคสจริงก็ไม่เหมือนกัน เมื่อใดก็ตามที่หมอพรพรหมเจอเคสที่ไม่คุ้น เธอก็ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักเพื่อนำความรู้มาปรับใช้  แม้ว่าหน้าที่หลักของเธอจะไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ก็ตาม แต่สิ่งใดที่ส่งผลต่อแนวทางการรักษาและคุณภาพชีวิตของคนไข้ คุณหมอก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่

หมอไม่เสพดราม่า

“หมอไม่ค่อยชอบเสพดราม่าพวกอารมณ์ของตัวละคร พวกซีรีส์ที่มีคนแสดงมันมีการใส่อารมณ์ เราเลยไม่ค่อยชอบดู ที่ชอบคือสารคดีสืบสวนสอบสวน รู้สึกว่าการดูสารคดีเขาไม่ได้ใส่อารมณ์ลงไป แล้วก็ไม่ค่อยชอบดูอะไรที่มันยาวต่อเนื่องแบบซีรีส์ ถ้าดูก็ดูเป็นแนวที่จบตอนสั้น ๆ”

 

นอกจากไม่ชอบดูภาพยนตร์หรือซีรีส์แล้ว หมอพรพรหมยังไม่ชอบอ่านนิยายที่ใส่อารมณ์ของตัวละครไปเยอะ ๆ  แต่เธอชอบอ่านหนังสือแนวประวัติศาสตร์มาก ทั้งประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญ ประวัติศาสตร์โลก 

 

“เรารู้สึกอ่อนไหวเวลาอ่านพวกข้อความในนิยาย แล้วไม่ค่อยอยากมีอารมณ์ร่วมไปขนาดนั้น ก็เลยเลือกเสพสารคดีมากกว่า”

 

หมอพรพรหมมีภาพยนตร์สารคดีเรื่องโปรดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก่อนการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟที่หาดูได้บน Netflix และเธอก็ติดตามคอนเทนต์ประวัติศาสตร์บนเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะจากเพจ ‘พื้นที่ให้เล่า’ ว่าด้วยประวัติศาสตร์ราชวงศ์ในยุโรป

 

“ในการทํางาน เราอาจจะไม่ค่อยได้ใช้ แต่เวลาที่ไปเจอคนที่ไม่ได้ทําอาชีพเดียวกับเรา ความรู้รอบตัวพวกนี้ก็ทําให้เรามีเรื่องไปคุยกับคนนอกวงการได้ เพราะว่าเอาจริง ๆ โลกของหมอมันค่อนข้างแคบ เราจะรู้จักแค่คนในวงใกล้ ๆ สมมติไปลงเรียนคอร์สพัฒนาตัวเอง ไปเจอคนอาชีพอื่น การที่เรามีความรู้รอบตัวมันก็เป็นประโยชน์ประมาณหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักคนอื่นที่ไม่ใช่คนจากวงการแพทย์”

สุขได้เมื่อใจสงบ

“หมอเป็นคนที่มีความสุขได้ง่ายมาก เพราะไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ก่อนก็มีความคาดหวังว่าพออายุเท่านี้ฉันต้องทําตําแหน่งวิชาการเท่านี้ อายุเท่านี้จะต้องมีทรัพย์สินเงินทองเท่านี้ แต่มาถึงวันเนี้ยเรากลับรู้สึกไม่ได้อยากมีอะไรแบบนั้น รู้สึกเพียงพอแล้ว เพราะว่าจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นคนใช้เงินเยอะ ความสุขของเราก็แค่ว่าตื่นมาทํางานแต่ละวัน วันนี้อาจทํางานเสร็จก่อนเวลาเลิกงาน หรือวันนี้เรามาทํางานแล้วพูดจาดีกับเจ้าหน้าที่ทำให้ทุกคนหัวเราะ หรือแค่ขับรถแล้วไม่หงุดหงิดรถคันข้าง ๆ แค่นั้นเอง มันก็เลยเป็นความสุขที่เรียบง่าย”

 

นั่นคือความคิดเมื่อคุณหมอผ่านการฝึกจิตให้ใจสงบมาแล้วจากการไปปฏิบัติธรรม ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งมาทำในระยะหลัง 

 

“ตอนสมัยเป็นนิสิตแพทย์ ทางคณะเขาก็บังคับทั้งชั้นปีไปปฏิบัติธรรม แต่ไปโดยที่เรายังไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็คิดแค่ว่าเอาเรามาขังที่นี่ทําไม เราก็ทําไปแบบไม่ได้ผล แต่พอเห็นอะไรมามากขึ้น มันก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น”

 หมอพรพรหมเริ่มไปฝึกปฏิบัติธรรมช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ด้วยระยะเวลาที่สั้นไป หรือความคิดยังคงวนเวียนกับเรื่องทางโลกมากเกิน เธอเลยรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ผลเท่าไร พอกลับมาเจอสิ่งเร้าปุ๊ป เธอก็กลับเป็นเหมือนเดิม จนเมื่อปีที่แล้ว มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่มีความสนใจด้านธรรมะได้มาแนะนำและชวนไปเข้าคอร์สฝึกสติการรู้สึกตัว ที่สวนแสงเทียนศิริบูรณ์ จังหวัดพะเยา คุณหมอเลยตกลงลองไปปฏิบัติธรรมยาวถึง 7 วัน

 

“เราประทับใจ ทำให้เริ่มเข้าใจว่าทําไมถึงมีคนหาเวลามาทําสิ่งนี้ รู้สึกว่ามันดีจริง ได้ตัดวงจรความคิดโลกโซเชียลต่าง ๆ อย่างทุกวันนี้ แม้ว่าเราหยุดงานอยู่บ้าน มันก็ยังมีโทรศัพท์จากที่ต่าง ๆ โทรหา แล้วเราก็รู้สึกเครียด การไปอยู่ในที่ที่เขาห้ามใช้โทรศัพท์ ให้เราอยู่กับตัวเอง มันก็สงบมากขึ้น ก็เลยตั้งใจว่าจะไปร่วมคอร์สยาวอย่างน้อยปีละครั้ง ถ้ามากกว่านั้นได้ก็จะดี”

“เราอยากให้ข้อมูลที่เราทําให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการรักษา จากเดิมที่เขายังไม่แน่ชัดในแง่ของการวินิจฉัยว่าจําเป็นต้องรักษายังไง เขาได้ข้อมูลจากเราไปแล้วไปต่อได้ แล้วถ้าทางนั้นอยากให้เราช่วยเหลืออะไรหรือตรวจเพิ่มเติม เราก็พยายามทําตามความต้องการให้ดีที่สุด”

 

หากมีรังสีแพทย์ที่พร้อมทุ่มเทเพื่อคนไข้อย่างหมอพรพรหม แม้ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยมากนัก หรือเป็นเจ้าของเคสโดยตรง แต่ก็เป็นผู้ที่มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้การรักษาดำเนินไปอย่างถูกทาง และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

พญ. พรพรหม วิวัฒน์ศรีกุล

ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์

สาขาเฉพาะทาง

Musculoskeletal imaging

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– Musculoskeletal imaging


– Fellowship in musculoskeletal imaging
– General radiology


– Doctor of medicine, Siriraj hospital, Mahidol University, First degree honor
– Residency in general radiology, Siriraj hospital
– Fellowship in musculoskeletal imaging, King Chulalongkorn Memorial Hospital

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 07:00 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
พุธ 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
พฤหัสบดี 07:30 – 19:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
เสาร์ 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
()
เสาร์ 07:00 – 18:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
()
อาทิตย์ 07:30 – 16:00 ศูนย์ภาพวินิจฉัยทางการแพทย์
()