Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

สารพัดงานอดิเรกของ นพ. ภาสกร ถาวรนันท์ หมอ ENT เสียงนุ่ม ที่ผูกมิตรกับคนไข้ด้วยเรื่องของสิ่งที่สนใจ

ที่แผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาล BNH มีคุณหมอเสียงนุ่มอยู่คนหนึ่ง คือ หมออั๋น นพ. ภาสกร ถาวรนันท์ ที่มาพร้อมท่าทางเป็นมิตร เขาอาจดูเป็นคนนิ่ง ๆ แต่พอคุยอะไรด้วย ทั้งปัญหาโรค ปัญหาใจ หรือเรื่องรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ภาพยนตร์ ดนตรี นาฬิกา กล้องถ่ายรูป ท่องเที่ยว หรือไวน์ เขาก็รับไม้คุยต่อได้หมด จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไข้สนิทสนมคุ้นเคยกับคุณหมอได้อย่างรวดเร็ว

เด็กแว้น

ช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเด็ก อั๋นต้องเข้าออกโรงพยาบาล เพราะเขาต้องไปเฝ้าไข้คุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคเลือด เมื่อคุณแม่จากไป เขาก็โตมาใช้ชีวิตสนุกแบบวัยรุ่นทั่วไป บ้านของเขาอยู่ที่นครราชสีมา ซึ่งเด็กวัยรุ่นเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์กันตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องปกติ อั๋นก็เช่นกัน

“ผมเคยเป็นแบบที่สมัยนี้เขาเรียกกันว่าเด็กแว้น ชอบมอเตอร์ไซค์ ผมเอาเครื่องมารื้อหมดเลยแล้วแต่งให้มันแรง ๆ ให้ซิ่งแล้วเสียงดัง ๆ”

ความสนใจในเครื่องยนต์กลไกนี้ทำให้เขาสนใจเรียนวิศวกรรม แต่ช่วงที่เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย และพี่สาวกำลังเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์ คุณพ่อของเขาก็มาเล่าถึงความปรารถนาของแม่ผู้ล่วงลับว่าอยากให้ลูกสักคนเป็นหมอ อั๋นที่รู้สึกว่าต้องทดแทนบุญคุณพ่อแม่ก็เลยเลือกเรียนหมอ และสอบเข้าได้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“น้องเล็กก็เป็นหมอ ถ้าผมรู้ว่าน้องจะเรียนหมอ ผมคงไปทางอื่นแล้ว”

ช่วงมัธยม อั๋นก็ตั้งวงดนตรีด้วย เขาเล่นคีย์บอร์ด กีตาร์เบส และกลอง ในวันที่สอบติดแพทย์ คุณครูแนะแนวที่โรงเรียนถึงกับเรียกเขาไปคุยด้วยความดีใจและโล่งใจ เพราะเธอเห็นเขาใช้เวลาแต่ละวันหมดไปกับมอเตอร์ไซค์และดนตรี จนคิดว่าเขาอาจเรียนไม่จบ

นศพ.อั๋น เคยสนใจงานศัลยกรรมพลาสติก แต่พอเขาต้องไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลชายแดนในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นพื้นที่ที่ยังปัญหาความไม่สงบระหว่างกองทัพพม่ากับทหารกะเหรี่ยง เขาจึงต้องรับเคสผู้ได้รับบาดเจ็บจากสงครามเยอะมาก บางคนก็เหยียบกับระเบิดขาขาด บางคนก็แก้วหูทะลุ บางคนก็จมูกแหว่ง บาดเจ็บที่ใบหน้า เขาเลยได้ลองงานกระดูกและข้อ และงานของแผนกหู คอ จมูก หลายเคส จึงเริ่มหันมาสนใจงานด้านนี้ด้วย พอต้องเลือกเรียนต่อ เขาก็พิจารณาทั้งความสนใจ ความเหมาะสมกับลักษณะนิสัย และโอกาสในการได้เข้าเรียนต่อ จึงได้มาเรียนหู คอ จมูก ที่โรงพยาบาลราชวิถี

พอจบเป็นแพทย์เฉพาะทาง หมออั๋นต้องไปใช้ทุนต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และต่อมาก็มาประจำเป็นแพทย์เต็มเวลาในแผนกหู คอ จมูก คนแรกของโรงพยาบาล BNH ตั้งแต่ พ.ศ.2546

“ที่นี่เป็นองค์กรที่ไม่ใหญ่มาก หมอเองก็รู้จักกันหมด เวลามีคนไข้จะส่งต่อ เราก็คุยกันประสานงานกันง่าย ไปงานสังสรรค์ทีก็เฮฮากันอย่างเดียว อบอุ่นเหมือนบ้าน ทุกคนเป็นเพื่อนพี่น้องกัน”

บอลลูนหู

เคสการรักษาส่วนมากของหมออั๋น จะเป็นมะเร็งที่ศีรษะและลำคอ โรคไซนัส และโรคในหู ซึ่งการรักษาได้หลายระบบนี้ก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้เขาสามารถบูรณาการการรักษาแบบองค์รวมตามแนวทาง Complete Care ได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญในการรักษานั้น ไม่ใช่เพียงทำให้คนไข้หายจากโรค แต่ยังต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปด้วย เช่น มะเร็งกล่องเสียง ถ้ายังมีหนทางให้คนไข้เก็บกล่องเสียงเอาไว้พูดได้ คุณหมอก็จะบอกข้อดีของการรักษาด้วยวิธีฉายแสง แต่ถ้าดูแล้วไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องตัดออก แต่เขาก็จะบอกว่ามันมีทางแก้ไขอะไรหลังจากที่ทําไปแล้ว เช่น การฝึกใช้เสียง หรือเครื่องมือที่เข้ามาช่วย ให้คนไข้รู้ว่าถึงเสียงเขาอาจไม่ได้เหมือนปกติ แต่ก็ยังสามารถสื่อสารได้ และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“ในการทำงาน จะต้องซื่อตรงกับตัวเองและคนไข้ บางทีเขาไม่ได้มาแค่รักษาโรค แต่มันอาจมีหลายปัญหาที่ซ่อนอยู่ เดี๋ยวนี้มีทางเลือกในการรักษาหลายอย่างที่ให้ประโยชน์กับเขา หากเราแนะนําอะไรให้คนไข้ได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ถึงที่สุด คนไข้จะต้องเป็นคนตัดสินใจเอง”

หากกล่าวถึงเทคโนโลยีการทำบอลลูนเพื่อรักษาความผิดปกติทางร่างกาย เกือบทุกคนอาจนึกถึงปัญหาที่หลอดเลือด แต่ในระบบหู คอ จมูก ก็มีการรักษาด้วยบอลลูนเช่นกัน เพื่อรักษาปัญหาท่อเชื่อมหูชั้นกลางทางเดินหายใจทํางานไม่ดี จากเดิมที่ต้องเจาะแก้วหูใส่ท่อระบายน้ำในหู ซึ่งมักเกิดปัญหาท่อระบายหลุด รูที่เจาะไว้ก็ปิด แล้วคนไข้ก็เกิดน้ำในหูขึ้นอีก แต่พอใช้บอลลูนเข้าไปขยายท่อเชื่อมให้ทำงานได้ดี ปัญหาน้ำในหูก็จะหมดไป

วิธีการรักษานี้ หมออั๋นไปเรียนรู้ที่สหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ และเป็นคนแรกที่เริ่มนำมาใช้ในประเทศไทย

“ตอนแรกในโรงเรียนแพทย์หลายที่ยังมองว่าวิธีนี้มันจะโอเคจริงมั้ย บางคนก็ว่าไม่น่าจะได้ผล จึงเป็นเรื่องท้าทายมากในการนำมารักษา แต่ปัจจุบันวิธีนี้ก็แพร่หลายแทบทุกที่แล้ว”

เมื่อคนไข้ก้าวเข้ามาในห้อง หากเป็นผู้สูงอายุ คุณหมอก็จะยกมือไหว้ก่อน หากเป็นคนอายุน้อย คุณหมอก็จะชวนคุย ในห้องตรวจของเขายังมีภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ฝีมือตัวเองติดไว้ลดบรรยากาศตึงเครียด และเป็นหัวเรื่องให้เริ่มบทสนทนาได้ด้วย

“ความเป็นกันเอง ทำให้คนไข้เขากล้าที่จะพูดหรือบอกปัญหาให้เราได้ทราบน่ะครับ”

That’s DA Way

หากมองไปรอบห้องตรวจของหมออั๋น บนผนังจะมีรูปวิวจากสถานที่หลายแห่ง ทุกฤดูของญี่ปุ่นซึ่งหมออั๋นถ่ายเองตอนไปเที่ยว เขามักพกพากล้องติดตัวเสมอเมื่อออกเดินทาง และบันทึกรูปทั้งภาพวิว ภาพบุคคล มาเก็บไว้บนเว็บเพจ That’s DA Way

“DA ก็มาจาก Dr.อั๋น นั่นเอง”

หมออั๋นเริ่มถ่ายรูปมาตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์ม เมื่อก่อนกว่าเขาจะกดชัตเตอร์ที ต้องคำนึงถึงการวัดแสง ระยะชัดลึกชัดตื้น ต้องคิดเยอะ

“ฟิล์มม้วน 32 รูปเนี่ย สมัยก่อนผมพูดเลยว่าถ่ายได้ดี 2 รูป ก็ถือว่าโอเคแล้ว”

พอมีกล้องดิจิทัลเข้ามา เขาก็ไม่กลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกเลย ก่อนหน้านี้หมออั๋นใช้กล้อง DSLR ซึ่งมีขนาดใหญ่ แล้วก็พกเลนส์ไปเที่ยวทีครั้งละ 4-5 ตัว น้ำหนักร่วม 10 กิโลกรัม

“จําได้เลยว่าไปเบลเยียม แล้วก็เดินตั้งแต่เช้าถึงบ่าย 3 แล้วก็ไม่อยากทําอะไรแล้ว คือมันหนัก มันปวดไปหมด กลับมาปุ๊บก็ขายยกชุดเลย”

หลังจากนั้นคุณหมอก็เปลี่ยนไปใช้กล้อง Mirrorless ซึ่งก็เบาลงเยอะ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็เริ่มมีเลนส์คุณภาพดีซึ่งน้ำหนักมากมาเสริม จนน้ำหนักรวมก็เริ่มหนักอีกแล้ว

แต่ถึงจะชอบถ่ายรูป แต่ทริปถ่ายรูปคุณหมอก็ไม่ค่อยไปร่วม ด้วยข้อจำกัดของเวลาที่ขึ้นอยู่กับคนนำทริป แต่เขาชอบใช้เวลากับจุดที่สนใจได้นานเท่าที่ต้องการมากกว่า เขาจึงมักมีภาพถ่ายจากมุมมองและช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเหมือนใครนักมาอวดคนไข้

สายซิ่ง

เหนือจอคอมพิวเตอร์ในห้องตรวจของคุณหมอ ยังแขวนภาพของเขากับรถมินิคันโปรด ที่เพื่อน ๆ อัดให้ในวันเกิด คุณหมอบอกว่าปัจจุบันขายไปแล้ว

หมออั๋นเป็นคนชอบเครื่องยนต์กลไกมาตั้งแต่เป็นเด็กแว้น เขาแว้นไปทั่วโคราช ขอนแก่น พอไปใช้ทุนที่แม่ฮ่องสอนก็แว้นไปล่าพระอาทิตย์ขึ้นก่อนรุ่งสางบนยอดดอย เครื่องยนต์สมัยก่อนไม่แรงนัก ขึ้นดอยชันบางทีก็ต้องลงไปเข็น  แต่พอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยการจราจรที่หนาแน่นและอายุที่มากขึ้น เขาก็ไม่ได้แว้นแล้ว มีเพียงเวลาไปเที่ยวตามเกาะเท่านั้นที่จะได้เช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วออกแว้นย้อนวัย

แต่นอกจากรถสองล้อแล้ว รถสี่ล้อเขาก็เป็นผู้ชำนาญการขับเช่นกัน

“ผมไปสัมภาษณ์ที่ รพ.ราชวิถี อาจารย์ไม่ถามอะไรเลย ถามแค่ว่าขับรถตู้ได้มั้ย”

ตั้งแต่ไปเรียนเฉพาะทางที่โรงพยาบาลราชวิถี งานประจำอีกอย่างที่เขาต้องทำคือขับรถตู้ให้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แม้ว่าที่โรงพยาบาลจะมีคนขับรถพยาบาลอยู่แล้ว แต่หน้าที่หลักคือประจำการรอคนไข้ด่วน จึงพาไปออกหน่วยด้วยไม่ได้ พอมีหมอที่ควบงานได้ ก็ประหยัดทั้งกำลังคนกำลังทรัพย์ เลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่งนอกจากคุณสมบัติและความตั้งใจ ที่ทำให้เขาได้เข้าไปเรียนต่อที่นี่

“ผมขับเร็วแต่ปลอดภัย อาจารย์จะชมผมเวลาไปออกหน่วยที่ไกล ๆ เช่น พังงา เชียงราย อุบลฯ ผมตัดสินใจเร็ว และวางแผนให้ได้ถ่ายรูปด้วย เมื่อก่อนคนอื่นจะกลัวไม่กล้าแวะถ่ายรูป แต่ผมอยากแวะก็แวะเลย (ถ้าอาจารย์อนุญาต) เขาก็จะมีรูปสวย ๆ ไว้ดูกัน”

พอไปออกหน่วยเคลื่อนที่ มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมาเรียกทานข้าว ก็มักถามอาจารย์แพทย์ว่าคนขับรถหายไปไหน อาจารย์ก็จะชี้ไปที่หมออั๋น

“นั่นไงคนขับรถ กําลังตรวจคนไข้อยู่”

ก่อนหน้านี้หมออั๋นก็เคยขับรถ MINI และ Porsche แต่ตอนนี้เขาเน้นขับรถยนต์เครื่องแรงระดับสปอร์ตคาร์ ตอนนี้เขามี BMW Z4 และ Audi หากมีเวลา เขาก็จะพารถไปออกกำลังเครื่องยนต์บนถนนโล่ง ๆ ในเส้นทางต่างจังหวัด แต่การขับรถของคุณหมอก็ยังอยู่ใต้แนวคิดเดิม คือเร็วแต่ปลอดภัย

เครื่องประดับของผู้ชาย

หมออั๋นมีเพื่อนหลายกลุ่ม แต่หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทที่สังสรรค์ด้วยกันประจำคือกลุ่มคนรักนาฬิกา Panerai ซึ่งยังไม่นับรวมแบรนด์อื่นๆ ก็คบหากันมานานกว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มสะสมนาฬิกาใหม่ ๆ จนตอนนี้ก็มี Panerai มากถึง 24 เรือน

“นาฬิกามันเป็นเหมือนเครื่องประดับอย่างหนึ่งของผู้ชาย ผมเลยชอบ แต่พวกที่ราคาสูงถึง 7 หลัก ผมก็ยังไม่กล้าซื้อ ซื้อมาก็คงไม่กล้าใส่ เดี๋ยวไปกระแทกโดนนู่นโดนนี่ ใส่ไปเที่ยวยุโรปก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนจี้ ไปยุโรปนี่ใส่แต่ Casio ปัจจุบันคนจะใส่สมาร์ทวอทช์ แต่ผมดูอะไรบนโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว ก็เลยไม่มี”

นาฬิกาที่หมออั๋นซื้อนั้นมีไว้เก็บ ไม่ได้มีไว้ขาย ตามคอนเซ็ปต์ที่เขามักคุยเล่นกับเพื่อนในกลุ่ม ‘ไม่ขาย ไม่ขาดทุน’ เพราะปัจจุบันราคานาฬิกามือสองส่วนมากมีแต่ตกลงเกือบ 50%

ดูหนังฟังเพลง ต้องให้เสียงกระหึ่ม

“เวลาผมอยู่ในห้องผ่าตัด ผมก็จะเปิดเพลงเบา ๆ ช่วยผ่อนคลาย ทำให้มีสมาธิ”

นอกห้องผ่าตัด ไม่ว่าจะทำงานในห้องตรวจหรืออยู่บ้าน หากอยู่ลำพังหมออั๋นก็จะเปิดดนตรีคลอไปด้วย เพราะเขาเป็นคนชอบดนตรีมาก ที่บ้านถึงกับติดตั้งเครื่องเสียงขนาดใหญ่ไว้สำหรับฟังดนตรีโดยเฉพาะรวมทั้งมีโฮมเธียเตอร์ส่วนตัว

ในโฮมเธียเตอร์นี้ เพื่อให้ได้อรรถรสที่ต่างออกไป เครื่องเสียงสำหรับดูหนังของเขาจึงไม่ใช่ระบบเดียวกับการฟังเพลง แต่มีระบบเสียงฝังเพดานและผนังด้วย ดูภาพยนตร์ที่บ้านที ก็ให้ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากไปดูในโรงหนังที่เขาไม่ค่อยชอบไป แต่ถ้ามีโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน เขาอยากดูหนังเมื่อไรก็ได้ดู อยากหยุดเล่นเพื่อไปเข้าห้องน้ำหรือกรอเร็วข้ามฉากเมื่อไรก็ทำได้ตามใจ

“ยิ่งผมชอบหนังแอ็คชั่น พอมีเครื่องเสียงดี ๆ ฉากเฮลิคอปเตอร์บินผ่านศีรษะที เราก็จะรู้สึกอย่างนั้นเลยจริง ๆ”

ตอนนี้ใคร ๆ ก็ดูหนังบนสตรีมมิ่ง แต่หมออั๋นก็ยังมอบให้แผ่นบลูเรย์เป็นที่หนึ่ง หากต้องการภาพคมชัด เสียงคุณภาพดี แม้ว่าปัจจุบันจะหาซื้อไม่ค่อยได้แล้วก็ตาม

“ถ้ามีหนังอะไรดี ๆ สนุก ๆ ผมก็ซื้อแผ่นมาดู ตอนนี้ร้านปิดไปเยอะ บางทีก็ต้องสั่งออนไลน์เอา แต่ว่าหนังที่อยากดูเฉย ๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก หรือพวกซีรีส์ที่มันไม่ได้สร้างมาให้ภาพเสียงดูดีขนาดนั้นอยู่แล้ว ผมก็ดูผ่านสตรีมมิ่ง”

คนคอไวน์

ช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นช่วงที่ใครหลายคนได้ใช้เวลาค้นพบความชอบใหม่ของตัวเอง หมออั๋นก็เช่นกัน

เดิมทีเขาจะมีไวน์ติดบ้านเพียง 3-4 ขวด แต่พอช่วงโควิด แผนกปิด เขาต้องใส่ชุด PPE ไปตรวจคนไข้โควิดเพียงอาทิตย์ละวัน เขาเลยใช้เวลาว่างมาศึกษาเรื่องไวน์

“ผ่านไปเดือนนึงไวน์ก็เต็มบ้าน ต้องหาตู้มาใส่ จนตอนนี้มีตู้แช่ไวน์อยู่ 3 ตู้”

เขาหาความรู้จากแอป Vivino ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับคนรักไวน์ทั่วโลก พอได้ลองทานไวน์ตัวไหนมา คุณหมอก็มักไปรีวิวรสสัมผัสของไวน์  ภายใน 4-5 ปีหลังมานี้ ตั้งแต่มาศึกษาเรื่องไวน์จริงจัง เขาก็ทานไวน์ไปแล้วถึงกว่า 1,500 ฉลาก

ความท้าทายที่เขาชอบมากเกี่ยวกับไวน์ คือการสรรหาไวน์ราคาย่อมเยาหลักร้อย แต่คุณภาพดีเทียบเท่าไวน์หลักพัน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ พอได้รู้เรื่องไวน์เยอะ ได้รู้ราคาไวน์มาก เขาก็ไม่กล้าออกไปทานไวน์ในร้านอาหารที่มักขายราคาสูงกว่าราคาจริง เพราะเขารู้ราคาจริงของตลาด

“ผมก็เข้าใจนะว่าธุรกิจเขาก็ต้องคิดทั้งค่าไฟค่าจ้างเด็ก แต่พอเรารู้ราคาจริง ก็ทําใจไปทานข้างนอกไม่ได้จริง ๆ มันเลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมอยู่บ้านเยอะ และผมทานไวน์ที่บ้าน ก็จะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของมันได้ เพิ่งรินเป็นยังไง ครึ่งชั่วโมงผ่านไปเป็นยังไง หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเป็นยังไง อยู่ที่ร้านมันทำแบบนี้ไม่ได้”

เพราะมีทั้งไวน์ มีทั้งโฮมเธียเตอร์ คาราโอเกะ เวลาหมออั๋นนัดสังสรรค์กับเพื่อนที ก็ไม่ต้องไปหาสถานที่ไหนไกล มีบ้านเขานี่แหละเป็นที่รับแขก

“พอได้เห็นงานที่เราทําออกมาดี คนไข้หาย คนไข้รักเรา ก็ทําให้มีกําลังใจ ทําให้รู้ว่าตัวเรายังมีประโยชน์อยู่นะ”

แม้ว่าหมออั๋นจะทำงานหนักมากจนคนแซวว่าเขาทำงานอาทิตย์ละ 8 วัน แต่เขาก็ยังให้เวลากับคนไข้เต็มที่ เพราะจนถึงตอนนี้ เขารู้แล้วว่างานหมอคืองานที่ทำให้เขามีพลังในการใช้ชีวิต และช่วงเวลานอกเหนือจากงาน เขาก็เต็มที่กับชีวิต เพื่อให้มีพลังกายและพลังใจมาใช้ทำเพื่อคนไข้ต่อไป เรื่องราวสิ่งที่เขาสนใจมากมายนี้ยังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนไข้ในฐานะคนคอเดียวกัน ที่ทำให้การดำเนินการรักษาโรคราบรื่นขึ้นอีกมาก

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

PASAKORN THAVORNANT, M.D.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

โสต ศอ นาสิกวิทยา

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ไทย

วุฒิบัตร

แพทยสภา, โสต ศอ นาสิกวิทยา, โรงพยาบาลราชวิถี

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

ชาย

Doctor Story

ตารางออกตรวจ

แผนกหู คอ จมูก

วัน เวลา
จันทร์ -
อังคาร 09:30 - 12:00
พุธ -
พฤหัสบดี -
ศุกร์ 09:30 - 12:00
เสาร์ -
อาทิตย์ 09:30 - 12:00

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย