Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

พญ. ณัฏฐิญา ชูเมือง นางฟ้าของทารกแรกเกิด กุมารแพทย์ผู้ทุ่มเทเพื่อลูก ๆ ในโรงพยาบาล และเสน่ห์ปลายจวักในวันว่าง

พญ. ณัฏฐิญา ชูเมือง  –

ภายใต้บุคลิกว่องไวจนดูเหมือนคนดุของ หมอจุ๊ พญ. ณัฏฐิญา ชูเมือง กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ประจำแผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาล BNH  ที่จริงแล้วคุณหมอใจดี ใจเย็น และทุ่มเทเพื่อเด็ก ๆ เธอเป็นคนรักเด็กมาก การดูแลเด็กไม่ใช่เพียงแค่งาน แต่เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

เด็กที่อยากเป็นหมอเด็ก

ด.ญ.จุ๊ มักมีปัญหากับผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เธอแพ้ง่ายมาก และมีผื่นขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จนแทบจะต้องไปหาหมอทุกเดือน

“ไปหาหมอแล้วเจอคุณหมอเด็กใจดี ไปแล้วก็อาการดีขึ้น เราเลยอยากเป็นหมอผิวหนังเด็กมาตลอด”

เมื่อโตขึ้น เธอได้เข้าเรียนแพทย์ตามที่หวัง ความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ผิวหนังเด็กยังคงอยู่กับ นศพ.จุ๊ จนเข้าชั้นปี 5 เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็น ‘เด็กจิ๋ว’ เมื่อวนไปเรียนที่วอร์ดกุมารเวช

“เราไม่เคยเห็นมาก่อน เขาตัวเล็กเท่าขวดน้ำเอง ในใจเราก็คิดว่าเขาจะรอดมั้ย”

การได้เห็นเด็กจิ๋วทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ แต่การได้เห็นวิธีที่อาจารย์แพทย์ดูแลเด็กจิ๋วและเปลี่ยนเด็กป่วยให้มีพัฒนาการเติบโตต่อไปเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขคนเหมือนเด็กทั่วไปได้ ทำให้เธอประทับใจ 

“ตอนนั้นก็ตั้งธงในใจอยู่แล้วว่าฉันต้องเรียนหมอเด็กแน่ ๆ แล้วก็อยากเรียนด้านทารกแรกเกิดด้วย”

กุมารเวชศาสตร์สาขาทารกแรกเกิดนั้น ไม่ใช่สาขายอดนิยมในหมู่นักเรียนแพทย์ อาจด้วยความท้าทายที่ต้องรับมือกับปัญหาที่ว่ารุนแรงแล้ว ความบอบบางของร่างกายทารกก็ทำให้ปัญหาหนักขึ้นไปอีก  แต่หมอจุ๊ชอบความท้าทายอยู่แล้ว และเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้เด็กคลอดก่อนกำหนดมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น ทำให้งานดูแลปัญหาของทารกแรกเกิดมีความต้องการสูงมากขึ้นตามไปด้วย

หมอจุ๊ใช้ทุนไปพร้อมกับเรียนต่อด้านกุมารเวชที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ แล้วจึงมาต่อสาขาทารกแรกเกิดที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็กเธอเคยคิดว่าเรียนจบแล้วก็อยากกลับไปทำงานที่บ้านเกิด คือจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ความชอบอีกอย่างของเธอคือการได้ดูแลเคสคนไข้ตั้งแต่ต้นจนจบ หากอยู่กับโรงพยาบาลที่มีทรัพยากรพร้อม ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องคอยส่งเคสเข้าโรงพยาบาลใหญ่ สุดท้ายคุณหมอจึงตัดสินใจอยู่ทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอบโจทย์มากกว่า และอาจารย์แพทย์ที่โรงพยาบาลเด็กก็แนะนำเธอให้เข้าทำงานในโรงพยาบาล BNH ซึ่งมีชื่อเสียงด้านแม่และเด็ก

“โรงพยาบาล BNH เหมือนจะขนาดไม่ใหญ่ แต่ศักยภาพดีเลย มีความพร้อมเยอะ และอยู่ในเครือใหญ่ ถ้าเราต้องการอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมก็หาได้ เลยตอบโจทย์การทํางานของเรา ทีม ICU ก็เข้มแข็ง สามารถดูเคสทารกเล็กๆ ได้เยอะ”

หมอจุ๊ยังประทับใจในนโยบาย Complete Care ของโรงพยาบาล BNH หรือการดูแลแบบบูรณาการครบถ้วนรอบด้าน ตั้งแต่ป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และดูแลก่อนที่อาการจะกำเริบรุนแรง และด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่หล่อหลอมให้บุคลากรของโรงพยาบาลได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน ทำให้การปรึกษาหรือส่งต่อเคสระหว่างแผนกเป็นไปได้อย่างง่ายดาย อย่างงานของกุมารแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยเด็กวิกฤติ ก็มักเกี่ยวข้องกับสาขาอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางมาร่วมดูแลคนไข้

“ชอบ Community ที่นี่มาก ด้วยความที่โรงพยาบาลขนาดไม่ค่อยใหญ่ คุณหมอรู้จักกันเกือบทุกคน เราสนิทกันหมดทั้งทีม เวลามีเคสที่มีปัญหาก็ปรึกษากันได้เร็ว คุยกันได้เลย ก็เลยดูแลคนไข้ได้ทั่วถึง คนไข้ก็ได้รับการดูแลที่ดีที่สุดจากทั้งทีม”

เด็กจิ๋วในห้องไอซียู

คนไข้ของหมอจุ๊คือทารกแรกเกิดที่มีปัญหา เช่น คลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีความเสี่ยงสูงเพราะมารดามีความเสี่ยงสูง ทารกที่มีภาวะผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คนไข้จึงเปราะบางมาก หากแพทย์ตัดสินใจช้าเพียงนิดเดียวก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการชั่วชีวิตของเขา ทำให้คุณหมอต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่ตลอด และความสามารถในการจัดการหรือตัดสินใจเรื่องของคนไข้ได้เร็วนี้ก็เป็นจุดแข็งของเธอ

หากคุณแม่เข้ารับการฝากครรภ์ แพทย์จะสามารถตรวจพบความผิดปกติส่วนมากได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อทำคลอด หมอจุ๊จึงไม่ค่อยเจอทารกที่มีความผิดปกติรุนแรงหากคุณแม่มาตรวจครรภ์สม่ำเสมอ และไม่ได้คลอดก่อนกำหนด

“ทารกที่คลอดเมื่อครบกําหนดส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาล BNH หากมีปัญหา ก็จะเป็นการหายใจเหนื่อยหลังคลอด ปรับตัวนอกครรภ์ไม่ได้ ซึ่งปกติหมอจะตรวจพบได้เร็วตั้งแต่ตอนตรวจร่างกายหลังคลอด เราก็จะรีบช่วยเหลือก่อน เตรียมเครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยดูแลการหายใจก่อนที่อาการเขาจะพัฒนาไปเป็นโรคที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นก็พูดได้เลยว่า ที่โรงพยาบาล BNH ถ้าเด็กไม่ได้คลอดก่อนกําหนด เขาก็มีโอกาสพบโรครุนแรงน้อยมาก เพราะเราจัดการได้เร็ว”

สมัยเรียนที่โรงพยาบาลเด็ก เคสรุนแรงที่เธอเคยเจอคือคุณแม่ที่ไม่ได้มาฝากครรภ์สม่ำเสมอ จนรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยถึงยอมมาตรวจ สูตินรีแพทย์ประเมินแล้วว่าเด็กมีสัญญาณชีพผิดปกติ ต้องยุติการตั้งครรภ์และผ่าคลอดฉุกเฉิน หมอจุ๊ต้องเข้าไปร่วมผ่าตัดด้วยเพื่อรอรับทารกแรกเกิด เด็กที่ออกมาก็มีภาวะขาดออกซิเจนแต่กำเนิด ชัก ต้องเจาะสะดือใส่ท่อช่วยหายใจและทำให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ การจัดการของคุณหมอใน 5 นาที หรือ 20 นาที ส่งผลต่อคนไข้แตกต่างกันมาก โชคดีที่หมอจุ๊ตัดสินใจได้ไว เมื่อผ่านการดูแลของคุณหมอแล้ว ค่าความแข็งแรงของร่างกายจากที่ใกล้เคียง 0/10 ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 5/10 หลังจากอยู่ในห้องไอซียู 3 วัน ก็นำทารกออกมาเข้าตู้อบได้

คนไข้รายหนึ่งของคุณหมอเกิดจากคุณแม่ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จึงต้องยุติการตั้งครรภ์ขณะอายุครรภ์เพียง 6 เดือน แม้การผ่าตัดคลอดจะประสบความสำเร็จ แต่ทารกที่ออกมาก็มีน้ำหนักเพียง -400 กรัม ในขณะที่น้ำหนักมาตรฐานของทารกแรกเกิดควรอยู่ระหว่าง 2.5-4.5 กิโลกรัม ชีวิตของทารกคนนี้จึงคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างความเป็นความตายตั้งแต่แรกเกิด ต้องอาศัยอยู่ในห้องไอซียูทันที  ในห้องไอซียูนี้ หมอจุ๊ต้องดูร่างกายทารกทั้งระบบการหายใจ อัลตราซาวด์ประเมินหลอดเลือดสมอง อัลตราซาวด์เช็คหัวใจ และตรวจประเมินอาการของทารกทุกวัน เพื่อให้สามารถพบความผิดปกติที่มีโอกาสเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ และประสานกับแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องได้ทัน มีการสื่อสารกับผู้ปกครองเป็นระยะเพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณแม่ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับทารกที่ต้องอยู่ในตู้อบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะอายุจะครบตามกำหนดคลอดที่แท้จริง หลายเคสที่แม้ทารกตัวจิ๋วจะสู้จนสามารถออกจากโรงพยาบาลและไปใช้ชีวิตเติบโตได้ คุณแม่ก็ยังต้องพามาติดตามอาการกับหมอจุ๊ อัปเดตข้อมูลพัฒนาการของลูก โตแค่ไหนแล้ว ทำอะไรได้บ้าง เข้าโรงเรียนหรือยัง เธอจึงผูกพันกับคนไข้แต่ละรายมาก

“บางทีดึกแล้ว เราก็ไปนอนไม่ได้นะ เราจะคิดว่าถ้าไปนอนตอนนี้ลูกเขาอาจมีอาการไม่ดี แต่พอคนไข้ดีขึ้น เราก็รู้สึกมีกําลังใจ เลยไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกับการทํางาน แต่ถ้าสมมติเราทําทุกอย่างแล้วแต่คนไข้ไม่ดีขึ้นสักที เราก็จะวางใจไม่ได้เลย จะเดินวนอยู่ไม่ไปไหนจนกว่าคนไข้จะทรงตัว”

มีเคสคนไข้ทารกที่หมอจุ๊เป็นคนรับน้องตั้งแต่นาทีที่ออกจากท้องแม่ แต่พอเด็กออกมา แพทย์วินิจฉัยทันทีว่าคนไข้มีความผิดปกติแต่กำเนิดที่อวัยวะภายใน แล้วต้องผ่าตัดในวันนั้นเลย น้องคลอดตอนเช้า กว่าจะเตรียมความพร้อมผ่าตัดได้ก็เย็น และผ่าเสร็จออกมาเกือบตี 1 ของวันถัดไป ตลอด 24 ชั่วโมง หมอจุ๊ก็อยู่ตรงนั้นกับเด็กตลอด จนผ่านไปอีก 4 วัน กว่าน้องจะอาการทรงตัว หมอจุ๊ก็ยังอยู่ Standby กับคนไข้

“พอเด็กได้ถอดท่อช่วยหายใจ มีพ่อแม่มาเยี่ยม แล้วพ่อแม่เขาดีใจ เราได้คุย ได้จับมือเขา แล้วเขาร้องไห้ที่ลูกอาการดีขึ้น เราก็มีความสุขแล้ว คิดว่าไม่เป็นไร ถึงอดนอนมา แต่เดี๋ยวเราค่อยไปนอนก็ได้”

เคสผู้ป่วยแรกเกิดส่วนมากก็จะเป็นลักษณะนี้ที่ต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน ทำให้หมอจุ๊ผูกพันกับคนไข้และครอบครัวคนไข้ที่ได้คุยกันทุกวัน พอคนไข้ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วก็ยังต้องมาติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง หมอจุ๊ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนมากเพราะคนไข้ของเธอมีโอกาสป่วยมากกว่าเด็กทั่วไป รวมถึงเรื่องพัฒนาการที่คุณหมอต้องทำงานร่วมกับกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็กเพื่อมอบ Complete Care ให้คนไข้ การดูแลแบบต่อเนื่องยาวนานนี้ทำให้เธอมองเด็กหลายคนเหมือนลูกหลานของตัวเอง

“เวลาเราอัปเดตอาการรายวันให้ครอบครัวเขา เราจะบอกทั้งเรื่องลบและบวก วันนี้น้องยังใส่ท่อช่วยหายใจนะคะ แต่เขาตื่นลืมตาได้มากขึ้น กินนมได้แล้ว น้ำหนักตัวเริ่มขึ้น เพราะทุกครอบครัวใจเสียอยู่แล้วที่เห็นน้องตัวเล็กต้องเข้าตู้อบ เราจะพยายามสื่อสารว่าน้องอยู่ในห้องไอซียูที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบ มีคุณหมอคุณพยาบาลเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่คุณแม่จะช่วยลูกเขาได้คือช่วยปั๊มนมมาส่งให้ลูกทุกวัน มาเยี่ยมทุกวัน มาจับมือให้กําลังใจ มันก็ทําให้ตัวเด็กเขาดีขึ้นด้วย ถ้าคุณแม่มาร้องไห้ เด็กเขารับรู้ได้ ฮอร์โมนความเครียดยังทําให้นมแม่น้อยลง ถ้าต้องใช้นมผสมก็อาจทำให้เด็กมีความเสี่ยงยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่พอพูดอย่างนี้ คุณแม่เขาจะโอเค เพราะสิ่งที่เขาทําได้คือทําตัวให้มีความสุขมากขึ้น แล้วมาให้กำลังใจน้องไปด้วยกัน”

นมแม่ เป็นงานสำคัญอีกอย่างของหมอจุ๊ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งแม่และเด็กโดยตรง โรงพยาบาล BNH มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่แล้ว และการฝากครรภ์ที่นี่จะมีแพ็กเกจ Premium ANC ให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาพบหมอจุ๊ เพื่อประเมินปัญหาของเต้านม และในวันคลอด หมอจุ๊ก็จะเป็นคนสอนคุณแม่เอาลูกเข้าเต้า

“หากคุณแม่มีปัญหาเต้านม เช่น หัวนมบอด หัวนมบุ๋ม เราก็ต้องหาวิธีช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อให้ตอนที่เขาคลอดออกมาแล้วสามารถเอาลูกเข้าเต้าได้เลย เพื่อให้เด็กได้รับการดูแล Complete Care ที่ครบถ้วนที่สุด”

เหนื่อยนักพัก Staycation

งานของหมอจุ๊ ทำให้เธอต้องประจำอยู่โรงพยาบาลแทบจะตลอดเวลาหากมีเคสคนไข้แรกเกิดในห้องไอซียู

“มีเคสที เราต้องอยู่เฝ้าคนไข้จนกว่าเด็กจะพ้นขีดอันตรายเลย จะไปต่างจังหวัดหรือไปพักผ่อนไกล ๆ ไม่ได้ เคสเด็กเล็ก ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เราเลยแค่ไป Staycation ใกล้โรงพยาบาลแทน”

Staycation ของคุณหมอ คือการได้ผ่อนคลายจากงาน พักสมองให้หายเหนื่อยบ้าง โดยไปพักตามโรงแรมในละแวกใกล้เคียง ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าไปพักผ่อนใกล้ ๆ หมายถึงการไปพัทยาหรือหัวหิน แต่คำว่าใกล้ของหมอจุ๊คือโรงแรมย่านสีลม ที่หากมีเคสด่วน เธอก็นั่งมอเตอร์ไซค์แว้นมาหาคนไข้ได้ทันที แม้ว่าคอนโดที่พักของคุณหมอจะอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไปแค่ 5 นาทีก็ตาม

“บางทีวันหยุดของเรา แต่เรามีเคสอยู่ ในใจเราก็จะไม่ได้หยุดจริง ๆ ถ้าอยากจะพักผ่อน เราก็นอนตรงนี้ละกัน ใกล้ ๆ อย่างน้อยก็ได้นอนโรงแรม ดูวิว ได้ไปสปาที่เราชอบ ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน เราก็สามารถกลับมาโรงพยาบาลได้ทันที ที่บ้านก็เข้าใจว่าเราห่วงงาน”

ด้วยข้อจำกัดในชีวิต หมอจุ๊ไม่ได้มองหาความสุขที่ต้องใช้ความพยายามสูง นอกจากเปลี่ยนบรรยากาศมาพักโรงแรมใกล้ที่ทำงาน การได้ชวนเพื่อนหมอไปกินหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรืออยู่บ้านทำอาหาร แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว

สุขใจเมื่อได้จับตะหลิว

“เราชอบทําอาหาร ทําได้ทุกอย่างเลย ทั้งอาหารคาวอาหารหวาน ทำแล้วก็ขนมาให้พยาบาลกิน บางทีก็แบ่งส่ง Grab ไปทั้งบ้านพี่น้องทั้ง 3 คน”

ในห้องพักแพทย์ของโรงพยาบาล มีกระทะที่หมอจุ๊เป็นคนจัดหามาเอง บางทีคุณหมอก็ไปร่วมกิจกรรมทำอาหารกินกันที่บ้านคุณหมอท่านอื่นในโรงพยาบาล เธอเน้นทำอาหารตามใจและตามกระแส อย่างตอนละครบุพเพสันนิวาสกำลังดัง ครอบครัวของเธอก็ได้ทานหมูโสร่ง ตอนที่หมี่ไก่ฉีกกำลังดัง ทีมพยาบาลก็ได้ทานด้วย หากมีวันเกิดหมอคนสนิท เธอก็จะอบเค้กโฮมเมดมาเป็นของขวัญ

ความรักในการทำอาหารของหมอจุ๊เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอนุบาล เธอเป็นเด็กไม่ชอบนอนกลางวัน คุณครูเลยพาไปนั่งเล่นในห้องครัว ไปช่วยงานแม่ครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเด็ดผัก หรือปั้นเม็ดบัวลอย ในสมัยนั้นเธอมองว่าการทำอาหารเป็นการเล่นอย่างหนึ่ง กลับมาบ้านก็มาช่วยคุณแม่ทำอาหารด้วย

“อยู่ ป.3 เราก็เริ่มทำอาหารเป็นแล้ว และก็ทํามาตลอด เราจำฝังใจไปตั้งแต่เด็กแล้วว่ามันคือการเล่นของเรา แค่ทําก็มีความสุขแล้ว”

แต่ตอนนี้หมอจุ๊เป็นแม่ลูกอ่อน ความสนุกในการทำอาหารก็เปลี่ยนไปเป็นเมนูเด็กเล็กแทน คุณหมอทํากับข้าวให้ลูกเองเกือบทุกวัน สร้างสรรค์เมนูใหม่แทบทุกวัน โชคดีที่น้องทานอาหารได้ทุกอย่าง เมนูที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ค่อยซ้ำเลยไม่เป็นปัญหา

“ลูกหมอเป็นเด็กสายคอมโบ ถ้าอยู่กับคุณยาย เขาไม่ชอบให้เลอะเทอะ ก็จะป้อนให้ แต่อยู่กับเรา เราให้ลูกฝึกหยิบกินเอง เลอะเทอะก็ไม่เป็นไร มันเป็นการเรียนรู้ของเขา ตอนนี้เขาก็ชอบอะไรที่หยิบกินเองได้ ได้เคี้ยวเอง ข้าวเป็นเม็ด เส้นเป็นเส้น  แต่เราต้องรู้จักลูกด้วย เด็กบางคนก็ไม่กินข้าวเม็ด ชอบกินข้าวต้มแบบใส่ปากแล้วกลืนเลยก็มี”

เมื่อหมอมาเป็นแม่

ปลาทู เป็นชื่อแมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์ตัวผู้ที่คุณหมอเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ พอไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ต่างจังหวัด เธอก็ต้องส่งแมวไปอยู่กับครอบครัวที่สุราษฎร์ธานี จนเมื่อคุณหมอได้ย้ายกลับมากรุงเทพฯ เธอแต่งงานและเก็บเงินซื้อบ้านเพื่อหวังว่าจะได้พาแมวมาอยู่ด้วย และเผื่อจะมีแมวงอกมาเพิ่มด้วย

“แต่แมวยังไม่ทันงอก ลูกก็มาก่อน แต่ลูกก็ดูชอบแมว อาจจะให้เขาโตก่อนแล้วค่อยให้แมวงอกมาเป็นเพื่อนเขา”

ลูกสาวของหมอจุ๊อายุขวบกว่า การมีลูกทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ เวลาอันน้อยนิดที่เหลือจากงานคือการทำเพื่อตัวเอง แต่ตอนนี้ เธอต้องจัดสมดุลชีวิตใหม่ ใช้เวลากับลูกเล็กให้มาก ยังโชคดีที่คุณแม่ของหมอย้ายจากสุราษฎร์ฯ เพื่อมาช่วยเลี้ยงหลาน แต่พอหมดเวลางานกลับบ้านก็คือหน้าที่ของคุณหมอและสามี

“เราก็พยายามทําทุกอย่างตามที่มันควรจะเป็น เรารู้หลักการอยู่แล้ว แต่ก็ค่อนข้างให้อิสระกับลูกพอสมควร พยายามหากิจกรรมใหม่ ๆ ให้เขาทุกวัน ไม่ได้ซีเรียสมากว่าลูกจะต้องทํานี้นั้นได้ ปล่อยทุกอย่างให้มันเป็นไปเอง แล้วเราแค่ประคอง เราไม่ได้อยากให้เขามีภาพจำว่าอยู่กับแม่แล้วต้องนั่งฝึกทุกวัน เราแค่คาดหวังให้เขาเติบโตมาอย่างแข็งแรงและมีความสุข ไม่ต้องเรียนเก่งก็ได้ แต่มีจิตใจที่ดี ไม่เป็นภาระสังคม จัดการอารมณ์ตัวเองให้ได้ มี Self-esteem ที่ดี เพราะในโลกยุคที่เขาต้องเติบโต จิตใจเป็นเรื่องสําคัญ ถ้าจัดการอารมณ์ได้ไม่ดีแล้วเจอสิ่งกระตุ้น มันก็จะเขวไปได้เยอะ”

แม้ว่าคุณหมอจะเป็นกุมารแพทย์ที่แม่นยำเรื่องหลักวิชาการ แต่ในความเป็นจริง หมอจุ๊ก็ยังต้องเจอจุดที่ยากในการเป็นแม่ เธอมีน้ำนมเพียงให้ลูกพอทานในทุกวันโดยไม่มีเหลือเผื่อเก็บ อาหารที่คิดมาให้ลูก บางทีลูกก็ไม่ชอบ ความพยายามกล่อมลูกนอนก็ใช่ว่าจะได้ผลทุกครั้ง ไม่ได้ต่างจากแม่คนอื่นเลย

“ตั้งแต่เป็นแม่ ทำให้เราเข้าใจแม่คนไข้มากขึ้น บางอย่างทฤษฎีบอกแบบนี้ แต่เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่คนอื่นทำแล้วเหมาะกับลูกเขาก็อาจไม่ใช่สำหรับลูกเรา”

สิ่งที่เธอเจอกับตัวเอง ทั้งในฐานะที่เป็นหมอและเป็นแม่ ทำให้เธออยากบอกคนเป็นแม่ทั้งหลายให้ไม่ต้องไปจริงจังกับสื่อโซเชียล อาจมีคุณแม่หลายท่านมาโพสต์อวดปริมาณน้ำนม อวดว่าลูกเลี้ยงง่าย อวดวิถีชีวิตดี ๆ หลังคลอด ซึ่งส่งผลให้คุณแม่ที่ทุกข์ใจอยู่แล้ว รู้สึกเครียดและกดดันตัวเองมากขึ้น ทั้งที่ความจริงคือ ไม่มีใครโพสต์สิ่งที่ทำแล้วไม่ประสบความสําเร็จ

“ตัวเราเองเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่ทํางานหนัก ลาคลอดแค่ 20 วัน ก็กลับมาทํางานเลยเพราะมีเคสไอซียูที่ต้องกลับมาดู เราไม่ได้มีเวลามาปั๊มนมแบบจริงจัง ก็ปั๊ม 7-8 รอบตามทฤษฎี แต่มันก็ได้แค่พอดีกินเหมือนกัน ขนาดเราเป็นหมอเอง ทําทุกอย่างตามที่รู้ ก็ยังต้องทํามันด้วยข้อจํากัดของร่างกายตัวเอง แล้วก็ปรับให้มันพอดีกับตัวเรา เพราะลูกต้องการแม่ที่มีความสุข  บางคนไปโฟกัสกับการปั๊มนมแม่ให้ลูกกินเยอะ ๆ จนกลายเป็นแม่ที่ไม่มีความสุข ไม่ได้นอน ไม่ได้พักผ่อน ไม่มีเวลาเล่นกับลูก ง่วงหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ลูก ซึ่งที่จริงนมผงก็ไม่ได้แย่ ให้ลูกกินนมผงบ้างก็ยังดีกว่าให้ลูกมีนมแม่กิน แต่ไม่มีแม่ที่มีความสุขอยู่กับเขา”

“หมอชอบเรียกคนไข้ทุกคนว่า ‘ลูก’ เราถูกสอนให้ดูแลคนไข้ทุกคน เหมือนเขาเป็นลูกเรา อะไรที่ทำให้คนไข้เราดีขึ้น เราก็จะทำ ถึงต้องอดหลับอดนอนนั่งเฝ้า แต่ถ้าเขาดีขึ้น ได้กลับบ้าน เราก็หายเหนื่อย”

ความประทับใจสมัยเป็นคนไข้เด็ก ทำให้หมอจุ๊อยากเป็นกุมารแพทย์ ความเป็นแม่ ทำให้เธอเป็นหมอเด็กที่เข้าใจคนเป็นแม่ และความรักในเด็กเหล่านั้นประหนึ่งลูก ๆ ทำให้เธอเป็นหมอที่ทุ่มเทเพื่อคนไข้ แม้เด็กทารกเหล่านั้นจะยังไม่สามารถแสดงออกหรือกล่าวขอบคุณได้  แต่อย่างน้อย ในช่วงหนึ่งของชีวิต หมอจุ๊คือคนที่ทำให้เด็ก ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

พญ. ณัฏฐิญา ชูเมือง

แผนกกุมารเวช

สาขาเฉพาะทาง

กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– กุมารเวชศาสตร์
– กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด


– กุมารเวชศาสตร์
– กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด


– แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 11:00 – 16:00 แผนกกุมารเวช
พุธ 11:00 – 16:00 แผนกกุมารเวช
พฤหัสบดี 11:00 – 16:00 แผนกกุมารเวช
ศุกร์ 11:00 – 16:00 แผนกกุมารเวช
เสาร์ 08:00 – 16:00 แผนกกุมารเวช