– นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ –
คนไข้อาจรู้สึกเหมือนได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีกระดูกสันหลังเมื่อรักษากับ หมอดั๊มพ์ – นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ เพราะศัลยแพทย์กระดูกและโรคกระดูกสันหลัง ประจำ Premier Spine Centre โรงพยาบาล BNH ท่านนี้ ชอบขั้นตอนการเก็บข้อมูลของการตรวจร่างกาย และนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลคนไข้ของเขา ทำให้เก็บข้อมูลได้เยอะและลึก ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา หลายเรื่องราวที่คนไข้สบายใจเล่าให้เขาฟัง ก็เกิดจากบทสนทนาในห้องตรวจ ที่บางทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคโดยตรง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไข้สบายใจ และสิ่งเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็มาจากประสบการณ์ชีวิตของคุณหมอเอง
แพสชันในการรักษาจากอาจารย์แพทย์
“ผมไม่ได้เลือกเรียนเป็นหมอกระดูก แผนกนี้ต่างหากที่เลือกผม”
หมอดั๊มพ์ไม่แน่ใจว่าอยากเป็นหมอแต่แรกมั้ย แต่ด้วยค่านิยมของคนรุ่นก่อน คือถ้าเรียนดีก็ให้เป็นหมอ และนั่นเป็นสิ่งที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าพอถึงจุดที่จะสอบจริง ๆ เขาก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งที่อยากทำจริงหรือเปล่า แต่พอไปเป็นนิสิตแพทย์ ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาก็คิดว่าเรียนด้านนี้พอได้ พอได้รู้จักคลุกคลีกับงานไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเขาก็รู้สึกโอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่
ในโรงเรียนแพทย์ นิสิตต้องเวียนเรียนทุกแผนก พอได้วนมาเรียนด้านออร์โธปิดิกส์ อาจารย์ รุ่นพี่ และเพื่อน ๆ ที่สนใจเรียนด้านเดียวกัน ก็ทำให้เขารู้สึกว่าสังคมของคนแบบนี้เป็นแบบที่เขาอยากอยู่ด้วย เนื้องานก็ทำให้เขาสนุก นสพ.ดั๊มพ์ ก็ตัดสินใจเลยว่าจะเลือกเรียนด้านนี้ตั้งแต่อยู่ปี 5
“อีกอย่างคือผมชอบตรวจร่างกาย พอได้ตรวจร่างกายคนไข้ก็รู้สึกว่ามันได้เช็กทักษะของตัวเอง มีอาจารย์แผนกระบบประสาทเป็นแรงบันดาลใจ ผมประทับใจการตรวจคนไข้ของท่านมากตั้งแต่เรียนที่ รพ.จุฬาฯ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่มาเรียนกระดูกสันหลัง เพราะมันคือระบบประสาทเหมือนกัน”
ปกติแพทย์จบใหม่จะต้องไปใช้ทุน 3 ปี หมอดั๊มพ์ก็ไปใช้ทุน 1 ปี ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ในจังหวัดสมุทรสาคร ส่วน 2 ปีที่เหลือของการใช้ทุน เขามาเป็นผู้ช่วยสอนแผนกกายวิภาคที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งสำหรับคนที่ตั้งใจว่าจะเรียนด้านกระดูกแน่ ๆ การได้ทำงานในส่วนนี้ทำให้เขาแม่นเรื่องกระดูกและระบบประสาทมากยิ่งขึ้น
เขาเข้าเรียนต่อเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจยิ่งกว่าเนื้อหาที่เรียน คืออาจารย์แพทย์ในแผนกกระดูกสันหลัง ที่ทำให้เขาเรียนเฉพาะทางต่อยอดในสาขานี้ ซึ่งหมอดั๊มพ์ถึงกับใช้คำว่า “ได้เห็นแพสชันอันแรงกล้าของอาจารย์พุ่งทะยานออกมา” และหนึ่งในอาจารย์เหล่านั้น คือ ศ.นพ.วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล ผู้บุกเบิกศูนย์กระดูกสันหลังครบวงจร (Premier Spine Centre) โรงพยาบาล BNH
“อาจารย์เขาโชว์แพสชันจนเราอินตาม แต่เราก็ชอบตัววิชาด้วย ซึ่งแผนกกระดูกสันหลังนี่หลายคนชอบ แต่พอไปทํางานแล้วมันเครียด ผลลัพธ์คาดเดาไม่ได้ 100% หลายคนก็เลยตกไป แต่ผมก็ยังสนใจมันอยู่ก็เลยเลือกเรียนสาขานี้ เจอแพสชันอาจารย์เข้าไปด้วย แล้วเราชอบตรวจระบบประสาทด้วยอยู่แล้ว มันเลยเข้ากันพอดี”
ประจวบเหมาะตอนที่คุณหมอดั๊มพ์เรียนจบด้านกระดูกสันหลัง ทางโรงพยาบาล BNH กำลังเปิดรับแพทย์สาขานี้เพิ่ม เขาจึงกลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานของ อ.วิชาญ ที่ Premier Spine Centre การได้อยู่ใกล้อาจารย์หมอที่มีแพสชันแรงกล้า ก็ทำให้หมอดั๊มพ์ได้ซึมซับความมุ่งมั่นทุ่มเทนั้นในทุกวันที่มาทำงานด้วย
“นอกจากนี้ ทีมงานทุกแผนกก็มีความเป็นกันเอง ให้ความช่วยเหลือดีมาก ทุกแผนกที่เคยติดต่อเรื่องเคสไปก็ราบรื่น ก็ถือว่าโชคดีที่เราได้อยู่ในที่ทํางานที่ดีแบบนี้ มันคงเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เขาคัดคนเข้ามามีนิสัยคล้าย ๆ กัน ขนาดโรงพยาบาลที่ไม่ใหญ่มากก็ทำให้คุณหมอทุกคนรู้จักกันหมด เหมือนเป็นคนบ้านเดียวกัน”
การดูแลคนไข้กระดูกสันหลัง
หมอดั๊มพ์มีเคสท้าทายที่เคยผ่านมือมาหลายเคส แต่เคสที่ยากที่สุดกลับเป็นความยากด้านจิตใจ เพราะเขาต้องผ่าตัดให้คนใกล้ตัว
“เขาเป็นพี่พยาบาลที่เคยทํางานด้วยกัน เจอกันในห้องผ่าตัดทุกวัน แล้วเขาเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ส่วนคอ ตอนแรกเราก็ไม่อยากผ่าตัด อยากให้เขารักษาด้วยวิธีอื่น เช่น ใช้ยา หรือทำกายภาพให้นานที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ไหว ทํางานไม่ได้ เขาเป็นพยาบาลที่มีหน้าที่ใส่ท่อช่วยหายใจ มันต้องขยับคอ ขยับแขน ใช้แขนเยอะ สุดท้ายเราก็ผ่าตัดให้ และผลการผ่าตัดออกมาดีเลยล่ะ เขาก็ประทับใจ เราก็รู้สึกดีใจที่เขาไว้ใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดนั้น”
แต่สำหรับคนไข้ทั่วไปที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน หมอดั๊มพ์จะมองว่ากำลังดูแลญาติพี่น้อง ซึ่งช่วยให้เขาเห็นภาพได้ง่ายขึ้นว่าควรตรวจอะไร เสนอแนวทางการรักษาอะไร อย่างไรก็ตาม ในครั้งแรกที่เจอ คนไข้อาจยังมีความเกร็งและไม่กล้าเล่าปัญหาบ้าง แต่การรักษาที่โรงพยาบาล BNH ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านเวลา คุณหมอจึงมักให้คนไข้พูดอะไรก็ได้ที่อยากพูดออกมาก่อนในช่วงแรก จนถึงจุดหนึ่ง คนไข้ก็จะเปิดเผยปัญหาที่อยู่ข้างในออกมาได้ดี หลังจากนั้นคุณหมอก็รู้แล้วว่าควรถามอะไรต่อเพื่อเข้าใจปัญหาเหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น
“หากเราปล่อยให้คนไข้เล่าในสิ่งที่อยากเล่าไปเรื่อย ๆ แล้วเราให้น้ำหนัก เอารายละเอียดมาจัดกลุ่มให้ดี มันให้ข้อมูลในการวินิจฉัยเยอะมาก”
หมอดั๊มพ์ชอบการตรวจร่างกายคนไข้อยู่แล้ว ซึ่งเริ่มตั้งแต่ซักประวัติ และเก็บข้อมูลร่างกายส่วนอื่น ๆ ทำให้เขาได้ข้อมูลเยอะมาก เขาจึงนำขั้นตอนแบบนี้มาใช้ในการรักษา แม้ว่ามันจะอยู่นอกเหนือจากขอบเขตงานของหมอกระดูกก็ตาม และคุณหมอยังใช้เวลานานในการตรวจคนไข้เคสหนึ่ง เพื่อให้ได้รับข้อมูลสำคัญมากที่สุด จนมีบางครั้งที่คนไข้ถึงกับเปรยออกมา แต่ส่วนมากแล้ว คนไข้ต่างพอใจกับการแสดงความใส่ใจของเขา
“ถึงเราจะเป็นหมอเฉพาะทางที่ดูเฉพาะส่วน แต่มันยังมีส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ บนจุดอื่นของร่างกายที่เอามาร่วมประมวลผลด้วยได้ เพื่อดูแลคนไข้ได้สมบูรณ์มากขึ้น เราไม่ได้มองคนไข้แยกเป็นส่วน ๆ แต่มองเขาเป็นหนึ่งคนที่มีหลายโรค หลายอาการ เราไม่ได้ทำตัวเป็นแค่หมอกระดูก แต่เราเป็นแพทย์เจ้าของไข้ที่ดูเขาได้ทั้งหมด”
ซึ่งนี่คือการดูแลคนไข้แบบบูรณาการรอบด้าน หรือ Complete Care ตามแนวทางของโรงพยาบาล BNH ที่เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา สำหรับ หมอดั๊มพ์ ที่เป็นหมอกระดูกสันหลัง แต่เข้าใจพื้นฐานของโรคอื่นด้วย จึงสามารถสังเกตเห็น ความผิดปกติ และส่งต่อเคสให้แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องดูแลต่อได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และด้วยสายสัมพันธ์ของแพทย์ในโรงพยาบาล ทำให้การปรึกษาและส่งต่อเคสต่าง ๆ เป็นไปได้สะดวกรวดเร็ว
พ่อที่เหมือนจะใจดี…แต่ก็ไม่ใจดี
“ตอนนี้ผมเป็นคนที่มีความสุขกับอาชีพนี้”
จากคนที่เรียนหมอเพราะพอเรียนได้ ตอนนี้หมอดั๊มพ์มาถึงจุดที่อินกับอาชีพนี้ จนถึงกับบอกว่า ในบรรดาสมาชิกในครอบครัวอีกหลายคนที่เป็นหมอ ไม่มีใครอินกับการเป็นหมอเท่าเขาแล้ว การได้เห็นคนไข้หายป่วยและกลับมาขยับร่างกายได้ มันเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา
แต่นอกจากหน้าที่หมอ เขายังมีหน้าที่พ่อของลูก เวลานอกเหนือจากการทำงาน คุณหมอก็ทุ่มเทให้กับครอบครัว
“ผมพยายามแบ่ง ช่วงที่โฟกัสกับงานก็เต็มที่ ถ้าอยู่กับครอบครัวก็เต็มที่ แยกช่วงเวลาให้ชัดเจน มันจะได้มีประสิทธิภาพ”
ตอนนี้ลูกของหมอดั๊มพ์อายุ 4 ขวบ และ 2 ขวบ เขารู้ว่าวันหนึ่งเด็กก็ต้องโต ต้องไปใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนเยอะกว่า อยู่กับเพื่อนเยอะกว่า เขาจึงอยากใช้เวลาที่ได้อยู่กับลูกเยอะ ๆ ให้เต็มที่ และความสุขของเขาทุกวันนี้คือการได้เล่นกับลูก
แม้ว่าคุณหมอจะดูเหมือนคุณพ่อที่ใจดีในสายตาคนนอก แต่เขามองตัวเองว่าเป็นคุณพ่อที่เข้มงวดมากกว่า
“เราเลี้ยงเขาแบบให้กรอบที่ค่อนข้างกว้าง แต่เขาข้ามกรอบเราไม่ได้เลย เราจะชัดเจนมาก อย่างเช่น จะเล่นอะไรที่ดูอันตรายขนาดไหนก็ให้เขาทําได้หมด แต่เรามองดูตลอด แล้วเราต้องประเมินแล้วว่าแบบนี้มันไม่อันตราย คนเลยอาจจะมองว่าเราดูใจดี ลูกขออะไรก็ให้หมด แต่มันคือสิ่งที่อยู่ในขอบเขตที่เรารับได้ เราไม่ได้ตามใจทุกอย่าง แค่สิ่งที่เราห้ามมันอาจจะไม่เยอะ แต่ห้ามก็คือห้ามเด็ดขาด”
หากมีเวลา คุณหมอก็จะพาครอบครัวไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ไปสวนสัตว์ ไปว่ายน้ำ หรือตามสถานที่ที่มีของเล่นที่เหมาะกับวัยของลูก เช่น HarborLand หรือ Dream World แต่เมื่ออยู่บ้าน หมอดั๊มพ์ก็จะเลือกเล่นในสิ่งที่เสริมสร้างพัฒนาการให้ลูก
“อาจเพราะเราเป็นหมอ แล้วเราก็รู้ว่าแต่ละช่วงอายุมันควรจะมีพัฒนาการด้านไหน เราเลยสังเกตพัฒนาการเขาได้ง่ายขึ้น ตอนเรียนอาจจะแค่รู้คร่าว ๆ แต่พอมีลูกจริง เราเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ แล้วพอเรามีข้อมูล เราก็รู้ว่าต้องเติมอะไรบ้าง คนที่บ้านบางคนก็จะบอกว่าน่าเบื่อ เลี้ยงลูกตามตำรา แต่เราว่าก็ให้ผสมกันไป”
คู่ชีวิตของแพทย์ส่วนมาก มักเป็นคนในแวดวงสาธารณสุขเหมือนกัน เพราะเข้าใจในตารางเวลาที่ไม่แน่นอน และการจัดลำดับความสำคัญ ที่เรื่องงานมักต้องมาก่อนครอบครัว แต่สำหรับหมอดั๊มพ์ ภรรยาของเขาเป็นวิศวกร พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันตลอด และผู้หญิงมีนิสัยลุย ๆ แมน ๆ แบบคนสายวิศวะฯ จึงเข้าใจรูปแบบการทำงานของคุณหมอ และช่วยกันประคองครอบครัวไปด้วยกันได้อย่างมีความสุข
กีฬานอกกระแสคนไทย
พอมีลูก ความสนใจนอกจากงานของหมอดั๊มพ์ก็พุ่งไปที่ลูก แต่ก่อนหน้านี้เขาชอบเล่นแบดมินตัน แต่หากเป็นกีฬาที่ชอบดูเอามันส์และติดตามจริงจัง สิ่งที่เขาสนใจนั้นก็ออกจะนอกกระแสด้วยซ้ำ
“ผมดูอเมริกันฟุตบอล คนไทยไม่ค่อยดู ผมก็ดูคนเดียวมา 20 กว่าปีแล้ว ไม่มีใครคุยด้วยเลย”
จุดเริ่มต้นความสนใจในกีฬาอเมริกันฟุตบอลของเขา คือหนังสือพิมพ์กีฬาที่วางอยู่ในบ้าน พาดหัวข่าวกีฬาด้วยรูปนักกีฬาในเครื่องแบบแปลก ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น
“ชุดมัน เท่ จังเลย นั่นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ดูแข่งขันอเมริกันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศปี 2004”
หลังจากนั้นไม่นาน คนไทยก็ได้รู้จักกีฬาชนิดนี้จากอนิเมะ ‘Eyeshield 21 (ไอ้หนูไต้ฝุ่นมะกันบอล)’ ทำให้เพื่อนมัธยมบางคนที่ได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนเรื่องนี้ หันมาลองเล่นอเมริกันฟุตบอลดูบ้าง แต่ก็เป็นแค่การโยนลูกไปมาแบบไม่จริงจัง จนสุดท้าย คนที่ยังติดตามกีฬานี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็มีแค่เขา
ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม หรือ MMA (Mixed Martial Arts) เป็นกีฬาอีกอย่างที่หมอดั๊มพ์ชอบดูมาตั้งแต่อยู่มัธยม ลักษณะจะเป็นการผสมศิลปะการต่อสู้สาขาไหนก็ได้ ถ้าถนัดมวยไทย ก็ใช้มวยไทยเข้าไปสู้กับคนที่เป็นคาราเต้ สู้กับคนที่เล่นเทควันโด ก็ได้หมด ซึ่งหมอดั๊มพ์มักดูรายการแข่งขันของ One Championship ที่คู่ต่อสู้จะแข่งขันกันในกรง
“พอโตขึ้นมา เราอยู่แผนกกระดูก ก็ชอบดูว่าคนนี้บาดเจ็บอะไร โดนเล่นงานข้อต่ออะไร อาการแขนบิดแบบนี้เพราะเส้นเอ็นไหนขาด เราดูแล้วก็ประยุกต์กับสิ่งที่เคยเรียนมา แต่เราไม่เล่นนะ แค่ดูอย่างเดียว”
“กําลังใจในการทํางานคือการได้เห็นคนไข้หายดี เรารักษามาถูกทาง เสนอการรักษาที่ถูกต้องให้เขา และที่สำคัญคือ ทำให้คนไข้ให้ความร่วมมือในการรักษาจนเขาหายจากภาวะที่เขาเป็น”
จากคนที่เรียนหมอเพราะเรียนพอได้ สู่แพสชันในงานที่ทำ และความสุขจากการได้เห็นคนไข้มีความสุข หมอดั๊มพ์คือหมออีกคนที่มอบการรักษาที่มีคุณภาพ ให้เวลาคุณภาพ โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของตัวเองและของผู้ป่วย การได้รับการดูแลจากหมอที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี คนไข้ก็จะรับรู้ถึงพลังใจที่ดีจากคุณหมอไปด้วย
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ
ศูนย์กระดูกสันหลัง
สาขาเฉพาะทาง
ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง
ภาษา
ไทย, อังกฤษ
– ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง
– Chalermkitpanit P, Yingsakmongkol W, Limthongkul W, Tanasansomboon T, Pannangpetch P, Tangchitcharoen N, Singhatanadgige W. Perioperative intravenous nefopam on pain management and ambulation after open spine surgery: A randomized double-blind controlled study. Asian Spine Journal. 2023 Aug;17(4):632.
– Singhatanadgige W, Tangchitcharoen N, Kerr SJ, Tanasansomboon T, Yingsakmongkol W, Kotheeranurak V, Limthongkul W. Comparison of PEEK and TiPEEK in Minimally Invasive Transforaminal Lumbar Interbody Fusion: a Randomized Clinical Trial. World Neurosurgery. 2022 Oct 7.
– Chalermkitpanit P, Limthongkul W, Yingsakmongkol W, Thepsoparn M, Pannangpetch P, Tangchitcharoen N, Tanasansomboon T, Singhatanadgige W. Analgesic Effect of Intravenous Nefopam for Postoperative Pain in Minimally Invasive Spine Surgery: A Randomized Prospective Study. Asian Spine Journal. 2022 Mar 11.
– Tanpowpong T, Itthipanichpong T, Huanmanop T, Jaruthien N, Tangchitcharoen N. A cadaveric study of the location and morphology of the central patellar ridge for bone-patellar tendon-bone graft. Journal of Orthopaedic Surgery and Research. 2021 Dec;16(1):1-7.
– 2015 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University
– 2024 Spinal Surgery, Chulalongkorn Hospital.
– 2022 Thai Board of Orthopedic Surgery, Chulalongkorn University
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| อังคาร | 08:00 – 20:00 | ศูนย์กระดูกสันหลัง |
| พุธ | 16:00 – 20:00 | ศูนย์กระดูกสันหลัง |
| พฤหัสบดี | 08:00 – 20:00 | ศูนย์กระดูกสันหลัง |
| ศุกร์ | 08:00 – 16:00 | ศูนย์กระดูกสันหลัง |
| อาทิตย์ | 08:00 – 12:00 | ศูนย์กระดูกสันหลัง |