– พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์ –
“คนที่เคยมีประสบการณ์เหมือนกันมักเข้าใจกัน”
ผู้หญิงหลายคนเคยผ่านช่วงชีวิตที่มีสีสันก่อนผันตัวมารับบทบาทแม่ เช่นเดียวกับหมอน้ำ พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์ คุณหมอผู้ชำนาญมะเร็งนรีเวช ประจำศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ประสบการณ์ชีวิตจากอดีตและปัจจุบันทำให้คุณหมอสามารถเชื่อมถึงใจผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแม่ และเข้าใจผู้ป่วยที่เป็นแม่
เต็มที่กับการใช้ชีวิต
“ตอนเด็กๆไม่เคยคิดอยากเป็นหมอเลย แต่ป่วยบ่อยต้องไปโรงพยาบาลบ่อย แล้วชอบกลิ่น ชอบกลิ่นยาฆ่าเชื้อ ชอบกลิ่นห้องยา ชอบงานบริการ”
หมอน้ำเล่าถึงต้นทางของอาชีพแพทย์ที่เริ่มจากการเป็นโรคหอบและไซนัสอักเสบจนต้องเข้าออกโรงพยาบาลทุก 2 อาทิตย์ ความประทับใจในงานบริการสาธารณสุขเริ่มจากตอนนั้น จนมาสอบผ่านได้เรียนในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“พอเราได้เรียน คุณแม่บอกว่านี่คือความฝันของเขา”
เริ่มต้นจากความชื่นชอบในทารกและชอบการผ่าตัด คุณหมอน้ำจึงมาเป็นสูตินรีแพทย์ แต่การทำงานกับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์ที่มีความท้าทายต่อลักษณะอาการที่หลากหลาย และศิลป์ในการรับมือกับอารมณ์ของผู้ป่วย ทำให้คุณหมอหันไปเลือกทางเดินในสายมะเร็งนรีเวช
ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง วิถีหาความสนุกของคุณหมอในอดีตคือการได้ออกไปปาร์ตี้ใต้แสงสียามราตรี ดื่มด่ำกับเสียงกลองดังของเพลงร๊อค เร๊กเก้ R&B แต่ก็ยังเต็มที่กับทั้งการเรียนและการใช้ชีวิต ถ้าหากมีการบริหารจัดการให้ดีก็สนุกได้โดยไม่เสียหน้าที่ เพราะมันคือการคลายเครียดรูปแบบหนึ่งซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกัน จนถึงวันที่ได้พบเป้าหมายใหม่ คือคนที่อยากสร้างครอบครัวไปด้วยกัน ทำให้คุณหมอหันหลังให้กับวงการปาร์ตี้
“อยากบอกเด็กรุ่นใหม่ให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ มันเป็นประสบการณ์ชีวิตอย่างหนึ่ง แล้วพอถึงจุดหนึ่งก็จะอิ่มตัวเอง”
นี่คือข้อคิดจากรุ่นพี่สายปาร์ตี้ผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน แต่ทุกวันนี้หากมีใครชวนไปเที่ยวกลางคืนอีก หมอน้ำก็ได้แต่ปฏิเสธไป เพราะได้เคยเต็มที่กับชีวิตวัยสาวมาแล้วจึงไม่รู้สึกค้างคา และใช้ชีวิตวันนี้ได้เต็มที่ในบทบาทของหมอและแม่
บทบาทแม่
“หมอเป็นแม่ที่ชิลๆ”
ความปรารถนาของคุณหมอน้ำคือการสร้างครอบครัวและมีเวลาได้ดูแลคนใกล้ตัว รวมถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอชสามารถมอบให้ได้ ทำให้คุณหมอสามารถทุ่มเทเวลากับปัญหาทั้งทางกายและใจของผู้ป่วยแต่ละรายได้เต็มที่ ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดสรรเวลาเพื่อครอบครัวได้ นอกเวลางานของคุณหมอทั้งหมดจึงมอบให้ลูกๆในวัยกำลังน่ารัก 2 คน ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานของคุณหมอ
คุณหมอค่อนข้างเลี้ยงลูกให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในการควบคุมลูก
เช่น หากลูกสอบไม่ผ่าน ก็จะชวนมาอ่านหนังสือใหม่เพื่อสอบซ่อม ไม่กดดัน และไม่ได้ปลูกฝังให้โตมาเจริญรอยตามในเส้นทางหมอแพทย์ แม้จะมองว่าเป็นเส้นทางที่มั่นคงก็ตาม
“เราเป็นคนชิลๆ กับคนไข้ก็มองว่าเป็นระดับเดียวกันเหมือนเพื่อน
เลยไม่ได้มองว่าอาชีพนี้เหนือกว่าใคร ก็แค่อยากให้ลูกดูแลชีวิตเขาได้ เรื่องเป็นหมอก็แล้วแต่เขา”
สิ่งที่คุณหมอรู้สึกประทับใจมากเมื่อมองสถานที่ทำงานจากสายตาของคนไข้ คือพนักงานที่โรงพยาบาลสามารถจดจำชื่อคนไข้แต่ละคนได้ ชนิดที่เห็นหน้าก็กล่าวทักทายด้วยชื่อได้เลย อาจเป็นด้วยวัฒนธรรมองค์กรและเคมีของคุณหมอที่เข้ากับสถานที่ด้วย เมื่อหมอน้ำสวมหมวกของหมอมะเร็งไปดูแลคนไข้ จึงมอบความประทับใจที่เธอเคยสัมผัสกลับสู่ผู้ป่วยเช่นกัน
ด้วยประสบการณ์ตรงในการเป็นแม่คน จึงมักมีผู้หญิงแวะเวียนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ฉบับคุยกับเพื่อนสาว เรื่องการเลี้ยงดูเด็ก หรือการเตรียมความพร้อมในการมีบุตร ซึ่งความชิลและนิสัยที่เปิดกว้างของคุณหมอทำให้คนไข้ที่เข้ามาได้รู้สึกว่าพบคนหัวอกเดียวกัน คุยภาษาเดียวกัน เป็นอีกมิติหนึ่งของความเข้าใจคน
“เราชอบคุยกับคนไข้ จะเข้ากันได้ดีกับคนไข้แม่ลูกอ่อนและคนที่อยากมีลูก คนไข้รู้สึกว่าเราเข้าถึงง่ายเพราะเราแชร์กับเขาว่าเรามีประสบการณ์แบบนั้น เขาก็รู้สึกว่าฉันมีเพื่อน”
พูดคุยกับใจคน
“คนไข้มาถึงก็กังวล เหมือนหมดกำลังใจ ไม่อยากรักษา”
คุณหมอน้ำเล่าถึงเคสท้าทายในการรักษาโรคมะเร็ง เมื่อดีไซเนอร์ชาวบราซิลวัยใกล้ 60 ปี ผู้บินตรงจากบ้านที่บาหลีเพื่อมาวินิจฉัยอาการถ่ายอุจจาระไม่ออกที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ก่อนทราบข่าวร้ายว่าพบมะเร็งลุกลามจากมะเร็งรังไข่ซึ่งเคยรักษาหายนานแล้วจากที่อื่น
“เขาว่าเขาใช้ชีวิตคุ้มแล้ว เขาจะไม่รักษา แต่หมอว่าเขายังดูแข็งแรงอยู่ ยังไม่ใช่คนแก่ น่าจะสู้ต่อ”
ความยากของการเป็นหมอมะเร็ง คือการจัดการกับความรู้สึกของคนไข้ เพราะสำหรับคนไข้แล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นโรคมะเร็งก็มักรู้สึกสิ้นหวังในการรักษา แม้ความจริงวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่มีหนทางรักษาให้หายขาด หรือยืดเวลาชีวิตให้อยู่ต่อไปอย่างปกติสุขได้อีกนาน อย่างเคสนี้ คุณหมอต้องพูดคุยกับคนไข้นานนับชั่วโมงอยู่หลายวันเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเปิดใจให้ผู้ป่วยยอมรับการรักษา ซึ่งสุดท้ายแล้วคนไข้ยอมทำตามที่แพทย์แนะนำ
“เป็นความภูมิใจของหมอมะเร็งที่เราสามารถให้กำลังใจคนไข้ที่หมดหว้งแล้วกลับมาสู้ต่อ จนตอนนี้ก็สนิทกับคนไข้มาก เขาก็ไว้ใจเรามาก ทุกครั้งที่ให้ยาเขาก็จะส่งผลว่าเขาเป็นยังไง คือเขาค่อนข้างเชื่อเรา” และยังคงติดต่อกับคุณหมอเรื่อยมาในฐานะเพื่อนที่ห่วงใย ให้กำลังใจและสร้างความมั่นใจให้เขามีชีวิตต่อ
“อันดับแรกก็ให้เขาพูดก่อน แล้วเราจับความรู้สึกเขาว่าทำไมเขาถึงไม่อยากรักษา กลัวอะไร แล้วก็ค่อยๆคลายปมของเขาทีละจุด ค่อยๆคุย ฟังเขามากกว่าพูดแนะนำอย่างเดียว”
จุดเด่นของคุณหมอคือความใกล้ชิดที่มอบแด่ผู้ป่วย ‘My Love, My Sunshine’ จึงกลายเป็นสรรพนามที่ชาวบราซิลรายนั้นเรียกแทนตัวคุณหมอน้ำด้วยความสนิทใจ และนี่เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องราวที่นำไปสู่การพูดคุยกับใจคนจนเปลี่ยนชีวิตใครบางคนที่คุณหมอเชี่ยวชาญ
หมอน่ารักมือเบาใจดีมีเวลาให้
เมื่อถามถึงมุมมองที่คนไข้มีต่อคุณหมอ คำตอบที่ได้กลับมาเป็นวลียาว แต่ทั้งหมดนั้นมีที่มา
“คุณหมอน่ารักใจดี”
ในวินาทีแรกที่เห็นคุณหมอ คนไข้มักเกิดความรู้สึกสงสัยในความน่าเชื่อถือเพราะคุณหมอดูเด็ก ทั้งที่ความจริงหมอน้ำเป็นสูตินรีแพทย์มา 17 ปีแล้ว และพอได้รับการรักษาจากคุณหมอจริงๆ คนไข้จะรู้เลยว่ารูปลักษณ์ไม่ได้ส่งผลต่อฝีมือ และหมอน้ำยังให้คำปรึกษานอกเวลางาน การันตีถึงความใจดี เต็มที่ และเต็มใจที่จะได้ช่วยเหลือกับคนไข้
เป็นเรื่องปกติของคนไข้สตรีที่เข้ามารับบริการในแผนกสูตินรีเวช
ที่จะต้องผ่านการคัดกรองตรวจภายในเพื่อตรวจวินิจฉัยข้อบ่งชี้หรืออาการต่างๆทางนรีเวช และก็เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันที่คนไข้จะกลัวการตรวจภายใน แต่คนไข้ที่ผ่านมือหมอน้ำมักไม่รู้สึกเจ็บเมื่อคุณหมอทำการตรวจ หรืออาจกล่าวได้ว่าหมอน้ำตรวจภายในให้คนไข้ได้โดยไม่รู้สึกตัวเลย จึงจบงานโดยปราศจากความหวาดกลัว
“คุณหมอมีเวลาให้”
เพราะคุณหมอชอบคุยกับคนไข้ คุยได้ตั้งแต่เรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยยันเรื่องสัพเพเหระ เพราะการได้พูดคุยทำให้เราทราบถึงปัญหาในใจคนไข้ และการตัดสินใจที่เกี่ยวกับอาการป่วยต้องอาศัยการรับฟังและความเข้าใจขั้นสูง หากคุณหมอได้ใช้เวลากับคนไข้นานมากขึ้น ผู้ป่วยก็มีแนวโน้มจะเปิดใจเชื่อคำแนะนำของคุณหมอมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับเคสผู้ป่วยชาวบราซิลในข้างต้น
ทั้งความสามารถ การวางตัว และความใกล้ชิดที่หมอน้ำมีให้คนไข้
ได้สร้างความสนิทสนมเชื่อใจและสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ที่มากกว่าแพทย์กับผู้ป่วย แต่เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญที่อาจเปลี่ยนที่ชีวิตคนได้ทั้งจากบทบาทหมอและบทบาทแม่
“เรามองว่าคนไข้คือคนคนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ และจะมองให้เหมือนเป็นเพื่อน เหมือนเป็นญาติพี่น้อง ที่สามารถปรึกษาพูดคุยกันได้ เมื่อคนไข้เปิดใจ เราก็สามารถช่วยเค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ สมกับที่คนไข้ไว้ใจในตัวเรา”
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์
KUNTHIDA RITHIRANGSRIROJ, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
มะเร็งวิทยานรีเวช
ความสนใจเฉพาะทาง
มะเร็งวิทยานรีเวช
การส่องกล้องตรวจปากมดลูก
ผ่าตัดส่องกล้อง
มะเร็งเต้านม
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, อนุสาขามะเร็งวิทยานรีเวช
แพทยสภา, สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
ศูนย์สุขภาพสตรี
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 08:00 - 16:00 |
| อังคาร | 07:00 - 16:00 |
| พุธ | 07:00 - 16:00 |
| พฤหัสบดี | 07:00 - 16:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 16:00 |
| เสาร์ | - |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย