Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ทพญ. เดือนเพ็ญ คีตะตระกูล หมอฟันจากครอบครัวใหญ่ ที่มีความสุขกับการดูหนังจอเงิน ดูกีฬาจอแก้ว และให้คริสตธรรมนำทาง

ทพญ. เดือนเพ็ญ คีตะตระกูล  –

Dr. Full Moon เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ชาวต่างชาติใช้เรียก ทพญ. เดือนเพ็ญ คีตะตระกูล หรือคุณหมอจิ๋ว ที่คนไข้ที่สนิทใช้เรียกกัน ทันตแพทย์ผู้ดูแลงานทันตกรรมรักษารากฟัน ประจำศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาล BNH นอกจากความใจดี ตรงไปตรงมา และคุยสนุกแล้ว ความรักความปรารถนาดีที่คุณหมอมีให้คนรอบข้างอาจแผ่ออกมาจากความสุขทางกายและใจที่คุณหมอมี และเหตุแห่งความสุขเหล่านั้นก็มาจากเรื่องเหล่านี้

เกิดในครอบครัวใหญ่

ในครอบครัวคนจีนที่อยากมีลูกชายมาก กว่าจะมีลูกชายคนแรกมาเกิดก็มีลูกสาวไปก่อนแล้วถึง 4 คน พอถึงท้องที่ 6 พ่อแม่คิดว่าทารกที่ถีบครรภ์มารดาซะแรงคนนี้คงเป็นลูกชายอีกคนแน่ ๆ แต่แล้วก็เป็นผู้หญิงที่เกิดในวันพระจันทร์เต็มดวง จึงตั้งชื่อให้ว่า ด.ญ.เดือนเพ็ญ

 

“พ่อแม่ก็เลยตามเลย คิดว่าไหน ๆ ก็มีลูก 9 คนไปเลยละกัน เลขสวยดี”

 

แต่สุดท้าย ลูกคนที่ 8 และ 9 ก็เป็นผู้ชายสมใจ ด.ญ.เดือนเพ็ญ จึงเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องมากถึง 9 คน

 

“มีหลายคนก็สนุกดี พี่น้องรักกัน จําได้ว่าไปเช็งเม้งที ก็จะเหมารถตู้ไป เสร็จแล้วก็ไปเที่ยวบางแสนเล่นน้ำทะเลต่อ กลับบ้านมาตัวดํากันทุกคน”

 

แม้จะมีค่านิยมว่าอยากได้ลูกชาย แต่ครอบครัวชาวจีนฐานะไม่สู้ดี ที่มีพ่อเป็นช่างเรียงพิมพ์ และแม่เป็นแม่บ้านนี้ ก็สนับสนุนการศึกษาของลูกสาวอย่างเต็มที่ไม่ได้ด้อยกว่าลูกชาย เด็กทุกคนได้เรียนหนังสือสูงที่สุดเท่าที่ความสามารถจะไปไหว

 

“เราก็เป็นคนหัวดีด้วย ตั้งแต่เด็กก็อ่านหนังสือเอง เป็นคนเรียนเก่งแชมป์บ้านเลย พ่อแม่ไม่ต้องมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชเราก็ดีของเราด้วยตัวเองด้วย แล้วไปเรียนก็สอบได้ที่หนึ่งได้ทุนจากโรงเรียน”

 

สมัยเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา เดือนเพ็ญก็เคยมีความคิดอยากเป็นหมอตามอย่างนักเรียนหัวกะทิคนอื่น แต่ก็ไปได้ยินคำบ่นถึงการเรียนที่ทั้งหนักและเหนื่อยของญาติรุ่นพี่ที่กำลังเป็นหมอ เธอเลยเบนเข็มมาเลือกเรียนทันตแพทย์แทน

 

“แต่ก่อนฟันไม่ค่อยดี ฟันผุด้วย เราก็ไปรักษาที่คณะทันตะฯ จุฬาฯ ไปเข้าคิวเป็นเคสให้นิสิต ระหว่างที่ไปนั่งรอหมอก็เห็นนิสิตทันตแพทย์ใส่เสื้อกาวน์ทํางาน เราก็รู้สึกว่าเขาดูดี อยากเป็นหมอฟันบ้าง”

 

หลังเรียนจบ หมอจิ๋วเลือกไปใช้ทุนเป็นอาจารย์ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3 ปี กลายเป็นอาจารย์ของลูกศิษย์ปี 6 ที่วัยไล่เลี่ยกับตัวเองจนเป็นเหมือนเพื่อน กลางวันสอน ตกเย็น นักศึกษาก็ขี่มอเตอร์ไซค์มารับไปเล่นเทนนิสด้วยกัน

 

“แต่ว่าหมอเป็นคนติดกรุงเทพฯ กลับกรุงเทพฯ ทุกสุดสัปดาห์ ไหน ๆ กลับมาแล้ว เราก็เลยมาทําคลินิกที่นี่ด้วยจะได้ไม่เสียเที่ยว นั่งรถทัวร์กลับมาจากขอนแก่นคืนวันศุกร์ วันเสาร์เช้าก็ไปทํางานคลินิกใกล้บ้าน วันอาทิตย์ไปโบสถ์ คืนวันอาทิตย์ก็ตีรถทัวร์กลับ นอนบนรถทัวร์ ตอนเช้าก็มาทํางานเลย ทําอย่างนี้ 3 ปี ไม่เหนื่อย คงเพราะยังเด็ก ร่างกายเลยอดหลับอดนอนได้”

 

ในช่วงที่เป็นอาจารย์นั้น หมอจิ๋วได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตเมื่อได้เป็นคนนำขบวนนักศึกษาในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งคราวนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง เช่นเดียวกับสมัยที่คุณหมอรับพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ แต่ต่างออกไปตรงที่คราวนี้ พระองค์ท่านโปรดให้เหล่าคณาจารย์เข้าเฝ้าด้วยหลังจบพิธี

“เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ และเป็นสิ่งที่ประทับใจมากสําหรับชีวิตการเป็นอาจารย์ เป็นมงคลในชีวิตเราที่หากไม่ได้เป็นอาจารย์ที่นี่ ก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้”

 

ชีวิตที่ขอนแก่นนับว่าดีสำหรับหมอจิ๋ว แต่ความคิดถึงกรุงเทพฯ มีมากกว่า พอใช้ทุนครบ 3 ปี เธอจึงตัดสินใจย้ายกลับกรุงเทพฯ ละทิ้งทุนศึกษาต่อเฉพาะทางในต่างประเทศที่ทาง ม.ขอนแก่น เสนอให้ เพราะไม่อยากติดภาระต้องกลับมาใช้ทุนไกลบ้านอีกหลายปี และมาทำงานเก็บประสบการณ์ในคลินิกเอกชน และโรงพยาบาล BNH

 

“ถามว่าเสียใจไหมที่เลือกมาทางนี้ ก็ไม่เสียใจนะ เราก็แฮปปี้ดี แต่พอจะสอบเรียนต่อด้านรักษารากฟัน พอไม่สังกัดหน่วยงานรัฐมันก็ยากมาก”

 

ถึงยากอย่างไร หมอจิ๋วก็เป็นทันตแพทย์ที่สอบต่อเฉพาะทางได้คะแนนสูงสุด และกลายเป็นนิสิตเพียงคนเดียวที่ไม่มีทุนจากโรงพยาบาลรัฐรองรับ ได้เรียนทันตกรรมรักษารากฟันสมกับความตั้งใจที่เธออยากรักษาฟันที่มีปัญหาของคนไข้ให้ใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องถอนทิ้งจนต้องทำรากเทียม หรือใส่ฟันปลอม

 

แผนกทันตกรรม โรงพยาบาล BNH เปิดในปี พ.ศ.2539 หมอจิ๋วก็เป็นหมอฟันรุ่นแรกที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นทันตแพทย์ทั่วไป พอจบทันตกรรมรักษารากฟันกลับมา เธอก็ยังกลับมาที่โรงพยาบาล BNH รวมเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว

 

“ทางผู้บริหารให้ความสําคัญกับบุคลากรมาก ๆ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ สวัสดิการก็ดี ถ้าเราต้องการเครื่องไม้เครื่องมืออะไร ถ้าเห็นเหมาะสมเขาก็ให้ ทําให้เราทำงานง่าย กับหมอแผนกอื่นก็เจอกันทุกวัน มันเลยรู้จักคุ้นเคย บางคนก็มาทําฟันกับเราด้วย เราช่วยเหลือดูแลกันดี เป็นสังคมที่ดี อบอุ่น ทํางานแล้วมีความสุข ถูกจริตด้วยเลยอยู่มานานมาก”

ชีวิตกับการดูแลฟัน

“หมอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ถวายการรักษาให้กับพระราชมารดาของกษัตริย์จิกมีฯ”

 

โรงพยาบาล BNH มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ จึงมีบุคคลสำคัญจากทั่วโลกให้ความไว้วางใจมารับการรักษาพยาบาล และหนึ่งในนั้นคือราชวงศ์ภูฏาน ทำให้เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว หมอจิ๋วได้มีโอกาสถวายการรักษาให้กับ สมเด็จพระราชินีเชอริง ยังดน วังชุก พระราชมารดาของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

 

“วันนั้นเราก็ตื่นเต้นมาก ต้องไปต้อนรับที่หน้าประตูโรงพยาบาล ต้องถอนสายบัว แล้วไปเชิญท่านมาที่แผนกทันตกรรม งานก็เป็นเคสทั่วไป เพียงแต่เรารู้สึกเหมือนฝันที่ได้ถวายการรักษาให้ท่าน หลังจากนั้นมีงานครบรอบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับภูฏาน ท่านก็เชิญเราไปร่วมงานที่สถานทูตฯ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จําไม่ลืม”

 

การรักษาของคุณหมอยังเป็นไปตามนโยบาย Complete Care ของโรงพยาบาล BNH ที่เน้นการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้าน บางคนอาจมาหาหมอด้วยสภาพฟันสวยจนหมอไม่เจอความผิดปกติภายนอก แต่การเอกซเรย์จะช่วยบอกความผิดปกติที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกฟันและไม่สามารถมองเห็นได้ง่าย เพื่อให้มีการวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม และรักษาได้ตรงจุด

 

เมื่อเวลาคนไข้มีปัญหาปวดฟัน พยาบาลจะส่งมาให้หมอจิ๋วก่อน เพราะงานหลักของคุณหมอคือการทำให้คนไข้หายปวดฟัน (Pain killer) คุณหมอจะเป็นผู้หาสาเหตุและรักษาให้หายปวด หมอเดือนเพ็ญให้ความสำคัญกับความเข้าใจของคนไข้มาก เธอจะอธิบายสาเหตุ วิธีการรักษา ผลที่ตามมา จนกว่าคนไข้จะเข้าใจ และหาทางรักษาที่ดีที่สุดให้แก่คนไข้ ซึ่งแน่นอนว่าคนไข้อยากเก็บฟันเอาไว้มากที่สุด หมอจิ๋วจึงพยายามหาทางช่วย ที่ไม่ใช่เพียงให้คนไข้มีสุขภาพปากที่ดี แต่สุขภาพใจก็ดีตาม

“คนไข้หลายคนเขามาหาเรา เพราะหมอที่เขาเคยรักษาด้วยจะไม่เก็บฟัน และแนะนำให้ถอน แต่เขาอยากเก็บฟันไว้ ถ้าเราประเมินแล้วว่ายังมีหนทางให้เก็บไว้ได้ แล้วทําตามวิธีการของเรา พวกนี้ส่วนใหญ่ฟันจะถูกกระทํามาเยอะ เราก็ซ่อมแซมให้ใช้งานได้ สุดท้ายแล้วก็เก็บฟันไว้ได้ คนไข้มีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย”

 

การพูดคุยกับคนไข้เยอะ ๆ ยังทำให้คุณหมอวินิจฉัยอาการได้ตรงจุด เพราะอาการปวดฟันนั้นก็อาจเป็นผลมาจากปัญหาที่ส่วนอื่น อย่างปวดกล้ามเนื้อ หรือขากรรไกรอักเสบเพราะนอนกัดฟัน คุณหมอจะได้วินิจฉัยได้ถูกทาง และประสานงานกับแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้รักษาได้ตรงจุด 

 

“เราจะนึกย้อนว่าถ้าเราเป็นคนไข้ เราก็คงอยากได้สิ่งที่ดีที่สุด เวลารักษาคนไข้เราจึงทําเต็มที่ให้เหมือนทําให้คนในครอบครัว ทําดีที่สุดเต็มความสามารถ”

 

ในอีกกลุ่มที่ทางพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์มักส่งเคสมาให้หมอเดือนเพ็ญ คือคนไข้ที่เน้นมาว่าขอหมอที่มือเบาๆ โดยคุณหมอก็ไม่เคยรักษาให้ตัวเองเลยตอบไม่ได้ว่าตัวเองมือเบาแค่ไหน แต่จากที่เห็นคนไข้เหล่านั้นยังกลับมาหาคุณหมอ ก็แสดงว่าการรักษาของเธอคงตอบโจทย์พวกเขาได้จริง

โตมากับโรงหนัง

“เมื่อก่อนพ่อขี่เวสป้า ทุกวันนี้เวสป้าคันนั้นก็ยังอยู่เลย มีคนมาขอซื้อก็ไม่ขาย พ่อเป็นคนชอบดูหนัง ก็ขี่เวสป้าไปดู มีแม่ซ้อนท้าย แล้วก็มีเรากับน้องอีกคน รวม 4 คน ไปโรงหนังแถวเยาวราชซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เราไปดูหนังกันทุกเสาร์อาทิตย์”

 

ประสบการณ์วัยเด็กทำให้หมอจิ๋วชอบดูหนังมาจนวันนี้ เธอดูได้หมดไม่ว่าภาพยนตร์แบบไหน ขอแค่ให้ได้ดูในโรง

 

“หมอทําบัตร M PASS เลย ดูจริงจัง ดูอย่างน้อยอาทิตย์ละเรื่องก็คุ้มแล้ว”

 

หนังเรื่องโปรดของคุณหมอเดือนเพ็ญ คือ ‘Bohemian Rhapsody’ นำเสนอชีวประวัติของ ‘เฟรดดี้ เมอร์คิวรี’ นักร้องนำแห่งวง ‘Queen’ ที่ได้ ‘รามี มาเลค’ มารับบทนำ และแสดงดีจนคว้าทั้งรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำ 

 

“ชอบมากเลย เพราะว่าเราชอบ Queen อยู่แล้วไง แล้วแต่ก่อนหมออยู่สตรีวิทย์ Queen ก็ดังมาก แล้ว เฟรดดี้ เมอร์คิวรี ก็ฟันยื่น เราก็พูดกับเพื่อนว่าอีกหน่อยจะไปเป็นหมอฟัน จะไปจัดฟันให้เฟร็ดดี้ แต่ไม่ใช่แรงบันดาลใจนะ แค่พูดกันขํา ๆ ตอนนั้นยังไม่คิดหรอกว่าจะเป็นหมอฟัน”

 

เสียดายที่ Queen ไม่เคยมาทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองไทย หมอจิ๋วเลยไม่มีโอกาสได้ชมการแสดงสดของวงโปรด แต่คอนเสิร์ตของวงดนตรีระดับโลกหลายรายการ คุณหมอก็เคยเข้าไปชมบรรยากาศจริงมาแล้ว อย่าง Scorpions, Madonna, Lady Gaga หรือ Michael Jackson ที่เธอพยายามหาโอกาสเข้าไปดู

สมดุลชีวิตกับการท่องโลกและกีฬา

การรักษาสมดุลชีวิต Work-life balance ทำงาน ดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง และหาเวลาท่องเที่ยว อย่างน้อยปีละ 2 ทริป (เคยมากสุด 5 ทริป/ปี) เดินทางมาแล้วเกือบ 40 ประเทศ

 

นอกจากเป็นคอหนังขั้นสุดแล้ว หมอจิ๋วยังรักษาสมดุลชีวิตด้วยการท่องโลกและกีฬา สมัยก่อนเธอเล่นกีฬาแทบทุกอย่าง ทั้งบาสเกตบอล ว่ายน้ำ เทนนิส

 

“แต่ก็ไม่ใช่ว่าเล่นได้เก่งนะ เคยไปวิ่งแข่งที่สนามศุภฯ ด้วย แต่ก็ไม่ได้เหรียญหรอก”

 

อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้เธอเหลือเพียงการออกกำลังกายในฟิตเนสอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง กับเชียร์กีฬาอยู่หน้าจอแก้ว

 

“แต่ก่อนชอบดูบาสเกตบอล NBA แล้วก็เปลี่ยนมาดูเทนนิสตั้งแต่สมัย โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และราฟาเอล นาดัล แล้วก็ชอบมาตลอด แต่ละลูกนี่เล่นกันดูแล้วต้องใช้สมอง แต่บางคนก็ไม่ชอบว่าตีโต้ไปโต้มาไม่เห็นมีอะไรเลย แต่เรารู้สึกว่ามันมีชั้นเชิงดี ต้องใช้สมอง”

 

แต่ละปี หมอจิ๋วต้องหาเวลาออกเดินทางท่องโลกให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง เธอชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัยธรรมชาติป่าเขา อย่างขับรถท่องนิวซีแลนด์ ขึ้นเขาล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์ หรือไปทิวเขาโดโลไมต์ในอิตาลี รวม ๆ ก็เกือบ 40 ประเทศแล้ว ที่หมอจิ๋วเคยได้ไปเยือน แต่ไม่มีทริปไหนน่าจดจำเท่าทริปนอนสนามบินในไอร์แลนด์

 

“นึกถึงแล้วก็ขํา พี่คนที่ทําทริปเขาลืมจองโรงแรมอยู่หนึ่งคืน วันนั้นอยู่ที่เมืองดับลิน พอเรารู้ว่าไม่ได้จอยโรงแรมก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวไปหาเอาหน้างาน แต่คืนนั้นเขาแข่งฟุตบอลระหว่างเมืองที่คนเยอะมาก แล้วทุกโรงแรมเต็มหมด สุดท้ายเลยได้ไปนอนสนามบิน ก็หนาวดี นอนขดกัน ไม่มีผ้าห่มด้วย นอนไม่ค่อยหลับหรอก ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่จดจําไม่รู้ลืม เช้าวันต่อมาเราก็ได้ที่พักเข้าไปอาบน้ำ”

สมดุลชีวิตกับการท่องโลกและกีฬา

หมอจิ๋วนับถือศาสนาคริสต์ เธอถือคติว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าตามคัมภีร์ไบเบิล เธอจึงดูแลคนไข้อย่างเต็มความสามารถ ใช้ชีวิตให้ดีมีสมดุล และดูแลตัวเองให้แข็งแรง ไม่ไปเป็นภาระของคนอื่น

 

“ถ้ามีปัญหาอะไร ส่วนหนึ่งเราทําเต็มที่แล้ว ที่เหลือหมอก็จะอธิษฐานฝากไว้กับพระเจ้าว่าคงจะมีทางออกอะไรที่ดีกว่านี้ เป็นวิธีคลายเครียดแล้วก็เป็นกําลังใจในการทํางานที่ปฏิบัติอยู่ สุดท้ายก็จบลงแบบโอเคแทบทุกครั้ง เลยไม่ค่อยมีอะไรมากวนใจเรา”

 

หมอจิ๋วเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด และมีพระเจ้าประทับอยู่ในหัวใจ ทุกวันอาทิตย์ เธอจะเข้าโบสถ์ตอนเช้าเพื่อร่วมกิจกรรม ฟังเทศน์ ศึกษาพระคัมภีร์ ที่คริสตจักรสาทร แถวบางรัก

 

ที่จริงแล้ว หมอเดือนเพ็ญเกิดมาในครอบครัวชาวพุทธ แต่มีญาติสนิทที่นับถือศาสนาคริสต์ สมัยเด็กเธอไปค้างบ้านญาติช่วงปิดเทอม วันอาทิตย์ญาติก็พาไปโบสถ์ด้วย กิจกรรมในโบสถ์ทำให้เธอในวัยเด็กรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วม

 

“เราชอบสังคมแบบนี้ มีความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ การดูแลเอาใจใส่ ก็เลยเปลี่ยนศาสนาตอนปิดเทอมใหญ่ ม.3”

 

ช่วงนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ ด.ญ.เดือนเพ็ญ เธอกำลังคบกลุ่มเพื่อนที่เป็นเด็กเที่ยว จนผลการเรียนที่เคยดีมากเริ่มตกลงเรื่อย ๆ พอเปลี่ยนศาสนาแล้ว เธอก็เลิกคบเพื่อนไม่ดี กลับตัวมาตั้งใจเรียน แล้วชีวิตก็ดีขึ้น

 

ทางบ้านเห็นว่าศาสนาคริสต์พา ด.ญ.เดือนเพ็ญ ไปสู่แนวทางที่ดีขึ้น ทุกคนจึงเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่สมาชิกครอบครัวคนอื่นก็ยังเป็นชาวพุทธอยู่เหมือนเดิม และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวก็ยังดีเช่นเดิม

 

การเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรทำให้หมอจิ๋วได้ลองสิ่งใหม่ ๆ อย่างการร้องเพลงประสานเสียง ซึ่งเธอร้องเสียงโซปราโน ต้องซ้อมร้องเพลงกันทุกอาทิตย์ และต้องซ้อมหนักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาล คริสต์มาส หรืออีสเตอร์

 

“การร้องเพลงทําให้สารความสุขหลั่งด้วย”

 

การทำงานในโบสถ์ยังช่วยเติมเต็มคุณค่าในตัวเองของคุณหมอ ในบางเทศกาล ทางโบสถ์ก็จัดกิจกรรมการกุศลลงพื้นที่โบสถ์ในต่างจังหวัด หมอจิ๋วก็ได้ไปออกหน่วยทำฟัน หากพบคนที่ปัญหาด้านการเงิน คุณหมอก็ได้เข้าไปอยู่ในทีมพิจารณาช่วยเหลือด้วยทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายให้กับทางคริสตจักร

 

“ตราบใดที่เรายังมีกําลังในการทํางาน เราจะไม่หยุดทําสิ่งที่ดี แล้วถ้าได้เป็นกําลังเล็ก ๆ ที่ทําอะไรให้สังคมได้ เราก็จะพยายาม ถึงแม้หมอจะไม่ค่อยมีความสามารถพิเศษอะไรอื่นนอกจากการเป็นทันตแพทย์ก็ตาม”

“คนเราอ่ะ พื้นฐานมันก็ต้องรักตัวเอง แต่ว่าเราต้องรักผู้อื่นด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเอง ต้องทําประโยชน์ให้กับสังคมรอบข้างด้วย ต้องมีจิตใจดี มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่ว่ากับเพื่อนหรือคนไข้ เราอยากให้เขารู้สึกไว้ใจเราได้ รู้สึกสบายใจกับเรา”

 

ความสุขในชีวิตของหมอจิ๋ว คือการได้ทำให้คนไข้หายจากอาการปวดฟัน และสามารถเก็บฟันนั้นไว้ใช้งานได้ต่อไป การเติมเต็มตัวเองด้วยความสุขทางกายจากภาพยนตร์ กีฬา ที่เธอชื่นชอบ การเดินทางท่องโลก และความสุขทางใจจากพระเจ้าที่เธอศรัทธา ความรักตัวเองที่คุณหมอมี ส่งความสุขต่อมาถึงคนรอบตัวผ่านการรักษาและความปรารถนาดี ดังคำสอนในศาสนาคริสต์ที่ว่า “จงรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเราเอง” 

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

ทพญ. เดือนเพ็ญ คีตะตระกูล

ทพญ. เดือนเพ็ญ คีตะตระกูล

DUEANPEN KEETATRAKUL, D.D.S.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

วิทยาเอ็นโดดอนต์

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางทันตแพทย์, ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (ท.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

หญิง

Doctor Story

ตารางออกตรวจ

ศูนย์ทันตกรรม

วัน เวลา
จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ -
พฤหัสบดี -
ศุกร์ 08:00 - 19:00
เสาร์ 13:00 - 19:00
อาทิตย์ -

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย