Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

พญ. ชุติมา สุภาวเวช จักษุแพทย์โรคต้อหินผู้มีความสุขกับการออกหน่วยแพทย์อาสา ปลูกต้นไม้ และคุยกับคนไข้

จักษุแพทย์ผู้มีความสุขกับการออกหน่วยแพทย์อาสา

– พญ. ชุติมา สุภาวเวช –

ปัจจุบัน พญ. ชุติมา สุภาวเวช เป็นจักษุแพทย์ประจำคลินิกต้อหิน ในแผนกตา โรงพยาบาล BNH เธอมักต้อนรับคนไข้ด้วยความสดใส และพูดคุยอย่างกันเอง ทำให้คนไข้สบายใจที่จะคุยด้วย ความสนใจของคุณหมอยังต่อยอดบทสนทนาของคนไข้ได้ง่าย และหนึ่งในคนไข้ของเธอคือคนดังระดับโลก

เริ่มชีวิตหมอตา

“ตอนแรกหมอสอบได้นิติศาสตร์”

นั่นคือเหตุการณ์สมัยสอบเทียบเมื่อตอนอยู่ ม.4 แต่สุดท้ายเธอก็รู้สึกเสียดายชีวิตมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รวมกับเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าอยากท่องจำกฎหมายมั้ย เธอเลยเลือกเรียนต่อ ม.5 แล้วก็สอบเทียบอีกครั้งโดยเลือกคณะแพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ สุดท้ายเธอก็ได้เป็นนักศึกษาแพทย์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

ตอนแรก หมอชุติมาอยากเป็นหมอเด็ก เธอถึงกับเลือกประจำสาขากุมารเวชสมัยไปใช้ทุนที่จังหวัดพิษณุโลก สมัยนั้นคุณหมอไฟแรงมาก ขยันรับเคส ทำงานอยู่เวรเยอะ พักผ่อนน้อย จนเป็นโรคปอดบวม และได้เป็นคนไข้ในโรงพยาบาลที่ประจำอยู่ไปด้วย เธอต้องหยุดงานไปพักใหญ่ ระหว่างนั้นเธอก็ได้กลับมาทบทวนตัวเอง แล้วจึงตัดสินใจย้ายกลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

หมอชุติมายังคงสนใจงานด้านเด็ก แต่เธอก็สมัครแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นไปด้วย รวมถึงจักษุวิทยา และก็ได้มาเรียนเป็นหมอตาที่โรงพยาบาลราชวิถี

“ดีเหมือนกัน เพราะได้ดูแลคนไข้ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ แล้วมันมีรูปแบบการรักษาที่ไม่น่าเบื่อ ทั้งใช้ยา ยิงเลเซอร์ ผ่าตัด ไม่จําเจ มีอะไรสนุก ๆ ให้เรียนรู้หลายอย่าง”

งานจักษุวิทยา แทบจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับแพทย์จบใหม่ เพราะระหว่าง 6 ปีในการเรียนหมอ จะได้เรียนเกี่ยวกับโรคตาแค่ 4-6 สัปดาห์ เรียนจบมาก็ได้รู้เพียงการจัดการภาวะฉุกเฉินทางตา พวกการผ่าตัดจะเป็นเนื้อหาที่ได้เรียนรู้เมื่อเรียนเฉพาะทางเท่านั้น

“เลยเหมือนมาเริ่มต้นเรียนใหม่อีกที”

ช่วงที่เรียนและทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี หมอชุติมาค้นพบความสุขอีกอย่างจากการออกหน่วยแพทย์ ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ เพราะการเรียนแพทย์ 6 ปี จะต้องให้นักศึกษาแพทย์ไปลงพื้นที่ชุมชน พูดคุยทำความรู้จักวิถีชาวบ้าน เพื่อเพิ่มความเข้าใจปัญหาของคนในพื้นที่ที่ระบบสาธารณสุขยังเข้าถึงได้ไม่เต็มที่ แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น ทำให้เธอรู้สึกเข้าอกเข้าใจและเห็นใจคนไข้มากกว่าสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์

“ไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ก็สนุกดี สมัยยังเรียนเป็นแพทย์ประจําบ้านด้านตา ก็มีทั้งออกหน่วยที่โรงพยาบาล หรือออกหน่วยนอกโรงพยาบาล แล้วเขาจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยในพื้นที่นั้นเข้ามารับการตรวจรักษาฟรี  ที่ไปก็จะเป็นออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจก หมอท้องถิ่นก็จะคัดกรองคนไข้มาส่วนหนึ่ง เราไปถึงก็ผ่าตัดให้เขา”

เมื่อจบแล้วได้เป็นจักษุแพทย์เต็มตัว หมอชุติมาก็ยังไปออกหน่วยแพทย์อาสาร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ไปผ่าตัดต้อกระจก ไปออกตรวจคนไข้ตามต่างจังหวัด ยิ่งได้ลงพื้นที่ ยิ่งทำให้คุณหมอได้เข้าใจถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนในเขตทุรกันดาร ซึ่งหลายคนมีอาการต้อกระจกระดับรุนแรงมากแล้ว มีอาการต้อเนื้อ เบาหวานขึ้นตา และอีกหลายโรคร่วมกัน ถึงแม้ว่าระบบบัตรทอง หรือประกันสังคม จะช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่ในชีวิตจริง ปัญหาในการเดินทางไปหาหมอนั้นเป็นอุปสรรคก้อนใหญ่อีกก้อนของคนไข้ในถิ่นห่างไกล

“พอเราเข้าไปผ่าตัดตาให้ถึงที่ ก็ช่วยเขาได้เยอะ พอเขามองเห็นชัด ก็ทําให้ทําอะไรต่อมิอะไรได้ ใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น  ถ้าให้ช่วยงานอาสา แล้วเป็นสิ่งที่เราถนัดอยู่แล้วอย่างตรวจตา เราก็ยินดีเลย”

จนถึงตอนนี้ คุณหมอก็ยังเข้าร่วมหน่วยแพทย์อาสาหากมีโอกาส เพราะมันคืออีกบทบาทหนึ่งที่ทำให้เธอเข้าใจชีวิต และมีความสุขกับชีวิต

หมอตาไกลบ้าน

“ลอสแอนเจลิสมันคล้าย ๆ กรุงเทพฯ ไปอยู่แล้วคงปรับตัวง่าย”

หมอชุติมาไม่ได้คิดจะไปต่างประเทศ แต่เพื่อนจักษุแพทย์ที่สนิทกันเพิ่งได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา จึงชวนเธอมาด้วยกัน เธอก็ลองยื่นสมัครไปหลายสถาบันในหลายรัฐ จนเมื่อเริ่มเรียนต่อด้านต้อหินที่โรงพยาบาลราชวิถีไปแล้ว เธอถึงได้รับการตอบรับจากหลายสถาบัน เมื่อจบการศึกษาเฉพาะทางด้านต้อหินที่โรงพยาบาลราชวิถี จึงตัดสินใจไปศึกษาเพิ่มเติมที่ University of California, Los Angeles ตามคำแนะนำของอาจารย์ที่เคารพ

“เป็นการไปอยู่เมืองนอกแบบจริงจังนาน ๆ เป็นครั้งแรก ต้องไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่คนเดียว ทําอาหารกินเอง ก็รู้สึกลําบากเหมือนกัน เสาร์อาทิตย์จะไปซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ตมาทํากับข้าวเก็บไว้เป็นกล่อง ๆ ในตู้เย็นไว้ วันธรรมดา กินมื้อเช้าที่ห้องเสร็จ ไปถึงที่ทํางานเข้าห้องผ่าตัดหรือออกตรวจ พอพักเบรก ก็เอาอาหารกล่องไปเข้าไมโครเวฟกิน ค่าครองชีพมันก็แพง ทําเองก็ได้อาหารที่เราถูกปาก แล้วก็สนุกดี ถ้าไม่ทําอาหารก็ไม่รู้จะทําอะไรในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนกัน”

หมอชุติมาได้หัดทำอาหารเยอะ ๆ ก็ตอนอยู่เมืองนอก จากการศึกษาจาก YouTube นอกจากได้งานอดิเรกใหม่ ได้ประหยัดเงิน เธอยังได้เพื่อนต่างชาติที่ติดใจรสมือของเธอ จนแวะเวียนมาขอชิมบ่อย ๆ

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

“เดี๋ยวก็อยากกินผัดไทย ผัดซีอิ๊ว พอเขาชม เราก็ต้องทำมาให้ แล้วก็มาแบ่งกันกิน ทำให้เราก็ได้เพื่อนนั่งคุยนั่งกินกันตอนพัก ก็สนุกดี”

สังคมเพื่อนพาไป ทำให้คุณหมอได้ทำอะไรใหม่ ๆ อย่างการเต้นซัลซ่า ที่เพื่อนจากสเปนชวนไปลอง แต่ถึงจะมีกิจกรรมให้ทำตลอด เธอก็ยังคิดถึงบ้าน

“ก็มีเหงา ท้อแท้ คิดว่าเมื่อไรจะจบ อยากกลับบ้าน ตอนนั้นนี่ พอได้ฟังเพลงไทยที่เมืองนอกก็รู้สึกว่ามันเพราะที่สุดแล้ว”

ลอสแอนเจลิสเป็นเมืองใหญ่ที่มีคนไทยไปทำงานเยอะ แค่ในสังคมของบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลเดียวกันก็มีนับ 10 คน บางครั้งก็มารวมกลุ่มไปเที่ยว ปาร์ตี้ ทานอาหารไทยกัน เพื่อนคนหนึ่งของคุณหมอเป็นพยาบาลเชื้อสายไทยที่เกิดและโตมากับครอบครัวคนไทยในสหรัฐอเมริกา ก็ชอบพาคุณหมอขับรถไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ หรือไปเยี่ยมพ่อแม่ชาวไทย สังคมที่อบอุ่นนี้ช่วยให้หมอชุติมาคลายเหงาไปได้มาก

“หมอเคยรักษา แอนโธนี ฮอปกินส์ ด้วยนะ คนที่เล่นเรื่อง ฮันนิบาล”

หมอชุติมาเล่าย้อนไปถึงสมัยที่ได้พบกับคนไข้ซึ่งเป็นดาราฮอลลีวูดแถวหน้า แต่เมื่อมาหาหมอ เขาก็คือคนไข้ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องต่อคิวรอเรียกชื่อรวมกับคนอื่น ต่างกันแค่เจ้าหน้าที่จะไม่เรียกคิวด้วยเสียงอันดัง แต่เพียงเข้าไปกระซิบบอกถึงตัว เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของเขา และไม่ให้ผู้คนแตกตื่น

“เราก็ตรวจตาเขาไป ตรวจเสร็จก็พอมีเวลาคุยแป๊บนึง เขาก็บอกว่าเคยมาเมืองไทย มาเที่ยวภูเก็ต”

ด้วยทำเลที่ตั้งของ UCLA ที่อยู่ไม่ไกลจากฮอลลีวูดนัก จึงมีคนไข้ระดับ VVIP เวียนมารักษาที่มหาวิทยาลัยแพทย์อยู่บ่อยครั้ง และด้วยระบบการรักษาของ UCLA คนไข้จะได้รับการซักประวัติและตรวจตาโดยแพทย์ประจำบ้านหรือแพทย์ที่มาศึกษาต่อด้านต้อหินก่อนเสมอ หากมีปัญหาถึงได้รับพิจารณาให้พบระดับอาจารย์แพทย์ แต่เคสทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์แพทย์อีกที ทำให้จักษุแพทย์จากประเทศไทยที่มาเรียนในสหรัฐอเมริกาได้ไม่นานอย่างหมอชุติมาได้มีโอกาสรักษาคนไข้ที่มีชื่อเสียง

แต่เพราะแพทย์จะต้องรักษาทุกเคสที่ถูกส่งเข้ามา บางเคสก็ทำให้หมอชุติมาหวาดผวาไปเช่นกัน

“หมอเป็นคนที่กลัวสุนัขมาก ทีนี้คนไข้ที่มองไม่เห็นจะต้องมีสุนัขนำทาง เราก็เห็นใจผู้ป่วยนะ และก็เข้าใจว่ามันไม่กัดหรอก แต่เราไม่คุ้นชินเพราะเมืองไทยยังไม่ค่อยมีในสมัยนั้น และสุนัขก็ตัวใหญ่ คนไข้เอาเข้ามาในห้องตรวจด้วย ตอนนั้นเรากลัวมาก”

การรักษาคนไข้ในต่างแดนนั้น แม้จะมีอุปสรรคทางภาษาอยู่บ้าง แต่หมอชุติมาก็ไม่คิดว่าการคุยกับคนไข้เป็นเรื่องยาก เธอคิดว่าด้วยนิสัยใจคอคนไทยมีความนอบน้อมเป็นพื้นฐาน การพูดคุยจึงดูนิ่มนวล ทำให้คุยกับคนไข้ได้ง่ายขึ้น

เมื่อกลับมาประจำที่กรุงเทพฯ หมอชุติมาได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาล BNH เป็นที่แรก จนถึงตอนนี้ ก็อยู่ที่นี่มาร่วม 14 ปีแล้ว

“ชอบสไตล์การทำงานของอาจารย์รุ่นพี่ และคิดว่าแนวทางการรักษาคนไข้ของตัวเองก็ได้รับถ่ายทอดมาจากพวกอาจารย์ด้วย ลักษณะการดูแลคนไข้ที่โรงพยาบาล BNH จะเหมือนเป็นที่ปรึกษาให้คนไข้ ดูแลเขาทั้งครอบครัว แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะโรคนั้น ๆ แต่เราดูทุกส่วน ทั้งร่างกาย จิตใจ  บรรยากาศการทํางานก็ดี เวลาเราปรึกษาเคส ทุกคนเต็มใจช่วยเหลือ ทีมหมอค่อนข้างสนิทกัน ก็ดูแลกันเป็นทีม”

คนไข้ของหมอตา

“โอ้โห! เห็นชัดมากเลย ไม่เคยเห็นชัดอย่างนี้มานานมากแล้ว”

กำลังใจของคุณหมอ มาจากคำพูดเหล่านี้ของคนไข้ที่กลับมามองเห็นได้อีกครั้งหลังการผ่าตัด ซึ่งในบรรดาเคสทั้งหมด หนึ่งในเคสประทับใจของหมอชุติมา คือการทำให้คนไข้ต้อกระจก ที่ป่วยติดเตียงเพราะมะเร็งระยะสุดท้ายร่วมกับโรคประจำตัวอีกหลายอย่าง ได้มีโอกาสมองเห็นภาพสุดท้ายในชีวิต

สำหรับคนไข้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างนั้น มักไม่สามารถนอนนิ่ง ๆ ให้ผ่าตัดต้อกระจกโดยการใช้ยาชาเพียงอย่างเดียว แพทย์จะต้องให้ดมยาสลบร่วมด้วย ทำให้มีความเสี่ยงสูง

“คนไข้เป็นชาวต่างชาติ เขาขอร้องมา ขอไม่ต้องมองได้ไกลมากก็ได้ แค่ให้เขาพอมองเห็นหน้าลูกหลาน เขาอยากวิดีโอคอลกับที่บ้าน”

แม้จะดูเป็นเคสที่มีความเสี่ยงสูงก็ตาม แต่อาจเป็นคำขอสุดท้ายของผู้ป่วย หมอชุติมาจึงตัดสินใจว่าทําก็ทํา แล้วเตรียมทีมหมอทุกแผนกที่เกี่ยวข้องมาร่วมดูแล และช่วยกันเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยด้วย ผลการรักษาคือคนไข้สามารถอ่านซับไตเติ้ลบนจอโทรทัศน์ได้จากเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียู และคุยวิดีโอคอลกับหลานได้

“เขาก็ยิ้มเลย มีความสุขมาก หลังจากนั้นอาการเขาก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนเสียชีวิต แต่เราก็ดีใจที่ได้ช่วยให้เขามองเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต และได้เห็นรอยยิ้มของเขา”

คนไข้โรคตาส่วนมากจะต้องรับการดูแลและพบแพทย์ต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่าตัดสำเร็จไปแล้ว ทำให้หมอชุติมาได้เจอคนไข้อยู่เรื่อย ๆ ด้วยจุดเด่นในการทำงานที่เป็นคนใจเย็น ค่อย ๆ พูด ทำให้คนไข้กล้าเล่าปัญหาด้านอื่นให้ฟัง และทำให้คุณหมอได้เห็นความผิดปกติในส่วนอื่น ๆ  หากมีปัญหา คุณหมอชุติมาก็จะส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางดูแลต่อได้ทันท่วงที ตามแนวทางของการดูแลแบบครบถ้วนรอบด้าน Complete Care ที่เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา ตามนโยบายของโรงพยาบาล BNH  โดยเฉพาะโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ที่มักสัมพันธ์กับโรคทางตา

“ที่เรามักดูแลร่วมกับแพทย์สาขาอื่นบ่อย ๆ ก็จะเป็นคนไข้โรคเบาหวาน เพราะมักมีภาวะแทรกซ้อนที่ตา เช่น เบาหวานขึ้นตา ต้อกระจก ต้อหิน  หรือกลุ่มคนไข้ต้อหินที่เป็นโรคเรื้อรัง ต้องดูกันยาว ๆ และมันเป็นกรรมพันธุ์ด้วย ถ้าเราตรวจเจอ ก็จะแนะนําคนในครอบครัวให้ตรวจด้วย เพราะบางทีเขาอาจยังไม่มีอาการ หรือไม่ทราบมาก่อน และหมอจะสอนคนไข้เรื่องวิธีหยอดตาอย่างถูกต้องในทุกเคส เพื่อให้การใช้ยาได้ผลดีที่สุด หากมา Follow-up ก็จะทบทวนดูว่าคนไข้หยอดตาได้ถูกวิธีจริงมั้ย”

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนไข้โรคต้อหินที่มีความเสี่ยงทั้งครอบครัว คนไข้หลายคนก็ยกให้คุณหมอชุติมาเป็นหมอตาประจำครอบครัว เพราะพวกเขาประทับใจในการดูแลของเธอ จนไปชวนทุกคนมาตรวจกับคุณหมอ

หมอชุติมายังใส่ใจกับเรื่องราวของคนไข้ ซึ่งเป็นวิธีการเปิดใจที่ใช้ได้ผล เช่น หากเห็นว่าคนไข้มาหาในชุดออกกำลังกาย เธอก็จะชวนคุยเรื่องออกกำลังกาย ที่เป็นการเปิดทางไปสู่ปัญหาร้อยแปดพันเก้าของคนไข้ที่อาจโยงมาสู่ปัญหาสุขภาพ ที่คุณหมอจะใช้วินิจฉัยต่อไปได้ตรงจุด รวมทั้งคุณหมอจะจดโน๊ตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนไข้เอาไว้ เช่น คนรักแมว ซึ่งต่อมามีภาวะคันตา และขนแมวอาจเป็นสาเหตุ เป็นต้น หมอชุติมาจะได้มอบแนวทางการดูแลตัวเองที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของคนไข้ เพื่อให้เขาไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไปที่จะทำตามคำแนะนำ

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

หมอตากับ Podcast

“ว่าง ๆ หมอชอบฟัง Podcast”

หมอชุติมามักหาโอกาสเข้าฟิตเนสไปออกกำลังกาย เธอเน้นการยืดเส้นเพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรม และระหว่างนั้น เธอจะฟัง Podcast ไปด้วย คุณหมอฟังได้หลายแนว แต่ส่วนมากจะเป็นเนื้อหาสายสุขภาพที่นำมาใช้กับผู้ป่วยได้ หากวันไหนที่รู้สึกเหนื่อยล้า เนื้อหาแนวธรรมะก็ช่วยให้เธอผ่อนคลาย และมีสติอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งช่องที่เธอฟังบ่อยคือ Podcast ว่าด้วยคติการใช้ชีวิตและความสุขทางใจ ของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล

“หมอมีโอกาสกราบนมัสการท่านครั้งหนึ่ง เมื่อท่านมาตรวจที่นี่ด้วยนะ หลายปีแล้ว”

นอกจากนี้ เวลาว่างๆ คุณหมอก็ยังฟัง Podcast ไปด้วย บางครั้งเนื้อหาแนวไลฟ์สไตล์ ข่าวสาร หรือการเงิน ก็ทำให้เธอเท่าทันโลก และมีเรื่องไปแลกเปลี่ยนกับคนไข้มากขึ้น

ต้นไม้ของหมอตา

ต้นไม้ คืออีกเรื่องที่ทำให้หมอชุติมาได้เริ่มต้นบทสนทนากับคนไข้ เพราะในห้องตรวจของคุณหมอมีต้นช้อนเงินช้อนทองแคระตั้งอยู่ ซึ่งก็เป็นต้นไม้ที่คนไข้ให้มาเหมือนกัน

“หมองงว่าทำไมมันไม่ค่อยออกดอก คนไข้ก็แนะนำให้เอาไปออกแดดบ้าง  หรือที่บ้านหมอปลูกต้นมะลิที่ไม่ค่อยออกดอกเหมือนกัน คนไข้ก็แนะนำว่ามันต้องตัดบ่อย ๆ ยิ่งตัดมันจะยิ่งโต”

แล้วหมอชุติมาก็ทำตามที่คนไข้แนะนำ ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มาปลูก ก็ขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง แต่คุณหมอก็เรียนรู้จาก Podcast และคำแนะนำของคนไข้ไปเรื่อย ๆ

“จนต้นกวางตุ้งมันออกเยอะ แล้วเอามาผัดกับข้าวได้จานนึง ก็รู้สึกว่าไม่น่าเชื่อ เราก็เก่งเหมือนกัน ปลูกจนกินได้จริง ๆ”

วันหยุดของคุณหมอ เธอมักหมดเวลาส่วนหนึ่งไปกับการจัดการต้นไม้ที่ปลูกไว้ในกระถางรอบบ้านและบนระเบียง รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ย้ายตำแหน่งให้ทุกต้นได้รับแสง และหมดเวลาอีกส่วนหนึ่งไปกับการนั่งคิดว่าจะปลูกต้นอะไรเพิ่มดี

“ตอนนี้ต้องส่งข้อความไปถามร้านต้นไม้แล้วว่ามีอะไรที่มันขึ้นง่าย ๆ ไม่ต้องดูแลเยอะเกินไป ปลูกได้ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมั้ย”

พญ. ชุติมา สุภาวเวช
พญ. ชุติมา สุภาวเวช

วิธีดูแลตาจากหมอตา

“วิธีดูแลดวงตาด้วยตัวเอง หมอจะมีสูตรให้จำง่าย ๆ ว่า 20 20 20”

คือ ทุก 20 นาทีให้พักสายตา 20 วินาที แล้วมองไกล 20 ฟุต กะพริบตาไปด้วย เพื่อพักสายตา ลดการเพ่ง  การจ้องนานเกินไปจะทำให้ตาล้าและแห้ง

“การสวมแว่นกันแดดเป็นสิ่งสําคัญที่หมอจะกําชับผู้ป่วย เพราะแดดบ้านเราร้อน แสงแดดนอกจากจะทําให้เป็นต้อกระจกแล้ว ยังทําให้เกิดอาการจอประสาทตาเสื่อม เกิดต้อเนื้อ  การใส่แว่นกันแดดจึงป้องกันได้หลายโรค”

และคุณหมอยังแนะนำให้รับการตรวจหาความผิดปกติของดวงตา อย่างน้อยปีละครั้ง

“เคยมีอาจารย์สมัยก่อนบอกมาว่า ‘ชุติมา’ แปลว่าตะเกียง หมายถึงผู้มีความรุ่งเรือง หรือความหมายที่อาจารย์จะสื่อคือผู้ให้แสงสว่าง ก็เลยรู้สึกว่า เราเป็นหมอตา ก็เหมือนให้แสงสว่างกับผู้ป่วย ทําให้เขาได้มองเห็น  และเราก็รู้สึกดีที่ได้ทําประโยชน์ให้กับสังคม”

ทุกครั้งที่คนไข้ได้เห็นชัดขึ้น ได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีอิสระในการใช้ชีวิต ได้พึ่งพาตัวเองมากขึ้น คือความสุขของคนเป็นแพทย์อย่างคุณหมอชุติมาที่ไม่มีอะไรมาเปรียบได้

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

Customer’s Story

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

พญ. ชุติมา สุภาวเวช

CHUTIMA SUPAWAVEJ, M.D.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

จักษุวิทยา

โรคต้อหิน

ความสนใจเฉพาะทาง

โรคต้อหิน

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), มหาวิทยาลัยมหิดล, ไทย

วุฒิบัตร

แพทยสภา, จักษุวิทยา

ประกาศนียบัตร

BDMS Bylaws, BDMS, ไทย

Code of behavior (TH), BDMS, ไทย

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

หญิง

Doctor Story

ตารางออกตรวจ

แผนกตา

วัน เวลา
จันทร์ 12:30 - 17:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 12:30 - 17:00
เสาร์ -
อาทิตย์ 09:00 - 12:30

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย