Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ทพญ. บุญจิรา อนุกูล ทันตแพทย์อินเตอร์และอาจารย์ผู้สร้างทันตแพทย์อินเตอร์ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกือบเรียนไม่จบ

ทันตแพทย์อินเตอร์และอาจารย์ผู้สร้าง
ทันตแพทย์อินเตอร์

ทพญ. บุญจิรา อนุกูล  –

โรงพยาบาล BNH โดดเด่นด้านการดูแลคนไข้จากนานาชาติ และคุณหมอหลายท่านก็มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติเช่นกัน รวมถึง ทพญ. บุญจิรา อนุกูล ทันตแพทย์ส่วนงานทันตกรรมศัลยกรรมช่องปาก ผู้ไม่ใช่แค่เคยไปเรียนและทำงานในต่างประเทศ แต่คุณหมอเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตรทันตแพทย์นานาชาติในโรงเรียนทันตแพทย์ถึง 2 แห่ง

หมอฟันสองประเทศ

“ตอนเด็กจะไปทำฟัน เวลามีใครมาทําอะไรในปาก เราก็กลัวว่ามันจะเจ็บ แต่คุณหมอใจดี ดูเป็นคนเมตตา ใจเย็น อารมณ์ดีตลอด เราสัมผัสได้ ทําให้ไม่กลัวเลย เราเชื่อในคุณหมอท่านนั้นว่าท่านทําสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับเรา ทําให้เราอดทน ไม่ร้องไห้ ไม่โยเย ให้ความร่วมมือดี”

จากความประทับใจคุณหมอฟันในตอนเด็ก ทำให้บุญจิรามีอาชีพหมอฟันอยู่ในใจมาตลอด พอต้องสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมอุดมส่วนใหญ่ก็อยากสอบเรียนต่อแพทย์ ครอบครัวของเธอก็หวังแบบนั้นเช่นกัน  บุญจิราก็เลยเลือกแพทย์ไว้ 3 อันดับแรกเพื่อเอาใจคนรอบตัว แต่ในใจเธออยากเรียนทันตแพทย์ที่เลือกไว้อันดับ 4 และสุดท้ายเธอก็สอบได้คณะอันดับ 4 สมใจ ได้เรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล

ในคณะทันตแพทย์นี้เอง นศ.ทพ. บุญจิรา ได้รับบทเรียนที่หนักที่สุดในชีวิต เมื่อการเรียนในคณะที่เธอใฝ่ฝันไม่ได้ง่ายเหมือนฝัน เธอทำงานชิ้นสุดท้ายไม่ผ่านสักที จนเกือบเรียนไม่จบ

“ตอนนั้นเราร้องไห้จนคนไข้สงสาร แต่ก็เอาจุดนั้นมาทำให้รู้ว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมันรู้สึก ยังไง ทำให้มองสถานการณ์อื่นให้ดีขึ้นมาได้ เป็นกําลังใจให้เราฮึดสู้ว่าแย่กว่านั้นก็เจอมาแล้ว แค่นี้ไม่เท่าไรหรอก มันต้องผ่านไปได้”

และก็เป็นช่วงที่เรียนนี้เอง ที่บุญจิราได้พบกับศาสตราจารย์ นพ.ทพ. เชื้อโชติ หังสสูต ผู้ก่อตั้งภาควิชาศัลยกรรมช่องปาก ผู้เป็นไอดอลที่ทำให้เธออยากเรียนด้านศัลยกรรมช่องปากตามอาจารย์

“อาจารย์ทําทุกอย่างอย่างมีเหตุมีผล เพราะเคสเป็นแบบนี้ ตรวจมาเจออันนี้ เราเลยทําอย่างนี้ ทําให้เรารู้สึกว่าไม่ใช่เรียนแบบท่องจํา ทุกอย่างมีเหตุผล มีขั้นตอนของมัน บางอย่างต้องท่องเพราะว่าเราจะไม่มีเวลามาเปิดหนังสือดูเมื่อคนไข้อยู่ตรงหน้า เราต้องมีทั้งความรู้ ความจํา ความชํานาญ และการพลิกแพลงตามสถานการณ์ ซึ่งสิ่งแรกที่มีง่ายที่สุดคือความจํา มีเอาไว้ก่อน แล้วมันจะพัฒนาไปเป็นความรู้ที่เราประยุกต์ใช้กับคนไข้ได้”

อาจารย์ท่านนี้ยังเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตัวกับคนไข้ ท่านใจดี แม้ว่าคนไข้ไม่มีเงิน ก็ให้เงินคนไข้ไปซื้อยามาก่อน  พอเห็นอย่างนี้ บุญจิราจึงรู้สึกดีมากทุกครั้งที่ได้ลงเรียนวิชานี้กับอาจารย์ และตัดสินใจภาพอนาคตของตัวเองได้ทันที ว่าจะเป็นให้ได้แบบอาจารย์

พอเรียนจบเฉพาะทาง อาจารย์เชื้อโชติก็เสนอให้เธอไปดูงานกับอาจารย์ของอาจารย์ที่สหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเธอได้เห็นว่าสถานที่ที่บุคคลต้นแบบของเธอเรียนมามันเป็นยังไง และวิธีการรักษาที่เคยเห็นแต่ในตำรามาตลอดนั้น ก็ได้มามีโอกาสเห็นจริงที่ต่างประเทศ พอครบ 3 เดือน ทพญ.บุญจิรา ต้องกลับเมืองไทย แต่เธอเองก็อยากอยู่ที่สหรัฐอเมริกาต่อทั้งที่ไม่มีเงิน เธอจึงไปลองขอทุนวิจัยจากต่างประเทศ และได้เรียนต่อระดับปริญญาโทอีก 1 ปี 

“เรียนไปจะหมดปีแล้ว ก็ไม่มีตังค์ต้องกลับบ้าน ก็คิดว่าไม่เป็นไร ฉันมาด้วยเงินแค่นี้ กับเสื้อ 3 ชุด กลับไปก็ไม่เสียใจ ต้นทุนเราต่ำมาก ภาษาก็ไม่ต้องสอบโทเฟล เพราะไม่มีปัญหาในการใช้ภาษาซึ่งต้องขอบพระคุณครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ แต่พอปลายปี มันมี ทุน ก.พ. เพื่อพัฒนาอาจารย์เกิดขึ้น เราก็กลับมาสอบที่เมืองไทย แล้วได้ทุนไปเรียนระดับผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลต่อ”

แล้วหมอบุญจิราก็อยู่สหรัฐอเมริกาต่อ จนจบเทรนนิ่งและสอบผ่าน American Board  งานของทันตแพทย์ศัลยกรรมช่องปากส่วนมาก จะเป็นการผ่าตัดขากรรไกรเพื่อแก้ไขการสบฟันที่ผิดปกติ รวมทั้งการบูรณะช่องปากและส่วนของใบหน้าด้วยรากเทียม นอกจากนี้ยังมีเคสอุบัติเหตุรุนแรงที่ต้องซ่อมแซมใบหน้าขากรรไกรของคนไข้ โดยที่อเมริกา จะมีหลักสูตรมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้อย่างเป็นขั้นตอน ผู้เกี่ยวข้องในการรักษาจะต้องผ่านการฝึก Advanced Trauma Life Support เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด หมอบุญจิราก็ได้ทักษะด้านนี้ติดตัวกลับมาด้วย

ที่สหรัฐอเมริกา นอกเหนือไปจากความสามารถในการทำงานแล้ว หมอบุญจิรายังทำให้ทั้งทีมงานและคนไข้ยอมรับได้ว่าเธอเอาชนะอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีมศัลยกรรมช่องปาก 10 คน และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวด้วย  อาจารย์ทันตแพทย์ที่นั่นต่างก็เมตตาเอ็นดูเธอ เพราะท่านมองว่าคนไทยมาเรียนหาความรู้เพื่อนำวิชากลับไปใช้พัฒนาประเทศ ในขณะที่คนชาติอื่นจะพยายามหาลู่ทางอยู่อเมริกาต่อมากกว่า

“อาจารย์ถามว่าอยากเป็นอาจารย์ที่นี่มั้ย เราบอกไม่หรอก เรามีความผูกพันที่ได้มาเรียน ไม่ใช่ว่าอเมริกาไม่ดี มันทั้งทันสมัยทั้งสะดวกสบาย แต่เราเป็นคนของเมืองเรา มีบ้านของเรา”

ถูกสอนและได้สอน

หมอบุญจิราอยู่ที่สหรัฐอเมริการวม 6 ปี แล้วจึงย้ายกลับมาเป็นหัวหน้าโครงการจัดตั้งหลักสูตรทันตแพทย์นานาชาติของมหาลัยมหิดล และเป็นอาจารย์ทันตแพทย์อยู่ที่นั่นจนเกษียณ ควบคู่ไปกับการทำงานนอกเวลาที่โรงพยาบาล BNH

“การอยู่ BNH ทําให้เรามองว่าการรักษาคนไข้ในเรื่องใดก็ตาม การสื่อสารสําคัญที่สุด เมื่อโลกเปิดกว้างขึ้น ต้องมีภาษาสากลที่ทําให้ทุกคนเข้าใจทุกเรื่องในพื้นฐานเดียวกัน การรักษามันถึงประสบความสําเร็จได้ การใช้ภาษาไทยอย่างเดียวก็อาจจะไม่พอแล้ว เราต้องสร้างทันตแพทย์ที่สามารถสื่อสารได้ในหลายบริบท”

ย้อนกลับไปในวัยเด็กของคุณหมอ เธอเป็นเด็กที่เริ่มเรียนหนังสือเร็ว

“เพราะแม่บอกว่าอยู่บ้านแล้วพูดมาก ไปโรงเรียนเถอะ เลยเรียนก่อนเกณฑ์”

เธอเริ่มเรียนอนุบาลในโรงเรียนที่มีคุณครูหัวก้าวหน้า และหลักสูตรที่ต่างจากโรงเรียนในยุคเดียวกัน แต่ละวันเด็ก ๆ ได้มาสนุกสนานรื่นเริง ได้ไปนั่งเล่นตากแดดคุยกันนอกห้องเรียน โรงเรียนอนุบาลได้ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้เธอตั้งแต่เมื่อ 60 ปีก่อน ไม่มีวันไหนเลยที่เธอร้องไห้ที่โรงเรียน และทำให้เธอไม่เคยรู้สึกว่าต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม

“สมองเด็กมันเหมือนฟองน้ำ ถ้าเราใส่สิ่งที่ดีเข้าไป มันจะเก็บไว้ได้ยาวนาน เพราะฉะนั้นการสร้างเด็กเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ถ้าสร้างได้ดี จะทําให้มีสิ่งดี ๆ แก่สังคม”

ความทรงจำวัยเด็กเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังติดอยู่ในตัวของบุญจิรา แม้ว่าเธอจะเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติแล้ว เธอยังคงเรียนได้ดี สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเข้าเรียนทันตแพทย์ได้ในวัย 16 ปี โดยไม่เคยต้องเรียนพิเศษ

พอมาเป็นอาจารย์ เธอก็อยากนำสิ่งดี ๆ ที่เคยได้รับเมื่อนานมาแล้ว ทั้งจากโรงเรียนอนุบาล และจากอาจารย์ที่เคารพในโรงเรียนทันตกรรมทั้ง 2 ประเทศ มาใช้สร้างทันตแพทย์รุ่นใหม่

“ในช่วงแรกของการเป็นอาจารย์ เราค่อนข้างเข้มงวด ตรงเป๊ะ แต่พอถึงจุดหนึ่ง เรามองว่าทํายังไงให้นักเรียนไม่กลัวก็พอ ไม่งั้นเขาจะไม่อยากพูด กลัวพูดแล้วผิดหรือโดนว่า  แล้วก็ต้องมีช่องทางเปิดกว้างให้นักเรียนถามต่อได้เสมอ จะไม่ตั้งต้นด้วยการดุว่าก่อนแล้วค่อยอธิบาย  ตั้งใจมากว่าจะไม่ว่าใคร ไม่โมโหใคร และต้องทําให้ได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น”

พอเกษียณจากมหาวิทยาลัยมหิดล หมอบุญจิราก็ไปช่วยสอนในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ที่คณะทันตแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเพิ่งเปิดหลักสูตรใหม่ได้ไม่นาน และยังคงทำงานที่โรงพยาบาล BNH ควบคู่ไปด้วยอย่างต่อเนื่อง นับได้ว่าเป็นทันตแพทย์รุ่นแรก ๆ ที่มาทำงานตั้งแต่โรงพยาบาลเริ่มเปิดแผนกทันตกรรม จนถึงตอนนี้ก็ร่วม 30 ปีแล้ว

“หมอเองก็เป็นคนไข้ที่นี่ ไม่สบายก็แอดมิทที่นี่ คนในครอบครัวก็เป็นคนไข้ที่นี่ทุกคน เรารู้เลยว่าเขาละเอียดและใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้อนรับที่ประตูหน้าเลย ถ้ามีปัญหาตรงไหนก็มีทีมเข้

Woman hands and lion heart

‘Woman hands and lion heart’ เป็นคำที่เพื่อนหมอฟันเรียกหมอบุญจิราสมัยอยู่อเมริกา หมายถึงหมอฟันที่มือเบา ผ่าตัดให้คนไข้ทรมานน้อยที่สุด และเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจเมื่อเห็นคนไข้ที่กำลังทรมานจากความเจ็บปวด 

“เราพยายามให้คนไข้อยู่ในกระบวนการรักษาไปด้วยกัน ทำให้คนไข้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ร่วมรักษาไปพร้อม ๆ กัน ดูว่าจะช่วยกันไปได้อย่างไร ส่วนตัวคิดว่าทำอย่างนี้แล้วพัฒนาไปสู่ความสําเร็จได้มากกว่า แถมเสริมสร้างสุขภาวะของคนไข้ไปพร้อม ๆ กันด้วย”

โรคที่ถึงกับต้องศัลยกรรมช่องปากนั้น แสดงว่าอาการหนักแล้ว และอาการที่หนักนี้รักษาทางกายเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ อย่างเคสคนไข้รายหนึ่งที่มีปัญหากัดฟันไม่ลง และเจ็บปวดมากที่ขากรรไกรทั้งสองข้าง จากการวินิจฉัยของคุณหมอ คนไข้มีความผิดปกติของข้อต่อขมับขากรรไกร ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานนั้นส่งผลต่อจิตใจเขาด้วย จึงรักษาอย่างตรงไปตรงมาเฉพาะตัวโรคไม่ได้

“เราต้องคํานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับคนไข้ อะไรเป็นสิ่งที่ทําให้เขามาถึงจุดที่รุนแรงขนาดนี้ ต้องแยกแยะให้ถูก ถ้าคิดแต่ว่ารักษาร่างกายอย่างเดียว แล้วจิตใจเขาไม่ได้รับการดูแล มันจะไม่สมบูรณ์”

นอกจากการผ่าตัดเพื่อรักษาคนไข้รายนี้แล้ว สภาพจิตใจที่ต้องเจอกับความเจ็บปวดมานานนั้นมีผลให้ร่างกายเกร็ง เครียด หมอบุญจิราจึงต้องดูแลเขารอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงกายภาพบำบัดเพื่อให้เขากลับมาขยับขากรรไกรได้ใกล้เคียงปกติที่สุดหลังการผ่าตัด ซึ่งต้องบูรณาการกับทั้งจิตแพทย์ และแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู รวมเวลารักษากว่า 3 เดือน และหลังจากนั้นคนไข้ยังต้องกลับมาติดตามอาการต่อกับคุณหมอทุกปี

“โรคพวกนี้เป็นโรคเรื้อรัง มันต้องอาศัยการ Maintenance เพื่อไม่ให้อาการมันกลับมา และต้องได้รับการ Empowerment ให้เขาดูแลตัวเองให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปถึงจุดที่แย่ที่สุดเหมือนที่ผ่านมา”

  วิธีการรักษาแบบบูรณาการของคุณหมอนั้นยังสอดคล้องกับแนวทาง Complete Care การดูแลให้ครบถ้วนรอบด้านตามนโยบายของโรงพยาบาล BNH
“ซึ่งหมอชอบการดูแลแบบ Complete Care มาก เพราะส่วนตัวเราชอบมองทุกอย่างในภาพกว้างก่อน แล้วค่อยโฟกัสลงมาทีละนิด ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของหลายสิ่ง คนไข้คนนี้เข้ามา มีอะไรบ้างที่จําเป็นสำหรับเขา แล้วอัปเกรดให้ไปสู่สุขภาวะได้อย่างไรบ้าง ตั้งแต่หัวจรดเท้าต้องสุขภาพดี ถ้าอายุเท่านี้ ควรมีระดับสุขภาพช่องปากยังไง ตั้งแต่สารอาหารของคุณแม่ตั้งครรภ์ก็เกี่ยวกับการสร้างหน่อฟัน การทำความสะอาดช่องปากในเด็กแรกเกิด การสร้างทัศนคติที่ดีให้เด็กในการดูแลฟัน วัยรุ่นชอบกินขนมแต่ฟันยังไม่แข็งแรงมาก ต้องดูแลฟันยังไง โตมาอีกหน่อยก็เรื่องฟันคุด เป็นต้น  ฟันมันซ่อนอยู่ข้างใน เด็กไม่เห็น แต่กว่าจะรู้สึกถึงปัญหาก็โตแล้ว ฟันพังไปแล้ว”

ในการผ่าตัดช่องปากนั้น ก็ไม่ต่างกับการผ่าตัดส่วนอื่นของร่างกาย คนไข้ต้องได้รับการประเมินก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง หากต้องผ่าตัดหนักมาก ก็ต้องพึ่งวิสัญญีแพทย์ หากมีโรคประจำตัวอื่น เช่น โรคผู้สูงอายุ ก็ต้องปรึกษากับแพทย์เจ้าของโรคก่อนว่าสามารถรับการผ่าตัดได้มั้ย หรือการรับการรักษาแบบประคับประคองอาจเหมาะสมกว่าในด้านความเสี่ยง

ด้วยการรักษาหลายเคสของหมอบุญจิรา คือเคสรุนแรง ที่แม้ผ่าตัดรักษาจบไปแล้ว แต่คนไข้ก็ยังคงต้องมาติดตามอาการต่อเนื่อง และปัญหาสุขภาพฟันก็มักไม่ได้จบแค่อาการเดียว ทำให้คนไข้หลายรายก็รักษากับคุณหมอมาตั้งแต่เธอเพิ่งกลับจากสหรัฐอเมริกา และชวนลูกหลานมารับการรักษาจากเธอด้วยจวบจนปัจจุบัน

ทันตแพทย์บนดอย

ตั้งแต่กลับมาจากสหรัฐอเมริกา หมอบุญจิราก็ออกหน่วยแพทย์อาสามาตลอด โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. อายุตม์ ธรรมครองอาตม์ อดีตหัวหน้าสาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และเป็นแพทย์นอกเวลาที่โรงพยาบาล BNH เป็นแกนนำ

“เราออกกันเกือบทุกเดือน ตรวจคนไข้ที่คณะเสร็จเย็น ๆ ก็อาบน้ำขึ้นรถ แล้วไปตื่นที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงแล้วก็กางเต็นท์ทํางาน”

ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ออก ตก ยอดดอย ยอดภู ยอดเขา หมอบุญจิรากับทีมไปมาหมดแล้ว เธอชอบที่สุดเมื่อไปตามโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพราะไปทีเดียว ได้ทั้งสอนหนังสือ แจกของ และตรวจโรค จนทางโรงเรียนให้ประกาศนียบัตรกลับมา  แต่บางดอยที่เธอไป ชาวบ้านก็ยังเชื่อหมอผีมากกว่าหมอคน แล้วไม่ยอมรับการรักษาก็มี

“เราไปบ่อยจนสามารถยืนกินข้าวมันไก่พร้อมน้ำซุปในรถเมื่อขับผ่านโค้งแย่ ๆ ที่แม่สอด ได้โดยไม่อาเจียนแล้ว”

น่าเสียดายที่การออกหน่วยแพทย์อาสานั้นต้องหยุดลงพร้อมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  หลังจากนั้น ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้นของสมาชิกแทบทุกคน จึงเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปออกหน่วยด้วยกันอีก

สุขกับการจับตะหลิว

หมอบุญจิราโตมากับพ่อที่เป็นอาจารย์คณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และแม่ที่เรียนคหกรรม แต่เลือกมาเป็นแม่บ้านเพื่อดูแลลูก ๆ 

“แล้วแม่ก็จบหลักสูตรครูมาด้วย เขามีวิธีสอนของเขาที่จะโชว์ให้ดู เรามองแล้วก็เลียนแบบ แม่สอนให้เราเปิดกว้างสําหรับทุกรสชาติ ท่านบอกว่ากินอะไรแล้วต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าสิ่งที่กินเข้าไป มันน่าจะมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง เรียนรู้รสชาติว่ารสแบบนี้ต้องลดอะไรเพิ่มอะไร อาหารภาคนี้รสแบบนี้ แล้วก็อย่าเอาความชอบส่วนตัวไปตัดสินอาหารของคนอื่น เราเลยชอบทําอาหารตั้งแต่เด็ก”

เพราะมีงานอดิเรกเป็นการทำอาหาร สมัยอยู่ที่อเมริกา ทุกวันหยุด เพื่อนคนไทยก็จะมารวมตัวกันที่ห้องคุณหมอ เช่าวิดีโอ ซื้อป๊อปคอร์น โค้ก และนำอาหารรสมือแต่ละคนมาแบ่งปันกัน

“เชือกผูกรองเท้าผัดอ่ะ จะกินมั้ย”

หมอบุญจิรามักปล่อยมุกเล่นกับเพื่อนต่างชาติเมื่อเขาถามถึงผัดไทยที่คุณหมอชอบทำ อาหารยังกลายเป็นสิ่งช่วยสร้างสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรอบข้าง

“แกงเขียวหวานนี่เด็ดที่สุด คนชอบกันมาก”

เธอกล่าวถึงเมนูที่ทำได้ดีเป็นพิเศษ แต่ส่วนมากแล้ว งานที่หนักทำให้เธอไม่ได้มีเวลาเข้าครัวมากนัก เมนูที่ได้ทำกินบ่อยเลยเป็นชาบู ที่แค่เตรียมเนื้อเตรียมผักใส่ลงหม้อ แล้วทานได้เลย

“เราอยากมอบสิ่งที่ดีให้กับผู้อื่นในทุกครั้งที่ทําได้ และดูแลคนไข้อย่างเต็มที่ สอนนักศึกษาอย่างเต็มที่”

ชีวิตร่วม 30 ปี ในเส้นทางการศึกษาและการรักษาของหมอบุญจิรายังดำเนินไปต่อ และยังคงมีคนไข้เชื่อใจจากรุ่นสู่รุ่น ผลิตลูกศิษย์ที่สามารถดูแลคนไข้โดยไม่มีพรมแดนด้านภาษามาหลายต่อหลายรุ่น คือสิ่งการันตีว่าคุณหมอให้สิ่งดีกับคนอื่นอย่างเต็มที่จริง ๆ

Contact us or make an appointment with our staff via LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ทพญ. บุญจิรา อนุกูล

ทพญ. บุญจิรา อนุกูล

BOONJIRA ANUKUL, D.D.S.

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

ประวัติการศึกษา

ปริญญาทางทันตแพทย์, ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (ท.บ.), มหาวิทยาลัยมหิดล, ไทย

วุฒิบัตร

ทันตแพทยสภา, ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล

ภาษา

ไทย

อังกฤษ

เพศ

หญิง

Doctor Story

ตารางออกตรวจ

ศูนย์ทันตกรรม

วัน เวลา
จันทร์ -
อังคาร -
พุธ -
พฤหัสบดี -
ศุกร์ -
เสาร์ 13:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 16:00

นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย