“เราเป็นหมอเนี่ยมีแค่ 2 อย่าง อันแรกต้องมีทัศนคติที่ดี คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนไข้เป็นที่ตั้ง และสอง ต้องเป็นหมอที่เก่งด้วย หมอแต่ละคนความเก่งไม่แพ้กัน แต่ว่าต้องเอามาประยุกต์กับคนไข้ให้เหมาะสม ต้องอัปเดตตัวเองอยู่เสมอ เพราะภูมิแพ้มันใหม่ การรักษามันเปลี่ยนแปลงตลอด”
– พญ. อัญชลี เสนะวงษ์ –
หากคุณเป็นสายโซเชียลที่กำลังเปิดดู Instagram หรือ Tiktok แล้วอยู่ๆก็เกิดจามขึ้นมาเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
นี่อาจเป็นสัญญาณของโรคภูมิแพ้ วิธีที่จะได้รู้จักอาการตัวเองโดยไม่ต้องออกจากโซเชียลมีเดีย คือติดตามคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้จาก พญ. อัญชลี เสนะวงษ์ หรือหมอแซนด์ภูมิแพ้ กุมารแพทย์ด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ประจำศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาล BNH ซึ่งรักษาอาการแพ้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และมอบความรู้แก่คนทั่วไปในโซเชียลมีเดีย
สาวกิจกรรมขวัญใจสถาบัน
“ตอนแรกพี่เขามาทาบทามให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ แต่รู้สึกว่าแต่งตัวโป๊ รู้สึกเขิน เลยไม่เอาดีกว่า เป็นดรัมเมเยอร์แทน แล้วก็ไปเข้าค่ายติวเคมีโอลิมปิกวิชาการ ด้วยความที่เป็นคนตัวสูง ก็ไปแข่งแบดมินตันด้วย แล้วก็ได้แชมป์มา”
ชีวิตสมัยมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของหมอแซนด์นับว่ามีสีสันไม่น้อย ไม่เพียงบุคลิกสวยหวานที่มอบโอกาสให้เธอเป็นดาวเด่นตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ทักษะทางวิชาการและกีฬาก็โดดเด่นไม่แพ้กัน พอขึ้นชั้น ม. 5 คุณหมอก็ได้ตำแหน่งนางนพมาศประจำโรงเรียน
“ต้องนั่งเสลี่ยงไม้ด้วย เพื่อนผู้ชายก็บ่นว่าเจ็บมากที่ต้องแบกเราไปรอบโรงเรียน”
เรียกได้ว่าประสบการณ์ชีวิตของหมอแซนด์ในวัยเยาว์มีครบถ้วนทุกด้าน แต่สังคมรอบตัวที่ล้อมรอบด้วยคนอยากเป็นหมอก็พาเธอเดินเข้าสู่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้ในใจเธอจะอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ตาม
“พ่อแม่ก็บอกว่าเป็นหมอเถอะ เราก็เลยโอเคมาเป็นหมอ เพราะว่าสายงานก็ใกล้ๆกัน”
หมอแซนด์จึงได้เป็นหมอคนแรกของบ้านที่มีพ่อเป็นวิศวกร แม่เป็นพยาบาล พี่สาวเป็นแอร์โฮสเตส ครอบครัวของคุณหมออบอุ่นและสนิทสนมใกล้ชิดกันมาก
และแม้ว่าในตอนแรกหมอแซนด์จะเข้ามาสู่วงการแพทย์เพราะค่านิยมของครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่ยิ่งนานไป เธอก็ยิ่งรู้สึกว่านี่คืออาชีพที่ต้องเสียสละเพื่อผู้อื่น ก่อนต้องหันมาอุทิศเวลาให้การเรียนอย่างเต็มที่จนจบชั้นปีที่ 6 แล้วชีวิตก็พบจุดเปลี่ยนเมื่อต้องออกไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่ซึ่งเป็นโลกอีกใบสำหรับคนที่เกิด โต และใช้ชีวิตในกรุงเทพฯมาโดยตลอด
“วันแรกจำได้ว่าคุณพ่อขับรถไป 5 ชั่วโมง พอพ่อกลับ นี่ร้องไห้เลย ไม่รู้จะทำยังไง แล้วพรุ่งนี้จะต้องไปผ่าตัด แต่ก็สู้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้ก็เปิดหนังสือเอา ตอนนั้นเจอทุกโรคเลย โรงพยาบาลมีกันไม่กี่คน เราก็ต้องทำทุกอย่างได้หมด ตรงนั้นติดชายแดนกัมพูชา มีชาวเขมรมาทำงาน ก็ต้องรักษาคนไข้ชาวเขมร สื่อสารกันยาก แต่เขาทนมาก เย็บแผลให้ไม่ต้องฉีดยาชาเลย”
“แต่ก่อนเป็นคนรังเกียจปลาร้ามาตลอด แต่พอไปตรงนั้น ทุกอย่างใส่ปลาร้าหมด หลนปลาร้า แกงจืดปลาร้า ก็กินก็ได้ ตอนนี้แซ่บเลย ถ้าไม่มีไม่กินเลยดีกว่า”
โรงพยาบาลในอำเภอศรีราชา ชลบุรี เป็นที่หมายต่อไปของการใช้ทุนที่ทำให้หมอแซนด์เริ่มรู้สึกสนใจด้านกุมารเวช เธอชอบอยู่กับเด็ก ดูแลคนไข้เด็กได้ดี ทำงานก็เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดี และยังคงเป็นขวัญใจสถาบัน
“ตอนนั้นมีโหวตกัน คนไข้ก็โหวตว่าเราเป็นหมอนางฟ้า เพราะว่าใจดี แล้วก็ช่วยเหลือน้องๆหมอและพยาบาล ก็รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งได้เป็นนางฟ้าของโรงพยาบาล มีสายสะพายกับมงกุฎด้วย ยังเก็บไว้อยู่เลย”
หลังการเรียนต่อเฉพาะทางด้านกุมารเวชและภูมิแพ้ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คุณหมอก็เข้าทำงานเป็นกุมารแพทย์ และแพทย์โรคภูมิแพ้ ประจำโรงพยาบาล BNH โดยยังคงความเป็นนางฟ้าในตัวทั้งต่อคนไข้และเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ทำให้เธอเป็นคุณหมอขวัญใจคนไข้ประจำโรงพยาบาลบีเอ็นเอชเช่นกัน
ฉันรักภาษา
หมอแซนด์ชอบเรียนภาษามาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสเธอจึงมักหาเวลาฝึกฝนทักษะทางภาษาอยู่เสมอ การได้ไปแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาตั้งแต่เด็กๆ คือจุดเริ่มต้นที่เปิดโลกทางภาษา อันนำไปสู่การทลายกำแพงกั้นเพื่อเข้าถึงผู้คนในวัฒนธรรมที่แตกต่าง
“พอพูดได้ ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมเขาได้ดี และฝึกให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้น ตอนนี้ก็มีผลกับการทำงาน การพูดภาษาอังกฤษได้คล่องก็ช่วยเยอะ”
หมอแซนด์เคยร่วมโครงการแลกเปลี่ยนของนักเรียนแพทย์ที่ ประเทศอิตาลี และญี่ปุ่น และการฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์แพทย์ชื่อดังด้านภูมิแพ้ที่แคนาดาใน ประสบการณ์การแพทย์จากโลกที่แตกต่างก็ทำให้เธอเห็นอีกมุมมองหนึ่งของงานด้านสาธารณสุข
ความรักด้านภาษาพาเธอออกไปฝึกปรือภาษาจีนในช่วงเวลาว่างที่ไม่ได้มีมากนักสำหรับคนเป็นแพทย์ แต่การสื่อสารทางการแพทย์เป็นขั้นกว่าของระดับภาษาทั่วไป คำหลายคำคือศัพท์เฉพาะที่เธอต้องขวนขวานทำความเข้าใจเอาเองเพื่อสื่อสารกับคนไข้ให้ได้ และเธอก็ทำได้จริง
เส้นทางในงานภูมิแพ้
“เด็กบางคนแพ้พวกแป้ง ดังนั้นเขาจะไม่เคยกินเค้กวันเกิดเลย แต่เรามีวิธีการรักษาที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันบำบัดทำให้เด็กที่แพ้อาหารไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงไปตลอดชีวิตแล้ว ก็ทำให้เขาไปร่วมงานวันเกิดได้ กินเค้กวันเกิดได้ แม้ไม่กี่คำ มันก็เป็นความสุขของหมอภูมิแพ้”
เด็กหลายคนเกิดมาพร้อมกับอาการแพ้บางสิ่งบางอย่าง แต่การเปลี่ยนภูมิคุ้มทำให้คนไข้สามารถลดอาการแพ้ และได้ปลดล็อคข้อจำกัดในการใช้ชีวิต หมอแซนด์จึงเลือกมาเรียนต่อทางด้านนี้ ซึ่งในสมัยนั้นที่โรงพยาบาลจุฬาฯ มีคนเลือกเรียนเพียงปีละ 8-9 คน
“เด็กบางคนที่แพ้แป้ง แค่เดินผ่านแผงอาหารที่เขาทอดกันแป้งกระจายก็ตัวแดงหายใจไม่ออกแล้ว”
“หลายครอบครัว พ่อแม่ต้องลาออกเพื่อมาทำอาหารให้ลูกกินเพราะไม่เชื่อใจโรงเรียน ปัญหามันไม่จบแค่การเลี่ยง แต่มันจะมีปัญหาแนวพ่อแม่ทะเลาะกันเพราะคนนั้นคนนี้ทำพลาด ปัญหาครอบครัวก็ตามมา”
การรักษาภูมิแพ้จึงเป็นงานท้าทายที่ไม่ใช่เพียงการช่วยชีวิต แต่แก้ไขคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่คนกลับไม่ค่อยให้ความสำคัญ หรือไม่ทราบว่ามีทางรักษาได้แล้วอย่างภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งหากปล่อยโรคภูมิแพ้ทิ้งไว้โดยไม่รักษา ก็อาจนำไปสู่อาการอื่นๆตามมา
“เด็กบางคนเป็นภูมิแพ้แล้วมีผื่นอักเสบ เขาก็จะอายเพื่อน ไม่ค่อยอยากใส่ชุดนักเรียน เราก็จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าสมัยก่อนหมอก็เคยมีผื่นนะ ทั้ง สิว ทั้งสาก ขนคุด แต่ว่าหลังจากดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย ดูแลผิวดีๆ กลับมาผิวสวยได้”
หลายครั้งที่ผลข้างเคียงจากอาการแพ้ไม่ได้จบที่ศูนย์โรคภูมิแพ้ แต่เกี่ยวข้องกับแผนกอื่น เช่น แพทย์ผิวหนัง สูตินรีแพทย์ ศัลยแพทย์ นักโภชนาการ ทางคุณหมอแซนด์ก็จะต้องทำงานประสานกับแผนกอื่นๆของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพื่อมอบการดูแลแบบองค์รวม ที่ไม่ใช่เพียงรักษาอาการแพ้ แต่ยังดูแลคนไข้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางกายและทางใจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเคสร้ายแรงอย่างกลุ่มอาการแพ้ยาเฉียบพลันซึ่งอันตรายถึงชีวิต
“ที่ BNH เราก็ตั้งใจจะจับมือระหว่างแผนกหูคอจมูก หมอปอด หมอภูมิแพ้ ถ้าคนไข้ฟึดฟัดมาทีเดียว เราจะได้ดูทั้งหมดเลยเป็น One Stop Service เพื่อให้คนไข้ได้รับ complete care”
หน้าที่ในการรักษาอาการแพ้ ทำให้หมอแซนด์ต้องทำตัวเป็นนักสืบตลอดเวลาเพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ให้ได้ เธอจะต้องซักประวัติคนไข้ สืบลึกลงไปถึงเรื่องราวในอดีต อาหารการกิน สัมผัสสารอะไรมา คลายข้อกังวลใจ ทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้ แล้วจึงค่อยๆรักษาโดยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด โดยปลายทางคือการที่คนไข้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสารก่อภูมิแพ้ได้เกือบเท่าคนปกติ และทลายข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต
แต่บางครั้ง สารตั้งต้นของอาการแพ้ก็ไม่ใช่สิ่งอื่นไกล แต่เป็นความเครียดเองที่สั่งให้ร่างกายป่วย อีกหน้าหนึ่งของหมอภูมิแพ้คือต้องช่วยคนไข้ได้เยียวยาสุขภาพจิตโดยการรับฟัง มีหลายครั้งที่ผู้ป่วยเข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการแพ้ แต่ตลอดบทสนทนาคือปัญหาความเครียด วิตกกังวลจนนอนไม่หลับ และร่างกายแสดงปฏิกิริยาคล้ายคนเป็นภูมิแพ้ หมอแซนด์จึงมอบการดูแลเพื่อคลายความทุกข์ของคนไข้ให้ได้ ซึ่งการเป็นคนมองโลกในแง่ดี ยิ้มง่าย และอ่อนโยน ช่วยมอบความสบายใจให้คนไข้ยอมเปิดใจเล่าเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ต่อการรักษา
“ตอนที่คนไข้ดีขึ้น อย่างเคยเป็นหอบหืด แล้วตอนนี้เขาหายใจได้ดีขึ้น ไปเล่นกีฬาไปวิ่งได้ไปเข้าฟิตเนสได้ อันนี้ก็ทำให้เรามีกำลังใจ มีความสุข”
พลังขน
“เป็นภูมิแพ้ไรฝุ่น และก็เป็นคนชอบหมา ทำให้เข้าใจคนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว”
ทุกช่วงชีวิตของหมอแซนด์มีเจ้าตูบสี่ขาพันธุ์เชาเชาคอยเคียงข้างอยู่ตลอดตั้งแต่เด็กจนโต จะกี่รุ่นก็ต้องเป็นพันธุ์นี้เท่านั้น แม้ว่ามันจะตัวใหญ่ ขนยาว และหนักถึง 30 กิโล จนอุ้มไม่ไหว แถมคุณหมอเองก็มีอาการแพ้ต่อขนสุนัข
“ตอนนี้มีเชาเชาอยู่ 2 ตัว ถ้าเป็นคำแนะนำทั่วไปก็คือให้เอาออกจากบ้านไปเลย ซึ่งก็รู้ว่ามันทำไม่ได้ แต่เราก็เข้าใจว่าจะทำยังไงให้อยู่ด้วยกันกับน้องเขาได้”
ถึงแม้หมอแซนด์จะไม่ได้มีอาการแพ้รุนแรงถึงระดับที่ต้องรับภูมิคุ้มกันบำบัด แต่เธอก็จัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เหมาะสมกับคนแพ้ไรฝุ่นที่ต้องยอมให้น้องหมา ที่บ้านจะใช้โซฟาหุ้มหนัง ผ้าม่านสองชั้น และต้องจัดการอาบน้ำให้น้องทุก1-2สัปดาห์ เพื่อให้น้องเชาเชาได้อยู่ใกล้คอยให้กำลังใจคุณหมอในทุกสถานการณ์
“เวลาเราเครียด ถ้าได้กลับไปสูดขนของน้อง มันก็ได้พลังบางอย่าง อย่างพลังขน แต่บางทีสูดขนแล้วก็จามนะ แต่ก็โอเค…ยอมนิดนึง”
“เราเป็นหมอเนี่ยมีแค่ 2 อย่าง อันแรกต้องมีทัศนคติที่ดี คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนไข้เป็นที่ตั้ง และสอง ต้องเป็นหมอที่เก่งด้วย หมอแต่ละคนความเก่งไม่แพ้กัน แต่ว่าต้องเอามาประยุกต์กับคนไข้ให้เหมาะสม ต้องอัปเดตตัวเองอยู่เสมอ เพราะภูมิแพ้มันใหม่ การรักษามันเปลี่ยนแปลงตลอด”
Articles and Published Content by This Doctor
อาการไอเป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อย แต่สำหรับหลายคน การไอเรื้อรังกลับกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
ภาวะหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย การออกกำลังกายสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหายใจขัดได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะบางอย่างหลังการออกกำลังกาย
การแพ้ถั่วเปลือกแข็งถือเป็นหนึ่งในแปดของอาหารที่พบการแพ้บ่อย ถั่วเปลือกแข็ง ได้แก่ ถั่วอัลมอนด์ ถั่วบราซิล เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัต
โรคแพ้การออกกำลังกายที่เกิดจากอาหาร คือการแพ้อาหารรุนแรงเฉียบพลันที่มีอาการเมื่อรับประทานร่วมกับการออกกำลังกาย
โรคแพ้อาหารพบ 1-10% แล้วแต่ว่าเป็นจากประวัติหรือจากการกินทดสอบกับแพทย์เพื่อยืนยัน ส่วนหอบหืด 10-20% คนหอบหืดมีแพ้อาหารได้
มักพบในคนอายุ 20-40 ปีส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ 80-90%, พบในหลังการติดเชื้อ 3-14 วันเฉลี่ยประมาณ 8 วัน
โรค COVID-19 เป็นไวรัสที่มีผลต่อทางเดินหายใจ ในช่วงแรกได้มีข้อสมมุติฐานว่า น่าจะทำให้โรคหอบหืดมีความรุนแรงและติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
วัคซีนคือ สารผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน การแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง พบได้ไม่บ่อย
Immunotherapy หรือ การรักษาโดยภูมิคุ้มกันบำบัดต่อสารก่อภูมิแพ้ คือการให้สารที่ผลิตจากสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
การดำเนินโรคตามธรรมชาติ (natural history) ของโรคภูมิแพ้ เรียกว่า “Allergic march”หรือ “Atopic march”เริ่มจาการแพ้อาหารในเด็กเล็ก
อาหารสามารถส่งผลต่ออาการภูมิแพ้และหอบหืดได้ อาหารประเภทผักผลไม้ กรดไขมันบางชนิดหรือ วิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
การป้องกันภูมิแพ้และอาหารของลูกน้อย เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กได้ ควรดำเนินการตั้งแต่ระยะเวลาแรก ๆ ของชีวิต
การกินอาหารเพื่อสุขภาพ อันดับแรก รู้จักชนิดไขมัน ไขมันมีทั้งดีและเลวไขมันเลว ได้แก่ ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานซ์ ไขมันอิ่มตัว
อาหารสามารถส่งผลต่ออาการภูมิแพ้และหอบหืดได้ อาหารประเภทผักผลไม้ วิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พบว่าส่งผล ลดการอักเสบในร่างกาย
การออกกำลังกายมีประโยชน์ในโรคหอบหืด นอกจากจะลดความเสี่ยงการเป็นหอบหืดยังช่วยทำให้อาการหอบหืดลดลงด้วย เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย
การแพ้อาหารพบประมาณ 1-10% ในเด็กไทยพบว่ามีการแพ้นมวัว แป้งสาลีและไข่ไก่ มากที่สุด เมื่อเทียบกับเด็กทางยุโรปหรืออเมริกาซึ่งพบการแพ้ถั่วลิสงมาก
พบอาการแพ้กุ้งมักพบในผู้ใหญ่หรือเด็กโตมากกว่า ประมาณ 42% พบในเด็กเล็ก 12-20% มักเป็นการแพ้ชนิดเฉียบพลัน มีการรายงานการแพ้ชนิดรุนแรง
ในปัจจุบันพบ อุบัติการณ์การ แพ้ปลา น้อยกว่า 1% ของ ประชากรทั่วไป อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการบริโภคปลามากขึ้น
อาการแพ้นมวัว เกิดจากสารก่อภูมิแพ้โปรตีนที่ชื่อว่าเคซีน (casein)และเวย์ (whey) โปรตีนเหล่านี้ยังแบ่งออกเป็นชนิดย่อยๆ
โดยกลุ่มอาการแพ้มีหลากหลาย พบได้ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ ถั่วเหลืองถือเป็น หนึ่งในอาหารแพ้หลัก 8 ชนิดที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้
โรคภูมิแพ้เกิดจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นย่อมมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ติดตัวเราไปเสมอ อย่างไรก็ตามภาวะภูมิแพ้บางอย่าง
ทำไมเวลารับประทานกุ้ง ทำไมถึงแพ้เป็นบางครั้ง หรือแพ้เป็นบางร้าน หรือแพ้เฉพาะบางเมนู ทำให้กังวลใจว่าเป็นภูมิแพ้อาหารอยู่หรือเปล่า
คุณภาพอากาศส่งท้ายปีในเดือนธันวาคม พบว่าเกินค่ามาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จะทำอย่างไรดี เมื่อเราต้องออกไปทำกิจวัตรประจำวันข้างนอก
การแพ้ไข่นั้นมักแพ้จากส่วนประกอบโปรตีน ดังนั้นในผู้ป่วยที่แพ้ไข่จึงมักเกิดจากส่วนประกอบในไข่ขาวมากกว่าไข่แดงนั่นเอง
ภาวะแพ้แป้งสาลี หรือหลายคนเรียก แพ้กลูเตน พบว่าเป็นการแพ้อาหารที่พบบ่อยในคนไทย จริงๆแล้วกลูเตน คือส่วนประกอบหนึ่งของแป้งสาลี
Video Testimonial
Video Knowledge
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. อัญชลี เสนะวงษ์
ANCHALEE SENAVONGE, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
กุมารเวชศาสตร์
กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
ความสนใจเฉพาะทาง
กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
แพ้อาหาร
วัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
การศึกษาหลังปริญญา
อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
แพทยสภา, กุมารเวชศาสตร์
ภาษา
ไทย
แมนดาริน
อังกฤษ
เพศ
หญิง
ตารางออกตรวจ
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ BAAC
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | 08:00 - 18:00 |
| อังคาร | - |
| พุธ | 08:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | - |
| ศุกร์ | 08:00 - 18:00 |
| เสาร์ | 08:00 - 18:00 |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย