ชีวิตที่เกิดมาโดยมีญาติผู้ใหญ่หลายคนเป็นแพทย์ที่เป็นที่รู้จักในสังคม มันเป็นยังไง?
ชีวิตแบบนั้น คือชีวิตของ หมอแตง – นพ. ภาสิน เหมะจุฑา อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาล BNH ทายาทตระกูลแพทย์ ที่รู้จักอาชีพแพทย์เพราะได้รับโอกาสจากครอบครัว แต่เลือกอาชีพแพทย์เพราะทำตามหัวใจของตัวเอง
นอกจากจุดเริ่มต้นความเป็นหมอของเขาจะไม่เหมือนใคร ชีวิตของเขายังมีสีสันหลากหลายน่าสนใจ และทัศนคติในชีวิตที่น่าสนใจยิ่งกว่า ไปทำความรู้จักคุณหมอกัน
หมออินเตอร์
“ทุกคนที่รู้จักครอบครัว จะคิดว่าผมเรียนหมอเพราะโดนบังคับ”หมอแตงเล่าถึงครอบครัวที่มีคุณปู่ คุณตา คุณพ่อ และคุณป้า เป็นแพทย์ แต่ที่จริงแล้วไม่เคยมีใครเลือกเส้นทางชีวิตให้เขาเลย
หมอแตงมาจากโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์กรุงเทพ สังคมเด็กอินเตอร์เน้นให้ใช้ชีวิตวัยเรียนให้คุ้มค่า เล่นเป็นเล่น เที่ยวเป็นเที่ยว แต่สถาบันครอบครัวก็หล่อหลอมให้เขายังรักเรียน ไม่ใช่เพื่อให้ได้เป็นหมอ แต่แค่ให้มีชีวิตที่ดีในอนาคต
“ตอนนั้นก็เป็นเด็กแก๊งเกเร มีแกล้งกันบ้าง ล้อกันบ้าง มีขับรถเร็ว มีเล่นกีฬาจนกระดูกหัก แต่ก็เรียกว่าใช้ชีวิตคุ้ม”
ในสมัยนั้น เด็กโรงเรียนนานาชาตินิยมเลือกเรียนต่อทางวิศวกรรมศาสตร์ หรือไม่ก็บริหารธุรกิจ หมอแตงเองที่ยังไม่แน่ใจในอนาคตตัวเอง ก็ลองไปฝึกงานด้านวิศวกรรมดู แต่เขาไม่ชอบ และด้านธุรกิจก็ไม่ใช้ทาง แล้วอยู่ ๆ เขาก็นึกสนใจงานหมอซึ่งไม่เคยอยู่ในความคิดเขามาก่อน
“ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก เลยมีความสนใจอยู่ในใจ แต่เราไม่รู้ตัวว่าอยากเป็น”
หมอแตงไปเรียนแพทย์ไกลถึงกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นครั้งแรกของชีวิตในวัย 18 ปี ที่ต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินตามลำพัง และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เขาก็คิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นทำให้เขาได้เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน และยังทำให้รู้ว่าภาษาอังกฤษจากโรงเรียนนานาชาติของเขานั้นยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อต้องพูดกับเจ้าของภาษาตัวจริง
ในช่วงปีแรก ชีวิตที่อังกฤษสนุกสนานมาก เพราะการเรียนยังไม่หนัก และเขามีสังคมนักเรียนไทยที่นั่น จึงได้เฮฮาปาร์ตี้ เดินทางท่องเที่ยวยุโรป แต่ช่วงปีท้าย ๆ เมื่อคนไทยเรียนจบกลับประเทศกันแล้ว ก็เหลือแค่เขาที่เรียนแพทยศาสตร์นานไม่รู้จบ อย่างไรก็ตาม เขาก็อยู่มานานพอจนมีเพื่อนชาวอังกฤษแล้ว
พอเรียนจบ เขาได้ทำงานหาประสบการณ์ที่อังกฤษอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วก็กลับมาอยู่เมืองไทย โชคดีว่าในยุคของคุณหมอ มีการสอบใบประกอบโรคศิลป์เป็นภาษาอังกฤษแล้ว การสอบจึงไม่ใช่ปัญหานักสำหรับคนที่เรียนมาในระบบการสอนที่ไม่ใช้ภาษาไทย แต่อุปสรรคด้านภาษาก็เป็นปัญหาอยู่บ้างเมื่อเขาต้องไปเริ่มทำงานในโรงพยาบาลที่ชลบุรี แล้วคนไข้ส่วนมากเป็นคนไทย
“ตอนแรกคิดว่าต้องปรับตัวเยอะ แต่ที่จริงปรับตัวแค่นิดเดียวก็ทำงานได้แล้ว เพราะคนไทยใจดี ช่วยเหลือกันเยอะ โดยเฉพาะเพื่อนหมอและพยาบาล แต่ที่ตลกคือเวลาพูดคุยกับคนไข้ การซักประวัติคนไข้เป็นภาษาไทยมันต้องแปลก่อน ก็เลยจะตะกุกตะกัก ดูแปลก ๆ นิดหน่อย”
ก่อนหน้านี้ หมอแตงไม่ได้อยากเป็นหมอสมองเลย เพราะผู้ใหญ่ในบ้านหลายคนเป็นอยู่แล้ว แต่พอลองงานสาขาอื่น สุดท้ายเขาก็มาเลือกด้านสมองและระบบประสาท บวกกับความชอบด้านภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว เขาจึงเลือกเรียนเป็นหมอสมองสาขาโรคภูมิคุ้มกัน โดยเรียนทั้งสาขาเฉพาะทางและเฉพาะทางต่อยอดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีคุณพ่อคือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เป็นผู้สอน
“โรคสมองส่วนมากจะเรื้อรังและเป็นอย่างต่อเนื่อง มีไม่กี่โรคที่รักษาแล้วหาย ซึ่งโรคภูมิคุ้มกันแปรปรวนและโรคติดเชื้อในสมองมันมีโอกาสนั้น ผมถึงชอบรักษาโรคนี้มากกว่าโรคอื่น ๆ”
ย้อนกลับไปสมัยมัธยมปลายที่ยังไม่แน่ใจในทางเดินชีวิต หมอภาสินได้มาทดลองติดตามแพทย์ออกตรวจผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาล BNH และเขาก็รู้สึกประทับใจในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนบ้านตั้งแต่ตอนนั้น ผ่านมาหลายปี เขาก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ในฐานะอายุรแพทย์ประจำศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลบีเอ็นเอช
หมอแตง | หมอสมอง
“ผมเป็นคนคุยง่าย สามารถคุยได้ทุกเรื่อง แม้ในเรื่องที่หลายคนอาจไม่เข้าใจ เวลาคนไข้เข้ามา ผมไม่ได้รู้สึกว่าเราต่างกัน ผมมีความรู้ในส่วนของผม เขาก็มีความรู้ในส่วนของอาการที่เขาเป็น ฉะนั้นในการพูดคุยกัน ผมจะฟังคนไข้ก่อน ให้เขาเล่าว่าเขาเป็นอะไร แล้วเราก็ค่อย ๆ คุยกันต่อไป มันสำคัญเพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ส่วนมากขึ้นอยู่กับการพูดคุย”
การดูแลคนไข้สมอง หมอจะต้องรู้ข้อมูลของคนไข้รอบด้านที่อาจส่งผลถึงตัวเขา ตั้งแต่ประวัติ ผลตรวจร่างกาย ผลเลือด ผลสแกนสมอง แล้วนำข้อมูลทุกอย่างมาประมวลเข้าด้วยกัน สำหรับคนไข้ที่มีอาการก้ำกึ่งระหว่างโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกันแปรปรวน และโรคติดเชื้อในสมอง การรีบให้ยาโดยยังไม่มั่นใจตัวโรค ก็อาจทำให้คนไข้อาการทรุด แต่หากจะรอตรวจหาสาเหตุทุกอย่าง อาการคนไข้ก็อาจทรุดลงก่อนได้เช่นกัน จึงเป็นเรื่องยากที่คุณหมอจะตัดสินใจ จะต้องมีการปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องในหลายแผนก และปรึกษากับญาติถึงข้อดีข้อเสียด้วย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมาก นอกจากนั้นยังต้องอาศัยการสื่อสารอย่างดีเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ซึ่งที่ผ่านมา โชคดีที่ข้อมูลทั้งหมดที่คุณหมอมี ทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่าในการรักษา และทำให้คนไข้ผ่านวิกฤติไปได้ด้วยดี
ตามแนวทาง Complete Care การดูแลครบถ้วนรอบด้านของโรงพยาบาล BNH หมอแตงไม่เพียงดูข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคของคนไข้ แต่เขายังดูไปถึงอุปสรรคในการใช้ชีวิตของคนไข้ที่เกิดจากตัวโรค สุขภาพจิตคนไข้ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การเข้าสังคม ไปจนถึงศาสนาความเชื่อของคนไข้ที่มีผลต่อกำลังใจ ซึ่งทุกอย่างล้วนมีผลต่อชีวิตคนไข้ และเป็นสิ่งที่คุณหมอให้ความสำคัญ
เป็นความตั้งใจของหมอแตงตั้งแต่แรกแล้ว ที่เลือกสาขาเฉพาะทางด้านโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกันแปรปรวน และโรคติดเชื้อในสมอง ซึ่งมีโอกาสรักษาได้หายขาด ทำให้หลายครั้งที่เขาเจอคนไข้ที่มาหาในลักษณะที่ติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่พอหาย ก็กลับไปใช้ชีวิตต่อได้อย่างปกติ ถึงบางครั้งจะยังมีความกังวลจากโรคหลงเหลือ และอาจจะต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ก็เรียกว่าผลลัพธ์ของการรักษานั้น สามารถพลิกชีวิตคนไข้ได้เลย
“อาจเป็นความสนุกของโรคทางภูมิคุ้มกันและโรคติดเชื้อ ว่ามันไม่ได้ตรงไปตรงมา จะต้องสืบหาไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ หาข้อมูลเพิ่มเรื่อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ปรับการรักษาไปตามข้อมูล สุดท้ายเราก็หวังว่าจะเจอผลการวินิจฉัย ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งก็ไม่เจอ แต่สุดท้ายถ้าคนไข้ดีขึ้น แล้วไม่ได้กลับมาเป็นอีก ก็แฮปปี้แล้ว”
เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คนไข้ที่มาหาคุณหมอมักเชื่อข้อมูลบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งก็มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอยู่เยอะ ประกอบกับเขาคิดว่าการตรวจคนไข้ทั้งวันไม่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างได้ หมอแตงเลยเปิดช่องของเขาบน Tiktok เสียเอง ชื่อ หมอแตง | หมอสมอง เพื่อบอกเล่าปัญหาเกี่ยวกับสมองทั่วไป และให้ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสมองด้วย
Doctor’s Drift
“ผมชอบขับรถเร็ว”
งานอดิเรกของหมอแตงไม่ค่อยเหมือนใครนัก และถึงฟังดูอันตราย แต่ก็เป็นความอันตรายที่อยู่ในสนามแข่งรถ ซึ่งคุณภาพถนนพร้อมรองรับความเร็ว และที่สำคัญคือไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
“และอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเองน้อยกว่าบนถนนด้วย”
หมอแตงชอบขับรถเกียร์กระปุกมาก เขามีรถเก่าที่เป็นเกียร์กระปุกอยู่ถึง 3 คัน คือ BMW, ซูบารุ และมิตซูบิชิ ซึ่งส่วนมากเป็นรถมือสอง อายุรถก็พอ ๆ กับอายุเขา แต่คุณภาพเครื่องยนต์ก็ยังดีอยู่ แล้วเขาก็เอารถมาทำใหม่เองแทบทั้งหมด ตั้งแต่สี ยันชิ้นยางชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งการแต่งรถนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาชอบทำมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น
“คือรถเก่าเนี่ย มันมีอิเล็กทรอนิกส์ช่วยไม่มาก ผมเลยยังมีความรู้สึกว่าได้เชื่อมโยงกับรถอยู่ ไม่ใช่ทุกอย่างเป็นอิเล็กทรอนิกส์ไปทั้งหมด มันเลยเหมือนเราได้ขับรถจริง ๆ”
รถที่หมอแตงพาไปขับในสนามแข่ง ก็คือรถเก่าเหล่านี้ ในสนามแข่งที่ไม่มีทางตรงยาวเหมือนทางด่วน เขาเหยียบได้เต็มที่อย่างมากก็ 190 km/hr แต่จังหวะที่เขาชอบที่สุดคือช่วงเข้าโค้ง ซึ่งมีหลายรูปแบบ
“การเข้าโค้งมันมีวิธีการเข้า เราอาจไม่ต้องใช้รถที่เร็วที่สุดแพงที่สุด แต่ว่าถ้าเราเข้าโค้งได้ถูกต้อง ด้วยความเร็วที่ถูกต้อง มีการใช้เบรกและคันเร่งที่ถูกต้อง ก็จะเข้าโค้งได้ดี เร็ว และก็ไม่ได้น่ากลัว”
หมอแตงไปขับรถในสนามแข่งกับก๊วนเพื่อนเดือนละครั้ง ซึ่งเขาก็แนะนำสนามแข่งรถใกล้กรุงเอาไว้ 3 แห่ง คือ สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครนายก, สนามแข่งแก่งกระจาน เซอร์กิต และ สนามแข่งรถพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ชลบุรี และอีกที่ คือสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่บุรีรัมย์ แต่อยู่ไกลพอสมควร
ชีวิตของหมอภาสินค่อนข้างมีสีสัน เขาเป็นคนสบาย ๆ และไม่ตัดสินคนอื่น จึงมีเพื่อนเยอะ เติบโตมาโดยการมีสุนัขอยู่ข้างกาย และออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิส
“การมีงานอดิเรก ได้ออกไปข้างนอก พบปะคนอื่นเนี่ย ผมว่ามันสำคัญมาก เพราะว่าถ้าเราไม่มีชีวิตข้างนอกและไม่เข้าใจชีวิตข้างนอก ก็จะไม่สามารถเข้าใจคนไข้ได้ เพราะคนไข้เขามีห่วงว่าเขาเคยใช้ชีวิตอย่างนี้ ถ้าเรานึกภาพไม่ออก ก็จะหลุดบางอย่างที่อยู่ในคำพูดของเขาได้ โดยเฉพาะในการวินิจฉัย”
ความสุขเล็ก ๆ ในการจิบกาแฟ
กาแฟเป็นเครื่องประทังชีวิตของหมอแตงมาตั้งแต่เด็ก
“ตั้งแต่ 10 ขวบ ก็ชอบดื่มอะไรหวาน ๆ ก็ดื่มกาแฟคาราเมลหวาน ๆ เพราะแม่ชอบแวะสตาร์บัคตอนไปส่งที่โรงเรียน”
เพราะดื่มแต่กาแฟหวาน ๆ น้ำหนักของเขาเลยขึ้น พอเขาอยากลดน้ำหนัก จึงเริ่มเปลี่ยนมาดื่มลาเต้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเลเวลไปดื่มอเมริกาโนที่ใส่น้ำเชื่อม จนเหลือแต่กาแฟดำในที่สุด เขาลองทานกาแฟสดมาแล้วหลายร้านเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วก็ค้นพบว่า..
“กาแฟที่ดีที่สุด คือที่ทำเอง เพราะเราซื้อเมล็ดแต่ละที่มาลอง แล้วก็ได้เปลี่ยนเองไปเรื่อย ๆ ที่เห็นเขาขายอยู่ บางทีรสชาติมันก็ไม่ถูกใจ บางร้านที่สเปเชียลตี้จริง ๆ ก็กินแล้วไม่มีความสุข เพราะเรารู้สึกว่ามันแพง”
ถึงงานด้านสมองจะยาก และความสุขในการขับรถในสนามก็ต้องอาศัยความพยายามสูง แต่ที่จริงความสุขของหมอแตงนั้นหาได้ง่ายมาก และกาแฟก็เป็นหนึ่งในความสุขฉบับง่ายของเขา เฉกเช่นกับความสุขง่าย ๆ อย่างอื่นที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก อย่างการกินของอร่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับคนที่สบายใจ แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว
“ก่อนที่จะเลือกเรียนหมอ ผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นอาชีพที่หนัก เพราะที่บ้านเป็นหมอกันหมด ก็เลยพอจะเห็นภาพว่ามีความเครียดกัน แล้วก็ต้องทุ่มเท และไม่ได้เป็นอาชีพที่รายได้ดี แต่ว่าสิ่งสำคัญคือมีความสุข และผมก็โชคดีที่ชอบงานที่ทำ เลยไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์ พอมีคนไข้ที่ทั้งดีขึ้นหรืออาจจะไม่ดีขึ้น แต่ว่าเรามีการพูดคุยแล้ว และทำให้บางส่วนของชีวิตเขาดีขึ้นเนี่ย เราก็มีความสุขกับเขาไปด้วย”
ความเป็นหมออาจไม่ได้ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ แต่ต้องเกิดจากความรู้สึกและจิตวิญญาณของตัวเอง ซึ่งหมอแตงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าลูกไม้หล่นใต้ต้นอย่างเขา ได้ปลูกหัวใจของความเป็นแพทย์ด้วยตัวเอง
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE
นพ. ภาสิน เหมะจุฑา
PASIN HEMACHUDHA, M.D.
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ประสาทวิทยา
ความสนใจเฉพาะทาง
ปวดศีรษะ
ประวัติการศึกษา
ปริญญาทางการแพทย์, แพทยศาสตรบัณฑิต, คิงส์คอลเลจลอนดอน, สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท, ปริญญาโท วิทยาศาสตร์การแพทย์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย
ปริญญาตรี, วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ชีวภาพ, คิงส์คอลเลจลอนดอน, สหราชอาณาจักร
การศึกษาหลังปริญญา
โรคภูมิคุ้มกันและโรคติดเชื้อระบบประสาท, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, ไทย
วุฒิบัตร
แพทยสภา, ประสาทวิทยา, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ประกาศนียบัตร
ประกาศนียบัตรการสกัดสารแคนนาบินอยด์เพื่อการแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ประกาศนียบัตรการจัดการโรคอุบัติใหม่และระบาดวิทยา
รางวัลเหรียญทอง แพทยศาสตรบัณฑิต, Barts and The London School of Medicine and Dentistry, สหราชอาณาจักร
ภาษา
ไทย
อังกฤษ
เพศ
ชาย
ตารางออกตรวจ
ศูนย์ระบบประสาท
| วัน | เวลา |
|---|---|
| จันทร์ | - |
| อังคาร | 16:00 - 20:00 |
| พุธ | - |
| พฤหัสบดี | - |
| ศุกร์ | - |
| เสาร์ | - |
| อาทิตย์ | - |
นี่คือตารางออกตรวจปกติของแพทย์ วันเวลาที่ออกตรวจจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบวันเวลาที่ว่างเมื่อทำการนัดหมาย