Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

พญ.สุกานดา เจนจรัตน์ วิสัญญีแพทย์ที่บทบาทคล้ายกับนักบิน ค้นพบความสุขจากเส้นทางที่ปลอดภัยและเจ็บปวดน้อยที่สุดของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด

สถานที่ทำงานของ หมอกุ้ง – พญ. สุกานดา เจนจรัตน์ คือห้องผ่าตัด คนไข้ส่วนมากก็อาจจำเธอไม่ได้ เพราะเธอคือวิสัญญีแพทย์ (เฉพาะทางสำหรับการผ่าตัดหัวใจ หลอดเลือดใหญ่ และทรวงอก) ที่ดูแลคนไข้ระหว่างดมยาสลบ บล็อคหลังหรือให้ยานอนหลับเพื่อทำหัตถการและผ่าตัด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการระงับความรู้สึกด้วยวิธีใดก็ตาม ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยทิ้งความเจ็บปวดให้คนไข้น้อยที่สุด

บทบาทของวิสัญญีแพทย์ที่ทำงานเบื้องหลังอยู่ตลอดเวลาสร้างความรู้สึกอย่างไร และอะไรทำให้คุณหมอเลือกเส้นทางวิสัญญีแพทย์นี้ มาลองอ่านเรื่องราวของเธอดู

กว่าจะค้นพบเส้นทางที่รัก

“ต้องเอาใบสมัครไปซ่อน เพราะคุณพ่อเห็นเรากรอกใบสมัครคณะอื่น ก็แทบจะเอาไปทิ้ง”

คุณหมอเล่าถึงสมัยสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอเป็นลูกสาวคนกลางใน 3 สาวพี่น้อง แม้จะมีแค่พี่สาวคนโตที่มีความมุ่งมั่นด้วยตนเองว่าอยากเรียนแพทย์ แต่คุณพ่อมีความคาดหวังให้ลูกสาวทุกคนเรียนแพทย์ ซึ่งความจริงแล้ว เธออยากเรียนคณะสถาปัตย์ หรือไม่ก็คณะบัญชี

“ลองสอบคณะแพทย์ให้ป๊าดูก่อน ถ้าทำไม่ได้แล้วค่อยไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ”

พอคุณพ่อพูดอย่างนั้น คุณหมอจึงยอมเลือกสอบคณะแพทย์ ตอนนั้นสอบได้ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เธอแค่รู้สึกว่าต้องเรียนไปตามหน้าที่ของลูก แม้ว่ารู้สึกไม่สนุก เหนื่อยหรือเครียด ทั้งไม่เห็นความหมายของการเรียนหมอ แต่ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผลักดัน และให้กำลังใจจนเธอผ่านช่วงที่ลำบากมาได้

 “เหมือนกับหาตัวเองไม่เจอ จนกระทั่งเราเรียนจบ ทำงานเป็นแพทย์ใช้ทุน แค่ทำงานไปตามหน้าที่เพราะเราสามารถทำได้ แต่ไม่ได้มีความสุขกับการคุยกับคนไข้ขนาดนั้น คุยไป 10 คน อาจจะอินกับเขาแค่ 3 คน เหมือนเป็นอินโทรเวิร์ตเล็กๆ แต่เราก็จะตั้งใจดูแลรักษาเขาอย่างดีที่สุด ไม่ให้ผิดพลาด

คุณหมอออกไปใช้ทุนที่จังหวัดภูเก็ตโดยยังไม่รู้ว่าอยากเรียนต่อเฉพาะทางสาขาไหน ทำงานทุกแผนกแบบแพทย์ใช้ทุนทั่วไป ทบทวนความรู้และทักษะที่เรียนมา นำมาใช้กับคนไข้จริง เติบโตกับเพื่อนสนิทแบบอุ่นหัวใจ ตอนนั้นเรียกว่า “ได้ใช้ชีวิต ได้เจอผู้คน จึงเข้าใจผู้คน เข้าตัวเองมากขึ้น” เมื่อถึงวันที่ต้องเลือกสาขาเฉพาะทาง ภาพในสายตาคุณหมอเริ่มชัดว่า เธอสนใจงานผ่าตัดหรือหัตถการใดๆในห้องผ่าตัด ติดที่ยังรักสวยรักงามในแบบผู้หญิง กังวลว่างานศัลยแพทย์หรือออโธปิดิกส์จะหนักไปจนตัวเองไม่แฮปปี้ ต้องบาลานซ์ให้ดีเพราะเธอจะอยู่กับมันไปตลอด จึงเริ่มสนใจสาขาวิสัญญีแพทย์ วันนั้นมองว่าอาจารย์วิสัญญีเก่งมากๆ

“เรารู้สึกว่ามันน่าจะวิเศษ เพราะมันพิเศษ”

เรื่องราวคล้ายเดิมอีกครั้ง เมื่อคุณพ่อไม่เห็นด้วย ท่านมองว่าวิสัญญีแพทย์เป็นแพทย์ที่ทำงานเบื้องหลังและไม่สำคัญ ณ เวลานั้น แต่ด้วยความเข้าใจและความรักของคุณแม่ ช่วยให้ครอบครัวเห็นว่า หากลูกยอมเรียนแพทย์จนจบได้แล้ว การให้ลูกเลือกเรียนสาขาที่รักและสนใจด้วยตนเองจะทำให้ลูกมีความสุขมากกว่า

ศาสตร์ของวิสัญญีมีเรื่องราวน่าเรียนรู้หลากหลายกว่าที่เธอคิดไว้มาก ทั้งการดมยาสลบ บล็อกหลัง การฉีดยาระงับปวดรอบเส้นประสาท การให้ยานอนหลับ หรือแม้กระทั่งมอนิเตอร์คนไข้เฉยๆ แบบไม่ได้ให้ยาเลย ความตื่นเต้นและความสนุกของงานนี้เกิดจากการที่คนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ตัวเล็ก เราต้องคิดให้รอบด้าน วางแผนทางเลือกวิธีระงับความรู้สึกและความเจ็บปวดให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน มันคือ Personal Care จริงๆ เราดูแลคนไข้ตั้งแต่เตรียมตัวก่อนผ่าตัด ระหว่างเขาหลับจนถึงตื่น เราอยู่กับเขาตลอด จนถึงดูแลความเจ็บปวดหลังผ่าตัด

“พอเป็นวิสัญญีแพทย์แล้ว ได้เห็นคนไข้หลับปลอดภัย ตื่นมามีรอยยิ้ม หายป่วยจากโรคภัย กลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม แม้เราจะเป็นแค่คนเบื้องหลัง แต่ว่าเรารู้สึกชอบงานนี้มาก นี่คือตัวตนของเราเลย”

ความสนใจด้านการอัลตราซาวด์เส้นประสาท เพื่อฉีดยาระงับปวดให้คนไข้เจ็บปวดน้อยลงหลังการผ่าตัด ทำให้เธอเคยวางแผนจะเรียนต่ออนุสาขาด้านนี้ที่ต่างประเทศ แต่แล้วเกิดความสูญเสียในครอบครัวขึ้นก่อน เมื่อคุณแม่ไม่สบายด้วยโรคที่ค่อนข้างหนัก และมีอาการแทรกซ้อนระบบหัวใจจนเสียชีวิตแบบกะทันหัน “หันกลับมาเราเหลือแค่คุณพ่อ แม้เราจะมีพี่สาวและน้องสาว ซึ่งเป็นแพทย์และทันตแพทย์ แต่ทุกคนก็กำลังเรียนต่อเช่นกัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าเขา การแบ่งเวลาช่วยกันดูแลคุณพ่อน่าจะดีที่สุด”

สุดท้ายคุณหมอตัดสินใจเรียนต่ออนุสาขาวิสัญญีวิทยาสำหรับการผ่าตัดหัวใจ หลอดเลือดใหญ่ และทรวงอก เธอคิดว่านอกจากช่วยคนไข้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ได้แล้ว ความรู้ในด้านนี้ยังเป็นประโยชน์มากในการดูแลคนไข้ทุกคนที่ต้องให้การระงับความรู้สึก โลกกำลังเข้าสู้สังคมผู้สูงอายุ เขาต้องได้รับการดูแลที่ดีและเป็นประโยชน์ การผ่าตัดที่ดีควรปลอดภัยและฟื้นตัวดี การเรียนวิสัญญีแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และเรียนต่ออนุสาขาจากคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความประทับใจและภาคภูมิใจให้กับคุณหมอ หลังจากนั้นเธอกลับมาเป็นอาจารย์แพทย์ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ก่อนที่จะย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาล BNH ใน พ.ศ.2567

“วันสัมภาษณ์ใช้เวลายาวนานถึง 3 ชั่วโมง นานกว่าสอบบอร์ดค่ะ อาจารย์นพรัตน์และอาจารย์ทีมบริหารน่าจะเห็นว่า การเลือกวิสัญญีแพทย์เพื่อทำงานประจำค่อนข้างสำคัญ ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงาน การสื่อสาร ไปจนถึงนิสัยใจคอ งานของเราแม้จะคล้ายงานที่ทำคนเดียว แต่หลายครั้งต้องเป็นตัวกลาง ระหว่างคนไข้ ศัลยแพทย์ พยาบาลห้องผ่าตัด พยาบาลดมยา ไอซียู หากประสานงานกับทุกฝ่ายได้ดี คนไข้จะราบรื่นจะปลอดภัย วุฒิภาวะที่ดีและนิสัยน่ารักจึงเป็นสิ่งสำคัญ ภายใต้ความปลอดภัยคนไข้เป็นอันดับหนึ่ง ผู้บริหารมองเห็นตรงนั้น เราก็ดีใจค่ะ”

จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์โรงพยาบาล BNH ไม่ใช่แค่ความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์สูง เหนือสิ่งอื่นใดทัศนคติที่ดี การสื่อสารที่ดี และการเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร จะช่วยให้เราพิสูจน์ตนเองได้

บรรยากาศที่ดีสร้างความรู้สึกปลอดภัย และความเชื่อใจ

ความเป็นคนเอเชียบวกกับเป็นแพทย์หญิงตัวเล็ก อาจจะทำให้เธอดูเป็นแพทย์ที่ยังเด็ก ประสบการณ์น้อย หรือโดนเข้าใจผิดว่าเป็นพยาบาลในสายตาของคนไข้ แม้ว่าความจริงคุณหมอเป็นวิสัญญีแพทย์มากว่า 10 ปีแล้ว ความท้าทายคือ ทำยังไงให้คนไข้เชื่อใจ

“บรรยากาศเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ คนไข้ที่จะผ่าตัดมาพร้อมกับความกังวล ความกลัว อย่างเลี่ยงไม่ได้ เราอยู่กับเรื่องนี้ทุกวันจนชิน แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ ดังนั้นนอกจากข้อมูลจำเป็นทางการแพทย์ที่เราต้องแจ้งให้ทราบแล้ว ความสงบ ผ่อนคลาย และรู้สึกปลอดภัย เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ จึงจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศที่ดีให้เขามั่นใจ”

“วัฒนธรรมของแต่ละเชื้อชาติส่งผลต่อแนวคิดหรือทัศนคติที่แตกต่างกัน คนไทยเป็นแบบหนึ่ง ต่างชาติจะเป็นอีกแบบไม่เหมือนกัน เราสังเกตจดจำว่าแต่ละชนชาติเขา concern อะไร”

“เราพยายามสัมผัสความรู้สึกของคนไข้ให้มากที่สุดระหว่างรอผ่าตัด ชอบพูดคุยหรือชอบความเงียบ รู้สึกหนาวรึเปล่า ถามถึงเพลงที่ชอบฟังจะได้แอบเปิดเบาๆ หรือถ้าเป็นคนไข้ตัวจิ๋ว ก็จะชวนกินไอติม หรือชวนดูปลาเวลาหลอกเขาเข้าเครื่อง MRI”

คุณหมอเชื่อว่าความใส่ใจในเรื่องเล็กน้อย ว่าเขารู้สึกเช่นไร แล้วนำมาปรับใช้ในการดูแลคนไข้ เป็นเคล็ดลับที่ทำให้คนไข้เปิดใจให้กับวิสัญญีแพทย์มากขึ้น “บทบาทของวิสัญญีแพทย์คล้ายกับนักบิน ตั้งแต่เครื่อง Take off จน Landing แม้จะเป็นแค่เบื้องหลัง แต่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ความพร้อมของเรา ความพร้อมของทีม ความพร้อมของคนไข้ เป้าหมายคือความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุด”

งานของวิสัญญีแพทย์เริ่มตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ประเมินคนไข้ เตรียมยาสลบ เตรียมอุปกรณ์ช่วยหายใจ หลังจากเริ่มดมยาสลบหรือบล็อคหลังให้คนไข้แล้ว คุณหมอจะอยู่ดูแลคนไข้ตลอดการผ่าตัด เฝ้าระวังสัญญาณชีพ ความเข้มข้นของออกซิเจน ปริมาณเลือดที่สูญเสีย จัดการให้สารน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้คนไข้มีอาการคงที่ระหว่างการผ่าตัด

“จุกจิกเล็กน้อยกับศัลยแพทย์มีบ้างเป็นเรื่องประจำค่ะ บางครั้งคนไข้มีโรคประจำตัว เขาไม่ครบแต่เราต้องครบ ต้องช่วยเหลือเพราะดูแลร่วมกันเป็นทีมค่ะ ซักประวัติตรวจร่างกายปรึกษาคุณหมออายุรกรรม เตรียมคนไข้ให้พร้อมที่สุด ระหว่างผ่าตัดถึงขั้นตอนไหนหรือเสียเลือดเท่าไหร่ การสื่อสารระหว่างกันจึงสำคัญ กับพยาบาลห้องผ่าตัดก็เช่นกันค่ะ เราเป็นหลังบ้านแต่เราต้องคิดรอบด้านเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น หวังว่าเขาจะไม่รำคาญมากเกินไปค่ะ”

เมื่อเดินทางถึงจุดมุ่งหมาย การผ่าตัดเสร็จสิ้น การปลุกคนไข้ตื่นก็มีจังหวะและช่วงเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน ให้ยาหมดฤทธิ์โดยไม่เจ็บ ให้การหายใจเหมาะสมโดยสัญญาณชีพคงที่ ทุกขั้นตอนต้องใช้ความระมัดระวัง สุดท้ายความจริงที่ว่า การที่คนไข้มีอาการปวดหลังผ่าตัดน้อย จะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น ทำให้การวางแผนระงับปวดหลังผ่าตัดจึงเป็นอีกบทบาทที่สำคัญของวิสัญญีแพทย์เช่นกัน

งานวิสัญญีเป็นงานที่อาศัยความรวดเร็ว แม่นยำ ละเอียดรอบคอบ การเติบโตของเรากับประสบการณ์ที่มากขึ้นทำให้เรานิ่งขึ้น สมบูรณ์แบบขึ้น

“คนไข้ของหมอมี 2 กลุ่มค่ะ คือ กลัวไม่หลับหรือกลัวไม่ตื่นระหว่างการผ่าตัด น่ารักทั้งสองกลุ่มค่ะ การพูดคุย สื่อสาร ให้กำลังใจ หรือบางทีแค่การจับมือ ก็ช่วยลดความกลัวและความกังวลได้มาก หลายครั้งเขาเล่าข้อมูลทางสุขภาพละเอียดที่ศัลยแพทย์ไม่ทราบมาก่อน เพราะความกังวลว่าจะมีผลต่อการดมยาสลบ เราก้จะขมวดรวมปัญหา ดูว่ามีจุดไหนต้องแก้ไข เพราะเราทำงานเป็นทีม ดูแลคนไข้แบบองค์รวม แบบ complete care ในแบบฉบับของ BNH สื่อสารกับเขาและสื่อสารกับญาติด้วย เพราะทุกนาทีที่เขาอยู่ในห้องผ่าตัด มีคนที่รักรออยู่เสมอ”

อาจมีคนไข้น้อยคนที่จดจำคุณหมอคนนี้ได้ เป็นเรื่องปกติของวิสัญญีแพทย์ คุณหมอไม่อยากใช้คำว่าเคยชินกับเรื่องนี้ เพราะอาจทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองอายุไม่น้อยแล้ว สมัยก่อนเมื่อคนไข้ลืมตาขึ้นมาจากการผ่าตัด ก็แอบมีน้อยใจเกิดขึ้นหลายครั้ง

“คุณหมอผ่าตัดของป้า เก่งมากเลยค่ะ ไม่เจ็บเลยค่ะ” เธอคิดโต้ตอบในใจเสมอว่า หมอผ่าตัดคือคนที่ทำให้คุณป้าเจ็บ ส่วนคนที่ทำให้ไม่เจ็บคือคุณหมอต่างหาก เล่าด้วยรอยยิ้ม เล่าด้วยเสียงหัวเราะ สุดท้ายคุณป้าไม่เจ็บ ยังไงเธอก็ดีใจ หน้าที่ของเธอเป็นแบบนี้ เธอดูแลคนไข้ในช่วงเวลาหลับ

ตกหลุมรักคาร์โบไฮเดรต กาแฟ และการท่องโลกกว้าง.

(But first, coffee..)

สมัยเด็กคุณหมอไม่ชอบเรียนวิชาพละ มักจะหนีครูไปนั่งใต้ต้นไม้ดูเพื่อนๆในสนาม กลัวลูกบอล กลัวร้อน ตามประสาเด็กผู้หญิง ทำให้โตมาเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาแบบสุดๆ แต่ความรักในคาร์โบไฮเดรตก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

“ชอบทานข้าว รักขนมปัง รักลาเต้มากๆ ค่ะ”

ความสนุกและความสุขจากการทานอาหารอร่อยทำให้คุณหมอพยายามออกกำลังกาย เพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายที่ดีไว้ทานของอร่อยได้ต่อไป เริ่มสนใจเล่นเทนนิสเพราะทำให้มีสมาธิ โฟกัสกับสิ่งตรงหน้า และได้ออกแรงอย่างมีพลัง แต่หลายครั้งถ้ามีเวลาน้อยก็จะเลือกวิ่ง หรือเล่นพิลาทิสบ้าง เมื่อก่อนเวลาออกกำลังกาย เธอจะดูนาฬิกาเกือบตลอดว่าเมื่อไหร่จะครบเวลา คิดตลอดว่าทำเพื่อให้สามารถทานของอร่อยได้เท่านั้น ไม่คาดคิดว่าวันนึงจะกลายเป็นความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทั้งความสุขจากสุขภาพร่างกายที่ดี จิตใจที่ผ่อนคลายสดใส อีกทั้งความสุขที่เติมเต็มจากช่วงเวลาเล็กน้อยที่ได้อยู่กับตัวเอง ในแบบคนอินโทรเวิร์ต

เมื่อเติบโตขึ้น การใช้เวลาว่างจากการทำงานเพื่ออยู่บ้าน ดูหนัง ฟังเพลง ดูแลตัวเองนั้น คือความสุขแบบง่ายๆที่คุณหมอหลงรักช่วงเวลาเหล่านั้น หรือเมื่อมีโอกาสก็จะหาเวลาว่างเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ออกไปท่องโลกกว้าง ที่คงคล้ายกับความฝันของใครๆหลายคน “จะเที่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรงเลยค่ะ ตอนนี้อาจจะยังไปได้ไม่เยอะ แต่จะค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในชีวิตค่ะ รักการเดินทางมากประมาณนึงเลยค่ะ”

สร้างความฝันให้เป็นความทรงจำที่ดี

แม้งานของวิสัญญีแพทย์จะเป็นงานที่อยู่เบื้องหลัง หลายครั้งคนไข้จำคุณหมอไม่ได้ แต่มิได้ลดทอนความสุขจากบทบาทหน้าที่นี้ได้

“เขาเจอเราในช่วงเวลาที่มีความกังวล ความกลัว และอยู่กับเราในช่วงเวลาที่หลับ เป็นเรื่องธรรมดาค่ะที่เขาไม่สามารถจดจำเราได้ แม้ไม่มีคำทักทายหรือคำขอบคุณใดๆ แค่เห็นเขาปลอดภัยราบรื่น กลับมามีรอยยิ้ม สามารถกลับบ้านได้ แค่นี้ก็สุขใจมากแล้วค่ะ“

“มาถึงตอนนี้ เราเข้าใจงานของเราแบบชัดเจน ภาพในหัวมันชัดมาก รู้สึกมีความสุขและสนุกในสิ่งที่ได้ทำ รักการเป็นวิสัญญีแพทย์ค่ะ มันคือตัวตนของเราเลย“

หากใครมีโอกาสพบเจอ เป็นคนไข้ของคุณหมอ หรือรู้สึกคุ้นหน้าคุณหมอ ราวกับเคยได้พบเจอกันในความฝัน มันก็อาจเป็นการพบกันในความฝันจริงๆ ระหว่างการดมยาสลบ โปรดมอบคำทักทายเพียงเล็กน้อยให้แพทย์หญิงคนนี้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งสำคัญมาตลอด เรื่องราวเล็กน้อยเช่นนี้คงสามารถสร้างวันดี ๆ ให้คุณหมอได้ไม่น้อยเลยค่ะ

บทบาทของวิสัญญีแพทย์ที่คล้ายคลึงกับนักบิน ตั้งแต่เครื่อง Take off จน Landing

แม้จะเป็นเบื้องหลัง แต่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ความพร้อมของเรา ความพร้อมของทีม ความพร้อมของคนไข้ เป้าหมายคือความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุด เพราะทุกนาทีที่เขาอยู่ในห้องผ่าตัด มีคนที่รักรออยู่เสมอ

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่
ผ่าน LINE @MBRACE