Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

นิ่วในถุงน้ำดี ภัยเงียบใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ตรวจพบเร็ว รักษาได้ การผ่าตัดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด แต่กลับถูกมองข้ามอยู่เสมอ เพราะในระยะแรกมัก ไม่แสดงอาการชัดเจน หลายคนใช้ชีวิต ทำงาน เดินทางท่องเที่ยว โดยไม่รู้เลยว่า ภายในร่างกายกำลังมี “ระเบิดเวลา” ซ่อนอยู่

เมื่อถึงวันที่นิ่วเริ่มก่อปัญหา อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทั้งปวดรุนแรง ไข้สูง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด 

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจนิ่วในถุงน้ำดีอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การตรวจคัดกรอง ไปจนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อให้คุณตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจ

คลิกเลือก อ่านข้อมูลนิ่วในถุงน้ำดีตามหัวข้อ

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร และทำไมถึงเรียกว่า “ระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย”

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) คือการตกผลึกของน้ำดีภายในถุงน้ำดี ซึ่งอาจเกิดจากความไม่สมดุลของส่วนประกอบในน้ำดี ทำให้เกิดการตกตะกอนเป็นก้อนนิ่ว เช่น 

  • คอเลสเตอรอล
  • เกลือน้ำดี
  • แคลเซียม
  • เม็ดสีบิลิรูบิน

สิ่งที่ทำให้นิ่วในถุงน้ำดีน่ากังวล คือ นิ่วสามารถอยู่ในถุงน้ำดีได้นานหลายปีโดยไม่แสดงอาการ แต่เมื่อใดที่ถุงน้ำดีบีบตัวแรง หรือเกิดการอุดตัน อาการจะรุนแรงและส่งผลต่อชีวิตประจำวันทันที

สถิติการพบนิ่วในถุงน้ำดีของประชากรไทย

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า

  • ประชากรไทยประมาณ 5–10% มีโอกาสพบนิ่วในถุงน้ำดี
  • พบมากขึ้นตามอายุ
  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงอายุ 30–50 ปี

หลายรายตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงมาก่อน

Gallstones | BNH

กลุ่มเสี่ยงที่พบนิ่วในถุงน้ำดีได้บ่อย

คนวัยทำงานและวัยกลางคน

พฤติกรรมการทำงานหนัก ความเครียด พักผ่อนน้อย และการรับประทานอาหารมัน ของทอด ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ถุงน้ำดีทำงานหนักมากขึ้น

ผู้หญิงวัย 30–50 ปี

ฮอร์โมนเพศหญิง การตั้งครรภ์ และการควบคุมน้ำหนักแบบเร่งรัด เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชาย

ผู้ที่เริ่มมีอาการผิดปกติ

เช่น ท้องอืดบ่อย อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ กลุ่มนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของนิ่วในถุงน้ำดี

อาการนิ่วในถุงน้ำดี ที่ไม่ควรมองข้าม

  • ท้องอืดบ่อย ท้องเฟ้อ ลมเยอะ
  • เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา
  • ปวดร้าวไปถึงสะบักขวา

ในรายที่เกิดการอักเสบ อาจมีอาการ

  • ปวดท้องรุนแรง
  • มีไข้
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด

หากนิ่วหลุดไปอุดตันท่อน้ำดี อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือช็อกได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะอันตราย

นิ่วในถุงน้ำดี กับการเดินทางท่องเที่ยวที่อาจไม่สนุกอย่างที่คิด

ผู้ที่มีประวัตินิ่วในถุงน้ำดี มักเกิดอาการอักเสบในช่วงเดินทางท่องเที่ยว

เนื่องจากอาหารที่กระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวแรง เช่น ของมัน ของทอด หรืออาหารมื้อใหญ่

หลายกรณีต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ซึ่งทำให้ทริปพักผ่อนกลายเป็นความทรงจำที่ไม่อยากจดจำ

ตรวจนิ่วในถุงน้ำดีด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน

การตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน เป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี

ใครบ้างควรตรวจนิ่วในถุงน้ำดี

แนะนำให้ตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน หากคุณ

  • มีอาการปวดท้องหรืออาหารไม่ย่อยเรื้อรัง
  • เป็นผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
  • วางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือทำงานหนักต่อเนื่อง

ข้อดีของการตรวจ Ultrasound

  • เห็นนิ่วได้ชัดเจน
  • ปลอดภัย ไม่เจ็บ
  • ไม่มีรังสี
  • ใช้เวลาไม่นาน

แพ็กเกจตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน ที่ BNH

  • ราคาพิเศษ 2,500 บาท (จากราคาปกติ 4,920 บาท)
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ หรือผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเชิงป้องกัน
  • คลิก ซื้อแพ็กเกจ

เมื่อพบนิ่วในถุงน้ำดี จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนที่พบนิ่วต้องผ่าตัดทันที แต่แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัดในกลุ่มต่อไปนี้ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจมีการอักเสบและมีโรคแทรกซ้อนตามมา

  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
    • ท้องอืดบ่อย
    • ลมในท้องเยอะ
    • เรอบ่อย
    • อาหารไม่ย่อย
    • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา หรือปวดร้าวไปถึงสะบักขวา
  • ผู้ที่สงสัยมีความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี เช่น นิ่วที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2-2.5 ซม.
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค (เช่น หัวใจ ตับ ไต)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว

การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

การรักษามาตรฐานในปัจจุบันคือ การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy)

จุดเด่นการผ่าตัดที่โรงพยาบาล BNH

  • ดูแลโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
  • แผลเล็ก ใช้ไหมละลาย แผลหายเองในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • เจ็บน้อย มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
  • พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 คืน
  • กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

  • ราคาพิเศษ 230,000 บาท 
  • ดูแลครบถ้วนทั้งการผ่าตัด ความปลอดภัย และการพักฟื้น

ผ่าตัดถุงน้ำดีแล้ว จะกินของมัน ของทอดไม่ได้จริงไหม

นี่คือคำถามที่คนไข้กังวลมากที่สุด

จากสถิติผู้ป่วยของโรงพยาบาล BNH
มากกว่า 90% ของคนไข้หลังผ่าตัดถุงน้ำดี ไม่มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหารมันหรือของทอด

เนื่องจากร่างกายของคนไข้ไทยสามารถปรับตัวได้
โดยตับยังคงผลิตน้ำดีตามปกติ และร่างกายจะปรับกลไกให้น้ำดีไหลผ่านท่อน้ำดีจากตับไปที่ลำไส้เล็กโดยตรง ช่วยให้ย่อยไขมันได้ตามปกติ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี

Q: นิ่วในถุงน้ำดีอันตรายไหม

A: หากไม่มีอาการอาจติดตามอาการได้ แต่มีความเสี่ยงอักเสบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ทุกเมื่อ

Q: ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีพักฟื้นกี่วัน

A: คนไข้ที่ผ่าตัดที่ BNH นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในเวลาไม่นาน

Q: ถ้าไม่ผ่าตัด จะปล่อยให้นิ่วอยู่ได้ไหม

A: หากไม่มีอาการ อาจติดตามอาการได้ แต่ต้องเข้าใจว่านิ่วสามารถกำเริบได้ทุกเวลา โดยเฉพาะช่วงท่องเที่ยว ทานอาหารมัน หรือร่างกายอ่อนล้า ซึ่งอาจทำให้ต้องผ่าตัดฉุกเฉินในเวลาที่ไม่พร้อม

Q: ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เจ็บไหม

A: การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก คนไข้ส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้เร็ว และฟื้นตัวไว

Q: กลัวดมยาสลบแล้วไม่ฟื้น อันตรายหรือไม่

A: ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน และทีมวิสัญญีแพทย์ของโรงพยาบาล BNH เราดูแลคนไข้มาอย่างยาวนานกว่า 127 ปี การดมยาสลบมีความปลอดภัยสูงมาก และมีการติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดหัตถการ การดมยาสลบจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป

สรุป: ตรวจวันนี้ เพื่อหยุดความเสี่ยงในวันข้างหน้า

นิ่วในถุงน้ำดีเป็น ภัยเงียบ ที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถกำเริบได้อย่างฉับพลัน จนเกิดอาการปวดรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

การตรวจคัดกรองด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย ช่วยให้รู้ได้เร็วและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

หากมีข้อบ่งชี้ในการรักษา การผ่าตัดส่องกล้องที่ โรงพยาบาล BNH แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นเพียง 1 คืน ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

เริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้... เพื่อไม่ให้นิ่วในถุงน้ำดีเลือกเวลาทำร้ายคุณในวันที่ไม่พร้อม

บทความโดย

นพ. ยงสรร วงศ์วิวัฒน์เสรี

คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก

แผนกศัลยกรรม

คัดกรองนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน - Gallstones Screening by Ultrasound Upper Abdomen | BNH Hospital

แพ็กเกจตรวจคัดกรองนิ่วในถุงน้ำดี ด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน

Regular (THB)
Special (THB)
4,920
2,500

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อนำมาสร้างภาพอวัยวะภายในช่องท้องส่วนบนแบบเรียลไทม์ โดยไม่ใช้รังสี อวัยวะที่สามารถประเมินได้ ได้แก่ ถุงน้ำดี ตับ ท่อน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ไตบางส่วน

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเชิงป้องกัน
  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง - Laparoscopic Cholecystectomy | BNH Hospital

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เหมาจ่าย

Special (THB)
230,000

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เหมาจ่าย ที่ BNH  

ดูแลครบถ้วนทั้งการผ่าตัด ความปลอดภัย และการพักฟื้น

  เหมาะสำหรับ:

  •  ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
    • ท้องอืดบ่อย
    • ลมในท้องเยอะ
    • เรอบ่อย
    • อาหารไม่ย่อย
    • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา หรือปวดร้าวไปถึงสะบักขวา
  • ผู้ที่สงสัยมีความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี เช่น นิ่วที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2-2.5 ซม.
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค (เช่น หัวใจ ตับ ไต)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

  • นพ. ยงสรร วงศ์วิวัฒน์เสรี

    คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก | แผนกศัลยกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยศาสตร์,ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก