Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

นิ่วในถุงน้ำดี ภัยเงียบใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ตรวจพบเร็ว รักษาได้ การผ่าตัดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด แต่กลับถูกมองข้ามอยู่เสมอ เพราะในระยะแรกมัก ไม่แสดงอาการชัดเจน หลายคนใช้ชีวิต ทำงาน เดินทางท่องเที่ยว โดยไม่รู้เลยว่า ภายในร่างกายกำลังมี “ระเบิดเวลา” ซ่อนอยู่

เมื่อถึงวันที่นิ่วเริ่มก่อปัญหา อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทั้งปวดรุนแรง ไข้สูง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด 

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจนิ่วในถุงน้ำดีอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การตรวจคัดกรอง ไปจนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อให้คุณตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจ

คลิกเลือก อ่านข้อมูลนิ่วในถุงน้ำดีตามหัวข้อ

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร และทำไมถึงเรียกว่า “ระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย”

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) คือการตกผลึกของน้ำดีภายในถุงน้ำดี ซึ่งอาจเกิดจากความไม่สมดุลของส่วนประกอบในน้ำดี ทำให้เกิดการตกตะกอนเป็นก้อนนิ่ว เช่น 

  • คอเลสเตอรอล
  • เกลือน้ำดี
  • แคลเซียม
  • เม็ดสีบิลิรูบิน

สิ่งที่ทำให้นิ่วในถุงน้ำดีน่ากังวล คือ นิ่วสามารถอยู่ในถุงน้ำดีได้นานหลายปีโดยไม่แสดงอาการ แต่เมื่อใดที่ถุงน้ำดีบีบตัวแรง หรือเกิดการอุดตัน อาการจะรุนแรงและส่งผลต่อชีวิตประจำวันทันที

สถิติการพบนิ่วในถุงน้ำดีของประชากรไทย

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า

  • ประชากรไทยประมาณ 5–10% มีโอกาสพบนิ่วในถุงน้ำดี
  • พบมากขึ้นตามอายุ
  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงอายุ 30–50 ปี

หลายรายตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงมาก่อน

Gallstones | BNH

กลุ่มเสี่ยงที่พบนิ่วในถุงน้ำดีได้บ่อย

คนวัยทำงานและวัยกลางคน

พฤติกรรมการทำงานหนัก ความเครียด พักผ่อนน้อย และการรับประทานอาหารมัน ของทอด ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ถุงน้ำดีทำงานหนักมากขึ้น

ผู้หญิงวัย 30–50 ปี

ฮอร์โมนเพศหญิง การตั้งครรภ์ และการควบคุมน้ำหนักแบบเร่งรัด เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชาย

ผู้ที่เริ่มมีอาการผิดปกติ

เช่น ท้องอืดบ่อย อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ กลุ่มนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของนิ่วในถุงน้ำดี

อาการนิ่วในถุงน้ำดี ที่ไม่ควรมองข้าม

  • ท้องอืดบ่อย ท้องเฟ้อ ลมเยอะ
  • เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา
  • ปวดร้าวไปถึงสะบักขวา

ในรายที่เกิดการอักเสบ อาจมีอาการ

  • ปวดท้องรุนแรง
  • มีไข้
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด

หากนิ่วหลุดไปอุดตันท่อน้ำดี อาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือช็อกได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะอันตราย

นิ่วในถุงน้ำดี กับการเดินทางท่องเที่ยวที่อาจไม่สนุกอย่างที่คิด

ผู้ที่มีประวัตินิ่วในถุงน้ำดี มักเกิดอาการอักเสบในช่วงเดินทางท่องเที่ยว

เนื่องจากอาหารที่กระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวแรง เช่น ของมัน ของทอด หรืออาหารมื้อใหญ่

หลายกรณีต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ซึ่งทำให้ทริปพักผ่อนกลายเป็นความทรงจำที่ไม่อยากจดจำ

ตรวจนิ่วในถุงน้ำดีด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน

การตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน เป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี

ใครบ้างควรตรวจนิ่วในถุงน้ำดี

แนะนำให้ตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน หากคุณ

  • มีอาการปวดท้องหรืออาหารไม่ย่อยเรื้อรัง
  • เป็นผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
  • วางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือทำงานหนักต่อเนื่อง

ข้อดีของการตรวจ Ultrasound

  • เห็นนิ่วได้ชัดเจน
  • ปลอดภัย ไม่เจ็บ
  • ไม่มีรังสี
  • ใช้เวลาไม่นาน

แพ็กเกจตรวจ Ultrasound ช่องท้องส่วนบน ที่ BNH

  • ราคาพิเศษ 2,500 บาท (จากราคาปกติ 4,920 บาท)
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ หรือผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเชิงป้องกัน
  • คลิก ซื้อแพ็กเกจ

เมื่อพบนิ่วในถุงน้ำดี จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนที่พบนิ่วต้องผ่าตัดทันที แต่แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัดในกลุ่มต่อไปนี้ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจมีการอักเสบและมีโรคแทรกซ้อนตามมา

  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
    • ท้องอืดบ่อย
    • ลมในท้องเยอะ
    • เรอบ่อย
    • อาหารไม่ย่อย
    • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา หรือปวดร้าวไปถึงสะบักขวา
  • ผู้ที่สงสัยมีความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี เช่น นิ่วที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2-2.5 ซม.
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค (เช่น หัวใจ ตับ ไต)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว

การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

การรักษามาตรฐานในปัจจุบันคือ การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy)

จุดเด่นการผ่าตัดที่โรงพยาบาล BNH

  • ดูแลโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
  • แผลเล็ก ใช้ไหมละลาย แผลหายเองในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • เจ็บน้อย มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
  • พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 คืน
  • กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

  • ราคาพิเศษ 230,000 บาท 
  • ดูแลครบถ้วนทั้งการผ่าตัด ความปลอดภัย และการพักฟื้น

ผ่าตัดถุงน้ำดีแล้ว จะกินของมัน ของทอดไม่ได้จริงไหม

นี่คือคำถามที่คนไข้กังวลมากที่สุด

จากสถิติผู้ป่วยของโรงพยาบาล BNH
มากกว่า 90% ของคนไข้หลังผ่าตัดถุงน้ำดี ไม่มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหารมันหรือของทอด

เนื่องจากร่างกายของคนไข้ไทยสามารถปรับตัวได้
โดยตับยังคงผลิตน้ำดีตามปกติ และร่างกายจะปรับกลไกให้น้ำดีไหลผ่านท่อน้ำดีจากตับไปที่ลำไส้เล็กโดยตรง ช่วยให้ย่อยไขมันได้ตามปกติ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี

Q: นิ่วในถุงน้ำดีอันตรายไหม

A: หากไม่มีอาการอาจติดตามอาการได้ แต่มีความเสี่ยงอักเสบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ทุกเมื่อ

Q: ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีพักฟื้นกี่วัน

A: คนไข้ที่ผ่าตัดที่ BNH นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในเวลาไม่นาน

Q: ถ้าไม่ผ่าตัด จะปล่อยให้นิ่วอยู่ได้ไหม

A: หากไม่มีอาการ อาจติดตามอาการได้ แต่ต้องเข้าใจว่านิ่วสามารถกำเริบได้ทุกเวลา โดยเฉพาะช่วงท่องเที่ยว ทานอาหารมัน หรือร่างกายอ่อนล้า ซึ่งอาจทำให้ต้องผ่าตัดฉุกเฉินในเวลาที่ไม่พร้อม

Q: ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เจ็บไหม

A: การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก คนไข้ส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้เร็ว และฟื้นตัวไว

Q: กลัวดมยาสลบแล้วไม่ฟื้น อันตรายหรือไม่

A: ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน และทีมวิสัญญีแพทย์ของโรงพยาบาล BNH เราดูแลคนไข้มาอย่างยาวนานกว่า 127 ปี การดมยาสลบมีความปลอดภัยสูงมาก และมีการติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดหัตถการ การดมยาสลบจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป

สรุป: ตรวจวันนี้ เพื่อหยุดความเสี่ยงในวันข้างหน้า

นิ่วในถุงน้ำดีเป็น ภัยเงียบ ที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถกำเริบได้อย่างฉับพลัน จนเกิดอาการปวดรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

การตรวจคัดกรองด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย ช่วยให้รู้ได้เร็วและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

หากมีข้อบ่งชี้ในการรักษา การผ่าตัดส่องกล้องที่ โรงพยาบาล BNH แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นเพียง 1 คืน ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ

เริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้... เพื่อไม่ให้นิ่วในถุงน้ำดีเลือกเวลาทำร้ายคุณในวันที่ไม่พร้อม

บทความโดย

นพ. ยงสรร วงศ์วิวัฒน์เสรี

คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก

แผนกศัลยกรรม

คัดกรองนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน - Gallstones Screening by Ultrasound Upper Abdomen | BNH Hospital

แพ็กเกจตรวจคัดกรองนิ่วในถุงน้ำดี ด้วย Ultrasound ช่องท้องส่วนบน

Regular (THB)
Special (THB)
4,920
2,500

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อนำมาสร้างภาพอวัยวะภายในช่องท้องส่วนบนแบบเรียลไทม์ โดยไม่ใช้รังสี อวัยวะที่สามารถประเมินได้ ได้แก่ ถุงน้ำดี ตับ ท่อน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ไตบางส่วน

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเชิงป้องกัน
  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง - Laparoscopic Cholecystectomy | BNH Hospital

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เหมาจ่าย

Special (THB)
230,000

แพ็กเกจผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เหมาจ่าย ที่ BNH  

ดูแลครบถ้วนทั้งการผ่าตัด ความปลอดภัย และการพักฟื้น

  เหมาะสำหรับ:

  •  ผู้ที่มีอาการผิดปกติ
    • ท้องอืดบ่อย
    • ลมในท้องเยอะ
    • เรอบ่อย
    • อาหารไม่ย่อย
    • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา หรือปวดร้าวไปถึงสะบักขวา
  • ผู้ที่สงสัยมีความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี เช่น นิ่วที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2-2.5 ซม.
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค (เช่น หัวใจ ตับ ไต)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

  • นพ. ยงสรร วงศ์วิวัฒน์เสรี

    คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก | แผนกศัลยกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยศาสตร์,ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก